
ห้วงเวลาแห่งการปะทะดำเนินไปเรื่อยๆ สายตาแห่งความมุ่งมั่น บรรยากาศที่หมายจะสังหารฝ่ายตรงข้ามครุกรุ่นไปทั่วบริเวณ
ทั่วบริเวณในสมรภูมิบนท้องฟ้านั้น เริ่มเปลี่ยนสี ล้ำฟ้าตระหนักถึงความไม่ชอบมาพากล สืบไปเบื้องหน้า เพื่อหยั่งเชิง
มิคาด... ฝั่งไพรษาเองไม่หวั่นแม้แต่น้อย กลับเคลื่อนเข้ามาหาบ้าง ทำให้เสมอแข สังเกตอะไรได้บางอย่าง
" เืของมันปกติ ล่วงหล่นสู่ที่ใด " เสมอแข
....
" เ้าถามพิกล เืย่อมลงสู่เบื้องล่าง มันลอยอยู่ท้องฟ้า เืย่อมลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง " ล้ำฟ้า
เสมอแขกับเปรยยิ้มออกมา ทำให้ไพรษาชะงักไปชั่วครู่
" ครุฑชั่ว เ้าตั้งใจให้เราเห็นว่าเ้าาเ็ และตั้งใจให้เราเพ่งไปที่ไหล่ซ้าย เพ่งไปที่อาการาเ็ของเ้า หมายให้เราผลีผลามเข้าโจมตีสินะ " เสมอแข
ทันทีที่เสมอแขพูดจบ ล้ำฟ้ำเห็นห้วงบรรยากาศเริ่มเป็สีแดง กลิ่นคาวเืเริ่มคละคลุ้ง
" เสมอแข " ล้ำฟ้าเอ่ยสวนกลับมา
" เืมันมิได้ล่วงหล่นสู่เบื้องล่าง หากแต่หายไปกลางครัน หายไปในอากาศ มันแสร้งให้เราตายใจ " เสมอแข
ทันใดนั้น แส้เถาวัลย์สีเขียวที่ชโลมไปด้วยเืสีแดง ที่หลบซ่อน พลางเอาไว้ มิให้รูัว่าโจมตีมาทิศทางใด ได้ถูกชักใยด้วยมนต์แห่งไพรษา มัดกลึงข้อมือของทั้งสองเอาไว้ บัดนี้ ถูกพันธนาการไว้สิ้นด้วยเถาวัลย์ทิพย์ของไพรษา
" ฮ่ะ.. ฮ่า เสร็จข้าเสียที เ้าพวกโง่ " ไพรษา
เืยังคงปกคลุม ดั่งหมอกเืก็ไม่ปาน
" รู้หรือไม่เหตุใดข้าไม่ฆ่าเ้าเสีย กลับมัดพวกเ้าไว้แบบนี้ " ไพรษา
ล้ำฟ้าที่เสียท่า ได้สบถต่อว่ากลับไป
" ไอ้ครุฑไร้ศีลธรรม คิดแผนชั่วอันใด" ล้ำฟ้า
.......
" นักบวชน่าโง่ทั้งหลาย 200 กว่ารูป ที่ข้าขังไว้ หากเป็การพลั้งมือทำร้าย จนตายตกด้วยกัน ความผิดจะเป็ของพวกหิมพานต์แน้แท้ แค่นี้ท่านชิษณุก็จะสมใจ ที่พวกเ้าเข้าใจผิดกันเอง ที่สังหารมนุษย์ แล้วความร่วมมือระหว่างนาคกับหิมพานต์ ย่อมไม่เกิดขึ้น เสี้ยนหนามของท่านชิษณุวายุ ก็ลดน้อยลง เห็นชัยอยู่แค่เอื้อม " ไพรษาอธิบายแผนชั่ว
หึ.... หึ.. เสียงหัวเราะเยาะจากใครคนหนึ่ง...
" ใช้เืเยอะขนาดนี้ เพื่อการนี้ เ้าทำผิดอยู่ 3 อย่างนะไพรษา " เสมอแข
" อย่าคิดถ่วงเวลา จะโกหกข้าเื่ไร ไม่เป็ผลแล้ว " ไพรษาปลดมนต์ออก ปรากฏพวกนักบวชถือศีล จำนวนสองร้อยกว่ารูปในกรงขังที่กลึงไปด้วยเถาวัลย์
แต่เสมอแขกลับพูดอย่างต่อเนื่องไม่หยุด
" หนึ่ง... คือเ้าใช้โลหิตเป็ไอหมอกปกปิดทั่วอาณาบริเวณ เ้าก็ปกปิดฮูกเรไรเช่นกัน นั่นหมายถึงเ้าก็มิได้มันไว้ในกำมือ
สอง... เ้าเข้าใจผิดว่าเรามีกันเพียงสาม
สาม... คนที่สี่ที่เ้ายังไม่พบ เขามีมนต์ยืดหดตัวได้ และบัดนี้เขาซ่อนตัวอยู่ในปอยผมของข้า " เสมอแข
" !!!!!!!!!??????!!!!!! " ไพรษา
++++++++++
ทัณฑิมาเห็น 2 คน เดินพร้อมเข้ามาหา นั่นหมายถึงการเจรจาได้เสร็จสิ้นแล้ว ปรางค์นารีได้เอ่ยกับเขาว่า
" ข้าคงต้องอยู่ทำธุระที่นี่เสียก่อน ที่ผ่านมาข้าขอบใจน้ำใจของท่านมากที่ช่วยเป็ธุระ ท่านไปทำธุระของท่านต่อเถิด " ปรางค์
" ข้าอยู่ต่อด้วยความเต็มใจ.. ย่อมได้ " ทัณฑิมา
ไม่ทันสิ้นเสียง ก็มีกลิ่นมนต์แปลกๆเข้าสู่จมูกของนาง ทำให้นางต้องสิ้นสติไปในทันที ทัณฑิมาได้ประคองร่างนางเอาไว้ทัน
ทัณฑิมาใเล็กน้อยพลันเอ่ยถามกลืนชีวัน
" เกิดเหตุอันใด "
" เป็วิธีของข้าเอง นางจะไม่รู้ตื่นสัก 7 ราตรี ให้เ้าเฝ้าภัยตรงนี้ ส่วนด้านในศาลา.. ข้าจะทำพิธีบางอย่างให้นาง ส่วนเ้ามีข้อสงสัยอันใด เอ่ยถามมาได้ทุกเมื่อ " กลืนชีวัน
" บุคลิกท่านดูเป็คนเพี้ยนพิกลนัก แล้วยังมาทำให้นางสลบ ใช่พิษหรือไม่ อันตรายหรือไม่ แล้วเหตุใดต้องให้นางไร้สติ " ทัณฑิมา
ทัณฑิมาอุ้มนางลงไปในใบบัว ที่กลืนชีวันใช้มนต์ให้มีใบใหญ่ ลักษณะสีขาวปนชมพูอ่อน
เขาค่อยๆวางร่างของนางลง
" ท่านยังมิได้ตอบคำถามข้า... "
........
" มนต์นี้ต้องทำเมื่อเข้าสู่ภวังค์ด้วยมนต์ข้า หรือเ้าจะไม่ให้นางช่วยน้องสาวรึ " กลืนชีวัน
" ปะ.. เปล่าครับท่าน แล้วอาหารเล่า ้าหรือไม่"
" ผลไม้มากมายในบริเวณสองโยชน์นี้ แล้วแต่เ้าเถิด" กลืนชีวัน
" เพียงเท่านี้รึ " ทัณฑิมาเอ่ยถาม
" เ้าเพียงพนมมือ ตั้งมั่นอธิษฐานจิต หากสัตว์น้อยตัวใด สิ้นบุญแล้ว จะปรากฏต่อหน้าเ้าเอง " กลืนชีวัน
.......
" ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั่น.. ข้าขอตัว " ทัณฑิมา
" อืมมมมม " กลืนชีวัน
++++++++++
ไพรษาเริ่มประหม่า มันขยับตัวถอยห่างทีละน้อย แต่ก็ยังใจดีสู้มองแง่ดีว่าอย่างน้อยเหล่านักบวชก็อยู่ในมือตน
ปรากฏตัวปริศนาสีชมพู ค่อยๆโผล่ออกมาจากปอยผมของเสมอแข พร้อมจำแลงร่างคืนดังเดิม เป็... มักรีผลชมพู
ทางฝั่งฮูกเรไรที่สื่อสารทางจิตกับล้ำฟ้าอยู่ตลอด แต่ล้ำฟ้าแสร้งแสดงว่าตนเองเขลา
เขาได้สั่งให้ฮูกเรไรสามัคคีกับมักรีผลน้อย โดยล้ำฟ้ารู้อยู่แล้วว่าต้องขึ้นมาต่อสู้บนอากาศ ไฉนเลยจะไม่เตรียมพร้อม ผ้าแพรที่ประดับคอมักรีผล นำมาห่อเศษดินและก้อนหินจำนวนหนึ่งแบกไว้ด้านหลังของมักรีผล
ฮูกเรไรได้นำดินเ่าั้ โรยโดยรวมจุดสำคัญของกรงมนตราของไพรษา
ฮูกเรไรส่งสัญญาณ ในขณะที่ไพรษายังอยู่ในอาการใไม่รู้จะทำการใดต่อ
ล้ำฟ้ากระดิกนิ้ว คมเล็บตัดเฉือดใยเถาวัลย์ออก และต่อด้วยแก้มัดให้เสมอแข
กินรีสาวตั้งท่า
ส่วนไพรษาไม่ประมาทรอบที่สอง ร่ายมนต์ปิดโสทประสาทจะได้ไม่เสียรู้ฮูกเรไร
ล้ำฟ้าใช้คาถาแห่งกิเลนทำลาย มนตราที่ขังนักบวชจนสิ้น
ครานี่ฮูกเรไรมิได้ใช้แผนเดิม แต่กลับส่งแค่เสียงมาจากทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
" ดูที่ฝั่งหัวใจของเ้าเถอะ"
ไพรษาก้มลงดูที่บริเวณอกซ้าย ปรากฏเห็นสีน้ำตาล ลักษณะเป็ดินชัดเจน
" บัดซบ !!!! แก.. แก... ั้แ่เมื่อไหร่ " ไพรษา
เสมอแขง้างคันศร ใช้ศรวารีโดนพลัน
จะแหงนหน้าขึ้นมาป้องกันตัว ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะล้ำฟ้าใช้กงเล็บพลิกพสุธา เข้าโจมตีพร้อมศรวารี โดยมีศรวารีอยู่เบื้องหน้า กงเล็บพลิกพสุธาแหวก เป็คลื่นทำลายอากาศอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้านหลังศรวารีมาติดๆ
ไพรษาใช้ปีกอีกข้างป้องกัน พร้อมเอามือป้องกันหมายปัดป้อง
ศรวารีปักเข้าที่ฝ่ามือของมัน ที่หมายเอามาป้องหัวใจ แรงมืออาจปกป้องศรวารีได้ แรงของศรมีมากแต่ก็ยังมิอาจเข้าถึงอกไพรษา แต่กงเล็บที่เต็มฤทธาของล้ำฟ้า ผนวกพลังวิถีของลูกศร ผลักลูกศรนั้นเข้าไปสู่หัวใจของไพรษา ไพรษาสุดต้านทานท่านี้ของล้ำฟ้า ดินที่อยู่หน้าอก รวมพลังกับกงเล็บพลิกพสุธา ก่อปฏิกิริยาทำให้ะเิทำลายขั้วหัวใจของไพรษา
~ ตู้.. มมมมมมมมมม !!!!!!!!!!!! ~
ร่างของไพรษาแหลกไปทั้งร่าง เป็เพียงเศษธุลี ล่องลอยในอากาศ
แรงทำลายทำให้ชั้นบรรยากาศ แผรปรวนดั่งพายุทั่วบริเวณ
++++++++++
อิงอัสนีที่พำนักในวิมานของตน ลุกขึ้นสุดโกรธา ด้วยความรับรู้
เขาเอ่ยกับสำนึกตนเอง
" เ้าออกไปเพียงลำพัง เพราะจะเตือนข้าว่าอย่าประมาทงั้นหรือ.. หรือเ้ารู้ว่าข้าออกรบด้วยก็ไม่แน่ว่าอาจชนะ ไม่ว่าจะเหตุผลใด...
สหายข้า.. ข้าจะเอาความตายมันมาเซ่นิญญาเ้าเอง.. ไพรษา.. "
+++++++++++++
( ติดตามตอน 26 )
............
////*** หมายเหตุ : สืบเนื่องจากสุขภาพดวงตาของผู้แต่งไม่เอื้ออำนวยในการเขียนมากนัก ที่ผ่านมาก็พยายามด้วยตนเองมาตลอด
ตอนหน้าจึงอาจต้องจำเป็ และขอน้ำใจจากนักอ่าน เนื่องจากวานให้รุ่นน้องเป็คนพิมพ์ให้ เพราะผมไม่สามารถเพ่งโฟกัสได้นาน และไม่อยากให้สายตาแย่ หรือมีภาระมากไปกว่านี้ จึงขอความกรุณาของผู้อ่าน ได้โปรดเข้าใจไรท์ด้วยนะครับ
ขอบคุณจากใจจริง