“นี่!!! พี่จะแจ้งทางการมาจับฉันเหรอ?!!!” เสียงใสสั่นเครือเอ่ยถาม
“ถ้าเธอไม่ยอมคืนของให้กับน้องสะใภ้ฉัน ฉันก็ต้องให้ทางการมาดูสิว่าเธอบริสุทธิ์ใจจริงไหม? ”
“ฉันไม่ได้เอาและฉันก็ไม่ใช่หัวขโมยอย่างที่นังนั่นกล่าวหาฉันด้วย”
เป่าเป้ยยังคงไม่ยอมรับความผิด จื่อเหยาถอนหายใจแรงอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะกระชากเป่าเป้ยลุกขึ้นแล้วลากขึ้นไปชั้นบน
“พี่! ปล่อยฉันนะ! จะขังฉันไว้แบบนี้ไม่ได้นะ! ปล่อยฉัน ~ออกไป!”
จื่อเหยาลากเป่าเป้ยไปขังไว้อยู่ในห้องนอนแม่ชั้นบน จากนั้นเดินลงมาหาต้าเหนิงกับจื่อหยวน ในแววตาฉายชัดความเ็ปรวดร้าว จื่อเหยาทำงานหนักหาเงินไม่เคยหยุดพัก หวังว่าสักวันหนึ่งชีวิตจะดีขึ้น ไม่คิดว่าภรรยาจะกล้าสวมเขาปันใจให้ชายอื่นแบบนี้
“จื่อหยวนพาภรรยากลับไปก่อนเถิด พรุ่งนี้พี่จะไปบอกหัวหน้าหมู่บ้านให้เรียกทางการมาตรวจสอบดูอีกครั้ง แล้วของหายเยอะไหม? ”
“ผมก็ไม่รู้ครับ ก็คง...”
“ถ้าเป็ข้าวของทั่วไปฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ แต่พี่สะใภ้ขโมยเงินเก็บของจื่อหยวนไป ฉันยอมไม่ได้”
ต้าเหนิงรีบพูดแทรก ใครจะหาว่าเธอหน้าเงินก็ได้ ยุคข้าวยากหมากแพงแบบนี้กว่าจะหาเงินมาได้ไม่ง่ายเลย เธอจะยอมให้คนอื่นเอาเงินที่หาจากน้ำพักน้ำแรงไปได้ยังไง
“กลับบ้านไปก่อนเถิด พรุ่งนี้ค่อยมาดูกันอีกที” จื่อเหยาเกลี้ยกล่อมให้จื่อหยวนพาต้าเหนิงกลับไปพักที่บ้านได้สำเร็จ
จื่อเหยาอยากจะรอให้ทางการมาตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ ที่บอกให้จื่อหยวนพาภรรยากลับไปรอที่บ้านเพราะไม่อยากให้ต้า เหนิงทำเสียเื่ หากเป่าเป้ยขโมยของที่บ้านน้องชายตนจริง จะต้องมีหลักฐานซ่อนอยู่ภายในบ้านแน่นอน
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ต้าเหนิงก็เดินปึงปังไปนั่งที่เตียง คิดเห็นความลำบากของจื่อหยวนที่ต้องทำงานหงก ๆ หาเงินกลับถูกพี่สะใภ้ขโมยไปมันน่าเจ็บใจนัก จื่อหยวนเห็นสีหน้าของภรรยาไม่ค่อยดี จึงเอาขนมหวานจากถุงเสื้อยื่นให้เธอ
“ไม่ต้องคิดมากครับ เงินทองเป็ของนอกกายไม่ตายเราก็หาใหม่ได้”
“ได้ไงคะ เราทำงานลำบากมาแทบตายกว่าจะเก็บได้แต่ละเหมาแต่ละหยวนไม่ง่ายเลยนะคะ”
“ผมรู้ครับ แต่ผมไม่อยากให้คุณโกรธ กลัวจะกระทบถึงลูก”
“เฮ้อ ~ เหนื่อยจริงๆ เลย ฉันไปอาบน้ำดีกว่า” สิ้นประโยค ร่างบางก็ลุกจากเตียงเดินไปหยิบเอาผ้า ก่อนจะเดินออกไปที่ห้องน้ำหลังบ้าน
บ่ายของอีกวัน ชาวบ้านยืนมุงเต็มกันที่หน้าบ้านใหญ่ ต้าเหนิงกับจื่อหยวนมาถึงก็เห็นทหารกำลังคุมตัวเป่าเป้ยอยู่ตรงกลางลานบ้านเต็มไปด้วยข้าวของที่เป่าเป้ยขโมยมา ชาวบ้านก่นด่าเป่าเป้ยไม่หยุด
“ฉันไม่คิดเลยว่าหล่อนจะเป็คนแบบนี้ ถึงได้ว่าข้าวของในบ้านฉันหายไปทุกวัน”
“ฉันตามหาเสื้อนี้อยู่นานที่แท้ก็เป็ฝีมือเธอนี่เองที่ขโมยไป นังหัวขโมย!!!”
“ชอบขโมยของของชาวบ้านยังไม่พอ! ยังไปคบชู้กับสามีชาวบ้านอีก! นังผู้หญิงแพศยา!”
“หัวขโมยอย่างหล่อนต้องจับขังคุกตลอดชีวิตถึงจะสะใจ!!! จับไปเลยค่ะ” เสียงชาวบ้านก่นด่าดังก้องไปทั่ว
เป่าเป้ยตอนนี้ได้แต่ก้มหน้ายอมรับความจริง เพราะชีวิตลำบากหล่อนถึงได้ขโมยของของชาวบ้านแบบนี้ ถ้าสามีหล่อนไม่ขี้เหนียวหล่อนคงไม่ทำอะไรสิ้นคิดแบบนี้
“คุณคือคุณต้าเหนิงใช่ไหมครับ” ทหารร่างกำยำสูงโปร่งใบหน้าเคร่งขรึมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าต้าเหนิง
“นี่คือเงินที่คุณเป่าเป้ยขโมยไปครับ พวกเราค้นได้ที่เล้าไก่ครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ” ต้าเหนิงนำเงินนั้นออกมานับดู เงินหายไป 800 หยวน เธอคิดว่าเป่าเป้ยคงใช้ไปแล้วจะบอกให้เป่าเป้ยคืนก็คงไม่มีจะคืนให้เธอ ได้แต่ปล่อยให้ทางการพาตัวไป
“หล่อนจำไว้เลยนะ! ฉันออกจากคุกได้เมื่อไหร่ฉันมาเอาคืนแน่!”
เป่าเป้ยถูกทหารทางการลากไป กัดฟันดังกรอด สายตาเต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น
“ฉันจะรอวันนั้นนะ” ต้าเหนิงเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ริมฝีปากบางกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ
เมื่อเป่าเป้ยถูกทางการจับตัวไป ชาวบ้านต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แต่มีชาวบ้านบางกลุ่มซุบซิบกันเื่ที่จื่อหยวนมีเงินเก็บมากจนน่าสงสัย พวกเขาทำงานมาตั้งหลายปียังเก็บไม่ได้มากเท่าจื่อ หยวนเลย
ก่อนที่จะออกจากหมู่บ้านไป ทหารก็ได้มาตรวจดูบ้านของจื่อ หยวน เงินเก็บของเขามีมากกว่าคนในหมู่บ้าน ทางการจึงสงสัยขอตรวจค้นบ้านของจื่อหยวน ภายในบ้านก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ต้าเหนิงบอกกับทางการว่าเงินนั่นคือเงินเก็บของพวกเขาสองคนที่ช่วยกันเก็บมานานหลายปี
บางวันนำผักไปขายก็ได้มานิด ๆ หน่อย ๆ ทหารตรวจค้นดูทั้งบ้านแล้วไม่เห็นมีอะไรผิดปกติจึงขึ้นรถขับกลับออกไป เห็นทหารสองนายหายลับไป ต้าเหนิงถึงกับถอนหายใจแรง
“เฮ้อ ~ เกือบไปแล้วไหมล่ะ”
“ดีนะที่คุณรู้ทันขุดหลุมซ่อนของทุกอย่างไว้ในนั้น ไม่งั้นวันนี้ทหารทางการมาตรวจได้ยึดของของเราแน่”
“ค่ะ โชคดีไป เตรียมของกันเถอะ วันนี้จะไปดูบ้านว่าต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง”