ตอนที่ 6 ขายสมุนไพร
“เ้าอยากไปที่ไหนก่อนดีเล่าน้องรอง”
“ไปร้านขายพวกสมุนไพรและยาก่อนได้หรือไม่เ้าคะพี่ใหญ่ พอดีข้าอยากหาเงินโดยการเอาสมุนไพรในมิติออกมาขายนิดหน่อยเ้าค่ะ”
ในกำไลมิติของเธอนั้นมีพวกสมุนไพรหายากและล้ำค่ามากมายเต็มไปหมด จากที่เธอให้ไป๋หู่พาไปเดินสำรวจเป็เพื่อนเมื่อหลายอาทิตย์ที่ผ่านมาทำให้รู้ว่าในมิตินั้นไม่มีเพียงแต่พวกสมุนไพรล้ำค่าต่างๆ แต่ยังมีพวกดอกไม่แปลกๆ และหายากเต็มไปหมด
อีกทั้งพลังิญญาหนาแน่นกว่าข้างนอกหลายเท่าเหมาะแก่การฝึกปราณ ซึ่งตอนนี้เธอก็สามารถถักทอลูกปราณได้ถึงสองร้อยเจ็ดสิบเก้าลูก
ส่วนคนอื่นๆ ก็มีพี่ใหญ่ที่ถักทอเส้นปราณได้สองร้อยสามสิบห้าเส้นแล้ว ท่านแม่ถักทอเส้นปราณได้สองร้อยสิบเอ็ดเส้น และน้องเล็กถักทอเส้นปราณได้เจ็ดสิบสามเส้น ซึ่งทั้งหมดนี้เป็เพราะทุกคนได้กินอาหารที่มีพลังิญญาสูงกันทุกมื้อนั่นเอง
ไม่เพียงแค่วัตถุดิบที่มีระดับพลังิญญาสีม่วงขั้นสูงเท่านั้น แต่วัตถุดิบที่ระดับพลังิญญาสีฟ้าขั้นสูงเธอก็เคยเอาออกมาจากกำไลมิติไปทำอาหารให้ทุกคนได้ทานกันมาแล้ว
ซึ่งครั้งนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึงเป็อย่างมากที่กำไลมิติของเธอมีกระทั่งวัตถุดิบระดับสีฟ้าขั้นสูง ไม่แน่ว่าระดับที่สูงกว่านั้นก็อาจจะมีด้วยก็เป็ได้
เป็เหตุให้ท่านพ่อยิ่งกำชับทุกคนว่าให้เก็บเื่นี้เป็ความลับที่สุดห้ามคนนอกรู้เด็ดขาด ถ้าเป็ไปได้ก็ให้ทำเหมือนว่าไม่เคยมีของแบบนี้มาก่อน และยิ่งกำชับน้องเล็กมากเป็พิเศษเพราะยังเด็กนัก ซึ่งน้องเล็กก็รู้ความและรับปากทุกคนเป็อย่างดี
น้องเล็กที่เห็นว่าถักทอพลังิญญาได้น้อยกว่าคนอื่น อันที่จริงแล้วถ้าไปเทียบกับเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันถือได้ว่าหลีตี้ถึงขั้นเหนือกว่าหรืออัจฉริยะเข้าไปแล้ว เพราะได้กินแต่อาหารที่มีพลังิญญาสูงจึงทำให้สามารถถักทอเส้นปราณได้โดยไม่ต้องพึ่งยาเสริมพลังปราณเลยสักเม็ดเดียว
ปกติเด็กที่ฝึกปราณจะเริ่มฝึกกันเมื่ออายุเจ็ดปีเพราะรู้ความแล้วและง่ายต่อการฝึกนั่นเอง ด้านของท่านพ่อนั้นตอนนี้เขาก็ได้กลับมาฝึกปราณแล้วด้วยแล้วเช่นกัน เพราะได้วัตถุดิบที่มีพลังิญญามาทำอาหารให้กินทุกมื้อ
อีกทั้งเพ่ยอิงยังได้นำสมุนไพรสำหรับการรักษากระดูกและเส้นเอ็นมากินจึงทำให้กลับมาฝึกปราณได้อีกครั้งหนึ่ง
ถึงแม้ว่า่แรกๆ จะฝึกไม่ได้เพราะขาที่าเ็และไม่มีหมอคนไหนในเมืองรักษาให้หายได้ การเดินปราณของ่ล่างก็เสียหายไปด้วย เมื่อได้ทานอาหารจากวัตถุดิบที่มีแต่พลังิญญามาบำรุงเข้าทุกวันๆ อีกทั้งยังได้สมุนไพรรักษากระดูกและเส้นเอ็นมาช่วยด้วย อาการาเ็ของขาที่ได้รับก็ดีขึ้นมาก จนตอนนี้สามารถลุกขึ้นเดินได้คล่องแล้ว ถึงแม้ว่าจะยังเดินทางไกลๆ ไม่ได้แต่ก็ทำให้การเดินปราณใน่ของท่อนล่างกลับมาได้แล้ว จึงเริ่มฝึกปราณต่อได้อีกครั้ง ทำให้ตอนนี้ท่านพ่อที่ฝึกปราณระดับสีน้ำเงิน ถักท่อเส้นปราณไปได้ถึงสามร้อยหกสิบเก้าเส้นแล้ว
“เอาอย่างนั้นก็ได้” ต้าชุนตอบรับออกมา แล้วก็พาเพ่ยอิงเดินกลับไปฝั่งถนนที่เดินผ่านมาก่อนจะมาซื้อเมล็ดพันธุ์ผัก
ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาเธอได้เข้าไปในมิติแล้วก็ให้เ้าไป๋หู่ไปเดินเลือกสมุนไพรเป็เพื่อน แต่ทั้งหมดที่เ้าไป๋หู่เสนอออกมานั้น เพ่ยอิงไม่ได้คิดที่จะเอาออกมาขายเลย เพราะเธอคิดว่ามันล้ำค่ามากเกินไปอาจจะทำให้เป็ที่สังเกตได้ แล้วจะทำให้เธอได้รับอันตรายอีกด้วย
ไป๋หู่เลยได้แค่คอยเดินตามแล้วก็บอกชื่อสมุนไพรที่เธอไม่รู้จักหรือบอกชื่อและสรรพคุณไปแล้วแต่เธอลืมจึงต้องมาอธิบายให้ฟังใหม่
ตามความเห็นของเพ่ยอิงจึงคิดว่าจะขายสมุนไพรระดับสีน้ำเงินขั้นสูงสักห้าต้น และเห็ดหลินจือแดงสองร้อยปี สักหนึ่งดอกก็พอ
สมุนไพรระดับสีน้ำเงินขั้นต่ำที่เธอจะขายนั่นก็คือ ต้นฉือเป่ยซึ่งเป็สมุนไพรที่นำไปเป็ส่วนประกอบของยาแก้พิษหลายชนิด
พี่ใหญ่พาเธอเดินมาที่ร้านขายสมุนไพรและยาขนาดใหญ่ภายในเมืองหย่งซาน ซึ่งร้านนี้ตั้งอยู่ฝั่งถนนเส้นที่ใหญ่ที่สุดและผู้คนคึกคักที่สุด
ด้วยความที่มีทั้งเหลาอาหาร โรงเตี๊ยม โรงหมอ ร้านขายผ้า ร้านขายของอื่นๆ อีกมากมายที่มีทั้งใหญ่และเล็กแตกต่างกันไป ที่นี่จึงถือได้ว่าเป็ย่านที่เจริญที่สุดของเมืองหย่งซาน จะเห็นได้ว่ามีพวกคุณหนูคุณนายของจวนต่างๆ ภายในเมืองมาจับจ่ายซื้อของกันเยอะแยะ ทำให้ตามบนถนนและร้านน้อยใหญ่ต่างๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ดูสะอาด ใหม่เอี่ยมและหรูหรา
“นี่คือร้านสมุนไพรและยาชิงเค่อเป็ร้านที่ใหญ่ที่สุดภายในเมืองหย่งซาน ส่วนมากคนที่นำสมุนไพรมาขายที่นี่จะได้ราคาดีและไม่โดนกดราคา ไม่เหมือนร้านใหญ่ร้านอื่นๆ”
“ถ้าเป็พวกสมุนไพรที่มีคุณภาพสูงจะยิ่งได้ราคาดีเป็พิเศษอีกด้วย” พี่ใหญ่อธิบายให้เธอฟังขณะที่มายืนอยู่หน้าร้านยาและสมุนไพรชิงเค่อ
จะสังเกตได้ว่าร้านสมุนไพรและยาแห่งนี้มีขนาดสามชั้น ใช้พื้นที่ไม่ต่ำกว่าสองหมู่ มีการตกแต่งแบบจีนโบราณแต่ก็ดูหรูหราน่าเข้าอย่างน่าประหลาดใจ
“ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปในร้านกันเถิดเ้าค่ะพี่ใหญ่”
แต่ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินเข้าไปในร้านก็ได้มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“หนิ!! เ้าพวกขอทานหลบออกไปประเดี๋ยวนี้ คุณหนูเม่อจิงของข้ากำลังจะเข้าไปเลือกซื้อยาบำรุงปราณขั้นสูงภายในร้านเพื่อนำมาใช้ฝึกปราณ”
สาวใช้ของคุณหนูท่านหนึ่งกล่าวโอ้อวดออกไปแล้วก็ะโไล่เพ่ยอิงกับพี่ชายออกไป
ทางด้านของเพ่ยอิงกับต้าชุนนั้นเมื่อได้ยินเสียงที่ะโอยู่ด้านหลังก็หันกลับไปดู แล้วก็พบว่าสาวใช้คนนั้นกำลังมองมาที่ตนเองกับพี่ชาย เธอกับพี่ชายนะหรือขอทาน การแต่งตัวก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนี่นา
“ยังจะยืนเซ่ออยู่อีกทำไม รีบหลบไปได้แล้ว!!” เมื่อสาวใช้คนนั้นเริ่มดังขึ้น ทำให้คนเริ่มเข้ามามุงดูมากขึ้น แล้วในขณะนั้นเองเด็กในร้านก็รีบวิ่งออกมาดู
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับคุณหนูลี่” เด็กในร้านถามทางฝั่งคุณหนูผู้นั้น
“ก็เ้าขอทานทั้งสองคนนี้น่ะสิ มายืนขวางทางเข้าร้านคุณหนูของข้า เ้ารีบไล่พวกมันออกไปเดี๋ยวนี้เลย” สาวใช้คนนั้นกล่าวบอกกับเด็กในร้าน
“ขออภัยคุณหนูลี่ด้วยขอรับ” เด็กในร้านคนนั้นกล่าวขออภัย แล้วก็หันมาหาเพ่ยอิงกับพี่ชาย
“เ้าสองคนหลบออกมานี่ ให้คุณหนูเม่อจิงได้เข้าไปในร้านก่อน”
เมื่อเห็นเด็กในร้านพูดแบบนั้นเธอและพี่ใหญ่ก็เดินหลบออกมาจากหน้าทางเข้าร้านทันที
“เชิญเลยขอรับคุณหนูลี่”
เมื่อคุณหนูท่านนั้นกับสาวใช้เดินเข้าไปในร้านเรียบร้อยแล้ว คนที่มามุงดูตอนแรกก็เริ่มกระจายตัวออกไปทันทีเพราะไม่ได้มีอะไรสนุกๆ ให้ดูอีกต่อไป
คุณหนูลี่หรือลี่เม่อจิงลูกคนสุดท้องแล้วก็เป็ลูกสาวคนเดียวของเศรษฐีลี่ปันเหยียน ที่เป็เ้าของกิจการนำเข้าอาหารทะเลมาจากเมืองที่อยู่ติดริมทะเลและเป็เ้าของโรงเตี๊ยมอันหยา ด้วยความที่ลี่เม่อจิงเป็ลูกคนสุดท้องเป็ลูกสาวเพียงคนเดียว ทำให้เศรษฐีลี่ ฮูหยิน และพี่ชายทั้งสองคนของเม่อจิงเอ็นดูและตามใจนางเป็อย่างมาก ไม่ว่านางอยากได้อะไรทุกคนก็พร้อมที่จะสรรหามาให้ ขอแค่นางเอ่ยปากบอก
อีกทั้งเศรษฐีลี่ก็ให้นางฝึกปราณไว้เพื่อป้องกันตัวหากเจออันตรายด้วย แต่นางไม่ค่อยมีพร์มากนัก ฝึกปราณมาั้แ่อายุแปดปี ตอนนี้นางอายุสิบสี่ปีแล้ว ยังฝึกได้แค่ปราณระดับสีน้ำเงินขั้นต้นเพียงเท่านั้น
กลับมาที่ปัจจุบัน...
เด็กหนุ่มที่ทำงานในร้านขายสมุนไพรและยาชิงเค่อ เมื่อเห็นคุณหนูลี่เข้าไปในร้านแล้วก็หันมาเอ่ยกับเธอกับพี่ใหญ่
“เ้าสองคนคงมาขายสมุนไพรใช่ไหม แต่ยังไม่ทันได้เข้าร้านก็โดนสาวใช้ของคุณหนูลี่ต่อว่าออกมาก่อนใช่หรือไม่ ไปๆ เดี๋ยวข้าพาพวกเ้าเข้าไปเองคงไม่เคยมาใช่ไหมข้าไม่เคยเห็นหน้าพวกเ้าเลย” เด็กหนุ่มคนนั้นกล่าวออกมาได้ตรงราวกับตาเห็น แล้วก็เดินนำทั้งสองเข้าไปในร้าน
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ากับน้องสาวโดนสาวใช้คนนั้นมาหาเื่” พี่ใหญ่ถาม
“ไม่แปลกหรอก ก็แทบจะทุกครั้งที่คุณหนูลี่กับสาวใช้มาที่ร้านก็มักจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ตลอด” เด็กในร้านอธิบาย
“คุณหนูลี่ท่านนั้นเป็ใครหรือเ้าคะพี่ชาย” เธอถามออกมาด้วยความสงสัย
“คุณหนูลี่เป็ลูกสาวคนเดียวของเศรษฐีลี่ปันเหยี่ยนที่เป็เ้าของกิจการนำเข้าอาหารทะเลและเป็เ้าของโรงเตี๊ยมอันหยาที่มุมถนนตรงนั้นอย่างไรเล่า เป็ไปได้ก็อย่าไปมีปัญหากับคุณหนูลี่เข้าล่ะ ประเดี๋ยวจะเดือดร้อนเอาได้” เด็กในร้านเล่าให้ทั้งสองคนฟังขณะเดินนำทั้งสองไปในส่วนรับซื้อสมุนไพร
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะพี่ชาย”
“แล้วพวกเ้าสองคนมาขายจะหมุนไพรอะไรกันเล่า” เด็กหนุ่มคนนั้นถามออกมา
“จะว่าไปข้าไม่เห็นพวกเ้าถือสมุนไพรมาสักต้น นี่ข้าเข้าใจผิดหรอกหรือ” เด็กหนุ่มคนนั้นอุทานขึ้นมาทันทีที่คิดว่าตนเข้าใจผิด
“พี่ชายเข้าใจถูกแล้วเ้าค่ะ ข้าและพี่ชายมาขายสมุนไพร” เพ่ยอิงแก้ความเข้าใจผิดให้กับเด็กหนุ่มตรงหน้า
“และไหนสมุนไพรของพวกเ้าเล่า ข้าไม่เห็นถือเข้าร้านมาสักต้น” เด็กหนุ่มถามออกมา
“ข้าเอาไว้ในย่ามเ้าค่ะ” กล่าวจบเธอก็ทำเป็ยื่นมือเข้าไปในย่ามของตนเองแล้วหยิบสมุนไพรฉือเป่ยขึ้นมาให้เด็กหนุ่มดูหนึ่งต้น
แต่อันที่จริงแล้วเพ่ยอิงไม่ได้เก็บเอาไว้ในย่ามแต่อย่างใด แต่เธอดึงออกมาจากในกำไลมิติของเธอนั้นเอง
“ถึงกับเป็ฉือเป่ยระดับสีน้ำเงินขั้นสูงเชียวหรือ” เด็กหนุ่มอุทานออกมาเสียงดัง จนทำให้เป็ที่สนใจของคนที่มาเลือกซื้อสมุนไพรแถวนั้นทันที
เมื่อผู้คนได้ยินว่ามีคนนำสมุนไพรแก้พิษระดับสีน้ำเงินขั้นสูงมาขายก็รีบสำรวจคนสองคนพี่น้องแล้วเริ่มพูดคุยกันขึ้นมาทันที และหนึ่งในผู้ที่เห็นเหตุการณ์ก็คือคุณหนูลี่เม่อจิงกับสาวใช้
“ก็แค่ต้นเดียวคงไปบังเอิญพบเข้าน่ะเ้าค่ะคุณหนู” สาวใช้ของลี่เม่อจิงออกความคิดเห็น และไม่ใช่แค่สาวใช้คนนี้เท่านั้นที่คิด แต่คนอื่นก็คิดเช่นกันแค่ไม่ได้มีใครกล่าวออกมาก็เพียงเท่านั้นเอง
“มู่ชิง ข้าอยากได้สมุนไพรต้นนั้น คอยดูเอาไว้ถ้าสองคนนั้นออกมาเมื่อไหร่ก็รีบไปขอซื้อจากท่านปู๋ไป่จ้วนทันที”
ซึ่งปู๋ไป่จ้วนก็คือผู้ดูแลร้านสมุนไพรและยาชิงเค่อแห่งนี้
เมื่อเห็นเด็กหนุ่มที่นำทางมาเห็นว่าตัวเองได้ทำในสิ่งทีผิดพลาดออกไป ก็รีบพาทั้งสองคนเข้าไปในห้องรับซื้อสมุนไพรที่มีพลังิญญาทันที
ฉือเป่ยต้นนั้นไม่ได้เพียงเป็ที่้าของลี่เม่อจิงเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ทุกคนที่ได้เห็นก็คิดเช่นเดียวกันกับนาง
ไม่แปลกที่ต้นฉือเป่ยแค่เพียงต้นเดียวจะเป็ที่้าของผู้คนหลายๆ คน ซึ่งสามารถหาพบได้ในเขตป่าอสูรเท่านั้นอีกทั้งยังมีสัตว์มีพิษคอยเฝ้ามันอยู่ การจะเอามันออกมาได้นั้นไม่ง่ายเลยทีเดียว
เพราะฉือเป่ยเป็สมุนไพรที่หายากชนิดหนึ่ง ไม่เพียงใช้แก้พิษได้หลายชนิดแต่ยังสามารถนำไปเป็ส่วนประกอบในการทำยาแก้พิษระดับสูงได้อีกด้วย
ที่พูดมาทั้งหมดนี้ก็แค่เพียงฉือเป่ยที่มีระดับสีม่วงขั้นต่ำเท่านั้น แล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉือเป่ยที่มีพลังิญญาระดับสีน้ำเงินขั้นสูงต้นนี้เลย ไม่แปลกที่จะมีแต่คนที่อยากได้
ทางด้านเด็กหนุ่มเมื่อเห็นว่าตนเองได้ทำเื่ที่ผิดพลาดออกไปแล้ว ก็รีบพาทั้งสองคนเดินเข้าไปที่ห้องรับซื้อสมุนไพริญญาทันที
“พวกเ้าทั้งสองคนตามข้ามาในห้องนี้” เมื่อเธอกับพี่ใหญ่ตามเด็กหนุ่มเข้ามาในห้องแล้วก็ได้สังเกตเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ในห้องหนึ่งคน
เป็ผู้เฒ่าคนหนึ่งที่มีหนวดเคราขาว บนใบหน้ามีรอยเหี่ยวย่นบ่งบอกถึงวัย ที่คอยนั่งประเมินราคาสมุนไพรของคนที่นำมาขาย
“นี่คือท่านผู้เฒ่าหลงจู เป็คนที่คอยประเมินราคาสมุนไพรของคนที่นำมาขาย” เด็กหนุ่มกล่าวแนะนำออกไป
“พวกเ้าเอาอะไรมาขายกันล่ะ เอาออกมาสิข้าจะประเมินราคาให้” ผู้เฒ่าลงจูถามออกไปและคิดว่าคงจะเป็เพียงสมุนไพรที่มีพลังิญญาธรรมดาระดับสีม่วงไม่เกินขั้นสูงเพียงเท่านั้น