ตอนที่ 10 ตำบล (2)
ความจริงที่นี่ห่างจากตำบลไม่มากนัก บนถนนใหญ่ยังมีผู้คนเดินไปเดินมาอยู่ไม่ขาด เพียงแต่คนเ่าั้ใจร้ายใจดำ ใครจะหาเื่เดือดร้อนใส่ตัวเพื่อขอทานคนหนึ่งกัน
ตอนที่ซย่าเสี่ยวฉานเดินเข้าไป ขอทานคนนั้นเบิกตากว้าง นอนแผ่ไม่ขยับเขยื้อน ั์ตาของเขาปราศจากความรู้สึก
ซย่าเสี่ยวฉานพูดเบาๆ “นี่ เ้าไม่เป็อันใดใช่หรือไม่”
มุมปากของเ้าเด็กทึ่มยังมีเืไหล เขาเงยหน้ามองนางแวบหนึ่งโดยไม่พูดอะไร
ซย่าเสี่ยวฉานส่ายหัว พูดต่อว่า “หากยังเดินไหวก็รีบลุกขึ้นตามข้ามา ออกไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้น อีกเดี๋ยวขอทานพวกนั้นกลับมา ข้าไม่เพียงช่วยเ้าไม่ได้ แต่ยังยากจะปกป้องตัวเองด้วย”
อันที่จริงเ้าทึ่มฟังคำนางไม่เข้าใจ แต่ตอนที่นางปัดมือเตรียมหมุนกายจากไป เ้าทึ่มที่สีหน้าโง่งมกลับโซเซลุกขึ้นยืน
เ้าเด็กทึ่มดึงชายเสื้อนางไว้ แล้วตามมาด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร “หิว!”
แม้เ้าเด็กทึ่มจะเบาปัญญา ทว่ารูปโฉมน่ามอง ตอนเห็นเขาดึงชายเสื้อตนไว้อย่างน่าเวทนา ต่อให้เป็ซย่าเสี่ยวฉานก็ยังตกตะลึง
เ้าเด็กทึ่มนี่มีใบหน้างดงามน่าหลงใหลยิ่งนัก ผิวขาวกระจ่างปานกระเบื้องเคลือบชั้นดีชวนให้สตรีพากันริษยา ดวงเนตรหงส์ จมูกโด่ง เรียวคิ้วยาว ริมฝีปากบางคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้ม ราวกับไร้ความรู้สึกแต่ก็มีความรู้สึก
แน่นอนว่ารูปร่างของเขาก็ดีมากเช่นกัน สูงอย่างน้อยหนึ่งหมี่แปด หากไม่ใช่เพราะผอมบางและโง่เขลาเกินไป เกรงว่าขอทานสองสามคนนั้นคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
ยามเขาเอ่ยว่า ‘ข้าหิว’ ดวงตาชุ่มฉ่ำแวววาวคู่นั้นดูแล้วน่าสงสารเป็พิเศษ ทั้งๆ ที่เป็ดวงตาเปี่ยมเสน่ห์เหลือล้น ยามนี้กลับกระจ่างใสไร้เดียงสาปราศจากสิ่งใดเจือปน ช่างเกินต้านทานจริงๆ
ถ้าหากเ้าเด็กทึ่มผู้นี้ตกไปอยู่ในกำมือผู้สูงศักดิ์มากอำนาจที่ชมชอบเพศเดียวกัน ทั้งชีวิตคงไม่ได้อยู่ดีมีสุขแน่
ซย่าเสี่ยวฉานคิดว่าเขาเป็คนไร้ที่พึ่งคนหนึ่ง น่าสงสารยิ่งนัก นางถอนหายใจ เอ่ยว่า “หิวแล้วหรือ ดีเลย ไปกับข้าสิ จะพาเ้าไปกินซาลาเปา”
ซย่าเสี่ยวฉานกำลังนึกถึงตนเองที่ไร้ผู้ใดให้พึ่งพา ตอนที่ท้องหิวก็น่าสงสารเช่นเดียวกับเ้าทึ่มคนนี้ ขณะที่ใช้ความคิดก็จูงเ้าเด็กทึ่มไปด้วย นึกไม่ถึงเลยว่า ขณะที่เ้าเด็กทึ่มตามอยู่ด้านหลัง ดวงตาของซย่าเสี่ยวฉานพลันเปล่งประกาย ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา
เพียงแต่ความคิดนี้ผ่านมาเร็วเกินไป นางยังไม่ทันได้วางแผนให้ดีเลย
ไม่นานซย่าเสี่ยวฉานก็พาเ้าเด็กทึ่มมาถึงในตำบล ตอนที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า บนถนนใหญ่ผู้คนสวนไปมาขวักไขว่ แต่ละคนล้วนเร่งรีบ
คนเหล่านี้บ้างเป็ชาวไร่ชาวสวนที่แบกตะกร้าไว้บนหลังหรือไม่ก็หาบกระบุง ในตะกร้าและกระบุงมีผักหลายชนิด ผลไม้ ไข่ เป็ด ไก่สารพัด
มองดูคนที่เดินไปเดินมากลุ่มนี้ ซย่าเสี่ยวฉานถึงค่อยๆ นึกขึ้นมาได้ เหมือนว่าวันนี้จะมีตลาดมิใช่หรือ
แต่ไม่ว่าวันนี้จะเป็วันอะไรก็ไม่กระทบกับแผนการของนาง นางพาเ้าเด็กทึ่มไปหน้าแผงขายซาลาเปาก่อน จ่ายเงินหกอีแปะ[1]ซื้อซาลาเปาสี่ลูกและโจ๊กข้าวโพดสองชาม นางเรียกเ้าเด็กทึ่มมานั่งแล้วอ้าปากกินคำโตอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ
อีกด้านหนึ่ง คนที่ผ่านไปมาล้วนมีสีหน้ารังเกียจยามมองเ้าเด็กทึ่ม กระทั่งตอนหันมองซย่าเสี่ยวฉานที่นั่งอยู่ด้วยกันก็ยังเผยท่าทางรังเกียจออกมาเช่นเดียวกัน
มนุษย์ล้วนประจบประแจงเบื้องสูงเหยียบย่ำเบื้องต่ำ ซย่าเสี่ยวฉานหัวเราะเ็าแล้วกินโจ๊กกับซาลาเปาต่อไปเงียบๆ
ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/5f3caae7e45aca9e6f3c590b77260b7e
เชิงอรรถ
^ หน่วยเงินในสมัยโบราณ ตัวเหรียญทำจากทองแดง มีลักษณะเป็นวงกลมมีรูสี่เหลี่ยมตรงกลาง โดยทั่วไปหนึ่งตำลึงเงินเท่ากับหนึ่งพันอีแปะ