“ ที่พูดนี่เอาจริงหรือคะ? ”
“ เธอคิดว่าฉันเป็พวกชอบล้อเล่นหรือไง ” สายตาจ้องมองผ่านจอคอมพิวเตอร์คล้ายกำลังพูดคุย อันที่จริงเขาก็กำลังคุยอยู่แค่บังเอิญคนที่คุยด้วยไม่ได้มานั่งอยู่ตรงหน้าของเขาเท่านั้น
สถานที่ๆเขาอยู่ในยามนี้คือบ้านที่เขาใช้ซุกหัวนอนระบุลงไปให้ชัดต้องเรียกว่าห้องลับ ภายนอกอาจเหมือนห้องเก็บของธรรมดาแต่ด้านในเต็มไปด้วยข้าวของต่างๆ อาวุธยุทโธปกรณ์ ชุด เครื่องไม้เครื่องมือ คอมพิวเตอร์สารพันสิ่งของมากมายจนเกินนับ
ทั้งหมดคือสิ่งที่เขาผลาญทั้งเงินและเวลาในการเสาะหาเพื่อให้มันกลายมาเป็พลังในการไปถึงเป้าหมาย
“ ถ้าฉันเข้าใจไม่ผิดนี่ยังไม่ถึงสิบหกชั่วโมงเลยนะคะที่เราได้ไปเจอมูนไนท์กัน รู้ทั้งรู้ว่าทางนั้นต้องหมายหัวคุณแต่ก็ยังจะออกไปอีกงั้นเหรอ? ”
“ ใช่ ลงมือวันนี้เ้านั่นคงไม่คิดว่าฉันจะกล้าถ้าจะลงมือก็มีแต่ตอนนี้ อีกอย่างฉันไม่้าให้เบาะแสที่อุตส่าห์ได้มาขาดตอนไปด้วย แล้วก็ใช่ว่าเราจะต้องไปบู๊แค่อาจจะแวะไปสำรวจนิดๆหน่อยๆเท่านั้น ”
“ ทั้งที่คุณก็ยังเจ็บจากการปะทะกับมูนไนท์อยู่น่ะหรือคะ ” เมื่อคืนเหมือนจะเอาตัวรอดมาได้สวยงาม ทำทุกอย่างบรรลุวัตถุประสงค์ทั้งเก็บกวาดทั้งชิงเงินมาแต่ใช่จะไม่เสียอะไรไป
การปรากฏตัวทั้งของทริกส์เตอร์และมูนไนท์ไม่เคยอยู่ในความคาดหมาย รายแรกก็สร้างความตึงมือให้เขาพอสมควรแล้วรายหลังยิ่งไม่ต้องพูด ความแข็งแกร่งนั่นไม่ใช่ระดับที่เขาจะสามารถรับมือเกินกว่าที่เขาจะโค่นล้ม แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้เลย
เขาไม่ได้มาที่เมืองนี้โดยไม่รู้อะไรก่อนจะมาก็ศึกษมาแล้วว่าเมืองนี้มีอะไร สภาพสังคมเป็แบบไหน พื้นฐานการใช้ชีวิตเป็อย่างไร และสิ่งที่โดดเด่นในเมืองนี้คือพลพรรคสวมหน้ากากที่ออกมาโลดแล่นในยามราตรี และสองคนนั้นเป็หนึ่งในรายชื่อเด่นๆที่เขาหาได้
ยามที่มาถึงเมืองนี้สิ่งแรกที่เขาทำไม่ใช่ออกไปอาละวาดแต่เป็การหาข้อมูล ไม่ได้สวมหน้ากากไปไล่ยิงใครหน้าไหนแต่เลือกจะใช้ชีวิตปกติธรรมดา ค่อยๆซึมซับกลิ่นอาย ศึกษาแผนผังโครงสร้าง ทั้งยังแวะเวียนไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อดูลาดเลาและเรียนรู้ไปด้วย
หนึ่งในสถานที่ๆเขาเข้าไปคือกรมตำรวจและห้องเก็บหลักฐาน ที่เขา้าคือวีดีโอและข้อมูลของพวกที่โลดแล่นภายในเมือง รู้ดีว่าถ้าทำงานสายนี้ต่อสักวันย่อมได้เจอจึงเริ่มหาข้อมูลเอาไว้โดยคร่าว นั่นทำให้เขาตอบสนองและรับมือการโจมตีของจอมโจรได้เร็ว
ปัญหาคือถึงจะเห็นภาพวงจรปิดบางส่วนก็มีปัญหาไม่ชัด คำให้การของผู้ต้องหาหรือผู้เสียหายเองก็มีส่วนที่ต้องตัดน้ำออกทำให้ไม่เห็นภาพทั้งหมด การเก็บข้อมูลจากของจริงจึงสำคัญและมันทำให้เขาเสียกระบวนพอควรกว่าจะเริ่มหาทางแก้เกม
ทริกส์เตอร์เป็ปัญหาอยู่แต่ก็ไม่ได้มากมาย เหมือนทางนั้นไม่เคยชินการต่อสู้แบบยุทธวิธีแถมขี้ใจอ่อน ถ้าใช้ปืนในมือยิงมาตรงๆก็สามารถฆ่าเขาได้แต่เหมือนจะไม่อยากทำ ประกอบกับการชอบแวบไปมาและเคลื่อนมาเข้ามาในมุมอับเขาเลยใช้สิ่งนั้นดัดหลัง ขึงลวดและสร้างสถานการณ์ลวงตาหยุดการเคลื่อนไหวศัตรูจนออกมาได้ผล
การต่อสู้นั้นทำให้กระดูกหัวไหล่ซ้ายลั่นและกล้ามเนื้ออักเสบ อาจเจ็บบ้างแต่พอทนไหวฝืนใช้ในชีวิตประจำวันได้ นั่นยังเล็กน้อยเมื่อเทียบกับยามเจอกับมูนไนท์
กฎไม่ฆ่าเหมือนจะอ่อนแอในความจริงไม่ใช่ ะุไม่ว่าจะระดมหรือจ่อยิงล้วนแล้วแต่ไร้ผล ะเิมือยังยืนรับได้อย่างไม่สะทกสะท้าน ความแข็งแกร่งเหนืุ์ที่แทบจะต้อนให้เขาจนมุมก่อนเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ไม่สิ
“ ตอนเจอกับเ้านั่นก็ต้องขอบคุณเธอจริงๆ ไม่งั้นฉันคงไม่รอดมาอยู่ตรงนี้ ” ก๊าซสลบไม่มีผลหน้ากากของเขากรองมันได้แต่ก็ใช่จะปลอดภัย โดนเหวี่ยงกระแทกเพดานครั้งเดียวก็แทบกระอักถ้ายังอยู่แบบนั้นคงไม่แคล้วโดนจับ
ที่ทำให้เขารอดมาได้คือคำพูดของคนที่คุยด้วยที่บอกว่าตรวจจับสัญญาณความถี่พิเศษที่ส่งออกมาจากชุดเกราะ นั่นทำให้เขาเกิดความคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา
โจมตีทางกายภาพไม่ได้ผลก็ใช่จะหมดหนทางโต้ตอบ ในเมื่อมีช่องทางในการปล่อยคลื่นสัญญาณก็ย่อมต้องมีช่องทางในการรับ ยังไงเสียทางนั้นก็ต้องมีการรับข้อมูลเพื่อรับรู้สภาพแวดล้อมและติดต่อกับคนภายนอก เขาจึงอาศัยจุดนั้นส่งสัญญาณป่วนระบบอีกฝ่าย
ตอนแรกเขาตั้งใจให้เนลเจาะสัญญาณของเกราะแล้วบังคับปลดแต่เหมือนจะไม่สำเร็จ สุดท้ายเลยได้แค่ปั่นป่วนระบบรับภาพและเสียงจนมีปัญหาชั่วคราวแล้วชิ่งหนี หลบรอดจากผู้พิทักษ์ของเมืองนี้มาได้อย่างหวุดหวิด
“ ลองโดนเล่นงานไปขนาดนี้เชื่อว่าทางนั้นคงไม่อยู่เฉย ถ้าเจอกันอีกแผนแบบนี้จะใช้งานไม่ได้แล้วนะคะ พวกเขาจะอุดรอยรั่วที่พวกเราชี้และถ้าเป็แบบนั้น... ”
“ ฉันเข้าใจในสิ่งที่เธอพูด แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้ฉันอยู่เฉยโดยไม่ทำอะไร ” จุดที่แฮกเกอร์สาวชี้เขาย่อมเข้าใจ รู้ดีว่ามุกปาหี่พรรค์นี้จะใช้ไม่ได้อีกเป็ครั้งที่สอง
ตราบเท่าที่ยังลดความต่างชั้นของพลังไม่ได้เขาก็จะตกเป็รอง ในโลกที่พลังคือทุกสิ่งแบบนั้นเขาจะตกเป็ฝ่ายเสียเปรียบยามใดที่เผชิญหน้าก็เท่ากับเขาตายไปครึ่งตัว ต่อให้ทางนั้นจะไม่ฆ่าแต่ถ้าถูกจับทุกอย่างที่ทำมาก็จะสูญสิ้น
“ แต่ข้อเท็จจริงที่สำคัญคือทางนั้นก็จำเป็ต้องอุดรอยรั่วนี้และมันต้องใช้เวลา ” ก็ไม่รู้ว่าไอ้เกราะอัศวินล้ำยุคนั่นมันไปขุดมาจากไหนหรือสร้างด้วยอะไร แต่มั่นใจว่าการซ่อมแซมหรือดัดแปลงย่อมไม่ใช่ของง่าย
เอาแค่หมวกกันน็อคสีแดงที่เขาสวมมันติดตั้งระบบเอาไว้หยุบหยับ พอเสียหรือขัดข้องขึ้นมามันก็กลายเป็งานปลาวาฬในบัดดลปืนที่เขาใช้ก็เช่นกัน ถ้ากลไกอย่างใดอย่างหนึ่งเสียการซ่อมแซมจะเป็ไปด้วยความลำบากเพราะความซับซ้อนภายใน
แล้วนี่เล่นเกราะที่มีความทนทานและคุณสมบัติสารพัด ติดอาวุธเอาไว้ก็หลากหลายยังไม่รวมระบบอื่นๆอีกสารพัดเขาไม่เชื่อว่าจะวางระบบป้องกันได้เร็วปานนั้น
“ และถ้าเป็แบบนั้นเราควรใช้โอกาสตอนนี้ ชิงใช้่เวลาที่เราสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากมาเคลื่อนไหวไม่ใช่มุดหัวอยู่ในรู ทำแบบนั้นไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น ” ถ้าไม่เริ่มทำอะไรสักอย่างเราจะไม่มีวันถึงจุดหมาย
ที่ทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่ถูกบางครั้งก็ผิด บางทีผลลัพธ์อาจยิ่งทำให้เขาห่างไกลจากเป้าหมาย การกระทำบางอย่างอาจทำให้ตนไม่มีวันไปถึงปลายทางนั้นได้ นั่นคือสิ่งที่ต้องเตรียมใจยามที่ลงมือทำอะไรสักอย่างไป
แต่เื่จะให้เขานั่งอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไร เอาแต่สวดภาวนาโดยไม่ทำอะไรความรู้สึกแบบนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก
สีหน้าและแววตาที่ส่งผ่านกล้องคุณภาพสูงชวนให้คนมองได้แต่เงียบงัน รู้ว่าผู้ร่วมงานของตนแสนจะรั้นแต่ไม่คิดจะดื้อดึงถึงเพียงนี้ ความเสี่ยงก็มากแต่เหมือนเ้าตัวจะไม่สนใจสักนิด
“ อีกอย่างอุตส่าห์ควานหาโกดังที่ยังใช้งานจนปัจจุบันได้ทั้งที ถึงยังไม่ได้ตรวจสอบแต่ก็มีคุณค่าพอจะลองเสี่ยง ” บอกว่าแค่จะไปสำรวจแต่เธอรู้ ถ้ามีโอกาสจะได้ข้อมูลที่้าต่อให้เขาต้องบุกเข้าไปในฐานทัพสักแห่งก็คงทำโดยไม่ลังเล
“ ฉันไม่สามารถเห็นด้วยได้ค่ะD ประเมินยังไงคุณก็สมควรจะพักมากกว่า ฉันไม่รู้ว่าคุณตามล่าคนพวกนั้นไปเพื่ออะไรหรือทำไม แต่ถ้ามันไม่ด่วนรออีกสักหน่อยคงไม่เสียหายหรอกค่ะ ”
“ นี่เธอไม่รู้? เอลเลนไม่ได้เล่าอะไรให้เธอฟังเลยงั้นเหรอ? ” คนฟังกลับแปลกใจในจุดอื่น เขานึกว่าเธอจะรู้เื่ทั้งหมดดีอยู่แล้วเสียอีก
“ คุณแม่แค่บอกให้มาทำงานและคอยสนับสนุนคุณในทุกๆเื่ค่ะ เอาเข้าจริงฉันรู้เื่รายละเอียดเกี่ยวกับเื่ของDน้อยมาก ”
“ให้ตายไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ยังมีปัญหากับเื่แบบนี้ตลอดเลยนะยัยนั่น ” คล้ายบ่นว่าหากรอยยิ้มประดับที่มุมปากกลับยกขึ้นบ่งบอกว่าคุ้นชินกับนิสัยเ่าั้เป็อย่างดี “ เอาเถอะยังไงพวกเราก็ยังต้องร่วมงานกันไปอีกพักหนึ่ง ถือโอกาสทำความเข้าใจกันไปเลยดีกว่า ”
“ ถ้าจะให้เริ่มเล่าก็ นั่นสินะตอนเด็กๆฉันเคยอยู่บ้านเด็กกำพร้า อันที่จริงก็มีไอ้ที่เรียกว่าพ่อแม่แต่ก็...นั่นแหละนะ ” วันเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันกับคนพวกนั้นสำหรับคนอื่นเป็อย่างไรก็ไม่รู้ อาจเป็สมบัติแสนล้ำค่าที่แสนจะหวงแหนหรือ่ชีวิตที่แสนสุข
แต่สำหรับเขาสิ่งเดียวที่ผุดขึ้นมาเวลาคิดถึงภาพเ่าั้คือความรู้สึกอยากจะหัวเราะ
“ บ้านเด็กกำพร้าที่ฉันย้ายมาอยู่เป็ที่แปลกๆ แต่ถ้าให้พูดคนที่อยู่ด้วยดันแปลกกว่าซะงั้น ” เงาร่างในความทรงจำที่ยังคงแจ่มชัดจนปัจจุบัน ด้วยวัยที่โตขึ้นกับระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้เขาจำพวกนั้นได้แม่นยำ
“ ไม่ใช่ว่าจะรักอะไรบ้านหลังนั้นนักหรอกที่จริงฉันไม่ใช่คนที่เข้ากับคนได้ เธอเองก็น่าจะรู้เื่นั้นดีละมั้ง ” คนที่ทำงานร่วมกันมาหลายเดือนย่อมการปฏิบัติตัวของเขา “ ฉันเข้ากับคนในบ้านไม่ค่อยได้โดนแกล้งและกีดกันก็เยอะอยู่ แต่ฉันก็ไม่เคยเข้าใจหรอกนะว่าทำไม ”
“ แต่ว่าในบ้านหลังนั้นก็มีบางคน ขอย้ำนะว่าบางคนที่ยื่นมือเข้ามาหาฉัน ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ไม่ว่าใครจะกีดกันฉันขนาดไหนคนๆนั้นก็มอบไมตรีให้ สอนและถ่ายทอดสิ่งต่างๆให้ฉัน ชี้แนะเื่ต่างๆมากมายคนที่ฉันเคารพและนับถือ เป็แบบอย่างในการใช้ชีวิตของฉันเลย ”
วันวานผุดขึ้นมาในหัว่เวลามากมายที่เขาลำบาก หลายครั้งก็ทั้งสับสนและไม่เข้าใจแต่ที่ผ่านมาได้ก็เพราะคนๆนั้น อายุมากกว่าเขาเพียงไม่กี่ปีแต่เป็คนที่ทั้งแข็งแกร่งและพึ่งพาได้กว่าใคร
“ อยู่มาวันหนึ่งคนๆนั้นก็ถูกฆ่าตายอย่างปริศนา ฉันเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นรู้แค่มีคนจะมาปองร้ายพวกเรา รู้ตัวอีกทีก็... ” ่เวลาที่ตนทำอะไรไม่ได้นอกจากแหกปากร้องะโ
“ แล้วทีนี้ก็จะมีคำถามสำหรับคนบางกลุ่มว่าทำไมไม่ไปแจ้งตำรวจ ทำไมไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย จัดการทุกอย่างตามกระบวนการแล้วทำให้ความยุติธรรมปรากฏออกมา ” พูดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มแสยะก็ฉีกออกกว้างอย่างลืมตัว ภาพที่ชวนให้ขนมองขนลุกซู่
“ ถ้าไอ้ของพรรค์นั้นมันพึ่งพาได้แล้วฉันจะมาอยู่ตรงนี้หรือไง ไม่ว่าจะไปแจ้งตำรวจ ไปขอให้ใครช่วย กระทั่งพยายามรวบรวมทุกสิ่งที่เก็บได้เพื่อเป็หลักฐาน ทั้งหมดกลับถูกไอ้พวกเฮงซวยนั่นทิ้งถังขยะ ไอ้พวกสื่อก็หาว่าฉันเป็เด็กและเกะกะโยนฉันออกมาทั้งที่ไม่ฟังอะไรสักคำ ”
“ ก่อนฉันจะมารู้ว่าคนที่มันมีคำสั่งสายตรงมายังสน.ในท้องที่ว่าให้ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็น สื่อที่สมควรเขียนเื่ที่ถูกต้องก็ถูกเงินจูงจมูกจนหน้ามืด พวกมันรวมหัวกันเพื่อกลบเกลื่อนการตายนั้นให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ข่มขู่ทุกคนให้ปิดปากเงียบและอยู่เฉยๆ ”
“ น่าเสียดายถึงไอ้พวกเศษสวะจะอยากให้ทุกคนลืมแต่ฉันจำมันได้ จำได้ดีเลยสิ่งที่เกิดในวันนั้น การะเิอย่างไม่มีเหตุผล ร่างที่ถูกไฟลุกท่วมทั้งตัวจนไหม้เกรียมนั่น ”
“ ฉันไม่รู้ว่าใครจะคิดยังไง ไม่รู้ด้วยว่าคนๆนั้นอยากให้ฉันทำยังไงหรือใช้ชีวิตแบบไหน แต่ฉันปล่อยให้มันจบแบบนี้ไม่ได้ แค่คิดว่าคนที่ทำร้ายคนสำคัญของฉันมันกำลังใช้ชีวิตอย่างเป็สุข หัวเราะเสียงแหลมให้กับความมั่งคั่งและอำนาจที่ตัวเองมี หลงลืมว่าบนบัลลังก์อันหรูหรานั่นมีซากศพของใครบ้าง เื่แบบนั้นใครมันจะไปยอมรับ ”
“ ฉันไม่รู้ว่าเ้านั่นเป็ใคร ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้ ไม่รู้ว่ามันมีอำนาจล้นฟ้าขนาดไหนแต่ฉันสาบานเอาไว้กับดวงิญญาของตัวเอง ฉันจะหาตัวมันให้เจอแล้วเอาลูกตะกั่วเป่าสมองมัน ให้มันชดใช้ในสิ่งที่มันทำอย่างสาสม ”
เจตนารมณ์อันชัดแจ้งเช่นเดียวกับความดุดันที่ลอดผ่านน้ำเสียง ถ้าหากว่าเด็กสาวไม่ได้ติดต่อผ่านคอมพิวเตอร์เธอคงอึดอัดเพราะขนาดไม่ได้พบกันโดยตรงเธอยังรู้สึกกดดันอย่างไม่อาจเลี่ยง
“ เพราะงั้นถ้าถามว่าฉันทำเื่พวกนี้ไปทำไมคำตอบมันก็เห็นกันอยู่ ” รอยยิ้มเหมือนจะเย้ยหยันแต่ไม่มั่นใจว่ามันถูกส่งให้เธอหรือตัวเขาเอง
“ การล้างแค้นไม่ใช่เื่ดีหรอกนะคะ ท้ายสุดคุณจะไม่หลงเหลืออะไรอยู่เลย ”
“ ถ้าแค่คำพูดแบบนั้นมันหยุดฉันได้ ตอนนี้ฉันนั่งกินขนมเล่นเกมอยู่บ้านนานแล้วไม่ทำเื่แบบนี้ให้เสียเวลาหรอก ”
“ คิดดีแล้วหรือคะว่าจะทำแบบนี้ การฆ่าคนเป็ผักปลาไม่มีทางเป็สิ่งที่คนสำคัญของคุณ้า ยังไม่ต้องพูดถึงว่าการทำแบบนี้เป็สิ่งที่ผิด... ”
“ คำว่าผิดหรือถูกมันก็แค่นิยามที่มนุษย์ตั้งเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองทำเื่เลวร้ายโดยสะดวก โยนอีกฝ่ายให้เป็ความชั่วก่อนกระทำในสิ่งที่บัดซบยิ่งกว่าใส่ฝ่ายตรงข้าม นั่นแหละคือคำนิยามของสิ่งที่เรียกว่าความดีที่ใครต่อใครเรียกหา ”
ความคิดสุดโต่งที่ทำให้สาวเ้าต้องหยุดปากไม่ว่าตนจะพูดอะไรก็ไร้ความหมายไม่สิ ส่วนหนึ่งต้องบอกว่าตัวเธอเองก็รู้ดีว่าที่เขาพูดมาเป็จริงอยู่ครึ่งหนึ่ง
ความย่อหย่อนของกระบวนการยุติธรรมไม่ได้เกิดจากระบบแต่เกิดจากตัวคน ทั้งผู้มีอิทธิพลที่มักใช้กำลังข่มขู่บังคับ บรรดานายทุนหรือคนมีเงินที่ใช้กลเม็ดทางกฎหมาย ไม่ต้องพูดถึงการตีความและเลือกปฏิบัติของเ้าหน้าที่ต่างๆ ทั้งหมดทำให้ระบบที่สมควรแข็งแกร่งผุกร่อน
ความดีความชั่วก็เช่นกันยิ่งช่วยงานเด็กหนุ่มคนนี้นานเท่าไหร่เธอก็ยิ่งไม่เข้าใจ หลายคนบอกว่าตัวเองเป็คนดีแต่กลับเข่นฆ่าอีกฝ่ายเพื่อสนองตอบความดีของตน เสือกไสไล่ส่งคนไม่มีทางสู้คนไร้ที่ไปอย่างทารุณ กอบโกยผลประโยชน์เข้าตัวเองโดยไม่สนใจแม้ต้องทำร้ายผู้อื่น
ั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่มันกลายเป็เื่ปกติของโลก การเอารัดเอาเปรียบกันเป็สิ่งที่ถูกคนผิดกลายเป็คนที่ถูกเอาเปรียบแล้วออกมาปกป้องสิทธิของตน
“ แต่ว่าเื่ฆ่าคนนี่มัน... ”
อย่างไรก็ไม่อาจทำใจได้รายนามของคนที่ถูกฆ่า รายชื่อศพที่ผ่านตา เวลาเธอหาข้อมูลของเป้าหมายบางครั้งมันก็จะติดมา ภาพของร่างเ่าั้กำลังใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว แสงสว่างที่เจิดจ้าและอบอุ่นแต่ทั้งหมดดับหายด้วยมือของคนๆเดียว ที่สำคัญเธอดันเป็คนที่มีส่วนร่วมในการดับแสงเ่าั้ด้วย
คนฟังก็ไม่พูดอะไรสายตาแค่จ้องมองไปยังกล้องอย่างเรียบเรื่อย ไม่ได้เอื้อนเอ่ยหรือเกลี้ยกล่อมอย่างใดเพราะรู้มันไร้ความหมาย ต่อให้กล่อมเด็กคนนี้มันก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนการตัดสินใจและสิ่งที่เขาทำลงไปอย่างใด
ที่สำคัญเขามีคำตอบในใจอยู่ก่อนแล้ว คำตอบที่มีมาั้แ่วันแรกที่ก้าวเดินและมันจะไม่มีวันสั่นคลอน
ต่อให้เธอตัดสินใจออกจากการเป็ผู้ช่วยเขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแินี้
“ ถ้าอย่างนั้นขอถามสักข้อได้ไหมคะ ” อาจไม่มีกล้องที่ถ่ายทอดภาพใบหน้าของทางนั้นแต่จินตนาการเลยว่าสีหน้าของเธอคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ ว่ามาสิ ”
“ เวลาที่คุณฆ่าใครสักคน เวลาที่คุณมอบความตายให้กับใครคุณรู้สึกยังไง? ”
“ ที่ถามนั่นในฐานะของDหรือในฐานะดีแลนท์ เดสคาร์ล่ะ? ” การย้อนคำถามด้วยคำถามชั่วพริบตานั้นทำให้เธอชะงัก การตอบสนองหยุดลงไปชั่วครู่เหมือนไม่เข้าใจสิ่งที่สื่อ
สีหน้าของคนย้อนไม่ได้แสดงถึงความรู้สึกใดๆมันราบเรียบและเงียบสงบ ใจหนึ่งเธอแอบรู้สึกขนลุกชันให้กับความรู้สึกนั้น อีกใจมันก็ชวนให้สงสัยว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มพูดนั้นมันหมายความเช่นไร
“ น่าเสียดายแต่เวลาถามตอบหมดแล้ว ” สายตาจ้องมองนาฬิกาก่อนเหลือบไปเห็นว่าเข็มสั้นของมันชี้ไปที่เลขสิบสอง สัญลักษณ์ของวันใหม่แต่สำหรับเขามันเป็่เวลาที่ต้องลงมือ
“ เช็คกล้องวงจรปิด วิทยุสื่อสารตำรวจและขอพิมพ์เขียวของโกดังนั่น ฉันจะไปตรวจสอบสักหน่อย ” บทสนทนาสิ้นสุดร่างนั้นหันหลังให้กับกล้องก่อนเริ่มสวมเกราะกันะุ ยุทโธปกรณ์ที่จัดเตรียมเอาไว้เริ่มนำมาบรรจุเตรียมใช้งาน
เขาไม่ถามว่าเธอจะถอนตัวออกไปหรือไม่เพราะให้โอกาสไปแล้ว ไม่ว่าจะการเงียบหรือชี้แจงแิทั้งหมดนั่นคือการเปิดทางเลือก เพราะรู้มาแต่ต้นว่าที่ผ่านมาเด็กคนนี้เก็บกดความไม่พอใจเอาไว้
ไม่ได้อยากมาช่วยแต่เพราะเป็คำขอร้องจากแม่บังเกิดเกล้าเลยไม่อาจขัด ความรู้สึกขัดแย้งยังคงดำเนินแม้จนตอนนี้เธอยังลังเลว่าควรทำอย่างไร ระหว่างการปฏิเสธออกไปให้รู้แล้วรู้รอดหรือหลับหูหลับตาช่วยเหลือเขาต่อไปแบบนี้
อยากให้คำตอบปรากฏออกมาชัดแจ้งแต่เหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่ จนตอนนี้ทุกอย่างก็ยังอยู่ในความคลุมเครือเหมือนเคย
คงได้แต่หวังว่าจะไม่ต้องหันปากกระบอกปืนของเขาเข้าใส่เธอในสักวัน