หน้าร้าน
“อ้าว เซาอ้ายอัน กวนผูเล่อ” ชิงเซียนมองทั้งสองคนอย่างแปลกใจ ไม่ใช่จำไม่ได้ว่ากวนผูเล่อคือชายผู้เป็เนื้อคู่ของนางเมื่อในอดีต หาใช่กับนางที่ร่างกายอาจจะเป็เนื้อคู่แต่จิติญญานั้นไม่ใช่ ‘แต่พวกเขามาด้วยเื่ใด?’ “มีเื่ใดกันรึ”
พอๆ กับเซาอ้ายอันที่ใเมื่อเจอชิงเซียน สตรีงดงามที่นี่ “ข้าควรจะถามเ้ามากกว่าว่าเหตุใดจึงอยู่ที่นี่” ทั้งๆ ที่คิดว่านางระเหเร่ร่อนไปที่ใดแล้วก็ไม่รู้ได้
“เอ่อ” อ้ำๆ อึ้งๆ จำได้ว่าก่อนนั้นที่ลงจากเรือมาพร้อมกัน นางแยกกับทุกคนเมื่อเจอร้านหมอดู “ข้าพักอยู่ที่นี่น่ะ”
“ห๊ะ” อ้ายอันทำหน้าไม่อยากจะเชื่อ “พักอย่างไร เป็ฮูหยินรึ?”
กวนผูเล่อผู้มีไม้ค้ำยันอยู่แตะแขนเล็กของเซาอ้ายอันเป็เชิงปรามว่าอย่าเสียมารยาท ลึกๆ ในใจนั้น เขาไม่อยากจะให้สตรีตรงหน้ามีสามีอย่างที่เขาสงสัยแต่ด้วยความที่เซาอ้ายอันตามติดจึงถามอะไรได้ไม่มาก “ข้ารู้มาว่าหมอดูฟานอวี้ถง ตรวจชะตาแม่นยำนัก ข้าจึงอยากจะมาสอบถามเื่การสอบบัณฑิตของข้าว่ามีความเป็ไปได้มากน้อยเท่าใดกันแน่” จำได้ว่าเขาเห็นนางกับหมอดูผู้นี้ในวันที่เขาเข้าทำการสอบบัณฑิต ทุกอย่างกระจ่างชัดว่านางและท่านหมอดูมีความสนิทมสนมกันมากกว่าสหาย
“เช่นนั้นพวกเ้านั่งรอตรงนี้ก่อน” ผายมือไปยังเก้าอี้ด้านข้างที่มีไว้สำหรับรอพบหมอดู ซึ่งนางเองเป็ผู้จัดสรรและวันนี้ยังไม่มีลูกค้าเลย สองขาเรียวในชุดสตรีงดงามสีฟ้าสลับขาว เดินเข้าไปหาคนที่นางหนีหน้ามาเมื่อครู่ “หมอฟานเ้าคะ กวนผูเล่ออยากมาตรวจดวงชะตาเ้าค่ะ”
เ้าของนามพยักหน้า “ให้เข้ามา” แม้จะรู้อยู่แล้วว่าดวงชะตาของอีกฝ่ายนั้นมีสิทธิ์ได้เป็บัณฑิตแต่นั่นคงต้องแล้วแต่ว่ากวนผูเล่อจะเลือกสตรีเช่นใดมาเสริมดวงชะตา แน่นอนว่ามิใช่ชิงเซียนผู้มีดวงชะตาแข็งแกร่งที่ข้ามภพชาติไปอยู่ในร่างของน้องสาวฝาแฝดเสียแล้ว ย้อนกลับมาที่ชิงเซียนผู้นี้ที่แม้นมีวิชาและลมปราณอันสูงส่งอยู่ในตัวแต่นางกลับใช้มันไม่เป็และเขาไม่คิดที่จะสอนนาง
“เ้าค่ะ” ถอยหลังออกจากห้องทำงานเพื่อไปเรียกกวนผูเล่อเข้ามา แน่นอนว่าเซาอ้ายอันย่อมติดตามมาด้วย
การตรวจดวงชะตาไม่ได้เป็อย่างที่คิดเมื่อทุกอย่างมันผิดไปหมดเหมือนเหตุการณ์ในหลายภพชาติมิเคยเกิดขึ้น ไหนจะเื่สตรีเคียงข้างคือเซาอ้ายอัน ฟานอวี้ถงก็ยิ่งแน่ใจว่ากวนผูเล่อและชิงเซียนจะไม่มีวันมาครองคู่กันได้อีก ซึ่งเขาเองมิได้กล่าวคำทำนายพาดพิงไปถึงสตรีของเขา? แม้สักคำ “เ้ากับสตรีผู้นี้อยู่ด้วยกันงั้นรึ” ชี้ไปที่อ้ายอัน
ฝ่ายสตรียิ้มเอียงอาย “ใช่เ้าค่ะ ข้าอาบน้ำเช็ดตัวให้พี่ผูเล่อทุกวัน เราอยู่ด้วยกัน ห้องเดียวกัน” ยิ้มในหน้า
ฟานอวี้ถงพยักหน้ารับรู้ “สามีภรรยาคือคนคนเดียวกัน ดังนั้นการช่วยให้กวนผูเล่อได้เป็บัณฑิตอีกทางหนึ่งคือให้เ้าหมั่นไปขอพรในวิหารกัวกง ที่นั่นเ้าจะได้พบกับฮูหยินของผู้คัดเลือกบัณฑิต ข้าจะไม่บอกว่าฮูหยินผู้นั้นมีนามว่าอะไร ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่์กำหนด ได้หรือไม่ได้เป็เ้าที่ชี้ชะตาของตนเอง”
กวนผูเล่อใบหน้าดำมืด ใยเขาจะไม่รู้ว่าอ้ายอันผู้เสนอตัวและขึ้นคร่อมเขาในคืนนั้นเป็สตรีหยิบโหย่งแค่ไหน การไปวิหารกัวกงเพื่อตามหาฮูหยินผู้นั้นดูท่าว่าจะไม่เป็ผล “หากข้าไปเองจะได้หรือไม่”
ฟานอวี้ถงก้มมองตัวเลขดวงชะตาของกวนผูเล่อ เขารู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้เป็บัณฑิตแน่ๆ ถ้าขาดชิงเซียนแต่นั่นคือชะตา “ไปเองนั้นย่อมได้ แต่จะต้องใช้ความพยายาม ขอให้พวกเ้าโชคดี” ส่วนฮูหยินที่เขาว่า ผู้นั้นมีอยู่จริงอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ตัวของฮูหยินนั้นจะไปไหว้พระขอพรในวิหารกัวกงแค่วันพระจันทร์เต็มดวง ความต่างจากฮูหยินทั่วไปคือนางมีใบหน้าจืดชืดรูปร่างผอมบางไร้สง่าราศรี เหตุที่เป็เช่นนี้เพราะนางมีโรคประจำตัว
กวนผูเล่อหยิบเบี้ยในอกใส่ชามสีใสตรงหน้าหมอดูฟาน ไม่รู้ทำไมชีวิตของเขาจึงติดขัดไปหมดั้แ่วันที่ตกร่องเขา จังหวะหนึ่งเขามองไปยังสตรีงดงามเหนือผู้ใดในใต้หล้า หัวใจบุรุษหนุ่มกระตุกราวกับพบเจอสิ่งที่ขาดหายไปแสนนาน ความวูบโหวงในอกที่เกิดขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุนี้คือสิ่งใด เขาไม่เข้าใจ และไม่อาจแสดงกิริยาเสียมารยาทไปมากกว่านี้ได้ “ข้ามีเื่อยากถามอีกเื่ขอรับ”
ฟานอวี้ถงมองกิริยาของชิงเซียนและเห็นว่านางมองเพียงใบหน้าเขาก็ลอบถอนใจอย่างโล่งอก “ว่ามาเถิด”
“ขาของข้าจะหายดีหรือไม่ขอรับ” นั่นคือสิ่งที่กังวลที่สุดในตอนนี้
“มันจะหายดี รอไม่นาน” มันคือเื่จริง
“ขอบพระคุณขอรับ” เขาลุกขึ้นพร้อมกับดึงเซาอ้ายอันที่ยังคงมองท่านหมอดูรูปงามจนน่าเกลียดให้ยืนดีๆ “ข้าลาแล้ว”
เมื่อสองคนนั้นเดินลับไป ชิงเซียนผู้คิดได้เริ่มลังเล หลายวันมานี้นางรู้สึกได้ว่าในบ้านของท่านหมอดูฟานจะมีแต่เื่และทุกเื่นั้นล้วนมีนางเป็ต้นเหตุทั้งนั้น บ่อยครั้งที่นางเห็นอีกฝ่ายทำท่าเหมือนคิดหนัก ไม่รู้ว่าในความคิดนั้นจะมีนางอยู่หรือไม่ อยู่ในเื่ใด หรือหมอฟานจะคิดเปลี่ยนใจแล้วขับไล่นางผู้ไร้ที่พึ่ง นั่นคือสิ่งที่อยากรู้ “ท่านยังรังเกียจข้าและอยากไล่ข้าอยู่หรือไม่เ้าคะ” อยากรู้เพื่อที่นางจะได้ทำใจและตัดสินใจได้ถูก
“เหตุใดจึงถามเื่นี้ขึ้นมาอีก” ในเมื่อวันก่อนนั้นเขากล่าวออกไปแล้วว่าจะรับผิดชอบนางก็หมายความตามนั้นแต่ในฐานะใดก็เป็อีกเื่หนึ่งที่ต้องดูกันต่อไปเรื่อยๆ
“เพราะข้าคิดว่า ข้าคือตัวซวยนำพาแต่เื่เข้ามาให้ท่านแก้ รึการที่ท่านจะลงทุนให้ข้าขายขนม เพื่ออยากให้ข้ามีเบี้ยเยอะๆ และเมื่อตั้งตัวได้ท่านก็จะไล่ข้า หรือข้าคิดผิด” ก้มหน้าลงอย่างรอฟังชะตา ‘ชะตาที่นางมิได้ขีดมันั้แ่แรก แต่กลับต้องมาแก้ไข’ ถ้าเลือกได้จริงๆ ตัวนางก็ขอเลือกกลับไปชาติเดิมของนางคงจะดีเสียกว่า
ส่ายหน้า “เ้าคิดผิดแล้ว ที่ลงทุนให้ขายขนมข้าไม่ได้คิดสิ่งใดและนับจากนี้ไปหากเ้าอยากอยู่ที่นี่ก็อยู่เถอะข้าไม่ได้ห้ามหรือถ้าไม่อยากอยู่...”
“ไม่เ้าค่ะ!!” โผเข้าหา ไปนั่งแทนที่กวนผูเล่อเมื่อครู่ (คือนั่งตรงกันข้าม) “ข้าอยากอยู่” เม้มปากก่อนจะเสหน้าไปทางอื่น “กับท่าน”
“เหมือนที่อยู่ร่วมกันทุกวันนี้?”
พยักหน้าขึ้นลงๆ “หากท่านอยากจะรู้ว่าข้าคิดสิ่งใดมากไปกว่าการที่ข้ามาขออยู่อาศัยและหาที่พึ่ง ข้าก็อยากจะบอกว่า เอ่อ...คือ” ยังคงอ้ำอึ้ง
“_”