"!!!ม่าาาาาาาาาาายฉินเทียนอยู่กับเขาก่อน อยู่กับเขาก่อนนะฉินเทียน อย่าไปเลยนะฉินเทียน" เซียนซุนพูดพลางกอดแข่งกอดขาฉินเทียน พร้อมใบหน้าน้ำตาน้ำมูกไหลหยดย้อย
แต่ฉินเทียนนั้นตัวมันหาได้สนใจไม่ มันเดินลากแข้งลากขา โดยที่ไม่น่าเชื่อว่าตัวมันจะมีวันนี้ วันที่ขาข้างหนึ่งของมันจะมีตัวตนที่เป็ถึงเทพเซียนเกาะก่ายขามักมิยอมปล่อย มองๆ ไปก็ช่างเป็ภาพที่แปลกตายิ่งนัก
หากแต่ฉินเทียนหาได้สนใจไม่ ในใจมันนั้นในตอนนี้ได้แต่คิด 'การทดสอบบ้าห่าเหวอะไรนี่ ข้าจะไม่ตกลงเด็ดขาด ตายแค่ชีวิตเดี๋ยวก็เ็ปทรมานพออยู่แล้ว แถมจะให้ข้าไปตายซ้ำๆ อีก นอกจากนั้นอะไรนะสิบยี่สิบล้านปี ตัวข้าพึงมีชีวิตผ่านไปไม่กี่สิบปีก็รู้สึกเนิ่นนานแล้ว และจะให้ข้าใช้ชีวิตดุจตกนรกนับสิบยี่สิบล้านปี แบบนี้ข้ามีกี่ชีวิตมีสมบัติเทพให้ข้าก็ไม่เอา'
ฉินเทียนพยายามลากขาและเดินให้พ้นออกห่างจากศาลเทพ์ให้ได้มากที่สุด จนใจที่เซียนซุนเป็เทพเซียน ไม่งั้นฉินเทียนก็ปรารถนาจะใช้เท้าทีบยันหน้าเซียนซุนให้ไปไกลๆ จริงๆ ณ ตอนนี้
"ฉินเทียนหยุดเถอะนะ ฉินเทียน" เซียนซุนร้องเรียกมีน้ำหูน้ำตาประดุจเด็กน้อย แต่ ณ ตอนนี้ฉินเทียนตัวมันได้ตัดสินใจดีแล้วจริงๆ เมื่อเซียนซุลเห็นเช่นนี้ ในใจเหมือนคิดอะไรออก จึงยกร่างตัวเองขึ้นก่อนล่องลอยดักหน้าฉินเทียน "นิๆ ฉินเทียน เ้าไม่ลองดูความสามารถของศาล์ก่อนรึว่ามันทำอะไรได้บ้าง เ้าอาจจะเปลี่ยนใจ"
แต่ฉินเทียนก็ราวกับไม่สนใจพยายามเดินต่อทันที ฉินเทียนไม่อยากตาย และตัวมันก็มีได้เป็พวกซาดิสท์ที่ชมชอบความทรมานด้วย
"นิๆ ฉินเทียนข้าจำได้ว่าบิดามารดาเ้าจากไปแล้ว เ้าไม่อยากรู้เหรอว่าตอนนี้พวกเขาไปไหน"
ฉินเทียนหยุดเท้าทันที คำพูดบางคำของเซียนซุนราวกับว่าไปสะกิดปมในใจของฉินเทียนตัวมัน "ท่านเซียนท่านสามารถรู้ได้รึว่าคนตายนั้นไปที่ใด"
เซียนซุนตีอกทุบตัวเชิดหน้าด้วยรอยยิ้ม "ใช่สิฉินเทียนเ้าไม่รู้รึ นี่คือความสามารถของผู้เป็เ้าของศาล์ นิๆ เ้าเริ่มสนใจแล้วใช่ไหม"
ฉินเทียนทำสีหน้าครุ่นคิดบางอย่าง จากนั้นมันจึงเอ่ยปากถามเซียนซุน "เซียนซุนท่านพอบอกได้หรือไม่บิดามารดาข้านั้นไปอยู่ที่ใด ทุกข์สุขแบบไหน" ฉินเทียนใคร่รู้สิ่งนี้จริงๆ ในชีวิตนี้บิดามารดาของตัวมันช่างแสนดี ฉินเทียนเติบโตมายังไม่ได้แทนคุณทั้งสอง บิดามารดาก็ได้จากไปแล้ว เื่นี้คือปมในใจของมันในชีวิตนี้อย่างแท้จริง
สิ่งนี้ทำให้รู้ว่าในจิตใจของฉินเทียนนั้น ตัวมันนับเป็ผู้มีความกตัญญูผู้หนึ่ง
"นินิฉินเทียน ปกติข้าไม่ทำเพื่อใครขนาดนี้เลยนะ แต่เพราะข้าชอบเ้าจริงๆ ข้าถูกชะตากับเ้า ข้าจะใช้พลังของศาลเทพ์เพื่อเ้าเปล่าๆ สักครั้งโดยไม่หวังผลตอบแทนเลยนะ เ้ารู้ไหมปกติถ้าจะทำสิ่งเหล่านี้ ถ้าไม่ใช่เ้าของศาล์ที่แท้จริง ต้องใช้แต้มบุญมหาศาลจึงจะทำได้เลยนะ" เซียนซุนพูดพร้อมเอามือป้องปากราวกับไม่อยากให้ใครได้ยินสิ่งที่ตัวมันพูด
ฉินเทียนรู้สึกปีติยิ่ง กล่าวขอบคุณเซียนซุนไม่หยุด พร้อมทำท่าคำนับ "ขอบคุณเซียนซุนที่เมตตา ขอบคุณเซียนซุน"
ศาลเทพ์หลังเก่าโทรมอยู่ดีๆ ก็พลันปรากฏแสงสว่างจ้าขึ้น จากท่อนไม้เก่าผุพัง ก็กลับกลายเป็เหมือนเพชรแก้วอัญมณีอันล้ำค่าที่ส่องประกายสวยงามสว่างจ้าอย่างไม่มีประมาณ แสงสว่างจ้านั้นค่อยๆ รายล้อมเซียนซุนพร้อมอักขระแปลกประหลาดมากมาย จากนั้นมวลหมอกเมฆาส่องสว่างดุจอัญมณีก็ปรากฏ จากนั้นพื้นที่โดยรอบก็ค่อยๆ แปลเปลี่ยนหมุนวนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว กลายเป็ที่นั่นที่นี่บ้าง บ้างป่าเขา บ้างแมกไม้ บ้างอยู่ในห้วงอวกาศจักรวาล บ้างก็เป็ดินแดนแปลกตาที่ไม่เคยรู้จักจนยากจะจินตนาการ
จากนั้นอีกครู่ทั้งฉินเทียนและเซียนซุนก็มาปรากฏที่บ้านหลังใหญ่โตหลังหนึ่งซึ่งน่าจะเป็บ้านของผู้มั่งมีตระกูลใหญ่โต ก่อนที่ตัวเขาฉินเทียนกับเซียนซุนจะค่อยๆ เคลื่อนไปยังเรือนเล็กๆ หลังเก่าภายในรั้วบ้านตระกูลใหญ่ตระกูลนั้น ในเรือนเล็กหลังนั้นมีสตรีหญิงสาวน้อยใหญ่เดินกันไปมาให้วุ่นวาย
จากนั้นไม่นานก็มีเสียงเด็กร้องดังออกมาจากภายในเรือนเล็กๆ หลังนั้น
เมื่อได้ยินเสียงเด็กร้องเซียนซุนก็หันหน้ามาทางฉินเทียนทันที "นินิฉินเทียนมารดาเ้าถือกำเนิดแล้ว เร็วๆ เ้าอยากเห็นไหม" เซียนซุนจูงมือฉินเทียนเข้าไปในห้องนั้น
ฉินเทียนเห็นใบหน้าของเด็กน้อย อยู่ๆ น้ำตาของมันก็ไหลริน ปากก็พร่ำบนเบาๆ "เป็ท่านแม่ของข้าจริงๆ ข้ารู้สึกได้"
เซียนซุนเห็นดังนั้นก็พยักหน้าตา "ใช่ๆ ช่าย ก็นิเป็พลังของศาลเทพ์เื่แค่นี้จะผิดพลาดได้อย่างไร"
"เซียนซุนที่นี่คือที่ไหน มารดาข้าถือกำเนิดใหม่แล้วงั้นรึ"
เซียนซุนส่ายหน้า "ไม่ใช่มารดาของเ้ายังไม่ถือกำเนิด ส่วนเื่ราวที่เห็นนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นจริง หากแต่โอกาสเป็เช่นนี้ก็มีโอกาสเกินเก้าสิบเก้าส่วนในร้อยส่วนเป็แน่ เพราะมารดาเ้ายังมิได้อยู่ในวิถีฟ้า ยังมิได้รับเศษส่วนแห่งความเป็เทพเซียน ดังนั้นชะตาความเป็ไปย่อมหยั่งคาดได้ชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน"
ฉินเทียนพยักหน้า ดูเหมือนมันจะพอเข้าใจสิ่งนี้ หัวใจของมันฉินเทียนพองโตอย่างประหลาด เวลาได้จ้องมองมารดาของตัวมันที่บัดนี้เป็เพียงทารกตัวน้อย
ฉินเทียนยืนอยู่ข้างๆ ไม่ช้าเซียนซุนก็พลันเปลี่ยนวันเวลาให้หมุ่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ฉินเทียนมองดูมารดาของตนค่อยๆ เติบโต ดูเหมือนมารดาตนนั้นจะเกิดเป็บุตรเศรษฐีตระกูลใหญ่ หากแต่ช่างอาภัพนางเป็เพียงบุตรธิดาของหญิงรับใช้ ศักดิ์ศรีใดๆ นับว่าไม่มีเลยแม้แต่น้อย เมื่อเติบโตขึ้นก็ไม่ถูกยกยอแต่งตั้งเป็คุณหนูในตระกูลใหญ่เช่นบุตรธิดาคนอื่นๆ
การเป็เพียงหญิงรับใช้ทั่วไป นอกจากนั้นวิถีชีวิตของนางก็นับว่าอาภัพอยู่มาก ดูเหมือนเหมือนว่าวันเวลาผ่านไป ความงดงามที่ท่อประกายของนางกลับเื่สร้างปัญหาให้ตัวนางเอง บุตรธิดาคนอื่นๆ ของท่านเศรษฐีตระกูลใหญ่ดูเหมือนจะไม่ชอบพอนาง
ฉินเทียนเห็นภาพเช่นนี้ก็ปวดร้าวในหัวใจ เพียงแค่เห็นมารดาตนต้องแบกหามตักน้ำให้คนอื่นล้างเท้าล้างขา แม้จะอยู่ในวัยเด็กเล็กที่ควรได้วิ่งเล่นสนุกสนานก็นับว่าเ็ปอยู่ แต่พอได้เห็นมารดาของตนถูกกลั่นแกล้งอีกหัวใจของตัวมันเองฉินเทียนก็ยิ่งรู้สึกปวดร้าว
ทำให้ฉินเทียนในยามนี้รู้สึกมีโทสะยิ่งนัก เซียนซุนได้แต่ตบไหล่ชินเทียนเบาๆ และบอกกล่าวกับฉินเทียนว่าสิ่งเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น สิ่งนี้ทำให้ฉินเทียนพอสงบลงได้บ้าง
วันเวลาล่วงผ่านมารดาฉินเทียนได้เติบโตกลายเป็หญิงสาวงดงาม แม้จะไม่งดงามล้ำสูงศักดิ์ แต่ความงดงามเฉกเช่นธรรมชาติแต่งแต้มโดยไม่ต้องใช้เครื่องประทินโฉมนี้ ก็นับว่ามารดาของฉินเทียนเป็ผู้มีวาสนาด้านความงดงามไม่ธรรมดาเลย ชาติก่อนนางงดงาม เกิดชาติใหม่ความงามของนางก็ยังไม่เสื่อมคลาย
ในตอนนี้มีบุรุษบ้านใหญ่ บ้านเล็กต่างปรารถนาตบแต่งนาง บ้างปรารถนารับนางเป็อนุ บ้างปรารถนานางแต่งเป็คู่ใจคู่ชีวิต หากแต่คนที่นางปลงใจกับเป็บุรุษหนุ่มช่างไม้ผู้หนึ่ง
ฉินเทียนรู้จักบุรุษหน้าซื่อผู้นี้ดี มันคือบิดาในชาติภพนี้ของฉินเทียน แม้หน้าตาจะต่างไปจากเดิมหลายส่วน แต่บุคลิกและนิสัยไม่ต่างจากเดิมเลย ทั้งสองรักชอบพอกัน แม้ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ก็มากด้วยหัวใจ
บุรุษช่างไม้เก็บเงินเก็บทองหลายปีสู่ขอมารดาของฉินเทียน หากแต่ช่างเป็เวรกรรม เหมือนตระกูลใหญ่นี้จะตกต่ำ มีแต่หน้าตา ปรารถนาจากขายมารดาของฉินเทียนกิน ให้เป็อนุเศรษฐีใหญ่ผู้หนึ่ง
ฉินเทียนเห็นเช่นนี้ก็ปวดใจ ในวัยเด็กไม่เลี้ยงดูใส่ใจ เติบใหญ่กับนำนางไปขายเรียกราคา บิดาเช่นนี้นับว่าอะไร สิ่งเหล่านี้สร้างความโกรธเกี้ยวแก่ฉินเทียนยิ่งนัก
ไม่ช้าวันเวลาก็ก้าวเดิน มารดาฉินเทียนถูกโบยตี อย่างไรก็ไม่ปรารถนาจะตบแต่งกับเศรษฐีใหญ่ แม้หัวหน้าตระกูลผู้เป็บิดาจะด่าว่าทุบตีอย่างไร แต่ในที่สุดนางก็ต้องยอม
เมื่อหัวหน้าตระกูลใหญ่หรือบิดาแท้ๆ ของนางนำร่างหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้ามา นางคือมารดาของท่านแม่ของฉินเทียน นางถูกโบยตีเจ็บช่ำ สภาพย่ำแย่
ฉินเทียนไม่คิดเลยว่าบุรุษตระกูลใหญ่ผู้นี้จะต่ำทรามถึงขนาดนี้ จนถึงขนาดเอาชีวิตคนมาแลกกับสิ่งที่ตัวเองปรารถนา
ภาพของมารดาตัวเองร่ำร้องกอดมารดาของตัวเองร้องไห้สร้างความเ็ปให้ฉินเทียนยิ่งนัก อยู่ๆ น้ำตาของฉินเทียนก็ไหลริน มันเ็ปเหลือเกินกับสภาพที่ต้องเห็นมารดาของตัวเองเป็เช่นนี้ มันปรารถนาเหลือเกินที่จะช่วยปลดเปลื้องความทุกข์โศกนี้ให้แก่นางผู้เป็มารดาในชาติภพนี้ของตัวมัน
ไม่ช้าวันเวลาก็ก้าวผ่าน วันแต่งงานของเศรษฐีใหญ่ผู้หนึ่งปรากฏต่อหน้าฉินเทียนและเซียนซุน สตรีในเกี้ยวหามนั้นคือมารดาของตัวมัน ยามนางใส่ชุดแดงช่างงดงาม
หากแต่วันนี้กลับเกิดเหตุไม่คาดคิด มีบุรุษสูงใหญ่ผู้หนึ่งเสื้อผ้ามอมแมม ถือขวานในมือมั่นใบหน้าโศกเศร้ายืนขวางเกี้ยวเ้าสาว ะโร้องเรียกชื่อมารดาของฉินเทียนในชาติภพนี้
มารดาฉินเทียนไม่ได้ตอบสิ่งใด หากแต่ในมิติที่แสนอัศจรรย์นี้มีหรือสิ่งใดจะขวางกลั่นการมองเห็นและหยั่งรู้ของยอดสมบัติ์นี้ได้ ภาพภายในเกี้ยวปรากฏ สตรีนางหนึ่งทาปากสี้แดงปัดแก้มงดงาม แต่บัดนี้แก้มสองข้างที่ปัดแก้มบัดนี้เลอะเขรอะไปด้วยรอยด่างของคราบน้ำตา สองมือกำชายกระโปรงของตัวเองร่ำไห้ร่างสั่นเทา กัดปากขบฟันมิให้มีเสียงร้องสะอื้นออกมา
มีหรือฉินเทียนจะไม่รู้ว่าความในใจของมารดาของตัวมันเองคืออะไร นางถูกบีบรัดด้วยอีกหนึ่งชีวิตที่ล้ำค่า ทางเดินที่เลือกถูกบีบรัดไว้หมด
ผู้หญิงตัวเล็กๆ จิตใจดีงามเช่นมารดาของตัวมันทำไมจึงต้องประสบเหตุเช่นนี้ ฉินเทียนได้แต่ตั้งคำถามต่อ์
ภาพของบิดาตัวมันยืนรั่งขวางเกี้ยวเ้าสาว ถูกมือหมัดนับสิบสาวทำร้ายร่างกาย ทั่วร่างแดงฉายไปด้วยคราบโลหิตของตัวเอง จากหมัดเท้าและกระบองหลายป้อง บิดาแห่งฉินเทียนนอนร้องไห้กลางถนนใหญ่ ผู้คนมุงดู ยิ่งฉินเทียนเห็นฉินเทียนก็โกรธแค้น์ไยบิดามารดาตนจึงต้องมีชะตาเช่นนี้
ไม่ช้าภาพก็ตัดมาใน่สุดท้ายของชีวิตบิดาฉินเทียนตกตายในสนามรบมาตรว่าเพราะความรัก เมื่อสิ้นสิ่งนี้มันจึงหันไปหาชีวิตอีกแบบเพื่อจะลืมสตรีผู้เป็ที่รัก มันได้กลายเป็ทหารนายกองใหญ่ แต่สุดท้ายก็ตกตาย ในสนามรบร่างของบิดาฉินเทียน ถูกทหารนับร้อยรุมสังหาร ก่อนบิดาฉินเทียนตกตายมันกำผ้าเช็ดหน้าพื้นเก่าพื้นหนึ่งมีรูปวิหคและแมกไม้เขียนชื่อสองชื่อเอาไว้ "ฮ่าว" , "ชอง"
เมื่อชีวิตของบิดาฉินเทียนดับสูญภาพก็ตัดกลับมายังคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่ง ภายในนั้นมีบ้านเล็กบ้านน้อยหลายสิบหลัง ฉินเทียนและเซียนซุนค่อยๆ ลอยเขาไปใกล้ๆ เรือนเล็กหลังหนึ่ง ตอนนี้เป็ฤดูเหมันสตรีนางหนึ่งในชุดคลุมขาว ไม่มีนางรับใช้อยู่เปล่าเปลี่ยวในเรือนเล็กหลังหนึ่ง ในมือนางมีไม้สลักเป็รูปชายหญิง มีทั้งม้า หมาแมว นางเอามือจับลูบคล้ำพวกมันราวกับเป็ของล้ำค่า
งานไม้เหล่านี้คือสิ่งของที่ช่างไม้หนุ่มมอบให้นางเมื่อวัยเยาว์เป็สาวงามแรกรุ่นนานปีผ่านไป นางยังเก็บของสิ่งนี้ไว้ราวเป็ของล้ำค่า วันเวลาล่วงผ่านนางไม่มีบุตรชายหญิงให้ท่านเศรษฐี ตบแต่งนางไม่กี่นานปี ท่านเศรษฐีก็มีอนุใหม่มาเพิ่มเติมมาตรว่าทุกห้าหกปี เศรษฐีผู้นี้ก็ตบแต่งอนุใหม่อยู่เสมอ หลายปีผ่านไปความงามของนางก็ร่วงโรย เส้นผมบนหัวก็เริ่มขาว
วันเวลาที่ใช้ก็มีเพียงแต่ในเรือนเล็กของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา ในคฤหาสน์ใหญ่โตของท่านเศรษฐีตัวตนของนางหาได้มีผู้ใดสนใจ เพียงรู้กันว่าครั้งหนึ่งนางเคยเป็อนุของท่านเศรษฐี
เสียงไอกระท่อนกระแท่นของมารดาของฉินเทียนดังเป็ระยะๆ ก่อนที่ในไม่ช้านางจะไออย่างหนักมีโลหิตผสมออกมา หากแต่นางหาได้สนใจกับหยิบงานไม้สลักลูบคล้ำพร้อมมีรอยยิ้มที่แสนจะมีความสุข
เหมันต์ปีนี้ช่างหนาวเหน็บน้ำบึงบ่อเป็น้ำแข็งไปจนหมดหิมะเกาะบ้านเรือนหนาเป็คืบเป็ศอกก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
และในฤดูเหมันนั้นมีสตรีนางหนึ่งในเรือนเล็กของท่านเศรษฐี นอกกอดลูบคลำงานสลักไม้ ใบหน้ามีรอยยิ้ม ก่อนจะทิ้งลมหายใจสุดท้ายไว้ไม่มีใครเหลียวแล
.
.
.
ฉินเทียนยื่นจ้องมองภาพเหล่านี้น้ำตาอาบหน้า ถามเซียนซุนหนึ่งประโยค "หากข้าปรารถนาจะช่วยบิดามารดาต้องทำอย่างไร"
เซียนซุนกล่าวหนึ่งประโยคพร้อมแย้มยิ้ม "แค่เ้าเป็เ้าของศาลเทพ์โอกาสพลิกฟ้า พลิกดินเปลี่ยนชะตาแห่งผู้คนก็อยู่ในมือเ้าแล้ว"
ฉินเทียนนิ่งหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบกลับเซียนเฒ่าซุนผู้อวบอ้วนน่ารัก
"งั้นข้าก็จะเป็เ้าของมัน"