“ฟู่” รัศมีการะเิกินวงกว้าง กว่า 10 เมตรทุกอย่างโดยรอบ กระจายออกตามแรงะเิ “ฟุบ” เด็กหนุ่มหมวกแก๊ป เคลื่อนตัวะโลงมาสำรวจพื้นที่ เห็นเด็กหนุ่มยืนถือถุงสีดำอยู่
“ผงว่านสีเขียว เหรอ นี่นายเป็ใคร ไปเอามาจากไหนพืชเ่าั้อยู่ห่างไกลจากที่นี่มาก เด็กหนุ่มพูดพลางสักเกตสีหน้าของ นาฟ พลาง หินเท็นซี่ ที่นายถืออยู่ ถูกขโมยมา นายจะเอาไปไหน
“ข้าจะเอากลับกลุ่มของข้า หินเหล่านี้เดิมทีเป็กลุ่มข้าเอามาเพื่อแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว
“อ๋อ เ้ามาจากแคมป์13สินะ ข้าเดินเล่นอยู่แถวนั้นพอดี เห็นเ้าโม่งดำนั้น เข้าไปปล้นในค่าย ของเ้ามา รีบกลับไปเถอะเ้าหน้าที่ลาดตะเวนคงได้ยินเสียงะเิเมื่อกี้แล้ว เดี๋ยวคงเร่งมาตรวจสอบ“ข้าี้เีวุ่นวาย ไปละ!
เด็กหนุ่มหายไปในความมืด ไม่ช้า นาฟ เริ่มมองเห็นกลุ่มคนตรงมาทางนี้กันนาฟถอนหายใจ เร่งกลับค่ายพัก
เสียงะเิเมื่อสักครู่สร้างความแตกตื่นไปทั่ว เ้าหน้าที่แคมป์กลางส่งคนเร่งมาตรวจสอบ ภายในแคมป์ กลางถือเป็สถานที่พิเศษห้ามต่อสู้กัน เนื่องจากเกิดเหตุอยู่รอบนอก จึงยากที่จะตรวจสอบ
ขณะเร่งเดินทางกลับค่าย นาฟ หันไปสักเกต ข้างหลัง เป็ ครั้งคราว ”เด็กหนุ่มนั่นคงไม่ไว้ใจเราเต็มที่ ถึงตามเรามาห่างๆ
ค่ายของ แคมป์13อยู่ใน่ชุลมุน วุ่นวาย แสงไฟจุดติดทุกมุมของค่ายเต็นท์ที่เก็บหินสี พังไปเป็แถบ ผู้เฒ่าซู และเหล่า าุโล้อมวงพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียด มีกลุ่มชายฉกรรจ์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
“พวกข้าผิดเอง ท่านผู้เฒ่าที่ไม่สามารถปกป้องทรัพย์สินของเราไว้ได้ พวกข้า โดนจู่โจมไม่ทันตั้งตัวเ้าโจรนั้นเร็วมาก
เฒ่าซู ส่ายหน้า กังวลอย่างถึงที่สุด “คนของเราเป็ยังไงบ้าง
“คนเฝ้ายาม ตาย 1 าเ็ 4 คนครับ
คีแวนที่รวมกลุ่มอยู่กับพวกผู้เฒ่าซู สังเกตเห็น นาฟ เดินเข้ามา
“เกิดเื่ใหญ่แล้ว มีโจรบุกเข้ามา ทำร้ายคนของเรา และขโมยหินสีเหลืองไป ดูจากสภาพการแล้ว คงเป็ผู้ใช้พลัง ข่าวคงรั่วไหล ถึงกับจ้างผู้ใช้พลังมาทำเลยรึ น่าเจ็บใจจริงๆ
นาฟ มองไปรอบๆเห็นผู้าเ็หลายคน ยื่นถุงสีดำที่มีรอยขาดให้ คีแวน ผู้เฒ่าซูสังเกตเห็น รีบเดินเข้ามา
“นี่มันอะไรกัน นาฟ
“ ตอนที่ข้ากลับมา บังเอิญ เจอผู้มีพระคุณช่วยเหลือไว้ ทำให้ได้ของกลับมา
คนในกลุ่มแตกตื่นกันใหญ่ รีบล้อมเข้ามาดู คีแวนยื่นถุงให้ ผู้เฒ่าซูสำรวจ
“โอ้!!!! นี่มัน เราได้ หินเท็นซี่เหลือง กลับมาแล้วผู้เฒ่าซู ชูถุงให้คนรอบๆ ดู เสียง ไชโย โห่ร้อง ดีใจบ้าง ซาบซึ่งใจบ้าง
ข้าเป็ตัวแทนของชาวแคมป์ต้องขอขอบคุณเ้าเป็อย่างมากนะนาฟ เสียงขอบคุณตามมา จากทุกๆ คน
“ขอบคุณมากนะนาฟๆ ๆ
“นาฟ พยักหน้า
ทุกคน ฟัง! รักษาผู้าเ็ฝังศพผู้ที่ตายอย่างมีเกียรติ คืนนี้กลุ่มของเรา ห้ามหลับนอน ช่วยกันเฝ้าของๆ เราอย่างสุดชีวิต พรุ่งนี้แต่เช้าเราจะเข้าแลกเปลี่ยนสินค้า โดยเร็วที่สุดเข้าใจมั๊ย
“ครับ!!!!!!ท่านผู้เฒ่า
นาฟช่วยเข็นรถคีแวน มาบริเวณเต็นท์ที่พัก ถึงกับใช้ ผู้มีพลังมาขโมยของ ของเราเป็กลุ่มไหนกันนะ คีแวน อดสงสัยไม่ได้
“ ร่างกายท่านยังไม่แข็งแรงดี เดี๋ยวข้าอยู่เฝ้ายามเอง
“ แล้วน้องชายเป็ยังไงบ้างเ้าไปเดินดูรอบๆ ได้เบาะแส เกี่ยวกับตัวเองบ้างรึเปล่า
“ นาฟ ส่ายหน้า
รุ่งเช้าวันต่อมากลุ่มแคมป์ 13 เร่งเคลื่อนขบวน อย่างระมัดระวัง เข้าไปในพื้นที่โซนแลกเปลี่ยน เป็กลุ่มแรกๆ เร่งแจ้งเ้าหน้าที่และดำเนินการเขียนจำนวนวัตถุสิ่งของที่จะเข้าแลกเปลี่ยนในใบรายการโดยแยกประเภทอย่างละเอียด
เ้าหน้าแคมป์กลางที่รับใบรายการมา เห็นว่ามีสิ่งของอะไรบ้างถึงกับตกตะลึง รีบแจ้งให้กลุ่ม 13รอ เพื่อจะไปตามเ้าหน้าที่ชั้นสูงเข้ามาตรวจดูอีกที
คงไม่มีอะไรแล้วเพราะสินค้าถึงมือของเ้าหน้าแคมป์กลางแล้ว ก็เพียงแต่รอสรุป ว่าเขาจะให้สิทธิประโยชน์กับกลุ่มเราสักแค่ไหน
ผู้าุโ บูม่า ก็เหมือนจะแยกตัวพากลุ่มเยาวชนไปที่เต็นท์สถานศึกษานอกแล้วเ้าสามารถตามพวกเค้าไปได้ นะ
นาฟ พยักหน้าเดินตามกลุ่มเยาวชนไป มาถึงเต็นท์ของสถานศึกษา เป็ เต็นท์ขนาดใหญ่ ทรงกลมมีผ้าใบปิดล้อมไว้หมด ดูแล้วมีทางเข้าออกอยู่ไม่กี่ทาง ผู้คนสามารถเข้าไปร่วม อยู่ได้มากกว่า 200คน ผู้คนที่เดินเข้าไปส่วนมาก ก็จะเป็เยาวชนอายุราว 15 -18 ปี
จัดแบ่งการนั่งเป็ลักษณะครึ่งวงกลมขนาดใหญ่เยาวชนที่มาทีหลังก็นั่งอยู่แถวหลังถัดตามกันไป
ไม่นานเสียงระฆังดัง เป้ง ๆๆๆๆ เป็สัญญาณเตรียมฟังบรรยาย
ชายวัยกลางคนมัดผมเป็มวยสูง ใส่ชุดหลวมๆ ดูโบราณ ดูภายนอกเหมือนบัณฑิตคงแก่เรียนปลายผมเริ่มมีสีขาวประปราย ดวงตาจีบเล็ก สวมใส่แว่นตากลมโต ดูเป็คนจิตใจดีเดินเข้ามาพร้อมถือ กระเป๋าลักษณะแบนใส่ด้วยแผ่นกระดาษหลายๆ
ที่ตามเข้ามาเป็เยาวชนอายุราวๆ17 ปี สองคนเป็ผู้ช่วยถือกระเป๋า หนึ่งในนั้นเป็เด็กหนุ่มหมวกแก๊ปที่นาฟเจอเมื่อคืนนี้ “แก๊ง” ๆ ๆ
เสียงเคาะกระดิ่งเพื่อให้ผู้ที่มาเข้าฟังบรรยายมีสมาธิขึ้น
สำหรับเยาวชนที่มาใหม่ข้าจะแนะนำตัวก่อน ให้เรียกข้าว่า
”อาจารย์ โจ “ ข้ามาที่นี่ อยู่บรรยายมาแล้ว 2วัน ข้าจะมาให้ความรู้แก่พวกเ้าทั้งหมดเป็เวลา 7 วัน
ใครที่อยากได้ความรู้ก็นั่งฟังใครที่ฟังแล้วไม่สนใจก็เชิญออกไปได้ตลอดเวลา ใครมีข้อสงสัยยกมือถามได้ตลอดเวลา
“ทุกคนเข้าใจรึเปล่า”
“เข้าใจ ขอรับ! เยาวชนแถวหน้าพูดพร้อมกัน
เด็กหนุ่มผู้ช่วยด้านหลัง เริ่มกางกระดานไม้สีดำขึ้น อาจารย์ โจ เริ่มขีดเขียนบางอย่างลงบนกระดานดำ 2 วันก่อนข้าได้อธิบายถึง โลก ใน ยุคโลกาวิบัติ ก่อนจะเปลี่ยน เนื้อหา ไปเื่อื่น ใครมีข้อสงสัยให้รีบถาม
เด็กๆ ส่วนใหญ่เลือกที่จะ เงียบ วันนี้ข้าจะเริ่มเนื้อหาใหม่จะเจาะลึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ และจะพูดเื่ ”พลัง “
เด็กหนุ่มทั้งหลายกว่า 200คนรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที ส่งเสียง หึม!!!เพราะทุกคนในนี้ก็อยากเป็บุคคลที่เปิดพลังได้
“แก๊ง “ ๆๆๆ
บรรยากาศเริ่มสงบลง“ข้ารู้ว่าพวกเ้าอยากเป็ผู้ใช้พลัง อยากเปิดพลังได้แต่ควรรู้ไว้ว่าข้อจำกัดในการเปิดพลัง ด้วยตัวเองจะเกิดขึ้นตอนอายุ 15และไม่เกิน 18 ปี
เยาวชนส่วนมาก รู้เื่นี้ พากันพยักหน้า “ส่วนผู้ที่อายุเกินแล้วอยากเปิดพลังได้ จะใช้สิ่งที่เรียกว่า “วิทยาการสังเคราะห์ยุคใหม่ที่เกิดจากสารคัดหลั่ง หินที่พวกเ้าเรียกกันว่า “เท็นซี่ “ เข้ามาเป็ตัวช่วยให้ร่างกายเกิดการวิวัฒน์
แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่รับสารดังกล่าวแล้วจะเปิดพลังได้จากการทดสอบ มาหลายปี มีโอกาสแค่ 1 ใน 100เท่านั้น
“ ถ้ารับสาร แล้วเปิดพลังไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้นขอรับ ท่านอาจารย์เด็กเยาวชนแถวหน้าคนหนึ่งเอ่ยถาม
“อืม! อาจารย์โจเงียบไปสักพัก แล้วเอ่ยว่า “ตาย”
การเปิดพลังด้วยตัวเองั้แ่เยาวชนถึงเป็เื่ที่ดีกว่าเพราะออกมาจากร่างกายของตัวเองจริงๆ พวกเ้าบางคนอาจรู้แล้วว่าผู้ใช้พลังนั้นมีลักษณะ อย่างไร
สังเกตจากดวงตาเป็สิ่งแรก แววตาของผู้ใช้พลังนั้นจะเปล่งประกายมาก และผู้ใช้พลังด้วยกันจะมองกันออก นาฟ ยืนฟังอยู่ข้างหลังสุดตั้งใจฟัง อย่างมีสมาธิ
“แล้วพวกเราจะเปิดพลังได้ยังไงขอรับท่านอาจารย์เยาวชนแถวหน้าได้เริ่มตั้งคำถาม
ผู้ที่เปิดผนังได้ในยุคนี้น้อยซะยิ่งกว่าน้อย การเปิดพลัง ด้วยตัวเองนั้นอาจมาจาก ความสามารถที่เรียกว่า“ความสุดขีดของร่างกาย”
ไม่ว่าจะเป็ความเป็กลัวอย่างถึงที่สุด ดีใจจนถึงที่สุดเสียใจจนถึงที่สุด มีความรักที่มากที่สุด ทุกอย่างเหล่านี้เป็ความสุดขีดของร่างกาย
เมื่อถึงจุดหนึ่งร่างกายจะ หลั่งสาร สังเคราะห์ขึ้นมาและแทรกซึมเข้าทุกอณูในร่างกาย เปลี่ยนแปลงก่อเกิดพลังใหม่ขึ้นในร่างกายซึ่งผู้ที่ใช้พลังสามารถจะััได้เอง
ทุกคนในห้องเงียบสงบ ไปพักหนึ่ง แต่ละคนเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับร่างกายของตน จู่ๆ มีเสียงจากท้ายแถวดังออกมา
“ทำไมคน ในยุคนี้ถึงมีพลัง”
อาจารย์โจถึงกับหยุดคิดกับคำถามนี้ พร้อม พยายามสอดส่องสายตาหาคนที่ตั้งคำถาม
“ถ้าอย่างนั้นขอถามเ้าก่อน เ้ารู้ได้อย่างไรว่าคนสมัยก่อนไม่มีพลัง
ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเพราะ ในคำถามแรก นาฟ เองก็ไม่รู้ว่าถามไปได้ยังไง อาจารย์โจ เห็นนาฟ ครุ่นคิด ไม่ปล่อยให้ เกิดช่องว่าง อธิบายต่อ หรืออาจจะเป็เพราะสมัยนี้ มีอาทิตย์ดวงที่ 2เกิดขึ้น สิ่งที่ฉายลงมาบนพื้นโลก อาจจะไม่ได้มีแค่แสงสว่างเท่านั้น อาจจะมีบางสิ่งสาดส่องติดตัวเรามาตลอด
เยาวชนหลายคนเริ่มพยักหน้าอาจารย์โจ ได้อธิบาย ยาวไปอีก กว่า 2 ชั่วโมงพูดถึงเื่กว้างๆ ของคนที่จะเกิดก่อเกิดพลัง และสร้างแบบฝึกหัดให้กับเด็กไปใช้เพื่อทดสอบ
เมื่อเดือนที่แล้วมีเยาวชนกว่า 500 คน ที่รับฟังคำบรรยายจากข้า แต่พึ่งเริ่มัั ความสุดขีดของร่างกายได้อยู่เพียง 1คน เป็เด็กหญิง
อายุ 14 ปีไร้ญาติ ร่อนเร่มาถึงแคมป์กลาง ด้วยตัวคนเดียว
เขาค้นพบ ความสุดขีดของร่างกายตอนนี้มีคนของ อาณานิคมมารับ เด็กคนนั้นเข้าไปแล้ว
“แก็ง “ๆ ๆ ๆ
วันนี้พวกเ้าทุกๆ คนลองกลับไปทบทวนสิ่งที่ข้าพูดและลองปรับใช้กับร่างกายดูพรุ่งนี้พบกันใหม่ อาจารย์โจ พูดจบ พับกระดาษและไม้ชี้กระดาน หันหลัง เดินออกไป
“เยาวชนทุกคนยืนทำความเคารพ ขอบคุณ ขอรับ!!!
เด็กหนุ่มคนนั้นใช่คนที่รุ่นพี่เล่าให้ข้าฟังรึเปล่าลักษณะเหมือนที่รุ่นพี่บอกเลย เด็กหนุ่มสวมหมวกแก๊ปหันหลังกลับมามอง และเร่งเดินตามหลังอาจารย์โจไป
“เขาใช่คนใช้พลัง รึเปล่าอาจารย์ ข้ามองไม่ออกขอรับ
“อาจารย์โจครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง “ไม่รู้สิ”
“อ่าว! ถ้าอาจารย์ไม่รู้ แล้วใครจะรู้ขอรับ