บทที่ 55 มาพาเธอไปกินข้าว
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกกระจายลงบนพื้นดังขึ้นสนั่นห้อง ขัดจังหวะคำพูดของจวีซือเฝย
หานเกาอี้ยื่นมือชี้ไปที่เธอ ดวงตาสีแดงฉานเต็มไปด้วยความโกรธ “ไสหัวไป ไสหัวไปซะ! ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีกแล้ว ไสหัวไป!”
จวีซือเฝยทั้งกลัว และโกรธ เธอรีบคว้ากระเป๋าเดินออกไป พลางบ่นพึมพำว่า “เป็นหมาหัวเน่าแล้วยังจะคุยโวอะไรอีก ใครจะไปสนใจกัน”
เมื่อเธอเดินไปไกลแล้ว หานเกาอี้ก็กวาดแขวนยาว ๆ ไปหนึ่งครั้ง ทำให้ทั้งห้องพักผู้ป่วยเละเทะไปหมด
เขาหรี่ตาลง เนื้อตัวสั่นสะท้านไม่หยุดหย่อน ความเกลียดชังอันไร้ที่สิ้นสุดพุ่งทะลักออกมาจากหัวใจ
กงเจ๋ออวี้ จวีกั๋วเจิ้ง
หากวันหนึ่งเขากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จะไม่ปล่อยให้พวกมันมีชีวิตที่ดีแน่!
ตึกสำนักงาน SEC
รถโรลส์-รอยซ์สีดำรุ่นลิมิเต็ดจอดอยู่ที่ด้านล่างของตึกสีเงิน ชายที่ยืนข้าง ๆ รถสวมสูทสีดำ กระดุมที่ปลายแขนเสื้อดูหรูหราสง่างาม
จวีซือหนานเดินออกมาจากล็อบบี้ของบริษัท เมื่อเห็นเขาแล้วก็เดินเข้าไปหา
เมื่อเข้าไปใกล้ ๆ เธอจึงถามออกไปว่า “คุณมาทำไมคะ”
“มาพาเธอไปกินข้าว”
กินข้าว?
จวีซือหนานทำหน้าเคร่งเครียด เมื่อนึกถึงตอนที่ประธานบริษัทกินอาหารเช้าได้ครึ่งทางแล้วอารมณ์เสียขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เธอไม่กล้ากินข้าวกับเขาอีกเลย
ดังนั้นเธอจึงรีบโบกมือปฏิเสธ “ยังไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ ฉันไม่หิว”
กงเจ๋ออวี้เลิกคิ้วเล็กน้อย เขายื่นโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าเธอ แล้วเอ่ยแกมดุ “แม่ฉันสั่งมาว่า ให้พาเธอไปกินข้าวด้วยกัน ถ้าไม่อยากกิน เธอก็โทรไปบอกแม่ฉันเองแล้วกัน”
“…”
อีกครั้งที่กงเจ๋ออวี้ใช้ท่าไม้ตายนี้
จวีซือหนานยิ้มแหย ๆ ก่อนจะตอบอย่างเสียไม่ได้ “ก็ได้ค่ะ ฉันไปด้วยก็ได้”
กงเจ๋ออวี้ยิ้มมุมปาก แล้วหมุนตัวไปเปิดประตูรถ “ขึ้นรถสิ”
สิบนาทีต่อมา
กงเจ๋ออวี้ขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของร้านอาหารตะวันตกอย่างช้า ๆ เขายกมือปลดเข็มขัดนิรภัยของจวีซือหนาน แล้วลงจากรถมาพร้อมเธอ
เมื่อเปิดประตูเข้ามาในร้าน พนักงานต้อนรับก็เดินเข้ามาหา แล้วโค้งให้พวกเขาอย่างเล็กน้อย “สวัสดีครับคุณกง ที่นั่งที่คุณจองไว้อยู่ชั้นสอง เชิญทางนี้เลยครับ”
ทั้งสองเดินตามพนักงานต้อนรับขึ้นไปยังชั้นสอง
“คุณกง นี่เมนูอาหารครับ คุณดูก่อนนะครับ”
กงเจ๋ออวี้เลื่อนเมนูไปตรงหน้าจวีซือหนาน “เธอดูสิว่าอยากกินอะไรบ้าง”
“อะไรก็ได้ค่ะ คุณสั่งเลย”
“งั้นเอาสลัดปูดิบหนึ่งที่ ปลากะพงย่าง และสเต๊กเห็ดทรัฟเฟิลสองที่”
“ได้เลยครับคุณกง”
ไม่นานนัก อาหารทุกอย่างก็ถูกนำมาเสิร์ฟ พนักงานเสิร์ฟก็รินไวน์ที่พร้อมดื่มลงในแก้วให้อย่างคล่องแคล่ว
กงเจ๋ออวี้เลื่อนจานอาหารไปตรงหน้าของจวีซือหนาน “รีบกินเถอะ”
หญิงสาวหิวจนท้องร้องโครกคราก เธอพยักหน้าแล้วหยิบมีดและส้อมขึ้นมาตักอาหารกินอย่างเอร็ดอร่อย
“ค่อย ๆ กินสิ ฉันไม่ได้จะแย่งเธอหรอก”
กงเจ๋ออวี้หยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดที่มุมปากให้เธอ จวีซือหนานตกใจจนเผลอถอยออกโดยสัญชาตญาณ “ฉันทำเองได้ค่ะ”
ชายหนุ่มไม่สนใจ และยังคงเช็ดปากให้เธอต่อไป
“ร้านนี้มีคนรู้จักของแม่ฉันเยอะแยะเลยนะ”
“อะไรนะ มีคนรู้จักเหรอ”
เธอมองซ้ายมองขวาตามสัญชาตญาณ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้จักเพื่อนของคุณนายกงเลยสักคน แต่ก็พยายามทำตัวเรียบร้อยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“งั้นฉันคงต้องร่วมมือกับคุณหน่อยแล้วล่ะ”
ที่ห้องติดกันนั้น ผู้หญิงสองคนซึ่งแต่งตัวทันสมัยชี้ไปที่กงเจ๋ออวี้พลางพูดจาจ้อกแจ้กกัน “เจียซิน เธอดูผู้ชายที่ระเบียงนั่นสิ เขาคือเจ๋ออวี้ของเธอไม่ใช่เหรอ”
ผู้หญิงคนหนึ่งหันหน้าไปมองตามที่เพื่อนชี้ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที “ใช่เป็นเขาจริง ๆ ด้วย แล้วผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกันน่ะ!”
“คงเป็นแฟนล่ะมั้ง วันก่อนแม่ฉันเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้อยู่เลย บอกว่าเขามีแฟนแล้ว ตอนแรกฉันก็ยังไม่เชื่อหรอก แต่ตอนนี้ดูท่าจะว่าเป็นเรื่องจริงซะแล้วสิ”
มู่เจียซินวางตะเกียบลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปัง’ พร้อมกับชักสีหน้าไม่พอใจนักออกมา