“เจ้ามีสิ่งใดก็พูดมาตรงๆ เถิด” อิ่นซู่ซู่ปรายตามองโจวซู่ซินอย่างเย็นชา นางมิเชื่อว่าโจวซู่ซินจะพูดเรื่องดีๆ ออกมา นางและโจวซู่ซินอยู่ด้วยกันมาหลายปี คิดว่านางจะมิรู้จักนิสัยของโจวซู่ซินหรือ?โจวซู่ซินย่อมมิยอมกลับใจแน่
“ซู่ซู่ ซย่าจิ่นเซวียนมิได้ธรรมดาอย่างที่เจ้าคิด แม้ว่าบ้านของพวกเราสองคนจะมีความแค้นต่อกัน แต่ข้าก็มิหวังให้เจ้าถูกซย่าจิ่นเซวียนหลอกใช้” โจวซู่ซินมิลืมยุแยงก่อนจะเดินออกไป
“โจวซู่ซินเอ๋ยโจวซู่ซิน เจ้าครบสูตรสตรีเจ้าเล่ห์โดยแท้ คิดว่าทุกคนจะน่ารังเกียจเหมือนกับเจ้าหรือ?เวลานี้เจ้าอิจฉาพี่สะใภ้เล็กมากใช่หรือไม่ อิจฉาที่นางงดงามกว่าเจ้า มีความสามารถมากกว่าเจ้า หากให้พูดแล้ว เจ้าเทียบกับพี่สะใภ้เล็กมิได้แม้แต่เศษเล็บของนาง” อิ่นซู่ซู่หมดคำจะพูด นางแทบจะพุ่งไปกระชากเปลือกนอกอันงดงามของโจวซู่ซินออกมา
โง่เง่า ถูกซย่าจิ่นเซวียนหลอกใช้เช่นนี้แล้วยังช่วยพูดสิ่งดีๆ ช่วยนางอีก
โจวซู่ซินด่าอิ่นซู่ซู่อยู่ในใจ และพูดคุยกับนางต่อ “หากเจ้าไม่มิฟังคำแนะนำของข้า มิช้าก็เร็วเจ้าจะต้องเสียเปรียบนางแน่”
“เจ้ารีบไสหัวออกไป อย่ามาสร้างความร้าวฉานที่นี่” อิ่นซู่ซู่โกรธจัด นางดูเบาโจวซู่ซินเกินไป หากมิรีบกำจัดนางออกไป สักวันโจวซู่ซินจะต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่ของนางแน่
อิ่นซู่ซู่ต้องหาทางมิให้โจวซู่ซินลอยหน้าลอยตาอยู่ในเมืองจินจู๋ต่อ หากทำให้คนในตระกูลหวังรู้ว่าโจวซู่ซินเป็นคนเช่นไรได้ยิ่งดี
อำเภอซิ่งหยาง บ้านนายอำเภอสวี่!
จิ่นเซวียนและซ่งจื่อเฉินออกจากมิติมานานแล้ว เวลานี้พวกเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องเซียงฝาง[1] พวกเขาว่าจะนอนต่ออีกสักหนึ่งถ้วยชาแล้วค่อยลุก
ห้องหลักในบ้านสวี่เป็นห้องนอนของนายอำเภอสวี่กับภรรยาของเขา นามว่าฟู่ซื่อ เวลานี้นายอำเภอสวี่ตื่นนอนแล้ว เขากางแขนทั้งสองข้างออกให้ภรรยาถอดเสื้อคลุมให้ ฟู่ซื่อกับเขาเป็นคู่รักกันมาตั้งแต่เด็ก สมัยที่เขาไปสอบเคอจวี่ แม้ภรรยาจะต้องปากกัดตีนถีบอย่างไร นางก็คอยสนับสนุนเขา นางถึงขั้นตัดผมยาวสีดำสนิทของนาง เพื่อหาค่าเดินทางให้เขา หลังจากที่นายอำเภอสวี่สอบติด มีขุนนางระดับสูงหลายคนอยากส่งลูกสาวมาแต่งงานกับเขา แต่เขาปฏิเสธไปหมด เพราะมิอยากคลุกคลีกับผู้มีอำนาจเหล่านั้น เขาถึงได้ถูกขัดขาเสมอมา
เขามิเหมือนบุรุษคนอื่น ที่เมื่อเขามีอำนาจก็มีสามภรรยาสี่อนุ จนถึงเวลานี้เขามีฟู่ซื่อเป็นภรรยาเพียงคนเดียวเท่านั้น
ครอบครัวของพวกเขานอกจากเลี้ยงชีพด้วยเงินเดือนของขุนนางแล้ว ยังหาเงินได้อีกเล็กน้อยจากภรรยาของเขาที่เปิดหอเย็บผ้า เดือนหนึ่งได้กำไรยี่สิบสามสิบตำลึง พอให้นำมาใช้จ่ายในครอบครัว
“สามี ท่านบอกว่าหลานสาวของท่านเป็นหมอเทวดา เป็นเรื่องจริงหรือไม่เจ้าคะ?” ฟู่ซื่อแต่งตัวให้สามีเสร็จ สาวใช้ใหญ่ของนาง นามว่าเยว่เอ๋อร์ก็ยกน้ำล้างหน้าเข้ามา
“เรื่องนี้จริงแท้แน่นอน ชาวบ้านในหมู่บ้านสกุลโจวล้วนเคยเห็นวิชาแพทย์ของนางกับตา” เรื่องของซ่งจื่อเฉินมิใช่เพียงแค่เขาที่รู้ ผู้คนในอำเภอซิ่งหยางต่างก็รู้กันหมด เมื่อคืนเขาเห็นซ่งจื่อเฉินยืนอยู่ต่อหน้าเขากับตา
“สามีของบ่าวได้ยินคนรับใช้ในจวนบอกว่าคุณชายซ่งจื่อเฉินมีหน้าตาราวกับเทพตกสวรรค์ งดงามยิ่งนัก และภรรยาของเขาก็เป็นสาวงามด้วยเจ้าค่ะ” เยว่เอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆอดที่จะพูดสิ่งที่นางได้ยินมามิได้ นางเองก็อยากเห็นจิ่นเซวียนกับซ่งจื่อเฉินเช่นกัน
“เมื่อพวกเขาทั้งสองคนมายืนอยู่ข้างกัน ราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ แม้ข้าจะเคยเห็นองค์ชายในวังมาบ้างแล้ว แต่ข้าก็ยังมิเคยพบผู้ใดที่มีรัศมีโดดเด่นเท่าคุณชายซ่งเลย” เป็นครั้งแรกที่นายอำเภอสวี่ตกใจกับรัศมีของคนผู้หนึ่ง
“ได้ยินสามีพูดเช่นนี้แล้ว ข้าเองก็อยากพบพวกเขาสักหนเจ้าค่ะ” ฟู่ซื่อคิดว่าสามีของนางนั้นพูดเกินจริงไปเสียหน่อย ต้องมีรัศมีเพียงใด ถึงขั้นเทียบกับลูกหลานของเชื้อพระวงศ์ได้?
เรือนตะวันออกจวนสวี่!
พวกจิ่นเซวียนตื่นแล้ว เวลานี้ชานเอ๋อร์กับเวยเวยที่รอปรนนิบัติอยู่ด้านนอกกำลังยกน้ำล้างหน้าเข้ามาให้พวกเขา
ความจริงแล้วพวกเขาใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ล้างหน้าในมิติมาแล้ว แต่เพื่อมิให้ผู้อื่นสงสัย พวกเขาจึงต้องล้างอีกรอบ
“คุณหนูเซวียนเซวียน ท่านอยากทำผมทรงใดหรือเจ้าคะ?” จิ่นเซวียนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ชานเอ๋อร์หยิบหวีพลางถามความเห็นของจิ่นเซวียน
“วันนี้อากาศร้อนนัก เจ้าถักผมให้ข้าเถิด”
“เจ้าค่ะ”
ชานเอ๋อร์ทำผมให้จิ่นเซวียนอย่างรวดเร็ว แม้บนผมของจิ่นเซวียนจะมิมีเครื่องประดับใดๆ แต่กลับมิส่งผลต่อความงามของนาง และผิวที่ดูเปล่งปลั่งนั่น ทำให้ชานเอ๋อร์รู้สึกอิจฉายิ่งนัก นางมิเคยพบสตรีที่มีผิวดีเช่นนี้มาก่อน มิแต่งหน้ายังงดงามเฉิดฉัน ซย่าจิ่นเซวียนสามารถเป็นศัตรูของสตรีทุกคนได้เลย
“คุณหนูเซวียนเซวียน ผิวท่านดีเช่นนี้ มีวิธีดูแลหรือไม่เจ้าคะ?” ชานเอ๋อร์มองผิวของจิ่นเซวียนสลับกับมองผิวของตนเองแล้ว นางก็รู้สึกเหมือนตนเองเป็นสาวผิวคล้ำ
อากาศร้อนเช่นนี้ นางต้องตากแดดจนผิวคล้ำไปหมด และยังมีสิวขึ้นอีกด้วย เฮ้อ นางกลุ้มใจจริงๆ
“จะดูแลผิวต้องขับพิษออกเสียก่อน ใบหน้าของเจ้ามีสิวขึ้นเพราะในร่างกายของเจ้ามีสารพิษ” จิ่นเซวียนเงยหน้ามองใบหน้าของชานเอ๋อร์ นางพบว่าชานเอ๋อร์มีผิวแพ้ง่าย
“ขับพิษหรือ ข้ามิได้ถูกพิษนะเจ้าคะ!” ชานเอ๋อร์ตกตะลึงเล็กน้อย แม้นางจะเป็นสาวใช้ แต่มิเคยถูกทำร้ายในจวนสวี่ ทุกคนในจวนรักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนครอบครัว มิน่ามีผู้ใดลงมือกับนาง
“ชานเอ๋อร์ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว สารพิษที่ข้าพูดถึงมิได้หมายถึงพิษที่ผู้อื่นวางยาเจ้า แต่คือสารพิษในร่างกายของเจ้าเอง ทุกคนล้วนมีสารพิษในร่างกายกันทั้งนั้น อาหารที่กินเข้าไป หากสิ่งเหล่านั้นมิย่อย ย่อมเกิดปัญหาเล็กๆ น้อยๆได้” จิ่นเซวียนรู้ว่าชานเอ๋อร์กำลังเข้าใจผิด นางจึงรีบอธิบายว่าสิ่งใดคือสารพิษที่นางพูดถึง
ชานเอ๋อร์ฟังแล้วเหมือนจะเข้าใจแต่ความจริงนางมิเข้าใจ “เช่นนั้นข้าควรขจัดสารพิษอย่างไรเจ้าคะ?”
“อย่างแรก เจ้าต้องสร้างความเคยชินในการใช้ชีวิต นอนเร็วตื่นเช้า อย่าอดหลับอดนอน อย่างที่สองเจ้าต้องดื่มน้ำอุ่นให้มากหน่อย และอย่างสุดท้ายเจ้าต้องออกกำลังกายบ่อยๆ”
“อดหลับอดนอนที่ท่านพูด ข้าเคยสัมผัสมาก่อน ตอนที่ข้าอดนอน ผิวของข้าแย่มากเจ้าค่ะ ผิวหยาบกระด้างและมีบางสิ่งสีดำๆ ติดอยู่บนหน้าด้วยเจ้าค่ะ” เมื่อจิ่นเซวียนอธิบายให้ฟัง ชานเอ๋อร์ก็ตระหนักได้ทันที นางคิดว่าจิ่นเซวียนมีความรู้มากมายยิ่งนัก
“สิ่งที่เจ้าพูดถึงคือรูขุมขนอุดตัน ใบหน้าของเจ้าขับความมันออกมามาก ทำให้รูขุมขนอุดตัน ข้าคิดว่าเจ้าต้องหยุดใช้ชาดกับแป้งน้ำก่อน หากข้ามีเวลา ข้าจะปรุงยาให้ สิวบนใบหน้าของเจ้าจะได้หายไป”
จิ่นเซวียนคิดว่านางอยากทำธุรกิจเครื่องสำอางขึ้นมา นางวางแผนจะศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับเวชสำอางด้วยกันกับซ่งจื่อเฉิน เพื่อยึดครองตลาดเครื่องสำอางในยุคนี้
“ข้าเป็นเพียงบ่าว จะให้ท่านปรุงยาให้ได้อย่างไรเจ้าคะ” ชานเอ๋อร์รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อจิ่นเซวียนมีไมตรีต่อนางเช่นนี้ นางรู้สึกสบายใจยิ่งนักที่ได้คุยกับจิ่นเซวียน
“สำหรับข้า ทุกคนล้วนเท่าเทียมกัน เจ้าเป็นสาวใช้มิใช่เรื่องน่าอาย เจ้าหาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงของเจ้า ผู้ใดจะกล้าว่าเจ้า ชานเอ๋อร์ เวลานี้ข้ายังมีน้ำทำความสะอาดผิวหน้าอยู่เล็กน้อย ข้าจะให้เจ้าลองดูก่อนว่าสามารถกำจัดสิวบนใบหน้าของเจ้าได้หรือไม่” จิ่นเซวียนเทน้ำศักดิ์สิทธิ์สามสี่หยดให้ชานเอ๋อร์ลองใช้ ชานเอ๋อร์จะได้ไปพูดต่อให้นาง
“ข้ารู้สึกสบายยิ่งนักเจ้าค่ะ” จิ่นเซวียนหยิบขวดเล็กๆ ออกมาหยดน้ำลงบนฝ่ามือของชานเอ๋อร์ ให้นางตบไปทั่วใบหน้า นางตบเบาๆ หน้าก็เย็นสบาย รู้สึกดียิ่งนัก
“เจ้าลองมองตนเองในกระจกสิ” จิ่นเซวียนเห็นผลลัพธ์ของน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงบอกให้ชานเอ๋อร์มาดูหน้าของตนเอง
“......มหัศจรรย์ยิ่งนัก สิวบนหน้าของข้า ค่อยๆ หายไปและผิวยังขาวขึ้นด้วยเจ้าค่ะ”
ชานเอ๋อร์ตกใจจนพูดมิออก นางรู้สึกว่าน้ำทำความสะอาดหน้าที่จิ่นเซวียนคิดค้นช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ของล้ำค่าเช่นนี้ จิ่นเซวียนกลับเต็มใจให้นางลองใช้
“ชานเอ๋อร์ หากเจ้าคิดว่าดีก็ช่วยกระจายข่าวให้ข้า ให้เหล่าฮูหยินและคุณหนูรู้ว่าข้ามีน้ำทำความสะอาดผิวหน้า ช่วยลดสิว และช่วยทำให้ผิวขาวใส ให้ข่าวนี้กระจายไปทั่วทั้งอำเภอเลยยิ่งดี เมื่อข้าเปิดร้านแล้ว ข้าจะให้เจ้าหนึ่งขวด” ชานเอ๋อร์คือผู้ช่วยกระจายข่าวของนาง หากชานเอ๋อร์ช่วยได้จริง การให้น้ำศักดิ์สิทธิ์กับนางขวดหนึ่งย่อมมิใช่เรื่องใหญ่
เชิงอรรถ
[1] ห้องเซียงฝาง หมายถึง เรือนตะวันออกและเรือนตะวันตกในเรือนสีประสาน