บทที่ 14 ฉันทำคุณอาเจ็บหรือเปล่า
วันนี้สถานการณ์เป็ใจ สมองของหนิงหนิงหมุนอย่างรวดเร็ว โอกาสในการโจมตีที่ดีเช่นนี้ต้องไม่ปล่อยไปโดยเปล่าประโยชน์เด็ดขาด!
ความอึดอัดที่ปรากฏบนสีหน้าของหญิงสาวกลายเป็ความเสียใจในทันที เมื่อเธอกะพริบตาก็ยิ่งดูบริสุทธิ์และไม่เป็อันตราย แต่หางตากลับเน้นให้เห็นดวงตาที่เปี่ยมเสน่ห์ "ขอโทษค่ะ ฉันทำให้คุณอาเจ็บหรือเปล่าคะ?" คำพูดนี้ทำไมมันฟังดูกำกวมชอบกลนะ
เธอไม่เชื่อว่าเธออ่อยหนักขนาดนี้ เขาจะไม่ตกหลุมพรางของเธอ
"ไม่เจ็บหรอก" โจวจื้อหย่วนขมวดคิ้วเล็กน้อย วินาทีที่โดนเธอชน ซี่โครงเขาปวดมาก เด็กสาวผอมเกินไป เธอมีน้ำหนักเท่ากับเด็กอายุสิบขวบ ร่างกายผอมแห้งจนน่าใ
เมื่อนึกถึงตรงนี้ โจวจื้อหย่วนก็มีสีหน้าจริงจังเล็กน้อย รู้สึกว่าตัวเองต้องรับภาระหน้าที่ของผู้ใหญ่ และทำการสั่งสอนบุตรหลาน "เด็กน้อย กินอาหารให้มันเยอะๆ หน่อยสิ"
หนิงหนิงเบิกตาโต "เด็ก…เด็กน้อย???"
เธอได้ยินผิดหรือเปล่า เธออุตส่าห์อ่อยเขาอยู่ครึ่งวัน แต่สุดท้ายก็ยังเป็เด็กในสายตาของเขาอยู่ดี?? ให้ตายเถอะ คนอะไรซื่อบื้อชะมัด
การโจมตีล้มเหลว!
……
เมื่อส่งนายทหารหนุ่มกลับไปแล้ว พอหนิงหนิงกลับเข้าบ้านมา หญิงสาวก็เห็นกู้เหยายืนอยู่ที่ประตูรั้ว สีหน้าของเธอแยกไม่ออกว่าจะมาดีหรือมาร้ายกันแน่ "หนิงหนิง เธอรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าโจวจื้อหย่วนเป็คุณอาคนเล็กของโจวเหวินเยี่ยน?" ด้วยเหตุนี้เอง หนิงหนิงจึงจงใจทำให้เธอสับสน ปล่อยให้เธอแย่งชิงโจวเหวินเยี่ยนและทำให้เธอสูญเสียต่อหน้าโจวจื้อหย่วน
ตอนแรกกู้หนิงไม่คิดจะตอบโต้ แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง เธอตัดสินใจยิ้มเล็กน้อย "ถ้าใช่แล้วไง? ไม่ใช่แล้วไง?"
ตามที่คาดไว้ เมื่อคำพูดของหนิงหนิงได้ยินไปถึงหูของอีกฝ่าย สีหน้าของกู้เหยาก็บิดเบี้ยวทันที ทันใดนั้นเธอก็รีบวิ่งเข้ามาทำตัวเหมือนคนบ้า "เธอก็ฝันเหมือนกันใช่ไหม? เธอแย่งพ่อกับแม่ของฉันไป แย่งพี่ชายบุญธรรมของฉันไป ตอนนี้แม้แต่ความฝันของฉัน เธอก็แย่งมันไปอีกแล้ว"
ความฝันเหรอ? กู้หนิงย้อนถามกลับด้วยสีหน้านิ่งเฉยว่า "ทำไมเธอฝันได้ แล้วฉันจะฝันไม่ได้ล่ะ?"
"มันไม่เหมือนกันสักหน่อย!" ทันใดนั้นกู้เหยาก็กรีดร้องเสียงดัง ราวกับว่า้าจะท้าทายฟ้าดิน จากนั้นไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร กู้เหยามีสีหน้าภูมิใจมาก และยิ้มอย่างบ้าคลั่ง "ต่อให้เธอจะฝันได้จริงแล้วไงล่ะ? คู่หมั้นของเธอฉันก็แย่งมาแล้ว กู้หนิง เธอเป็แค่เด็กบ้านนอกไม่มีการศึกษา เธอมั่นใจได้เลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอมีจะถูกฉันแย่งชิงไปทั้งหมด คู่หมั้นของเธอเป็แค่อย่างแรกที่ฉันแย่งมาเท่านั้นเอง"
เมื่อมองไปยังคนที่อยู่ข้างหลังกู้เหยา หนิงหนิงก็แอบหัวเราะเสียงดังในใจ แต่สีหน้าใมาก ผสมกับความเสียใจอีกเล็กน้อย เธอร้องอุทานออกมาว่า "เหยาเหยา ทำไมเธอถึงเป็แบบนี้ ฉันเป็พี่สาวแท้ๆ ของเธอนะ เธอไม่สงสารฉันบ้างเลยหรือไง?"
"เธอไม่ใช่พี่สาวของฉัน ยิ่งเธอมีชีวิตที่แย่มากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะให้เธอตกนรกสิบแปดชั้นไปตลอดชีวิต" ด้วยความโกรธที่มีต่อหนิงหนิง ความชั่วร้ายทั้งหมดของกู้เหยาจึงถูกเปิดเผยออกมาทันที
คำพูดของเธอลอยไปเข้าหูสมาชิกทุกคนในตระกูลกู้ที่อยู่ข้างหลังกู้เหยา ทุกคนมองเธอด้วยความใ นี่คือกู้เหยาซึ่งเคยเป็สาวน้อยผู้อ่อนหวานที่มีจิตใจดีงามจริง ๆ เหรอ?
คนแรกที่ตั้งสติได้คือหลิวซูเจินซึ่งเป็แม่ ลูกสาวคนเล็กทำลายชีวิตลูกสาวคนโต การถอนหมั้นสร้างาแในใจของเธอมากพออยู่แล้ว หลิวซูเจินยังมาได้ยินกู้เหยาพูดแบบนี้ออกมาอีก นับเป็คำพูดที่ทิ่มแทงใจหลิวซูเจินจริง ๆ เธอ้าระบายความเกลียดชังทั้งหมดออกมา คนเป็แม่เดินเข้าไปหาลูกสาวคนเล็กและสะบัดฝ่ามือตบไปสองครั้ง "กู้เหยา แกอยากจะโตขึ้นเป็งูพิษหรือไง!?"
การที่สามารถทำให้หลิวซูเจินพูดประโยคนี้ได้ ทุกคนย่อมสามารถจินตนาการได้ว่าเธอโกรธแค่ไหน "หนิงหนิงเป็พี่สาวแท้ ๆ ของแก! พี่แกคิดถึงแกและช่วยแกมาตลอด แกมองไม่เห็นความดีของพี่แกบ้างเลยหรือไง รู้อย่างนี้ฉันบีบคอแกตายไปซะั้แ่ตอนเกิดมาก็ดีหรอก!"
ฝ่ามือนี้กะทันหันเกินไป หลิวซูเจินปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันเกินไป คำพูดของเธอแทงเข้าไปในหัวใจของกู้เหยาเหมือนหนามแหลมอาบยาพิษ เธอให้ความใส่ใจต่อความคิดเห็นของพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดมาก
กู้เหยาตกตะลึง "แม่คะ ไม่นะ มันไม่ได้เป็อย่างที่แม่คิด" ภายใต้สถานการณ์เร่งด่วนเช่นนี้ เธอเรียกป้าสามด้วยคำว่าแม่ เมื่อเธอหันกลับไปเห็นครอบครัวที่อยู่ไม่ไกล สมองของเธอก็เหมือนกับจะะเิออกมา กู้เหยาพูดอย่างเศร้าโศกว่า "พี่สาวใส่ร้ายฉัน ใช่แล้ว นี่เป็แผนการใส่ร้ายของหนิงหนิงทั้งหมด"
หนิงหนิงที่ถูกเรียกชื่อแสดงสีหน้าใออกมาเกินคำบรรยาย ชั่วขณะต่อมา เธอร้องไห้ด้วยน้ำตาไหลรินราวกับสายฝน "เป็ความผิดของฉันเอง ฉันอบรมน้องสาวไม่ดีพอ เป็ความผิดของฉัน เหยาเหยาเกลียดฉัน ฉันถูกเหยาเหยาแย่งโจวเหวินเยี่ยนไปก็สมควรแล้ว สิ่งที่พี่สาวอย่างฉันทำได้ก็คืออวยพรน้องสาวและคนรักของเธออย่างจริงใจ ทุกคนอย่าดุเหยาเหยาเลยนะคะ"
ทำไมหนิงหนิงถึงเป็คนดีขนาดนี้! ทุกคนในครอบครัวต่างก็กำลังคิดเช่นนี้
กู้เหยาแย่งคู่หมั้นของหนิงหนิงและแทบรอไม่ไหวที่จะทำให้หนิงหนิงตกนรกสิบแปดชั้น หลังจากถูกรังแกครั้งแล้วครั้งเล่า หนิงหนิงก็ยังให้อภัยอย่างใจกว้างและถือว่าความผิดทุกอย่างเป็ของตนเองทั้งหมด นับว่าเธอเป็คนดีมากเกินไปแล้วจริงๆ
จ้าวกุ้ยฮวาตั้งสติขึ้นมาได้ เธอชี้ไปที่จมูกของกู้เหยาและด่าว่า "กู้เหยา พี่สาวของแกดีขนาดนี้ แกทำร้ายเธอแบบนี้ได้ยังไง?"
กู้เจี้ยนเซ่อเข้าไปกอดหนิงหนิง และเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น "ชีวิตนี้ฉันมีแต่หนิงหนิงเป็ลูกสาวคนเดียวเท่านั้น"
กู้เซี่ยงหยวนยิ่งมีสีหน้าผิดหวัง "เหยาเหยา หนิงหนิงใจดีขนาดนี้ แต่เธอก็ยังรังแกได้ลงคอ เธอทำให้ฉันผิดหวังจริง ๆ"
กู้พ่านเหวินทำหน้ารังเกียจ "ทำไมพ่อแม่ของฉันไม่เลือกหนิงหนิงมาเป็น้องสาวให้ฉันนะ ทำไมถึงต้องเลือกงูพิษอย่างเธอมาด้วย"
กู้เซี่ยงฟางมีท่าทางสงบที่สุด แต่ก็ยังพูดประโยคหนึ่งว่า "จิตใจของเธอมันสกปรกมากเกินไปแล้ว"
ทั้งหมดนี้คือฉากที่หนิงหนิงอยากเห็น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมาน้ำตาไหลพราก ขอร้องอ้อนวอนทุกคนว่า "ทุกคนอย่าต่อว่าเหยาเหยาเลยนะคะ เธอยังเด็กอยู่"
กู้เหยาเ็ปจนชา เมื่อเธอได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็กลับมาดุร้ายโดยทันที "เธอน่ะหุบปากไปซะ!"
"แกนั่นแหละหุบปาก!" ทุกคนในตระกูลกู้พูดออกมาพร้อมกัน
กู้เหยา "..." เป็แบบนี้เธอตายเสียดีกว่า
……
อาหารค่ำประจำคืนนี้ กู้เหยาถูกลงโทษให้งดรับประทานอาหาร แต่หนิงหนิงกลับได้รับความรักจากทั้งครอบครัว แน่นอนว่ายกเว้นคุณป้าที่เป็ลมหมดสติไปเมื่อตอนกลางวัน กู้หนิงก็ได้รับมอบไข่ต้มจากทุกคนคนละหนึ่งใบ รวมแล้วเธอได้รับไข่ต้มเป็จำนวนถึงหกใบ ต้องเข้าใจก่อนว่าตระกูลกู้มีสถานะทางการเงินไม่สู้ดี เพราะฉะนั้นการรับประทานไข่ต้มเช่นนี้จึงถือเป็โอกาสพิเศษอย่างยิ่ง
กู้หนิงรับประทานรวดเดียว 4 ลูกก็รู้สึกอยากอ้วกออกมาแล้ว
เธอใช้แผ่นหยกวิเศษทำสำเนาไข่ต้มเหล่านี้เอาไปมอบให้แก่คุณปู่ที่เป็อัมพาตติดเตียง 1 ใบ เหลือให้คุณย่าอีก 1 ใบ มอบให้พ่อแม่และหยางหยางตามลำพังอีกคนละ 1 ใบ
กู้หนิงยังเหลือไข่ต้มอีก 2 ใบ เธอเอาไปที่ลานหน้าบ้านทางด้านนอก กู้เหยายังคงคุกเข่าอยู่ในลานบ้านอย่างอ่อนแอและน่าสงสาร กู้เหยาทำอะไรไม่ถูก แต่กลิ่นหอมของอาหารค่ำยังลอยออกมาจากห้องโถงภายในตัวบ้าน พลางกลืนน้ำลายด้วยความหิว
และเป็เวลาเดียวกันนี้เองที่หนิงหนิงเดินเข้ามาหาเธอ ปอกไข่ต้มขาวสะอาดใบหนึ่งออกมาต่อหน้าเธอ ค่อย ๆ ชิมอย่างละเมียดละไม "รู้ไหมว่าไข่ป่านี้มาจากไหน" เธอเริ่มการโจมตีกระบวนท่าแรก "หลังจากที่เธอแก้ตัวว่าปวดท้องลงจากเขา ฉันก็ไปเก็บใบไม้ที่ตำแหน่งเดิมของเธอ แล้วฉันก็ไปเจอกับไข่ป่ารังใหญ่เชียวล่ะ"
สีหน้าของกู้เหยาเปลี่ยนไป แต่เดิมสิ่งเหล่านี้ควรเป็ของเธอ หญิงสาวจึงตอบโต้กลับไปด้วยน้ำเสียงดุร้าย "เธอก็แย่งฉันได้แค่นี้แหละ"
ทันใดนั้น หนิงหนิงก็โน้มตัวเข้ามาใกล้หูของเธอและกระซิบเบา ๆ "จำเอาไว้ให้ดีนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็ของเธอ ฉันจะแย่งมาให้หมด"
"แก…!" กู้เหยาคำรามในลำคอด้วยความโกรธแค้น ท้องก็ร้องอย่างบ้าคลั่ง พวกเธอสองคนอยู่ใกล้กันเกินไป กลิ่นหอมของไข่ต้มทะลวงผ่านเข้ามาในจมูกอย่างไม่อาจควบคุมได้
กู้หนิงพอใจแล้ว เธอหยิบไข่ใบสุดท้ายออกมาถือในมือแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ จงใจยั่วยวนว่า "เห็นไข่ใบนี้ไหม?"
กู้เหยาหันหน้าไปทางอื่นและบังคับให้ตัวเองไม่มอง
หนิงหนิงกลับยกไข่ต้มขึ้นแกว่งไปแกว่งมาต่อหน้าเธอ ก่อนจะยื่นไข่เข้ามาให้ กู้เหยาอ้าปากกัดโดยไม่รู้ตัว นี่เป็ปฏิกิริยาตอบสนองตามธรรมชาติ เพราะหนิงหนิงเป็คนป้อนอาหารเธอมาหลายปีแล้ว
แต่ยังไม่ทันที่ปากของเธอจะกัดลงไปบนไข่ต้ม กู้หนิงก็ปล่อยมือจนไข่ตกบนพื้น ก่อนที่กู้หนิงจะใช้เท้าเหยียบไข่ต้มใบนั้นและหัวเราะเยาะว่า "ทิ้งดีกว่า ฉันไม่ให้เธอได้กินหรอก"