รอบนอกงานวัดมีร้านค้าเล็กๆ ตั้งรวมกัน เขาวิ่งไปที่คุณลุงขายน้ำเย็น ก่อนจะวิ่งกลับมามือเปล่า “ผมจะช่วยคุณซื้อน้ำ แต่ผมไม่มีเงิน” เด็กชายประดักประเดิดสุดๆ
ผมล้วงหยิบแบงก์ร้อยหยวนให้เขา เขาซื้อซูเปอร์ซูเผ่า[1]มากระป๋องหนึ่ง และวางเงินทอนใส่มือผม
“เมื่อกี้ขอบคุณนายนะ” ผมยิ้มให้เขา เขาช่วยชีวิตผม “นายไม่ดื่มเหรอ ฉันเลี้ยง”
เขาส่ายหัว
ดอกไม้ไฟและประทัดของงานวัดส่งผลให้ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนชวนหายใจไม่ออก รออยู่นาน ในที่สุดก็ถูกลมปัดเป่าออกไป พวกเราถึงไปจากที่นี่ด้วยกันช้าๆ
ร้านขายไส้กรอกกำลังย่างไส้กรอกทั้งอันเล็กและอันใหญ่ มีรถของเล่นให้เด็กนั่งวนไปวนมาในงานวัดประหนึ่งสวนสนุกขนาดย่อม ขณะผ่านคุณป้าที่พยายามม้วนสายไหมด้วยเครื่องทำสายไหม เด็กชายมองด้วยความแปลกใจ ผมเห็นเขาสนใจจึงใช้ยี่สิบหยวนซื้อขนมสายไหมไม้หนึ่งให้เขา
“ขอบคุณ!” เสียงของเขาอ้อมแอ้มไม่รู้ควรทำอย่างไร ครู่ใหญ่ถึงยอมรับไว้ด้วยความเอียงอาย
“สีขาวดีกว่า…” เด็กชายพึมพำ ทว่าเครื่องทำสายไหมยังไม่ได้ม้วนสีขาวออกมา ที่เขาถือในมือเป็สีชมพูชวนให้เด็กผู้ชายกระอักกระอ่วน
“ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ บ๊ายบาย” ผมบอกเขา
เพิ่งย่างออกไปได้ก้าวเดียว ภาพเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป กลายเป็ท้องฟ้าแจ่มใสตอนกลางวัน โล่งโจ้งไร้เมฆ เบื้องหน้ามีรางรถไฟเหาะวกไปวนมา เสียงเฮลั่นอย่างมีความสุขดังเนืองๆ ในสวนสนุก
มือของใครบางคนโอบไหล่ผมอยู่ ผมหันกลับไป ก็เห็นเด็กชายคนนั้นที่โตขึ้นแล้ว
เขาเล็งกล้องในมือมาที่เรา พวงกุญแจตุ๊กตากระต่ายมิฟฟี่ส่องแสงเจิดจ้าท่ามกลางแสงแดด “อันนี้อยากเก็บไว้เป็ที่ระลึกสักหน่อย วันนี้อาหม่านให้ของแทนใจกับผม ผมจะรักษามันไว้อย่างดี”
จากนั้น เขาก้มหน้าจุมพิตริมฝีปากของผม
“เ้าหนุ่ม นายคิดจะทำอะไรน้องชายของคนอื่นน่ะ” พี่ใหญ่โมโหอยู่อีกด้าน
“ขอเวลาให้ผมหนึ่งนาที ผมขอมีความสุขบ้าง” เว่ยเสียงฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
ทันใดนั้น แสงสว่างตรงหน้าดับวูบ หน้าอกผมปวดแปลบ ทั้งที่รู้ว่ากำลังฝัน แต่กลับไม่ยอมตื่น…ตื่นไม่ได้…
ผมเบิกตาโพลง เด้งตัวขึ้นจากเตียง สูดเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ เหงื่อเย็นเปียกชุ่มไปทั่วหมอนและผ้าห่ม หัวใจเต้นตึกตักโครมครามไม่หยุด ผมพบว่าตัวเองเกือบหายใจไม่ออก
“ฝันนี่เอง…” เมื่อหันไปมองทางหน้าต่าง ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเป็สีขาวแล้ว นาฬิกาดิจิทัลบอกเวลาเก้าโมงตรง ผมคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะนอนไปนานขนาดนี้
“กลางวันคิดถึงสิ่งใด กลางคืนฝันถึงสิ่งนั้น” ผมพึมพำบอกตัวเอง แต่ไม่อาจมองข้ามห้วงฝันที่เหมือนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในอดีตก็เคยฝันเห็นความทรงจำที่หลงลืมไปแล้ว แต่เื่เ่าั้เป็ความจริงหรือไม่ ผมตื่นมาแล้วไม่สามารถแยกแยะได้ ทุกอย่างเลือนรางไปหมด
เตียงข้างๆ ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าไน่ไน่ไปวิ่งเล่นที่ไหนอีก ผมเลิกผ้าห่มขึ้นลงจากเตียง ตั้งใจไปล้างหน้าล้างตา แล้วค่อยเริ่มโครงการตามหาลูกสาวอันใหญ่หลวง
หลังออกจากห้อง เสียงกรอบแกรบดังมาจากหลังประตูไม้อีกด้านของทางเดิน ผมหรี่ตา ดวงตาที่ลืมใส่แว่นพร่าเลือน เมื่อเปิดประตูบานนั้น กลับพบว่าเว่ยเสียงเข้ามาั้แ่เมื่อไรไม่รู้ กำลังใช้กรรไกรตัดผมให้ไน่ไน่
ไน่ไน่พูดเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุดเหมือนนกกระจอกตัวน้อย “ผมของหนูทั้งหนาและหนัก คุณพ่อผมตรง ของหนูหยักศกเหมือนคุณแม่ แต่คุณพ่อชอบไม่ยอมพาหนูไปตัดผม คุณพ่อบอกว่าถ้าผมหนูสั้นจะเป็เหมือนเด็กผู้ชายค่ะ”
“พี่ช่วยซอยให้ผมเธอบางลง ความยาวไม่เปลี่ยน” เว่ยเสียงพยักหน้ารับฟังคำพูดโอดครวญของไน่ไน่ หลังตัดผมเสร็จแล้วก็เก็บผ้าคลุมพลาสติกที่คลุมบนตัวไน่ไน่ เงยหน้ามาสบตาผมพอดี
ผมมองพวกเขาสองคนอย่างไม่พอใจ “ใครปล่อยให้เขาเข้ามา” หน้าอกยังคงปวดแปลบ
“ตอนหนูออกไปเมื่อเช้าเห็นพี่ชายจามอยู่ข้างนอกตลอดเลยเรียกเขาเข้ามาค่ะ” ไน่ไน่มุ่ยปากบอก
เว่ยเสียงเก็บกวาดผมที่ตัดออก หยิบขวดกระปุกกองหนึ่งออกจากกระเป๋าเดินทางมาทาบนหัวไน่ไน่ “อันนี้ช่วยให้เส้นผมนุ่มขึ้น รอให้เธอกลับไต้หวันแล้วมาหาพี่ที่ซาลอนของพี่ พี่จะช่วยทำให้ผมเธอตรงเอง ไม่กระโดกกระเดกไม่เป็ทรงอีก”
“จริงเหรอคะ” ไน่ไน่ตาเป็ประกาย
“อืม” เว่ยเสียงพยักหน้า
“คุณพ่อคะ เราจะไปไต้หวันเมื่อไรคะ” ไน่ไน่หันกลับมาถามผมด้วยความคาดหวัง
“ชาตินี้ก็ไม่กลับไปแล้ว” ผมจงใจพูดแบบนี้ต่อหน้าไน่ไน่
เ้าตัวน้อยหน้าเสียทันที “คุณพ่อแย่ที่สุดเลย!”
เว่ยเสียงเป่าผมให้ไน่ไน่ต่อ ผมต้องยอมรับว่าฝีมือเว่ยเสียงไม่เลว ผมกระเซอะกระเซิงของไน่ไน่ทำให้ทุกเช้าผมต้องสู้รบตบมือกับมันอยู่นานกว่าจะถักเปียให้เธอได้ แต่พอเว่ยเสียงจัดแต่งนิดๆ หน่อยๆ ผมของไน่ไน่กลับนุ่มลื่นเหมือนใยไหม วันนี้เธอมัดแกละชี้ฟ้าสองแกละ เป็ทรงที่เส้นผมเรียงตัวสวยั้แ่โคนจรดปลาย
ไน่ไน่สะบัดช่อผมด้านหลังด้วยความดีใจ “นุ่มๆ เลย คุณพ่อคะ นุ่มๆ เลยค่ะ!” เธอปราดไปทางนู้นทีทางนี้ทีในห้องเว่ยเสียง “พี่ชาย ขอบคุณนะคะ!” ก่อนจะพุ่งลงไปชั้นล่างและสร้างมลพิษทางเสียงอีกเป็กอง
ขณะที่เว่ยเสียงเก็บกล่องอุปกรณ์ของเขา ผมบอกเขาเสียงเบา “อย่าใช้ลูกไม้แบบนั้นซื้อใจเด็ก ไน่ไน่ไม่รู้เื่อะไร”
“ผมเปล่า” เขาตอบกลับมาเบาๆ
“เมื่อวานนายเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงทำเื่แบบนั้น ผมไม่ชอบให้ใครมาล้อเล่นแบบนี้ นายช่วยหักห้ามใจตัวเองหน่อย” ผมกำลังคิดว่ากลับไปเอาแว่นที่ห้องดีไหม ไม่อย่างนั้นมองไม่ค่อยเห็นสถานการณ์ ไม่ดีต่อการเจรจา
“อดใจไม่ไหวไปแป๊บนึงน่ะ” เขาพูดเสียงเรียบ “พอผมคิดว่าคุณใกล้ผมขนาดนั้น อยู่ข้างๆ ผม สติก็เตลิด”
ถ้อยคำของเขาทำให้หน้าผมเขียวไปครึ่งหนึ่ง “นายเป็เกย์เหรอ”
“ผมชอบคุณมาก ชอบมาตลอด” เขาจัดความเรียบร้อยกล่องอุปกรณ์ตัวเองอย่างเชื่องช้า บางครั้งปรายตามามองผมยิ้มๆ คำพูดแบบนั้นบวกกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดูไม่ขัดกันสักนิด
ผมแค่รู้สึกไม่พอใจมาก คนคนนี้บ้าๆ บอๆ ทำลาย่เวลาพักผ่อนแสนสุขของผม ผมเดินไปข้างหน้า กระชากคอเสื้อเขาขึ้นมา “ไปซะ เ้าคนน่าขยะแขยง ถ้าฉันต้องทนเห็นนายอีกวินาทีเดียว ฉันกลัวว่าลูกตาฉันจะเน่าไปซะก่อน!”
ผมสังหรณ์ใจไม่ดีมาก ความรู้สึกนั้นอัดแน่นอยู่ในอกผม บีบรัดจนหัวใจเจ็บแปลบ เป็เพราะฝันเมื่อวานเหรอ ทำไมคำพูดของเขาถึงทำให้ผมรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก
คำว่า ‘ผมชอบคุณมาก!’ เจือไปด้วยความเศร้าซึมบางๆ ขณะหลุดออกจากปาก ผมแทบทนต่อท่าทีน่าสงสารเหมือนหมาน้อยกระดิกหางขอความเมตตาจากผมของเขาไม่ไหว ถ้าไม่หักใจหน่อย ผมคิดว่าฝันร้ายนี้คงไม่มีวันจางหาย
เชิงอรรถ
^ เครื่องดื่มเกลือแร่