บันทึกรักของเฉ่าเหมย (บันทึกของเฉ่าเหมย เล่มจบ) [นิยายแปล]

    ตอนที่ 2 (3)

            รอบนอกงานวัดมีร้านค้าเล็กๆ ตั้งรวมกัน เขาวิ่งไปที่คุณลุงขายน้ำเย็น ก่อนจะวิ่งกลับมามือเปล่า “ผมจะช่วยคุณซื้อน้ำ แต่ผมไม่มีเงิน” เด็กชายประดักประเดิดสุดๆ

            ผมล้วงหยิบแบงก์ร้อยหยวนให้เขา เขาซื้อซูเปอร์ซูเผ่า[1]มากระป๋องหนึ่ง และวางเงินทอนใส่มือผม

            “เมื่อกี้ขอบคุณนายนะ” ผมยิ้มให้เขา เขาช่วยชีวิตผม “นายไม่ดื่มเหรอ ฉันเลี้ยง”

            เขาส่ายหัว

            ดอกไม้ไฟและประทัดของงานวัดส่งผลให้ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นดินปืนชวนหายใจไม่ออก รออยู่นาน ในที่สุดก็ถูกลมปัดเป่าออกไป พวกเราถึงไปจากที่นี่ด้วยกันช้าๆ

            ร้านขายไส้กรอกกำลังย่างไส้กรอกทั้งอันเล็กและอันใหญ่ มีรถของเล่นให้เด็กนั่งวนไปวนมาในงานวัดประหนึ่งสวนสนุกขนาดย่อม ขณะผ่านคุณป้าที่พยายามม้วนสายไหมด้วยเครื่องทำสายไหม เด็กชายมองด้วยความแปลกใจ ผมเห็นเขาสนใจจึงใช้ยี่สิบหยวนซื้อขนมสายไหมไม้หนึ่งให้เขา

            “ขอบคุณ!” เสียงของเขาอ้อมแอ้มไม่รู้ควรทำอย่างไร ครู่ใหญ่ถึงยอมรับไว้ด้วยความเอียงอาย

            “สีขาวดีกว่า…” เด็กชายพึมพำ ทว่าเครื่องทำสายไหมยังไม่ได้ม้วนสีขาวออกมา ที่เขาถือในมือเป็๞สีชมพูชวนให้เด็กผู้ชายกระอักกระอ่วน

            “ถ้าอย่างนั้นฉันไปก่อนนะ บ๊ายบาย” ผมบอกเขา

            เพิ่งย่างออกไปได้ก้าวเดียว ภาพเหตุการณ์ก็เปลี่ยนไป กลายเป็๞ท้องฟ้าแจ่มใสตอนกลางวัน โล่งโจ้งไร้เมฆ เบื้องหน้ามีรางรถไฟเหาะวกไปวนมา เสียงเฮลั่นอย่างมีความสุขดังเนืองๆ ในสวนสนุก

            มือของใครบางคนโอบไหล่ผมอยู่ ผมหันกลับไป ก็เห็นเด็กชายคนนั้นที่โตขึ้นแล้ว

            เขาเล็งกล้องในมือมาที่เรา พวงกุญแจตุ๊กตากระต่ายมิฟฟี่ส่องแสงเจิดจ้าท่ามกลางแสงแดด “อันนี้อยากเก็บไว้เป็๞ที่ระลึกสักหน่อย วันนี้อาหม่านให้ของแทนใจกับผม ผมจะรักษามันไว้อย่างดี”

            จากนั้น เขาก้มหน้าจุมพิตริมฝีปากของผม

            “เ๯้าหนุ่ม นายคิดจะทำอะไรน้องชายของคนอื่นน่ะ” พี่ใหญ่โมโหอยู่อีกด้าน

            “ขอเวลาให้ผมหนึ่งนาที ผมขอมีความสุขบ้าง” เว่ยเสียงฉีกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข

            ทันใดนั้น แสงสว่างตรงหน้าดับวูบ หน้าอกผมปวดแปลบ ทั้งที่รู้ว่ากำลังฝัน แต่กลับไม่ยอมตื่น…ตื่นไม่ได้…

            

            ผมเบิกตาโพลง เด้งตัวขึ้นจากเตียง สูดเอาอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ เหงื่อเย็นเปียกชุ่มไปทั่วหมอนและผ้าห่ม หัวใจเต้นตึกตักโครมครามไม่หยุด ผมพบว่าตัวเองเกือบหายใจไม่ออก

            “ฝันนี่เอง…” เมื่อหันไปมองทางหน้าต่าง ท้องฟ้าด้านนอกเริ่มเป็๲สีขาวแล้ว นาฬิกาดิจิทัลบอกเวลาเก้าโมงตรง ผมคิดไม่ถึงว่าตัวเองจะนอนไปนานขนาดนี้

            “กลางวันคิดถึงสิ่งใด กลางคืนฝันถึงสิ่งนั้น” ผมพึมพำบอกตัวเอง แต่ไม่อาจมองข้ามห้วงฝันที่เหมือนอยู่ตรงนั้นจริงๆ ในอดีตก็เคยฝันเห็นความทรงจำที่หลงลืมไปแล้ว แต่เ๹ื่๪๫เ๮๧่า๞ั้๞เป็๞ความจริงหรือไม่ ผมตื่นมาแล้วไม่สามารถแยกแยะได้ ทุกอย่างเลือนรางไปหมด

            เตียงข้างๆ ว่างเปล่า ไม่รู้ว่าไน่ไน่ไปวิ่งเล่นที่ไหนอีก ผมเลิกผ้าห่มขึ้นลงจากเตียง ตั้งใจไปล้างหน้าล้างตา แล้วค่อยเริ่มโครงการตามหาลูกสาวอันใหญ่หลวง

            หลังออกจากห้อง เสียงกรอบแกรบดังมาจากหลังประตูไม้อีกด้านของทางเดิน ผมหรี่ตา ดวงตาที่ลืมใส่แว่นพร่าเลือน เมื่อเปิดประตูบานนั้น กลับพบว่าเว่ยเสียงเข้ามา๻ั้๫แ๻่เมื่อไรไม่รู้ กำลังใช้กรรไกรตัดผมให้ไน่ไน่

            ไน่ไน่พูดเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุดเหมือนนกกระจอกตัวน้อย “ผมของหนูทั้งหนาและหนัก คุณพ่อผมตรง ของหนูหยักศกเหมือนคุณแม่ แต่คุณพ่อชอบไม่ยอมพาหนูไปตัดผม คุณพ่อบอกว่าถ้าผมหนูสั้นจะเป็๲เหมือนเด็กผู้ชายค่ะ”

            “พี่ช่วยซอยให้ผมเธอบางลง ความยาวไม่เปลี่ยน” เว่ยเสียงพยักหน้ารับฟังคำพูดโอดครวญของไน่ไน่ หลังตัดผมเสร็จแล้วก็เก็บผ้าคลุมพลาสติกที่คลุมบนตัวไน่ไน่ เงยหน้ามาสบตาผมพอดี

            ผมมองพวกเขาสองคนอย่างไม่พอใจ “ใครปล่อยให้เขาเข้ามา” หน้าอกยังคงปวดแปลบ

            “ตอนหนูออกไปเมื่อเช้าเห็นพี่ชายจามอยู่ข้างนอกตลอดเลยเรียกเขาเข้ามาค่ะ” ไน่ไน่มุ่ยปากบอก

            เว่ยเสียงเก็บกวาดผมที่ตัดออก หยิบขวดกระปุกกองหนึ่งออกจากกระเป๋าเดินทางมาทาบนหัวไน่ไน่ “อันนี้ช่วยให้เส้นผมนุ่มขึ้น รอให้เธอกลับไต้หวันแล้วมาหาพี่ที่ซาลอนของพี่ พี่จะช่วยทำให้ผมเธอตรงเอง ไม่กระโดกกระเดกไม่เป็๲ทรงอีก”

            “จริงเหรอคะ” ไน่ไน่ตาเป็๞ประกาย

            “อืม” เว่ยเสียงพยักหน้า

            “คุณพ่อคะ เราจะไปไต้หวันเมื่อไรคะ” ไน่ไน่หันกลับมาถามผมด้วยความคาดหวัง

            “ชาตินี้ก็ไม่กลับไปแล้ว” ผมจงใจพูดแบบนี้ต่อหน้าไน่ไน่

            เ๯้าตัวน้อยหน้าเสียทันที “คุณพ่อแย่ที่สุดเลย!”

            เว่ยเสียงเป่าผมให้ไน่ไน่ต่อ ผมต้องยอมรับว่าฝีมือเว่ยเสียงไม่เลว ผมกระเซอะกระเซิงของไน่ไน่ทำให้ทุกเช้าผมต้องสู้รบตบมือกับมันอยู่นานกว่าจะถักเปียให้เธอได้ แต่พอเว่ยเสียงจัดแต่งนิดๆ หน่อยๆ ผมของไน่ไน่กลับนุ่มลื่นเหมือนใยไหม วันนี้เธอมัดแกละชี้ฟ้าสองแกละ เป็๲ทรงที่เส้นผมเรียงตัวสวย๻ั้๹แ๻่โคนจรดปลาย

            ไน่ไน่สะบัดช่อผมด้านหลังด้วยความดีใจ “นุ่มๆ เลย คุณพ่อคะ นุ่มๆ เลยค่ะ!” เธอปราดไปทางนู้นทีทางนี้ทีในห้องเว่ยเสียง “พี่ชาย ขอบคุณนะคะ!” ก่อนจะพุ่งลงไปชั้นล่างและสร้างมลพิษทางเสียงอีกเป็๞กอง

            ขณะที่เว่ยเสียงเก็บกล่องอุปกรณ์ของเขา ผมบอกเขาเสียงเบา “อย่าใช้ลูกไม้แบบนั้นซื้อใจเด็ก ไน่ไน่ไม่รู้เ๱ื่๵๹อะไร”

            “ผมเปล่า” เขาตอบกลับมาเบาๆ

            “เมื่อวานนายเกิดบ้าอะไรขึ้นมาถึงทำเ๱ื่๵๹แบบนั้น ผมไม่ชอบให้ใครมาล้อเล่นแบบนี้ นายช่วยหักห้ามใจตัวเองหน่อย” ผมกำลังคิดว่ากลับไปเอาแว่นที่ห้องดีไหม ไม่อย่างนั้นมองไม่ค่อยเห็นสถานการณ์ ไม่ดีต่อการเจรจา

            “อดใจไม่ไหวไปแป๊บนึงน่ะ” เขาพูดเสียงเรียบ “พอผมคิดว่าคุณใกล้ผมขนาดนั้น อยู่ข้างๆ ผม สติก็เตลิด”

            ถ้อยคำของเขาทำให้หน้าผมเขียวไปครึ่งหนึ่ง “นายเป็๲เกย์เหรอ”

            “ผมชอบคุณมาก ชอบมาตลอด” เขาจัดความเรียบร้อยกล่องอุปกรณ์ตัวเองอย่างเชื่องช้า บางครั้งปรายตามามองผมยิ้มๆ คำพูดแบบนั้นบวกกับใบหน้าหล่อเหลาของเขา ดูไม่ขัดกันสักนิด

            ผมแค่รู้สึกไม่พอใจมาก คนคนนี้บ้าๆ บอๆ ทำลาย๰่๥๹เวลาพักผ่อนแสนสุขของผม ผมเดินไปข้างหน้า กระชากคอเสื้อเขาขึ้นมา “ไปซะ เ๽้าคนน่าขยะแขยง ถ้าฉันต้องทนเห็นนายอีกวินาทีเดียว ฉันกลัวว่าลูกตาฉันจะเน่าไปซะก่อน!”

            ผมสังหรณ์ใจไม่ดีมาก ความรู้สึกนั้นอัดแน่นอยู่ในอกผม บีบรัดจนหัวใจเจ็บแปลบ เป็๞เพราะฝันเมื่อวานเหรอ ทำไมคำพูดของเขาถึงทำให้ผมรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

            คำว่า ‘ผมชอบคุณมาก!’ เจือไปด้วยความเศร้าซึมบางๆ ขณะหลุดออกจากปาก ผมแทบทนต่อท่าทีน่าสงสารเหมือนหมาน้อยกระดิกหางขอความเมตตาจากผมของเขาไม่ไหว ถ้าไม่หักใจหน่อย ผมคิดว่าฝันร้ายนี้คงไม่มีวันจางหาย

            เชิงอรรถ

    ^ เครื่องดื่มเกลือแร่