บทที่ 12 มีคนสอน
เสี่ยวเย่ปิงใจนแทบช็อก!
เขาเบิกตากว้าง ลืมร้องไห้ ปากเป็รูปตัว "โอ" ราวกับว่าตัวเองกลายเป็คนโง่
จ้าวซู่อวิ๋นก็ตกตะลึงกับเสียงะโด้วยความโกรธนั้นเช่นกัน
เมื่อมองดูอีกครั้ง หลานชายที่ใจนลืมร้องไห้ ก็รู้สึกทั้งสงสารและโมโห ไม่สนใจว่าจะสกปรกหรือมีกลิ่นเหม็นตุ จ้าวซูอวิ๋นจึงรีบกอดเสี่ยวเย่ปิงเอาไว้ แล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่ซูหลี
"เธอจะะโทำไม? ดูสิ หลานฉันใจนร้องไห้ไม่ออกแล้ว?"
พอได้ยินที่ย่าพูด เย่ปิงก็หยุดร้องไห้ไปชั่วขณะ จากนั้นก็ร้องไห้ดังลั่นอีกครั้ง เสียงร้องที่แหลมคมราวกับเสียงร้องของปีศาจ
คราวนี้ซูหลีโกรธจัด "หุบปาก!"
เสี่ยวเย่ปิงที่มีย่าคอยหนุนหลังยิ่งทำให้เขาไร้ความเกรงกลัว เขาร้องไห้เสียงดังลั่นหวังจะให้คนทั้งหมู่บ้านได้ยิน... ซูหลีโกรธจนทนไม่ไหว เดินเข้าไปคว้าแขนเขาไว้แล้วพูดว่า "มานี่เดี๋ยวนี้ เย่ปิง ถ้าลูกยังนับแม่เป็แม่ของลูกอยู่ละก็ ก็หุบปากซะ!"
ก่อนหน้านี้ ซูหลีเคยรู้สึกไม่ชอบพ่อแม่ที่ตีลูก แต่ตอนนี้เธอกลับมีแรงผลักดันอยากจะทำแบบนั้นบ้าง เธอเข้าใจดีว่าเด็กซนสามารถทำให้พ่อแม่เป็บ้าได้ขนาดไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กอย่างเสี่ยวเย่ปิงที่มีย่าคอยปกป้องจนเสียนิสัย มันช่างน่ารำคาญเหลือเกิน
"ผมไม่อยากได้แม่แบบคุณหรอก คุณมีน้องชายแล้วก็ไม่้าผมแล้ว ผมไม่ฟัง ไม่ฟัง!" ตอนนี้เสี่ยวเย่ปิงไม่ยอมฟังใครทั้งนั้น เขาแค่ร้องโวยวายไม่หยุด
จ้าวซู่อวิ๋นโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ เธอไม่รู้ว่าซูหลีได้แรงมาจากไหนถึงได้แข็งแรงขนาดนี้ ถึงได้ปกป้องหลานชายอย่างสุดชีวิต "ซูหลี ฉันขอบอกเลยนะ ถ้าหลานชายฉันเป็อะไรไป ฉันจะไม่ปล่อยเธอไว้แน่!"
"แม่คะ แม่ไม่ควรตามใจหลานแบบนี้ ดูสิ ตอนนี้หลานไม่ยอมฟังใครเลย!"
ซูหลีพยายามจะดึงเย่ปิงออกจากอ้อมกอดของแม่สามี แต่จ้าวซู่อวิ๋นไม่ยอม แม่สามีและลูกสะใภ้ต่างฉุดกระชากกันไปมาราวกับกำลังเล่นชักเย่อ... ถ้าเป็ลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ซูหลีคงจะตีเด็กคนนี้ให้ตายไปแล้ว แต่ทำไม่ได้ เพราะเธอนึกถึงคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับเ้าของร่างเดิมว่าจะสั่งสอนเย่ปิงให้ดี
จ้าวซู่อวิ๋นเห็นซูหลีกล้าแย่งตัวเด็กกับเธอ จึงโกรธจัด
เย่ปิงร้องไห้ขนาดนี้ เธอก็ไม่รู้จักปลอบ เธอเป็แม่เขาจริง ๆ หรือเปล่า? มีแม่แบบเธอด้วยหรือ? ฉันว่าแม่เลี้ยงยังดีกว่าเธออีก!"
"ย่าพูดถูก เธอไม่ใช่แม่ของฉัน เธอแค่เป็แม่เลี้ยงเท่านั้น!"
เสี่ยวเย่ปิงเอามือปิดหน้า ร้องไห้เสียงดังลั่น... แต่ก็ยังแอบมองซูหลีผ่านซอกนิ้วมือ เพื่อดูว่าแม่ของเขาจะยอมอ่อนข้อหรือเปล่า ทว่าก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีทีท่าจะยอม ทำให้เขายิ่งโกรธแค้นจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ร้องไห้เสียงดังลั่นและเป็จังหวะ
การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ไม่สามารถหลอกซูหลีได้ เธอรู้สึกทั้งโมโหและขบขันไปพร้อมกัน เด็กคนนี้ช่างเ้าเล่ห์จริง ๆ เอาความฉลาดแกมโกงทั้งหมดมาใช้กับคนในครอบครัวตัวเองเสียนี่!
เย่หลิงเห็นแม่กับพี่สะใภ้ทะเลาะกันจนเสียงแห้งผาก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเข้ามาห้ามปราม "แม่ พี่สะใภ้รอง พวกคุณหยุดทะเลาะกันเถอะ มีคนมามุงดูแล้วนะ!"
จริงอย่างที่เย่หลิงพูด เพราะเสียงทะเลาะของแม่สามีลูกสะใภ้คู่นี้ดังมาก จนมีเพื่อนบ้านหลายคนชะโงกหน้าแอบมองเข้ามาในลานบ้านจากประตูใหญ่
พอเห็นแบบนั้น จ้าวซู่อวิ๋นก็ยิ่งโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ทำให้โกรธจนต้องะโลั่น ไม่ยอมแพ้ะโกลับไปว่า "ฏ นี่มันฏจริง ๆ ซูหลี เธอรีบไสหัวไปซะ ครอบครัวเย่ของเราไม่มีลูกสะใภ้ที่อกตัญญูแบบเธอ!"
เมื่อซูหลีได้ยินเช่นนั้น เธอรู้ว่าแม่สามีกำลังเบี่ยงประเด็น ความจริงแล้วพวกเธอทั้งสองทะเลาะกันเพราะเื่ของลูก แต่ตอนนี้แม่สามีกลับมาโทษว่าเธอไม่กตัญญู เห็นได้ชัดว่า้าผลักภาระความผิดทั้งหมดมาให้เธอ