ฉีหงซิงทำความสะอาดบ้านร้างเสร็จก็เป็เวลาบ่ายแล้ว เขากลับมาที่บ้านเพื่อรับเงินไปจ่ายค่าเช่าให้ลุงเชาเหนียน
"ภรรยา บ้านของลุงเชาเหนียนพังจนอยู่ไม่ได้ ต้องเช่าบ้านร้างอยู่ ลุงไม่มีเงินมากนัก ผมจะเอาเงิน 30 หยวนไปจ่ายให้หัวหน้าหมู่บ้านก่อน"
"ตกลงค่ะ ลุงไม่ได้าเ็ใช่ไหมคะ" เธอถามด้วยความเป็ห่วง ฉีหงซิงเคยเล่าเื่ลุงเชาเหนียนให้เธอฟังมาก่อน โลกช่างไม่ยุติธรรม คนดีที่เสียสละปกป้องประเทศ กลับถูกลูกๆ ของเขาขโมยเงินไปจนหมด และทิ้งให้อยู่ในบ้านที่ผุพัง
ฉีหงซิงยิ้มและพยักหน้า "ลุงปลอดภัยดี ตอนที่บ้านถล่ม ลุงกำลังกวาดหิมะอยู่หน้าบ้าน"
โชคดีจริงๆ ที่เธอเป็ภรรยาของเขา เงิน 30 หยวนไม่ใช่เงินเล็กน้อย หากเป็สามีภรรยาบ้านอื่นการนำเงินจำนวนมากให้คนที่ไม่ใช่ญาติสนิทยืม อาจจะทะเลาะกันบ้านแตก แต่ภรรยาของเขายังถามไถ่อาการด้วยความเป็ห่วง นี่ไม่ใช่นางฟ้าเหรอ?
"ผมจะรีบเอาเงินไปจ่ายและรีบกลับมาเล่นกับคุณ"
เย่ชิงหรั่นหัวเราะเสียงดัง "ฮ่าฮ่า เล่นอะไรกันคะ ฉันไม่ใช่เด็กๆ ลูกของคุณง่วงนอนแล้วฉันต้องรีบไปงีบแล้วค่ะ"
ฉีหงซิงลูบท้องของเธอเบาๆ ด้วยความรัก และเดินออกไป
เมื่อฉีหงซิงเดินไปถึงบ้านหัวหน้าหมู่บ้านแล้วเขาก็เคาะประตูและเรียกคนในบ้าน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ลุงตงหัว ป้าชุ่ยเหอ ผมคือฉีหงซิง"
แอ๊ด
"พี่หงซิง เข้ามาก่อนซิคะ" เหอผิงผิงเป็คนออกมาเปิดประตู เธอลูบผมของเธอเบาๆ และส่งยิ้มให้ฉีหงซิงอย่างอ่อนหวาน
“ไม่ล่ะ ผมเอาเงินค่าเช่าบ้านมาให้ลุงตงหัว ลุงตงหัวอยู่ไหม”
เหอผิงผิงเม้มปากด้วยความหงุดหงิด เธออยากมีเวลาอยู่กับพี่หงซิงสองคน ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจ?
“พ่อออกไปข้างนอกและยังไม่กลับมาเลยค่ะ พี่หงซิง ฉันมีเื่สำคัญจะบอก ทำไมเราไม่เข้ามาคุยกันในบ้านล่ะคะ”
ฉีหงซิงขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ “รีบพูดมาเถอะ ผมต้องรีบกลับบ้าน”
เมื่อได้ยินว่าพี่หงซิงจะรีบกลับไปหานังตัวแสบที่บ้าน เหอผิงผิงก็โมโหทันที แต่เธอข่มอารมณ์ไว้และมองตาเขาอย่างเขินอาย เม้มปากเหมือนกลัวที่จะพูดอะไรที่น่าอายออกมา
“ถ้าผิงผิงไม่อยากพูด ผมจะกลับไปก่อน”
"พี่หงซิง" เหอผิงผิงเห็นเขากำลังจะหันหลังกลับก็รีบะโเสียงดังอย่างลืมตัว เมื่อตั้งสติได้เธอก็กลับมาอ่อนโยนเหมือนเดิม แล้วพูดเบาๆ กับฉีหงซิง
"ที่ฉันอยากให้พี่เข้ามาคุยกันในบ้าน เพราะมันเป็เื่ส่วนตัวของภรรยาพี่หงซิงน่ะสิคะ"
เมื่อได้ยินว่าเป็เื่เกี่ยวกับภรรยา ฉีหงซิงก็หัวใจเต้นแรง เื่อะไรที่ทำให้เหอผิงผิงไม่กล้าพูดเสียงดัง?
"พูดมาเถอะ ผมจะฟังตรงนี้"
เหอผิงผิงกัดฟัน และยิ้มอย่างเยือกเย็น ถ้าพี่หงซิงได้ยินเื่นี้เขาจะยังรักเย่ชิงหรั่นอยู่ไหม?
"ฉันได้ยินมาว่าเย่ชิงหรั่นเคยมีคนรักมาก่อนที่จะแต่งงานกับพี่หงซิง และเธอรีบแต่งงานเพราะคนรักของเธอเสียชีวิต"
เมื่อได้ยินว่าเป็เื่นี้เขาก็โล่งใจ "ผมรู้เื่นี้อยู่แล้ว เอาล่ะ ผมจะกลับไปก่อน" เขารีบหันหลังเดินกลับบ้านทันที แต่ได้ยินเหอผิงผิงะโอยู่ข้างหลัง
"เธอท้องกับคนรักเก่าของเธอ ไม่อย่างนั้นเธอเพิ่งท้องได้แค่สามเดือน แต่ทำไมท้องเธอถึงโตกว่าผู้หญิงคนอื่นที่ท้องมาห้าเดือนแล้ว"
"พี่หงซิง พี่อยากเลี้ยงลูกของคนอื่นจริงๆ เหรอ?"
ความโกรธของฉีหงซิงมาถึงจุดสูงสุดแล้ว เขาหันหลังกลับไปหาเหอผิงผิง และต่อยประตูเสียงดัง
ปัง
"ใครบอกเธอเื่นี้ บอกชื่อมันมา กล้าพูดเื่ไร้สาระแบบนี้ได้ยังไง เด็กในท้องของเย่ชิงหรั่นเป็ของผม ถ้าเธอเอาไปพูดกับใครต่อ อย่าคิดว่าผมไม่เตือน" ฉีหงซิงตะคอกด้วยความโกรธ ถ้าเหอผิงผิงไม่ใช่ผู้หญิงสิ่งที่เขาต่อยต้องไม่ใช่ประตูแน่นอน
เหอผิงผิงตกตะลึง และกลัวจนน้ำตาไหล ฉีหงซิงต่อยประตูที่อยู่ข้างๆ เธอจนเธอรู้สึกได้ถึงลมแรงที่พัดผ่านหูเธออย่างแรง ถ้าหมัดนี้ตกลงบนหน้าเธอ เธอต้องเสียโฉมแน่นอน
"พี่หงซิง ฮึก ฮือ ฉัน ฉันก็ได้ยินมาจากป้าจ้าวตี้อีกที ฮึก เธอเป็คนบอกฉันเื่นี้ฉันไม่เคยใส่สีตีไข่เลยจริงๆ"
เหอผิงผิงรีบแก้ตัวอย่างรวดเร็ว ที่จริงแล้วป้าจ้าวตี้แค่บอกเธอว่าท้องของเย่ชิงหรั่นไม่เหมือนคนท้องแค่สามเดือน เธอจึงไปสืบหาข่าวจากในเมือง และเอามาบอกพี่หงซิง เพื่อให้เขาหย่ากับเย่ชิงหรั่นแล้วมาแต่งกับเธอแทน ใครจะรู้ว่ามันจะเป็แบบนี้? เขาไม่เชื่อเธอเลย
“เหอจ้าวตี้ เป็คนบอกเธอใช่ไหม?” ฉีหงซิงเรียกชื่อเหอจ้าวตี้ด้วยความโกรธ กล้าดียังไง ใส่ร้ายภรรยาและลูกที่ยังไม่เกิดของเขา
“ใช่ ใช่ ใช่” เหอผิงผิงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เธอต้องให้ป้าจ้าวตี้รับความผิดนี้ไป พี่หงซิงในวันนี้น่ากลัวจริงๆ เธอไม่กล้าอีกแล้ว