

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
ตัวผมได้ตื่นนอนขึ้นมาในสภาพงัวเงีย จากนั้นกดปิดนาฬิกาปลุกที่อยู่บนสมาร์ทโฟน แล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อทำกิจวัตรยามเช้าตามปกติ
ชื่อของผมคือ เวสต้า เฮลลอส อายุ16ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่1
วันนี้คือวันพิเศษที่ผมตื่นเต้นสุดๆเพราะว่าตัวผมสอบเข้าชั้นมัธยมปลายโรงเรียนชื่อดังอย่าง O-School ได้ไงล่ะ และวันนี้ก็คือวันเปิดเทอมวันแรกนั่นเอง
ตัวผมสะพายกระเป๋าแล้วเดินลงไปชั้น1 จากนั้นก็พบเด็กผู้หญิงผมสีชมพูหน้าตาน่ารักนั่งรออยู่บนโต๊ะ
“อรุณสวัสดิ์เวสต้า”
“อืม เช่นกันนะเมลฟี่”
เด็กผู้หญิงที่อยู่ตรงนี้จริงๆแล้วก็อายุ 16 ปีพอๆกันกับผมนั่นแหละ ชื่อของเธอคือ เมลฟี่ อาร์เด้ เรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่1 เหมือนกันแถมยังโรงเรียนเดียวกันและห้องเดียวกันอีก
“เปิดเทอมวันแรกตื่นเต้นจังเลยนะ”
“นั่นสิ ฉันเตรียมอาหารไว้ให้นายแล้ว พวกเรามากินด้วยกันเถอะ เสร็จแล้วค่อยไปโรงเรียนกัน”
ผู้หญิงที่สวยและน่ารักราวกับนางฟ้าที่อยู่ตรงหน้าผมนี้ จริงๆแล้วพวกเราคือเพื่อนสมัยเด็กกัน แต่ว่าเมื่อ20ปีก่อนนั้นพ่อแม่ของเธอตายจากโรคระบาด ส่วนญาติที่เหลือของเธอก็ถูกทหารของจักรวรรดิเข่นฆ่าตอนที่ไปประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย
ชีวิตมันดูดาร์คๆเนอะ แต่นั่นก็คือเื่จริงล่ะ ส่วนพ่อแม่ของผมเมื่อตอน20ปีก่อนนั้น ซึ่งก็ประมาณ คศ.2020-2025 ก็เป็หนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไปประท้วงกับเขาเหมือนกัน แต่ว่ารอดมาได้และไม่ถูกยิงล่ะนะ เมื่อพวกท่านทั้งคู่เห็นว่าอาณาจักรนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ พวกเขาจึงตัดสินใจย้ายอาณาจักรไปในปี คศ.2030 ซึ่งตอนนั้นผมมีอายุได้แค่1ขวบ
ชีวิตผมวัยเด็กอยู่กับคุณตาแค่2คน และเมื่อผมอายุได้8ขวบ คุณตาก็เสียชีวิต
สำหรับพ่อแม่ของผมที่ไปอยู่อาณาจักรอื่นนั้นจริงๆแล้วเขาไม่ได้ทอดทิ้งผมแต่อย่างใด เพราะเขาเองก็ส่งเงินมาให้ผมใช้ทุกๆปีเหมือนกันซึ่งก็เยอะเอาเื่
เมื่อพ่อแม่ของผมเริ่มตั้งตัวที่อาณาจักรอื่นได้ ก็ได้ชวนผมให้ไปอยู่ด้วยกันแต่ว่าผมปฎิเสธโดยไม่ได้บอกเหตุผล ก็แหงแหละใครจะกล้าบอกล่ะว่าที่ไม่อยากไป เพราะอยากอยู่กับเด็กผู้หญิง
“ฝีมือการทำอาหารของเธออร่อยเสมอเลยนะ..เมลฟี่"
“ขอบใจนะ..เวสต้า ><”
สำหรับผมในตอนนั้นแล้วเห็นเมลฟี่ที่คนรอบตัวของเธอตายหมดและไม่เหลือใคร ผมคงหักใจทิ้งเธอไม่ลงหรอกเพราะว่าเธอคือเพื่อนคนสำคัญของผมยังไงล่ะ และเป็เพื่อนเพียงคนเดียวที่ช่วยคลายเหงามาตลอดในตอนที่พ่อแม่ผมไปอยู่อาณาจักรอื่นด้วย
หลังคุณตาผมเสียชีวิตด้วยโรคชราภาพ ผมก็ได้ชวนให้เธอมาอยู่บ้านผมแทนคุณตาซึ่งเธอก็ตอบตกลงทันที
เมลฟี่นั้นสามารถทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะซักผ้า ทำอาหาร กวาดพื้น และทำงานบ้านทุกประเภทเป็ั้แ่อายุ5ขวบ และเธอย้ายมาบ้านผมตอนอายุ8ขวบ ส่วนบ้านเก่าของเธอก็ขายทิ้งแล้วเอาเงินมาเป็ค่าใช้จ่ายต่างๆในชีวิตประจำวัน เพราะเดิมทีนั้นการมีแต่บ้านอย่างเดียวแต่ไม่มีเงินมันก็อยู่ไม่ได้ล่ะนะ
เดิมทีผมก็บอกว่าไม่ต้องขายบ้านของเธอก็ได้ เพราะพ่อแม่ของผมก็ส่งเงินมาให้ใช้ทุกๆปีซึ่งมันก็เหลือพอสำหรับแบ่งให้เธออยู่แล้ว และบ้านของเธอก็เป็สมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อแม่เธอเหลือเอาไว้ให้ด้วย ฉะนั้นจะมาเกาะผมกินจนกว่าจะเรียนจบก็ได้นะ
เมลฟี่ปฎิเสธผมทันที แล้วให้เหตุผลไปว่าแค่ให้อยู่บ้านผมฟรีก็พอแล้ว ส่วนเื่เงินนั้นก็เอามาจากการขายสมบัติที่เหลือของพ่อแม่เธอซึ่งก็คือบ้านเก่านี่แหละ
หลังเมลฟี่ย้ายเข้ามา เธอก็ทำงานบ้านแทนผมทุกอย่าง ซึ่งมันก็สบายอยู่แหละนะแต่มันก็รู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้แหะ ผมเลยเสนอว่าถ้างานบ้านทั่วไปให้ผลัดเวรกันทำ ส่วนเื่ทำอาหารให้เธอทำคนเดียวก็พอ เพราะเธอทำอร่อยกว่าผม ซึ่งเมลฟี่ก็ตอบตกลง
พวกเราใช้ชีวิตกันแบบนี้มาเรื่อยๆั้แ่ประถม มัธยมต้น จนกระทั่งปัจจุบันเลยแหละนะ
เอาตรงๆการใช้ชีวิตแบบนี้มันก็ลำบากอยู่แหละ แต่ผมก็เชื่อว่าเด็กในอาณาจักรนี้หลายคนก็ต้องเป็แบบผมเยอะแน่ๆ แถมบางคนอาจลำบากกว่าผมด้วยเพราะไม่มีเงินใช้ สาเหตุที่ต้องเป็แบบนี้ก็เพราะโรคระบาดนรกเมื่อ20ปีก่อนยังไงล่ะ นอกจากนี้ยังเพราะการบริหารงานอันห่วยแตกของนายกเทศมนตรี และความโเี้ในการเข่นฆ่าผู้บริสุทธิขององค์จักรพรรดิด้วย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็เหตุปัจจัยที่ทำให้ผมเห็นว่าอาณาจักรนี้แมร่งโคตรไร้อนาคตเลย ฉะนั้นความฝันอันแรกของผมก็คือการเรียนให้จบแล้วย้ายไปอาณาจักรอื่นพร้อมกับเมลฟี่นี่แหละ
“ขอบคุณสำหรับอาหารนะเมลฟี่..ตอนนี้พวกเราไปโรงเรียนกันเถอะ”
“อืม”
หลังผมกับเมลฟี่กินมื้อเช้าเสร็จแล้วก็รีบช่วยกันล้างจาน แล้วเดินทางไปโรงเรียนด้วยกัน ซึ่งเส้นทางก็ประมาณนี้
บ้าน → เดิน →ขึ้นรถเมล์ →เดิน →ถึงโรงเรียน
#คุยกับไรท์(คนเขียน)#
ใน่แรกๆเื่นี้ไรท์อาจจะอัพหลายตอนต่อสัปดาห์หน่อยนะครับ ยังไงก็ขอบคุณที่ติดตามครับ