ตอนที่ 31 เครป
ม่านฟ้าบอกกับมะเฟืองและมะไฟว่าวันนี้ที่สวนเธอทำอาหารปิ้งย่างกินกัน เธอชวนทั้งสองคนแต่โดนปฏิเสธกลับมา มะไฟบอกว่าเขาอยากจะไปสั่งทำเตาเลย ไม่รู้ว่าจะทันไหม
เมื่อเห็นว่าเพื่อนทั้งสองกระตือรือร้นที่จะเตรียมงานมากกว่า เธอจึงไม่ว่าอะไร
ม่านฟ้าอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็เดินไปที่สวนผักสวนครัว เหล่าคนงานปูเสื่อกันเรียบร้อยและกำลังปิ้งเนื้อหมู เนื้อไก่ที่แม่ครัวหมักไว้ ตรงเสื่อมีจานชาม ตระกร้าผักสดและกระติกข้าวเหนียวพร้อม ต่อมาเธอก็เห็นว่าเจ้าสุดหล่อกำลังเคี้ยวหมูที่ป้าแจ่มย่างให้
ป้าแจ่มถามมัน “เป็นไงสุดหล่อ อร่อยไหม?”
มันพยักหน้าหงึกๆและร้องสองสามทีด้วยสายตาเป็นประกาย สุดหล่อจะกินอีก!
ม่านฟาเดินไปอุ้มมัน “อ้วนจะตายแล้ว ดูสิ ฉันอุ้มแกแทบไม่รอดแล้วนะ”
กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก สุดหล่ออ้วนตรงไหน ดูกล้ามเนื้อที่อกของสุดหล่อสิ
“ยังจะเถียงอีก ไอ้อ้วนเอ้ย!”
คนงานพูดแกล้งสุดหล่อ “ฮ่าๆ คุณหนูปล่อยมันไปเถิด พอมันอ้วนได้ที่แล้วเราค่อยจับมันย่างดีกว่า”
กระต๊าก กระต๊าก กระต๊าก! ห้ามกินสุดหล่อ สุดหล่อคือลูกรักของเจ้านายนะ
ทุกคนเห็นเจ้าสุดหล่อโวยวายตีปีกพั่บๆและเอาปีกข้างขวาชี้คนที่แกล้งมันอย่างเอาเรื่อง
“นับวันเจ้าสุดหล่อจะยิ่งเหมือนคนเข้าไปทุกวัน”
“นั่นสิ แต่ก็น่ารักดีนะ”
“ฉันว่ามันเป็นไก่ที่มีอารมณ์ขันดีนะ”
ม่านฟ้าลูบหัวมัน จากนั้นก็ตีก้นสองที “เลิกโวยวายได้แล้ว พวกเขาแค่แกล้งแกเฉยๆ ถ้าจะกิน เราไม่รอมาถึงตอนนี้หรอกน่า ซื่อบื้อซะจริง”
สุดหล่อเอาหน้าซุกอกของม่านฟ้า ชิ! สุดหล่องอนเจ้าพวกนี้แล้ว
ทุกคนเห็นเจ้าสุดหล่องอนใส่ก็ขำก๊าก “ตลกแบบนี้ใครจะกล้ากินล่ะ”
ป้าแจ่มเอาใจ “เอ้าๆ นี่ของสุดหล่อ มากินเร็ว ไม่ต้องงอนแล้วนะ”
สุดหล่อฟื้นคืนชีพ มันตีปีกบอกให้ม่านฟ้าปล่อยมันไปกินหมูย่าง ม่านฟ้าส่ายหัวให้กับความตะกละของมัน
“สรุปใครเป็นเจ้านายของที่นี่ละเนี่ย” ม่านฟ้าบ่น มีแต่คนเอาอกเอาใจจริงๆ
วิรุณกับชาญชัยมาพอดี ทั้งสามจึงนั่งกินด้วยกันแล้วพูดคุยกันไปด้วย
“น้าวิรุณกับน้าชาญชัยไปเที่ยวงานวัดด้วยสิคะ ต้องออกไปเจอผู้คนบ้าง”
วิรุณพูด “ผมจะรออุดหนุนของที่คุณหนูจะเอาไปขายครับ”
ชาญชัยถาม “คุณหนูทำอะไรขายหรือครับ?”
“ขนมน่ะ แต่ขนมแบบไหน รอดูละกันนะ”
“พวกผมจะไปอุดหนุนแน่นอนครับ”
เจ้าสุดหล่ออิ่มจนท้องแน่น มันเดินต้วมเตี้ยมมานั่งบนตักของเธอ
“เหอะ อิ่มแล้วล่ะสิถึงได้มาหาที่นอนแบบนี้” ม่านฟ้าจับพุงมันแล้วลูบขนหน้าท้องมัน
มันไม่ร้องสักเอะ ได้แต่พยักหน้าอย่างเดียว แถมมีสะอึกอีก
ทุกคนหัวเราะเจ้าสุดหล่อ “ตะกละจริงๆเลย”
“เราน่าจะพามันไปวิ่งบ้างนะ”
“ไม่ก็ต้องแกล้งมันบ่อยขึ้น เพื่อให้ขยับตัวมากขึ้น” เหล่าคนงานรวมหัวหาวิธีลดน้ำหนักของเจ้าสุดหล่อกันอย่างสนุกสนาน
ปากบอกช่วยลดความอ้วนให้มัน แต่ใจจริงอยากดูความตลกของมันมากกว่า
“เอาผักในสวนของเรามาย่างกินแบบนี้ก็อร่อยมาก จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วไม่เลวเลย” วิรุณกัดบรอกโคลีย่างที่มีน้ำจิ้มแจ่วเคลือบอยู่
บรอกโคลีเธอไม่ขาย แต่ปลูกไว้กินเอง ค่อยขายสิ้นปี ผักย่างขาดเจ้านี่ไม่ได้จริงๆ ดีนะที่ปลูกไว้กินเองก่อน
ชาญชัยกินฟักทองย่างแล้วดื่มเหล้าตาม “ตอนอยู่ในเมืองหลวงสยามไม่เคยกินแบบนี้มาก่อนเลยครับ”
แก้วพูด “เพราะคุณหนูนี่แหละเป็นคนเริ่ม พวกเราก็เลยกินตาม บางช่วงในระหว่างวัน พวกเราก็เอาผักมาย่างหรือต้มกิน ขอแค่มีน้ำพริกก็พอ”
ม่านฟ้าพยักหน้า ตามหลักต้องทาเนยแล้วย่าง แต่ผักในสวนของเธอ ย่างกินเฉยๆก็อร่อย
“กลิ่นหอมอีกแบบด้วย” วิรุณดมกลิ่นผักย่างในจานตรงหน้า ต่อไปก็มะเขือม่วงล่ะนะ
ม่านฟ้าถาม “บำนาญ เอาอาหารไปให้ท่านตาหรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้วครับคุณหนู ผมกลับมาเอาอีกจานให้ท่านครับ นางแจ่ม…คุณท่านขอผักเพิ่มอีกสองจานและน้ำจิ้มแจ่วด้วยนะ น้ำจิ้มขอเยอะๆหน่อย”
ป้าแจ่มถาม “หมูย่างล่ะ?”
“ท่านไม่เอา”
ชีวิตของชาวสวนวันนี้ก็ผ่านไปได้ดีอีกเช่นเคย วันต่อมาลุงผินมารับเธอไปดูฟาร์มหมูจากนั้นก็พาไปส่งที่บ้านลุงผิน ส่วนลุงผินมีเรื่องต้องไปทำต่อ มะเฟืองกับมะไฟนั่งรอเธออยู่ ป้าขวัญกำลังทำอาหารกลางวันอยู่ในครัว
“นี่ๆม่าน เตาเสร็จภายในสี่วันนะ ส่วนเรื่องซองใส่เครปไม่มีปัญหา เธออยากได้กี่ซอง?”
“เอามาก่อนสักสองพันซอง”
มะเฟืองอ้าปากค้าง “เราจะขายได้เยอะขนาดนั้นจริงๆเหรอ?”
ม่านฟ้าพูดเสียงสูงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
“ขายตั้งหลายวันเลยนะจะบอกให้ สองพันจะพอรึเปล่านี่สิ มันตั้งสองอาทิตย์เลยนะ”
มะไฟคำนวณ “ถ้าเราขายได้ใส้ละบาท ก็สองพันบาทเลยนะ”
เพื่อนฉันเป็นคนคิดได้ในแง่ร้ายมาก “มะไฟ อย่างน้อยลูกค้าก็ต้องสั่งสองไส้ถึงสามไส้ต่อคน”
“เธอรู้ได้ยังไง?”
“เราเอาไส้ไปตั้งโชว์ข้างหน้าร้านตั้งเยอะ ใครมันจะอยากซื้อแค่ไส้เดียว ถ้าใส่ไข่เพิ่มฟองละสองบาท”
“มีไข่ด้วยเหรอ?” มะเฟืองถาม
“มีสิ ในมิติฉันมีไข่เยอะมาก ฉันอยากทำฟาร์มไก่พร้อมกับฟาร์มหมูด้วยซ้ำ”
ป้าขวัญทำกับข้าวเสร็จก็มาได้ยินพอดี ม่านฟ้าบอกกับป้าขวัญ “ถ้าป้าขวัญจะทำขายเองหลังจากงานวัดจบแล้ว คิดเอาต้นทุนของตัวเองเป็นหลักนะคะ แล้วป้าขวัญคำนวณเองเลยค่ะว่าจะขายไส้ละเท่าไหร่ ของหนูขายไส้ละบาทได้เพราะเป็นของในมิติ”
ป้าขวัญพยักหน้า “มาๆ กินข้าวก่อนแล้วค่อยคุยกันนะ” ป้าขวัญกวักมือเรียกเด็กๆทั้งสาม
“ลุงผินล่ะคะ?”
ป้าขวัญตักข้าวใส่จานให้เธอ “คงกินข้างนอกนั่นแหละ เห็นว่าหมู่บ้านอื่นก็อยากปลูกองุ่นของหนูด้วยนะ”
ม่านฟ้าพยักหน้า “แบบก็ดีสิคะ แต่กว่าจะเก็บได้คงจะปีหน้านะคะ”
มะเฟืองตักกับข้าวให้ป้าขวัญพร้อมพูดไปด้วย “นั่นสินะ ต้นที่เธอให้เล็กนิดเดียวเอง แต่ฉันเห็นว่ามันโตเร็วมากเลยนะ ขนาดไม่ใช้น้ำในมิติของเธอ”
มะไฟเคี้ยวข้าวจนแก้มพอง “แม่ผมอยากได้ขาหมู พ่อยุ่งทุกวันเลยเพราะเรื่ององุ่นนี่แหละ”
“ฉันคิดว่าจะให้ชาวบ้านปลูกมะเขือเทศกับพริกด้วย ฉันอยากเปิดโรงงานทำซอสมะเขือเทศกับซอสพริกด้วย”
มะเฟืองว่า “ฟาร์มหมูยังไม่ทันเสร็จเลยนะ ให้ตายเถอะ!”
ป้าขวัญส่งสายตาดุไปทางมะเฟือง
“พูดจาให้น่ารักหน่อย ดูท่าทางของหนูสิ หนูเป็นผู้หญิงนะ”
“แม่จ๋า ก็หนูไม่ได้ตั้งใจ เมื่อกี้แม่ยังทำหน้าตกใจเลย”
“แต่ไม่ใช่สบถเสียงดังและทำกิริยาไม่ดีบนโต๊ะอาหาร ห้ามเถียง”
“ค่า” มะเฟืองจับน่องไก่ทอดเข้าปาก
ทั้งสี่คนทานอาหารและล้างจานเสร็จก็มานั่งรวมกลุ่มกันและมีป้าขวัญร่วมด้วย
“วันงานหนูอยากให้ป้ามาช่วยด้วยค่ะ หนูว่าคนต้องเยอะมากแน่ๆ ต้องมีคนเขียนรายการด้วยนะคะแต่ละคนสั่งไส้ไม่เหมือนกันด้วย เรามีไส้ให้เลือกหลากหลาย เราจึงจำเป็นต้องมีคนอยู่หน้าเตาสองคน”
“ได้สิ ป้าจะช่วยเอง”
“ต่อไปหลังจากงานวัดจบลง ป้าขวัญสามารถขายต่อได้เลยค่ะ ถ้ามะเฟืองไปเรียนต่อในโรงเรียนในตัวจังหวัดของเรา ป้าก็ลองไปหาที่ขายแถวโรงเรียน อาจจะเช่าที่เป็นรายเดือนก็ได้ เรื่องการทำไส้แยม หนูจะสอนทำให้ค่ะ ส่วนผลไม้หนูจะขายให้ถูกๆรวมถึงทุเรียนด้วย ป้ามาซื้อที่สวนได้ตลอดนะคะ”
มะเฟืองกอดม่านฟ้า “เธอใจดีจังเลย ฉันชอบทุเรียน”
ยายนี่ฟังฉันพูดทั้งหมดไหมนี่ หรือได้ยินแต่คำว่าทุเรียน?
“ป้าขอบใจหนูมากนะ มะเฟืองกับมะไฟก็โตขึ้นมากแล้ว พอดูแลตัวเองกันได้บ้างแล้ว
ป้าเองก็เริ่มว่าง อยากหารายได้เสริมพอดี แม้ค่าเล่าเรียนจะเบิกได้ แต่ยังมีค่าฃส่งไปเรียนที่มหาวิทยาลัยอีก”
“ผมกับพี่ก็จะช่วยแม่ด้วยครับ ถ้าผมกับพี่สอบติด จะพาแม่ไปขายถึงเมืองหลวงสยามเลย”
ม่านฟ้าหัวเราะ “พูดได้ดี ที่โน่นก็ไม่มีขนมแบบนี้ขาย”
ป้าขวัญส่ายหัว “ไม่ล่ะ แม่ขายที่ในตัวจังหวัดพอ แม่ไม่อยากตามพวกลูกไกลขนาดนั้น”
“แม่ไม่ห่วงผมเหรอ แม่ไม่กลัวผมเกเรเหรอครับ ได้ข่าวว่าสาวๆในเมืองหลวงสยามสวยมาก เกิดผมไปติดสาวจะทำยังไงล่ะครับ”
ม่านฟ้ากับมะเฟืองกลอกตามองบน “ไอ้เด็กติดแม่เอ้ย!”
“กับข้าวแม่อร่อยจะตาย ผมชอบแกงส้มดอกแคของแม่นี่นา”
ป้าขวัญดีดหน้าผากลูกชาย “นี่เห็นแก่กินสินะ”
“ฮ่าๆ”
ม่านฟ้าหยิบเอาแยมผลไม้ออกมา
แยมเผือก แยมใบเตย แยมนมสด แยมกล้วย แยมสับปะรด แยมทุเรียน แยมส้ม แยมช็อกโกแลตและแยมสตรอเบอรี่ได้ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าทุกคน
“โอ้โห! มันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ”
“นี่ม่าน ฉันว่าแยมทุเรียนขายดีที่สุดแน่ๆ”
“ป้าไม่คิดว่าจะเยอะขนาดนี้ เยอะแบบนี้จะขายหมดเหรอหนูม่าน”
“เราจะได้รู้ไงคะว่าลูกค้าชอบแยมรสไหน ฉันก็คิดว่าทุเรียนน่าจะขายดีเหมือนกันมะไฟ”
มะไฟฉีกยิ้ม “ใช่มะ! ใช่มะ!”
“เหอะๆ เรามาต่อกันที่ไส้แบบอื่นเถอะ”
ม่านฟ้าหยิบของชุดใหม่ออกมา คราวนี้เป็นพวกของคาว
แฮม ไส้กรอก หมูฝอย ลูกเกด ซอสมะเขือเทศ ซอสพริก ซอสมายองเนสและซอสน้ำพริกเผามวางอยู่ตรงหน้าไส้แยม
ป้าขวัญหยิบขวดที่มีของเหลวสี่ขาวขุ่นๆข้างในมาดู
“ลองชิมดูสิคะป้าขวัญ”
“เปรี้ยวๆหวานๆนะ กลิ่นแปลกๆ แต่ก็อร่อยดี”
ม่านฟ้าชี้ไปที่เหล่าซอสทั้งหมด “ใส่รวมพวกนี้ทั้งหมดแล้วอร่อยมาก แนะนำใส่เฉพาะตอนที่มีของคาวนะคะ นอกจากนี้ ป้าจะทำหมูหรือไก่ผัดเนยทรงเครื่องมาใส่ก็ได้ค่ะ ช้อนละห้าบาทสำหรับไส้นี้ หนูขอแนะนำไว้ก่อน”
“ป้าจะจำไว้”
ม่านฟ้าเอาถุงแป้งสาลีออกมาและเอาเตากระทะเครปไฟฟ้าออกมาจากมิติ เธอซื้อไม้พายสำหรับปาดแป้งมาคนละอันและตะหลิวขนมเครป
“เดี๋ยวหนูจะสอนทำแป้งค่ะ เตานี้หนูให้ยืมฝึกนะคะ ส่วนไม้พายกับตะหลิวหนูให้ค่ะ เพราะบ้านป้าขวัญลงทุนสั่งทำเตาเองไปแล้ว ”
“ดีจ้ะ ป้าก็คิดอย่างนั้นเช่นกัน”
ทั้งสามคนได้เรียนรู้การผสมแป้งกันคนละชาม ส่วนผสมก็คือแป้ง นม ไข่ เกลือเล็กน้อย ทั้งสามคนลองผสมแล้วก็รู้สึกว่าง่ายดี ม่านฟ้าใช้ไฟกลางสำหรับทำเครป จากนั้นก็รอเตาร้อน เมื่อมันร้อนได้ที่ เธอก็เริ่มสอนการลงแป้งบนกระทะและเกลี่ยแป้งให้เรียบทั่วกระทะแบบวนตามเข็มนาฬิกา
“วันงานต้องใช้ถังใหญ่ทำแป้งนะคะ แล้วใช้เหยือกตักเอา จากนั้นเอากระชอนตักแป้งเทลงบนเตาแบบนี้”
“พอแป้งเริ่มสุก ก็ใส่ไส้ตามที่ชอบได้เลยค่ะ”
ม่านฟ้าตีไข่แล้วใส่ลงไป เธอทาน้ำพริกเผา ตามด้วยไส้กรอก แฮม หมูฝอย รอสักพัก ก็ไส่ซอสมะเขือเทศ ซอสพริกและมายองเนส
ทั้งสามคนได้กลิ่นหอมก็พากันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ๆ
“ดูนะคะ สีแป้งต้องเป็นแบบนี้ จากนั้นก็พับเป็นสามเหลี่ยมแบบนี้” ม่านฟ้าจัดเครปใส่จาน
ม่านเห็นทุกคนมีสีหน้ากระตือรือร้นอย่างมากก็ยิ้มออกมา
“ลองทำกันทีละคนนะคะ เริ่มจากป้าขวัญเลยค่ะ”
มะเฟืองพูด “หลังจากม่านกลับบ้านไป ทุกคนลองฝึกทำแป้งโดยไม่ต้องใส่ไส้นะ”
มะไฟพูด “ตกลง ม่านมาสอนแม่เราอีกทีเถอะ เราเองก็อยากลองทำจะแย่แล้ว”