ณ คฤหาสน์รัตน์นิรันดร์ เวลาสี่ทุ่ม...
"พ่อขา!"
"ข้าวขวัญ!!" เสียงอุทานด้วยความใหลุดมาจากปากของผู้เป็เ้าของคฤหาสน์ที่นั่งอยู่บนโซฟาหรู
เสียงอุทานของนายขจรศักดิ์ วิรัตนนิรันดร์ ดังจนทุกคนที่นั่งในห้องโถงรับแขกของคฤหาสน์รัตน์นิรันดร์ต้องหันไปตามสายตาของผู้พูด
หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ผิวสีน้ำผึ้ง ใบหน้าสวยเก๋นั้นสะดุดตาเป็ที่สะดุดใจของคนที่ได้มอง ผมยาวดำขลับประบ่านั้น เ้าตัวปล่อยให้เป็อิสระตามธรรมชาติ หญิงสาวสวมสูทสีชมพูฮ๊อทพิ้งค์กับกางเกงขาสั้นแบบแคชชวลสีเดียวกัน กระเป๋าสะพายแบรนด์เนมแบบครอสบอดี้สีน้ำตาลอ่อน ร่างบางระหงนั้นงามราวกับนางแบบระดับอินเตอร์
"คุณพ่อออ!"
หญิงสาววิ่งโผเข้าสู่อ้อมกอดของผู้เป็บิดาราวกับว่าทั้งโลกมีเพียงตัวเองและเสี่ยขจรศักดิ์ โดยลืมมองว่าในห้องนั้นมีใครนั่งอยู่ด้วยบ้าง
เสี่ยขจรศักดิ์โอบลูกสาวไว้แน่นด้วยความคิดถึง เกือบสามปีแล้วสินะที่เขาไม่ได้เจอลูกสาวสุดที่รักของเขาเลย ความคิดถึงลูกทำให้ผู้เป็พ่อถึงกับน้ำตารื้น แต่ในแววตานั้น แอบมีความกังวลซ่อนอยู่เพราะว่า...ข้าวขวัญมาผิดเวลา!
"จะมาทำไมไม่บอกพ่อเลยหล่ะลูก แล้วมาได้ยังไงเนี่ย?"
เสี่ยขจรศักดิ์ถามข้าวขวัญ และพยายามข่มอารมณ์ที่ตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้
"มาแท็กซี่ค่ะพ่อ ข้าวก็มาเซอร์ไพรส์พ่อไงคะ แล้วพ่อดีใจหรือเปล่าที่ข้าวมา?" เสียงข้าวขวัญอ้อนบิดาราวกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ
"ดีใจที่สุดเลยลูก"
เสี่ยขจรศักดิ์จรดริมฝีปากของตัวเองที่หน้าผากของลูกสาวอย่างนุ่มนวล จนทุกคนในห้องต้องประหลาดใจกับความนุ่มนวลอ่อนโยนของ 'เสี่ยขจรศักดิ์' ที่ไม่มีใครเคยเห็นด้านนี้ของเขามาก่อน
"ไปพักก่อนนะข้าว พอดีพ่อกำลังมีแขกน่ะลูก"
ข้าวขวัญมองไปรอบๆ ตัวแล้วเพิ่งรู้ตัวว่า ทุกสายตาได้พุ่งเป้ามาที่ตัวเอง เท่าที่กวาดสายตามองน่าจะประมาณสี่ห้าคนที่อยู่ในห้องรับแขกนี้
"ลูกสาวขวัญเรือนหรือนี่ เสี่ย?"
เสียงทักมาจากหนุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ร่างสูงใหญ่ของเขานั่งหลังตรงสง่า ดูเป็คนมีบุคลิกดี หน้าตาดี ด้านหลังมีบอดี้การ์ดสองคนยืนคุมเชิงอยู่ แต่สิ่งที่ข้าวขวัญรู้สึกอึดอัดก็คงจะเป็สายตาแพรวพราวที่โลมเลียอย่างเปิดเผยของเ้าของเสียง ที่สวนทางกับท่าทางและหน้าตาโดยสิ้นเชิง
"วิรุณ นี่ข้าวขวัญลูกสาวของฉัน ข้าว นี่วิรุณ เพื่อนพ่อที่ทำธุรกิจด้วยกัน"
"สวัสดีค่ะ คุณวิรุณ"
ข้าวขวัญพนมมือไหว้อย่างนอบน้อม วิรุณมองหญิงสาวที่เขาเพิ่งเห็นตรงหน้าด้วยความละลานตาละลานใจ เธอช่างเหมือนขวัญเรือนราวกับถอดออกมาเลยทีเดียว
"ไปอยู่เมืองนอกเมืองนา แต่กิริยายังน่ารักอ่อนหวานเป็สาวไทยอยู่เลยนะคุณข้าวขวัญ แบบนี้หนุ่มๆ แถวนี้อิจฉาไอ้พวกฝรั่งทางโน้นแย่เลย ฉันเห็นแล้วนึกถึงขวัญเรือนเลย สวยเหมือนกันไม่มีผิด"
ข้าวขวัญหุบยิ้มฉับ! ไอ้บ้านี่เป็ใคร มาพูดจาที่ส่อความหยาบคายในสมองใส่กันโดยไม่เกรงใจ อีกทั้งยังพาดพิงถึงแม่ของเธออีก นี่ยังเห็นว่าเป็แขกของพ่อนะ ข้าวขวัญจึงนิ่งไว้เสีย ร่างบางหมุนฉับหันมาทางบิดาโดยไม่ใส่ใจว่าตัวเองกำลังเสียมารยาท ก็ไม่มีมารยาทใส่เธอก่อนทำไมล่ะ
"พ่อคะ เดี๋ยวข้าวขอขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะคะ ฝากบอกให้คนเอากระเป๋าขึ้นไปที่ห้องให้ด้วย ข้าววางอยู่ตรงเชิงบันไดค่ะ"
ร่างสูงเดินฉับๆ ขึ้นบันไดไปด้วยความมั่นใจ โดยมีนายวิรุณมองตามสะโพกกับเรียวขายาวนั้นด้วยสายตาที่ไม่ปิดบัง จนร่างงามนั้นลับตาไปโดนมีเสียงประตูห้องปิดดังปังเพราะคนปิดลมบ่จอยเสียแล้วนั้นตามมา
นายวิรุณนั้นมีชื่อเสียงเสียๆ เกี่ยวกับเื่ผู้หญิง ถ้าคลำแล้วไม่มีหางเป็ต้องเสร็จนายวิรุณทั้งสิ้น ถ้าเขา้า เขาจะทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้คนที่้ามาอยู่บนเตียงและเขาก็จ่ายไม่อั้นเสียด้วยถ้าเป็เื่นี้
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ลูกสาวขวัญเรือนนี่สวยจริงๆ ฉันชักอยากจะรู้จักแล้วสิเสี่ย"
เพียงแรกเห็น วิรุณก็ประทับใจในรูปร่างหน้าตาของข้าวขวัญ แล้วยิ่งรู้ว่าเป็ลูกสาวของขวัญเรือน หญิงสาวที่ในอดีตเขากับเสี่ยขจรศักดิ์แย่งกันจีบด้วยแล้ว มันยิ่งทำให้เขาสนใจในตัวข้าวขวัญมากขึ้น
เขากับขวัญเรือนนั้นเป็เพื่อนรุ่นเดียวกัน แต่เสี่ยขจรศักดิ์นั้นอายุมากกว่าเขาและขวัญเรือนถึงสิบปี เขากับเสี่ยขจรศักดิ์นั้นแย่งกันจีบขวัญเรือน แล้วในที่สุด ขวัญเรือนก็ไม่ได้เลือกเขา
แล้วถ้ายิ่งข้าวขวัญทำท่ารังเกียจเขาอย่างเปิดเผยด้วยแล้วเขายิ่งถูกใจ แบบนี้ยิ่งน่าปราบ เขาเจอมานักต่อนักแล้ว พวกผู้หญิงที่หยิ่งแสนหยิ่ง พอเจอเงินกับลีลาอันเร่าร้อนบนเตียงของเขาแล้ว ลงท้ายก็ครางกระเส่าให้เขาทุกรายไป ข้าวขวัญนั้นยิ่งพิเศษที่สุด เพราะเป็ลูกสาวของขวัญเรือน หญิงสาวที่เขาเคยหมายปอง
"ขอไว้สักคนเถอะวิรุณ"
เสี่ยขจรศักดิ์พูดออกไปตรงๆ ทั้งๆ ที่รู้ว่าวิรุณคงไม่ได้ฟังคำขอร้องของเขา เพราะระดับมาเฟียคุมธุรกิจกลางคืนที่มีชื่อเสียง อยากได้อะไรหรืออยากได้ใครก็ต้องได้ โดยเฉพาะเื่ผู้หญิงนั้นยิ่งเป็ที่โจษจัน ว่าเป็เื่ที่ต้องมาก่อนทุกเื่เสมอ ั้แ่นายวิรุณเสียขวัญเรือนให้เขา เสี่ยขจรศักดิ์ก็ไม่เคยเห็นเขา 'รัก' ผู้หญิงคนไหนอีกเลย
ตอนที่ข้าวขวัญโผล่มาเซอร์ไพรส์เขานั้น หัวใจของคนเป็พ่อนั้นหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยทีเดียว เพราะเขานั้นกำลังคุยเื่งานที่สำคัญกับนายวิรุณ และเขารู้ว่านายวิรุณมีเื่ฉาวๆ เกี่ยวกับเื่ผู้หญิงอย่างไรบ้าง แล้วโดยเฉพาะในตอนนี้ นายวิรุณก็รู้แล้วว่าข้าวขวัญนั้นเป็ลูกสาวของขวัญเรือน เื่มันคงไม่จบง่ายๆ อย่างแน่นอน
Errrrr.....
นายอ่ำ ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยขจรศักดิ์โทรมา เสี่ยขจรศักดิ์จึงรีบรับโทรศัพท์ทันที
เสี่ยขจรศักดิ์_ [ว่าไงอ่ำ เรียบร้อยดีไหม?]
อ่ำ_ [ไม่ครับเสี่ย มีรถตามไอ้หาญตลอดั้แ่มันออกจากบ้านนายวิรุณ มันเลยไม่มาตามนัด ตอนนี้ผมให้ไอ้ยุทธขับรถเอาของไปไว้ท้ายไร่แล้ว ผมกำลังกลับไปเอาที่เหลือออกมา ใกล้จะถึงบ้านแล้วเสี่ย ผมว่าเสี่ยกับนายวิรุณแยกย้ายเถอะครับ ไม่ต้องรอผม]
Errrrr.....
เสียงโทรศัพท์ของนายวิรุณก็ดังขึ้นเช่นกัน
นายวิรุณ_ [ว่าไง?]
หาญ_ [มีคนตามผมครับนาย น่าจะตำรวจ ตอนนี้วงแตกแล้วนาย]
นายวิรุณ_ [งั้นพวกมึงแยกย้ายก่อน เดี๋ยวกูส่งข่าว]
นายวิรุณวางหูโทรศัพท์แล้วหันมาทางเสี่ยขจรศักดิ์
"ทำไมตำรวจรู้ ว่าไงเสี่ย?"
วิรุณตั้งคำถามเอากับเสี่ยขจรศักดิ์เพราะความโกรธ ั้แ่ทำธุรกิจมานั้นไม่เคยมีปัญหาเลย แต่ทำไมครั้งนี้ตำรวจถึงรู้ได้
"ฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะ แต่ฉันบอกนายแล้วใช่ไหมว่า ครั้งนี้มันเสี่ยงเกินไป นายก็ไม่ฟัง"
"อ้าวเสี่ย! ทำไมมาโบ้ยกันง่ายๆ อย่างนี้หล่ะ!"
พรึ่บ!!
พรึ่บ!!
นายวิรุณเป็คนอารมณ์ร้อน ซึ่งสิ่งนี้ก็ติดต่อไปยังลูกน้องคนสนิทของเขาด้วย ดังนั้นเมื่อวิรุณลุกยืนขึ้นเพราะบันดาลโทสะที่ธุรกิจคืนนี้ไม่เป็ไปตามที่หวัง พงษ์และบุญ คนสนิทของนายวิรุณ จึงประทับปืนพร้อมยิงทันทีที่นายของตัวเองยืนขึ้น แต่ก็ไม่ไวไปกว่าเปรมและทิวไท ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยขจรศักดิ์ที่ยืนอยู่ห่างๆ อย่างคุมเชิง ทั้งสองประทับปืนพร้อมยิง แล้วก้าวเดินเข้ามาประกบซ้ายขวาเคียงข้างนายของตัวเองเช่นกัน
"คุยกันดีๆ ก็ได้นี่ วิรุณ"
เสี่ยขจรศักดิ์ผู้าุโกว่าพยายามจะเคลียร์สถานการณ์
"ใครจะรู้ล่ะว่าเื่จะถึงตำรวจได้ นายวิรุณอย่ามากล่าวหากันอย่างนี้สิ ฉันไม่ได้ว่านะ แล้วคนของนายวิรุณล่ะ ดีแค่ไหน?" เสี่ยขจรศักดิ์ตอกหน้านายวิรุณเข้าให้เหมือนกัน
"ฉันก็มีแหล่งข่าวของฉัน ไม่เห็นมันส่งข่าวอะไรนี่"
"ก็นั่นแหละ ทำไมมันไม่ส่งข่าวให้ล่ะ?"
เอี๊ยดดด!
เสียงรถเบรคจอดดังสนั่นอยู่ด้านนอกดึงความสนใจของทุกคน เพียงครู่ นายอ่ำก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาในห้องโถง
"เสี่ย ตำรวจกำลังมาที่นี่ ผมให้เด็กเอาของออกจากหลังบ้านไปทางประตูหลังแล้ว ไอ้เปรม ไอ้ทิว มึงคุ้มกันเสี่ยไปที่เซฟเฮาส์ ฉันว่าแยกย้ายเถอะ คุณวิรุณ รีบกลับดีกว่าครับ ถ้าตำรวจมาเห็นว่าเราอยู่ด้วยกันไม่น่าจะดี หน้าประตูใหญ่น่าจะรั้งตำรวจไว้ได้ไม่นาน" นายอ่ำหันมาพูดกับนายวิรุณ
ไม่ทันเสียแล้ว สิ้นประโยคของอ่ำ เสียงรถหลายคันแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบันไดหน้าบ้านทันที
"ไม่ทันแล้วเสี่ยทำไงดี?" อ่ำระล่ำระลักถามเสี่ยขจรศักดิ์ เขาไม่น่าพลาด เขาน่าจะคัดค้านการส่งยาล็อตนี้กับเสี่ยขจรศักดิ์นายของเขา เพราะนายวิรุณ้ายาด่วน นายของเขาจึงยอมเอาบ้านของตัวเองเป็ที่พักยา
"แยกย้ายสิวะ!!" เสี่ยขจรศักดิ์บอกลูกสมุน
"ปัดโธ่โว้ย!" เสียงสบถดังจากนายวิรุณด้วยอารมณ์ที่ไม่ได้ดั่งใจ
ปัง!
นายบุญ หนึ่งในคนสนิทของนายวิรุณ เปิดฉากยิงตำรวจคนแรกที่มาถึงประตูทางเข้าห้องโถงรับแขก นายตำรวจคนนั้นถูกปลิดชีวิตในเสี้ยววินาที!
"ฉิบหายแล้ว!"
เสี่ยขจรศักดิ์อุทาน เขาถูกเปรมลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ ลากเข้าไปหลบที่หลังโซฟาไว้ก่อน เพราะจากนี้ฉากยิงแบบถล่มทลายต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ปัง! ปัง! ปัง!....