[ห้องเตชิน]
ทันทีที่เสียงเกรี้ยวกราดของเอกพลสิ้นสุดลง เตชินก็สวนคำของพ่อออกไปแบบไม่ต้องคิดนานอีก
"ไม่ครับ! ผมไม่เลิกครับ! บอกคนของพ่อหลีกทางให้ผมด้วย ผมจะไปจากที่นี่ครับ"
ทันทีที่เตชินตะโกนบอกพ่อของเขาออกไป ฝ่ามือหนาของเอกพลก็กระทบลงบนใบหน้าของเตชินทันที
เพี๊ยะ!!!
"ชิน! แกไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะฉันจะให้แกแต่งงานให้เร็วที่สุด"
เอกพลชี้หน้าของเตชินอย่างคาดโทษ ทว่าเตชินกลับไม่ได้รู้สึกยำเกรงต่อการกระทำของพ่อเลยแม้แต่น้อย
"ผมจะไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้นนอกจากนิว พ่อบังคับผมไม่ได้หรอกครับเพราะผมกับนิวรักกัน ผมจะกลับไปหานิว ผมจะไปอยู่กับเขา และผมก็จะไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก"
เพี๊ยะ!!!
ฝ่ามือหนาของเอกพลวาดลงมากระทบใบหน้าของเตชินอีกครั้งหลังจากที่เตชินขึ้นเสียงท้าทายผู้เป็นพ่อ
"ถ้าแกยังพูดไม่รู้เรื่อง แกก็อยู่สงบสติอารมณ์ที่นี่ไปก่อนจนกว่าแกจะคิดได้ แล้วเราค่อยมาคุยกันใหม่ อ้อ! แล้วก็อย่าลืมกินข้าวล่ะ เดี๋ยวจะให้แม่บ้านยกเข้ามาส่งให้"
เอกพลเค้นเสียงหนักออกมายื่นคำขาดต่อลูกชายคนเดียวด้วยท่าทีไม่พอใจ ก่อนที่เอกพลจะส่งสัญญาณมือให้กับบอดี้การ์ดจำนวน 4 คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเข้ามายืนขวางประตูห้องของเตชินเอาไว้เพื่อกันไม่ให้เตชินออกมาได้
ปั้ง!
เสียงประตูห้องก็ปิดลงอีกครั้ง โดยที่เตชินไม่มีสิทธ์ทำอะไรได้อีกเลย นอกจากตะโกนผ่านประตูไม้ที่แน่นหนาออกไป
"พ่อ! ไม่นะ! กลับมาปล่อยผมออกไปนะครับ ผมจะไปหานิว พ่อครับ!"
ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง!
เตชินใช้กำปั้นทุบประตูไม้เนื้อแข็งสุดแรงเกิด แต่ไม่ว่าเตชินจะดิ้นรนมากแค่ไหน ก็ไม่มีใครเห็นใจเขาอีกแล้ว เพราะสิ่งเดียวที่เขาได้รับการสะท้อนกลับมาคือความเงียบงัน และเมื่อเตชินไม่สามารถออกจากห้องได้อีก เตชินก็เดินคอตกกลับเข้าไปในห้อง ก่อนที่เขาจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนพื้นข้าง ๆ เตียงนอนของเขาด้วยความเหนื่อยล้า
ฟุ๊บ!
เตชินซบหน้าลงบนหัวเข่าของตัวเองด้วยความสิ้นหวังหมดกำลังใจ เพราะตอนนี้เตชินรู้สึกเป็นห่วงนิวมาก อยากกลับไปหานิวแต่ก็ทำไม่ได้
“ไม่รู้ว่าป่านนี้นิวจะเป็นอย่างไรบ้าง จะทานข้าวหรือยังก็ไม่รู้”
เตชินพูดกับตัวเองเสียงสั่นรัว พลางนึกถึงใบหน้าหล่อไร้เดียงสาของนิวลอยมาในห้วงคำนึง
“พี่คิดถึงนิวนะ คิดถึงมากเลย”
เตชินหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ไหล่กว้างของเขาเริ่มสั่นไหวเพราะความเสียใจที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน
“พ่อทำแบบนี้กับผมทำไม? พ่อทำกับผมแบบนี้ได้ไง? ผมเป็นลูกของพ่อนะ ทำไมต้องทำกับผมขนาดนี้ด้วย ฮึก ฮึก”
ในขณะที่เตชินกำลังระบายความเสียใจออกมาอย่างสุดจะกลั้นอยู่นั้น เตชินก็ได้ยินเสียงปลดล็อกประตูห้องเข้ามาอีกครั้ง
แกร๊ก!
เมื่อประตูถูกเปิดออก เตชินก็เห็นแม่บ้านยกถาดอาหารเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับบอดี้การ์ดสองคน ก่อนที่พวกเขาจะนำถาดอาหารมาวางไว้บนโต๊ะอาหารให้กับเตชิน
“มื้อเย็นค่ะคุณชาย”
แม่บ้านและบอดี้การ์ดก้ามปูสองคนรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับปิดล็อกประตูห้องลงเบา ๆ
ปั้ง
เตชินเหลือบมองถาดอาหารที่เต็มไปด้วยของโปรดของเขาเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตวาดไล่หลังแม่บ้านและบอดี้การ์ดออกไปเสียงดังลั่น
“เอาออกไป! ผมไม่กิน! ผมไม่หิว! ผมอยากไปหานิว! เปิดประตูให้ผม!”
เตชินซบหน้าลงกับฝ่ามือหนาของตัวเองด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและหันกลับไปมองดูถาดอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะด้วยสายตาเศร้าสร้อย เพราะอาหารมากมายเหล่านั้นคือของโปรดของเขา และถ้าเป็นเวลาปกติ เตชินจะทานจนหมดไม่มีเหลือแม้ว่าเขาจะยังอิ่มท้องอยู่ก็ตาม แต่เวลานี้เตชินกลับไม่รู้สึกว่าอยากแตะต้องมันเลยแม้แต่นิดเดียว
และในขณะที่เตชินกำลังจ้องมองอาหารจานโปรดที่พ่อสั่งให้แม่บ้านเตรียมให้เขาอย่างรู้ใจอยู่นั้น เตชินก็นึกแผนสุดห่ามออกมาได้พอดี
"ก็ได้ครับ...ถ้าพ่อจะเอาแบบนี้ ผมก็จะลองวิธีของผมดูเหมือนกัน คอยดูสิว่าจะยอมปล่อยผมไปดี ๆ ไหม? แต่ถ้าไม่ ผมก็จะไม่ยอมนั่งอยู่เฉย ๆ แน่"
เตชินยกยิ้มร้ายออกมาเบา ๆ ก่อนที่เขาจะยืนตัวลุกขึ้นยืน จากนั้นเขาก็เดินไปคว้าแจกันใบขนาดพอดีมือขึ้นมา พร้อมกับขว้างปามันออกไปยังประตูห้อง
เพล้ง
หลังจากนั้นเตชินก็เริ่มเดินไปรอบ ๆ ห้องของเขา เพื่อพังทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาแขวนผนัง หรือแม้กระทั่งหลอดไฟ หรือแม้กระทั่งหน้าต่างทุกบานที่เป็นกระจก
เคล้ง เคล้ง เคล้ง
“เปิดประตู ถ้าไม่เปิด ผมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซาก ผมจะอาละวาดให้ถึงที่สุด เปิดประตู”
เตชินเดินวนรอบห้องทำลายข้าวของอย่างกับหนูติดจั่นอยู่นานร่วมชั่วโมงกว่าเขาจะสามารถสงบลงได้เพราะความเหนื่อยล้า และเมื่อไม่มีใครสนใจในสิ่งที่เขาทำ เขาก็เดินโซเซกลับไปนั่งลงบนพื้นข้างเตียงนอนที่เละเทะไปหมดแล้วด้วยฝีมือของเขาเอง
แฮ่ก! แฮ่ก!
เตชินยกมือขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หลับตาลงช้า ๆ เพราะเริ่มหมดแรง
“อึก หายใจไม่ออก นิว พี่หายใจไม่ออก พี่เหนื่อย”
เตชินเพ้อหานิวเมื่อเขาเริ่มหายใจติดขัด จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ล้มตัวลงไปนอนราบกับพื้นห้องเพราะความเหนื่อยอ่อน
“ขอพักก่อนนะ ถ้าหายเหนื่อยเมื่อไหร่...จะลุกขึ้นมาเจาะผนังต่อ เฮ้อ”
เตชินบอกตัวเองเบา ๆ ก่อนที่เขาจะหลับไปในที่สุด...
[หนึ่งชั่วโมงผ่านไป - หน้าห้องของเตชิน]
"ชินเป็นไงบ้าง?"
เสียงทุ้มต่ำของเอกพลเอ่ยถามทินกรผู้เป็นทั้งเลขาและน้องชาย ในขณะที่สายตาเอาแต่คอยจดจ้องมองไปยังประตูห้องนอนของลูกชายด้วยความกังวลใจ
"หลับไปแล้วครับ แต่อาการหนักมากใช่ย่อยครับ เพราะเมื่อกี้ผมแอบเข้าไปดูในห้องแล้วครับ ข้าวของทุกอย่างเละเทะไม่มีชิ้นดีเลยครับ ตอนนี้ไม่เหลืออะไรให้ชินอาละวาดอีกแล้วล่ะครับพี่
ทินกรตอบเอกพลกลับไปด้วยสีหน้ากังวลไม่แพ้กัน ก่อนที่เหลือบมองไปยังประตูห้องนอนของหลานชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง
"หึ"
เอกพลยกยิ้มพอใจเมื่อได้ฟังคำตอบจากทินกร เพราะเขาคิดว่าเตชินคงจะไม่เป็นอะไรมาก ตราบใดที่ยังมีแรงพังข้าวของในห้องแบบนี้ และเมื่อเอกพลเงียบไป ทินกรก็กระซิบกระซาบถามเอกพลเป็นเชิงปรึกษาหารือ
"เอาไงต่อไปดีครับพี่"
"ปล่อยไว้แบบนั้นก่อนแล้วกัน ให้เขาได้อยู่กับตัวเองซะบ้าง"
"ครับพี่"
ทินกรรับคำของเอกพล พร้อมเตรียมก้าวขาเดินตามเอกพลกลับไปยังห้องทำงาน แต่ทันใดนั้นทั้งสองก็ต้องชะงักเท้าค้าง เพราะได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมและเสียงโวยวายของเตชินดังเล็ดลอดออกมาจากห้องของเตชิน
เคล้ง เคล้ง เคล้ง
“จะไม่ยอมเปิดประตูให้ผมจริง ๆ ใช่ไหม? ดี ผมจะได้ทุบมันทิ้งให้หมดเลย”
เพล้ง ตุ๊บ ตุ๊บ เพล้ง
เอกพลและทินกรเดินกลับมายืนแอบฟังเสียงเอะอะโวยวายของเตชินอยู่ที่หน้าประตูห้องเหมือนเดิม ก่อนที่เอกพลจะเอ่ยถามทินกรเสียงสูงบ่งบอกว่ากำลังไม่พอใจมาก
“ไหนบอกไม่เหลืออะไรให้เขาอาละวาดอีกแล้วไง? แล้วนั่นเสียงอะไร?”
“เอ่อ! เท่าที่ผมสำรวจดูภายในห้องแล้ว มันไม่เหลืออะไรให้ทำลายอีกแล้วนะครับ นอกจาก...”
“นอกจากอะไร?”
เอกพลเค้นเสียงถามทินกรด้วยสีหน้าเคร่งเครียด และทินกรก็ตอบพี่ชายต่างเจ้านายออกไปเบา ๆ เพราะเขาไม่แน่ใจว่าควรจะพูดดีไหม
“นอกจากรื้อผนังห้องครับพี่”
“หึ!”
เอกพลยืนยกยิ้มพอใจกับคำตอบที่ได้อยู่พักใหญ่ และไม่นานเสียงมือถือของทินกรก็ส่งเสียงเตือนสายเรียกเข้า ทินกรจึงรีบขออนุญาตเอกพลรับสาย ซึ่งเอกพลก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากพยักหน้าขึ้นลงเบา ๆ พร้อมกับสะบัดมือไล่
แต่ยังไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำทินกรก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาหาเอกพลที่หน้าห้องของเตชินเหมือนเดิมด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“พี่เอก! คุณยงยุทธโทรมาครับ บอกว่ายังไงก็จะคุยกับพี่ตอนนี้ครับ”
ทินกรบอกเอกพลด้วยน้ำเสียงร้อนรน พร้อมกับยื่นมือถือเข้าไปจ่ออยู่ในระดับปากของเอกพล จนเอกพลถึงกับต้องจิ๊บปากด้วยความรำคาญ ก่อนที่จะคว้ามือถือจากทินกรมา พร้อมกับส่งเสียงทุ้มตามสายออกไปทักทายต้นสายเสียงเรียบ
"ยงยุทธ? ว่ายังไง?"
"ผมอยากถามเรื่องที่เราคุยกันไว้เมื่อวันก่อนน่ะครับ...ตกลงว่า...ยังเหมือนเดิมอยู่ใช่ไหมครับ?"
"อืม...ถ้างั้นพรุ่งนี้ก็พาลูกสาวคุณเข้ามาที่บ้านของผมได้เลย เดี๋ยวผมจะให้เลขาโทรไปนัดเวลาอีกที"
"ได้ครับ...ถ้าอย่างงั้นเราเจอกันพรุ่งนี้เลยนะครับ"
"อืม"
ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด
เอกพลกดวางสายจากยงยุทธไป ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความหนักใจ พร้อมกับยื่นมือถือคืนให้กับทินกร
"พรุ่งนี้ยงยุทธเขาจะพาลูกสาวของเขามาดูตัว แต่ว่าดูท่าทางเตชินแล้วน่าจะยากเอาการไม่เบา ถ้างั้นเอาอย่างนี้นะ...ฉันจะให้แกไปจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยภายในวันนี้เลย แกไปจัดการเรื่องเวลานัดหมายที่สะดวกที่สุดกับฝ่ายยงยุทธมาเลย แล้วถ้าพรุ่งนี้ลูกสาวของเขาพอใจชิน ฉนก็จะให้ชินหมั้นเลยทันที อ้อ...แล้วก็...อย่าลืมแจ้งให้นักข่าวทราบกันถ้วนหน้าด้วยนะ"
เอกพลสั่งงานทินกรด้วยประโยคที่ยืดยาว จนเอกพลต้องพักหายใจก่อนชั่วคราว และในระหว่างนั้นทินกรก็รีบทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับหลานชาย
"แต่พี่ครับ...เรื่องนี้...ผมว่าเราควรปรึกษาชินก่อนจะดีกว่าไหมครับ"
"ก็รู้คำตอบอยู่แล้ว แล้วยังจะไปปรึกษาให้เสียเวลาทำไม?"
เอกพลกระแทกเสียงบอกกับทินกรด้วยความไม่พอใจ และหลังจากนั้นการโต้ตอบระหว่างเอกพลและทินกรก็ต้องหยุดลงชั่วคราวอันเกิดจากเสียงโวยวายของเตชิน
เคล้ง เคล้ง เคล้ง
“ออกไป! อย่ามาคุยกันอยู่หน้าห้องของผม ผมหนวกหู! ออกไป!”
เคล้ง เคล้ง เคล้ง
---------------------------------
ซันด๊อก