ตอน 9 ถูกลงทัณฑ์ซะเอง
เมื่อพาหลิงเล่อกลับมารักษาที่จวน เรียกหมอหลวงมาตรวจ
"เรียนท่านผู้ตรวจการหลี่อาการขององค์หญิงพ้นอันตรายแล้ว ต้องให้นางดื่มยาร้อนบำรุงร่างกายข้าจะจัดเตรียมไว้ให้นาง"
"ขอบคุณท่านหมอมาก นางจะฟื้นเมื่อไหร่ทำไมนางยังไม่ได้สติเลย แต่แค่ท่านบอกว่านางไม่เป็อะไร ข้าก็วางใจอย่างงั้นข้าจะต้องไปรับโทษกับฝ่าาด้วยตัวเอง"
ฉงปินไม่รอให้หลิงเล่อตื่น กลัวว่าหลิงเล่อจะไม่ยอมให้ตนเองไปรับโทษและไปออกหน้าขอร้องต่อฝ่าา จนตนเองลำบากใจในที่สุด
ฉงปินตัดสินใจเข้าเฝ้าฝ่าาที่วังหลวง พร้อมรายงานโทษ
"เ้ามาพบข้ามีเหตุใด จงรีบพูดมา "
"ข้าหลี่ฉงปิน มาสำนึกผิดขอรับโทษเนื่องจากการละทิ้งหน้าที่สืบคดีที่ท่านมอบหมายให้ที่เมืองหยางโจว เื่ที่สองคือข้ามิอาจดูแลองค์หญิงอวี่หลิงเล่อให้มีสุขปลอดภัยในจวนได้ละเลยนางจนนางแอบออกจากจวน "
"เื่พวกนี้เ้าช่างบังอาจนักอวี่หลิงเล่อแม้จะเป็น้องแปดของข้า แต่นางก็มีความสำคัญต่อราชวงศ์ไม่น้อยเ้าควรรับโทษ... หลี่ฉงปิน"
"ทหารนำตัวผู้ตรวจการหลี่ไปโบย 30 ไม้ นำขังที่คุกหลวง 7 วัน 7 คืนห้ามได้รับการรักษาใดๆ "
กว่าจะผ่านไปแต่ละไม้ หลี่ฉงปินกัดฟันสู้แรงโบย ครั้งสุดท้าย เขาสลบไปคาไม้โบยทหารหิ้วแขนลากไปโยนในคุกหลวงที่มืดมิด มีแค่กองฟางเก่าๆไว้ให้ปูนอนแผลที่ถูกโบยอักเสบ ตีพิษไข้รุนแรง อากาศเย็นเยือกในคุก ไม่มีอาหาร ไม่มียาไม่มีผ้าห่มอุ่นๆ ฉงปินป่วยไข้เพราะพิษาแอักเสบเกือบตาย
เมื่อหลิงเล่อฟื้นขึ้นมา นางรีบเรียกหาจิงเป่าถามว่าหลี่ฉงปินอยู่ที่ไหน ....นางคิดได้ว่าชายที่เปี่ยมไปด้วยความซื่อตรงอย่างฉงปินเอาตัวเองออกมาจากงานราชการที่หยางโจว ต้องไปรับโทษกับฝ่าาเป็แน่
นางรีบรุดเข้าไปในวัง เพื่อร้องขออภัยโทษ ร้องไห้คุกเข่าอ้อนวอนฝ่าาแต่ก็ไม่ได้รับการอภัยโทษ
นางเอกถอยกลับไปตั้งหลักที่จวนก่อน ด้วยความร้อนใจ รีบเข้าควร ทำอาหารต้มยาไปให้สามี แต่นางถูกทหารวังหลวงกักกันไว้มิให้เข้าไปในคุกหลวง มีเสียงโวยวายที่หน้าคุกหลวงองครักษ์หนิงร่วงผิงเดินออกมา ดึงแขนนางออกไปที่เงียบๆเพื่อคุยกับนางให้เข้าใจว่าคุกหลวงเป็สถานที่ต้องห้าม หากเ้าขืนยังทำแบบนี้อีกจะยิ่งทำให้ฉงปินได้รับอันตรายมากขึ้น
นางจึงขอร้องอ้อนวอน ร้องไห้ ยอมคุกเข่าคำนับให้กับองครักษ์ที่มียศต่ำกว่าขอให้เขานำอาหารและยานี้เข้าไปให้ฉงปิน
ร่วนผิงจึงตัดสินใจพานางพรางตัวเข้าไปในคุกหลวงทันทีที่นางเห็นสภาพของสามี นางปวดหัวใจมาก ท่าทางของฉงปินไม่สู้ดีนัก นอนหายใจรวยรินแ่ๆเขาแทบจะไม่มีโอกาสรอดชีวิตแล้ว
"ฮือ นี่สามีของข้าต้องมาตายในสถานที่แห่งนี้นะหรือเขาเป็ขุนนางที่ซื่อสัตย์ภักดี สกุลหลี่ไม่เคยคดโกงมาหลายชั่วอายุฝ่าาจะทำแบบนี้ไม่ได้ ข้าต้องรีบหาวิธีช่วยเขาออกมา..."
ในคืนนั้นนางไปที่วังหลวงนั่งคุกเข่านางมุ่งหน้าเข้าวังมาพร้อมกับดาบคู่กายของฉงปิน ใช้ดาบนั้นกรีดเืสาบาน ว่านางจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้สกุลหลี่อีก สาบานว่าความผิดที่เกิดขึ้นทั้งหมดในครั้งนี้เกิดจากตัวนางเองถ้าจะลงโทษ ควรเป็นางเพียงผู้เดียวที่รับโทษ โปรดปล่อยฉงปินจากคุกหลวงถ้าฝ่าาไม่ปล่อยเขา ฝ่าาจะเสียขุนนางที่มากด้วยคุณธรรมไปเพราะเขากำลังจะสิ้นใจแล้ว ฝ่าาโปรดเมตตา คำนับสามที เอาหัวโขกพื้น
ขันทีประจำกาย นำเื่นี้เข้าไปกราบทูลฝ่าาที่กำลังร่วมรักบนเตียงกับนางสนม 10 คน อย่างสำราญ
"เ้ามากราบทูลเื่นี้แก่ข้าในเวลานี้มันเหมาะสมหรือไม่ข้ากำลังสนุกสนานเพลินกับสาวงามของข้า...."
"แต่หากฝ่าาไม่รีบตัดสินใจ องค์หญิงหลิงเล่อนางจะไม่ไหวแล้วนางมีเืไหลตลอดเวลา เกรงว่าจะสิ้นใจทั้งนางและผู้ตรวจการหลี่"
"งั้นเ้าออกราชโองการไปที่คุกหลวงว่า ให้ปล่อยตัวอภัยโทษผู้ตรวจการหลี่พร้อมให้เข้ารับตำแหน่งเช่นเดิมหลังกลับไปรักษาตัวจนหาย"
ทันใดที่มีการประกาศปล่อยตัว เต๋อฉางหว่าน มือซ้ายของผู้ตรวจการหลี่เข้าไปรับฉงปินที่คุกหลวง กลับจวนหลิงเล่อรู้ว่าฉงปินปลอดภัยได้รับการปล่อยตัวแล้ว นางดีใจมากรีบคำนับขอบพระทัยฝ่าา กลับจวนด้วยท่าทีที่อ่อนล้า เพราะเสียเืมากกระทั่งมาถึงหน้าจวนหลี่ เป็ลมล้มลง บ่าวในจวนรีบพานางเข้าไปรักษาตัว นายหญิงใหญ่กระวนกระวายใจเรียกหมอหลวงมารักษาพร้อมกันทั้งสองคนที่จวน ให้พวกเขานอนรักษาตัวด้วยกันด้วยการวางเตียงไว้ไม่ไกลกันนัก
ฉงปินรู้สึกตัวสะลึมสะลือ เห็นภรรยานอนหลับอยู่ที่เตียงข้างๆสีหน้าไม่ค่อยดี เรียกหาเต๋อฉางหว่าน เซียวเจ๋อชวง เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างที่เขาโดนจับขังที่คุกวังหลวงฉางหว่าน เล่าเื่ทั้งหมดให้ฟังที่ฮูหยินน้อยหลิงเล่อทำเพื่อฉงปินฉงปินเกิดความซาบซึ้ง ยื่นมือเอื้อมไปกุมมือนางไว้แน่น น้ำตาค่อยๆไหลนองออกมาจากตา
"ข้าขอโทษเ้าที่ดูแลเ้าได้ไม่ดี ทำให้เ้าต้องลำบากเจ็บตัวเช่นนี้ข้าจะดีกับเ้าให้มาก ตราบใดที่เ้าเป็ฮูหยินของข้าข้าจะดูแลเ้าให้ดีชั่วชีวิต"
พูดจบฉงปินโน้มลงจูบมือของนางเบาๆ
ผ่านไปหลายคืน หลิงเล่อเริ่มดีขึ้นโดยมีสามีคอยเฝ้าห่วงใยอยู่ข้างๆตลอด นางอาการดีขึ้นมากจนออกมาจากเรือนได้แล้ว เมื่อนางพบหน้าแม่ของฉงปิน ฮูหยินใหญ่มีท่าทีไม่พอใจ สะบัดหน้าใส่ทำเหมือนหลิงเล่อไม่มีตัวตนไม่รับการคำนับจากนาง พูดจากระแนะกระแหนนาง
เพราะนางรู้สึกโกรธที่หลิงเล่อโกหกว่าจะกลับเมืองหลวงไปเยี่ยมน้องสาวที่ไหนได้ ความจริงคือเื่หลอกลวงทั้งหมดแต่ไปทำเื่เสื่อมเสียให้กับสกุลหลี่ ลูกชายเดียวที่ยังไม่มีทายาทของนางกลับต้องมาเสี่ยงตาย เพราะนางเป็สาเหตุ ถ้าปินเอ่อร์ของข้าตายไป มันไม่นับว่าสกุลหลี่ของข้าไร้ทายาทหรอกหรือ แล้วเช่นนี้ใครจะสืบทอด สกุลหลี่จะจบสิ้นเพราะเ้าไปให้พ้นหน้าข้าเถอะ ข้าไม่อยากเห็นคนเช่นเ้าอีก
"เ้าอย่าคิดว่าเ้าเป็เชื้อพระวงศ์แล้วข้าจะยกโทษให้เ้า"
หลิงเล่อคุกเข่าสำนึกผิด ครุ่นคิดในใจ ขออภัยฮูหยินใหญ่อาการของนางยังไม่หายดี สีหน้าเริ่มไม่สู้ดีนัก หน้ามืดจะเป็ลม ทะว่า ผู้ตรวจการหลี่ที่กำลังจะออกไปราชการมาเห็นเข้า รีบเข้าไปพยุงนางขึ้น อุ้มนางขึ้นมาบนอก ตำหนิแม่ด้วยความไม่พอใจจนแม่รู้สึกเสียหน้า รีบพานางกลับเรือนไปพักผ่อน
จากที่กำลังจะออกไปงานราชกิจที่สำนักลงทัณฑ์ ก็ไม่ไปอยู่ดูแลหลิงเล่อที่จวน
ผู้ตรวจการหลี่ผู้เคร่งขรึมน่าเกรงขาม เข้าครัวด้วยตัวเองปรุงซุปรากบัว ซุปไก่ตุ๋นน้ำแกง ให้หลิงเล่อไว้บำรุงผู้ตรวจการหลี่ผู้เ็าไม่ได้มาคนเดียว กลับพาเจ๋อชวง ฉางหว่านมาช่วยที่ครัวด้วยตอนนี้ที่ครัวดูวุ่นวายมาก มีทั้งกลิ่นไหม้ มีควันไฟคลุ่ง
หลิงเล่อที่พักอยู่ในเรือน ได้ยินบ่าวในจวน พูดกันปากต่อปากว่า
"จวนของเรามีการเปลี่ยนไปข้าอยู่รับใช้จวนหลี่มาั้แ่เด็ก ไม่เคยเห็นนายท่านใส่ใจผู้ใดเท่านี้มาก่อนเลยนายท่านรักฮูหยินน้อยมาก ยอมเข้าครัวตุ๋นน้ำแกงให้นางด้วยตัวเอง ไม่พอพาองครักษ์ทั้งสองไปเป็ผู้ช่วย"
"ฮ่าๆ เ้าว่าวันนี้ครัวจะะเิไหม "
"เ้าอย่าหัวเราะเสียงดังไปสิถ้านายหญิงได้ยินเข้าเราจะโดนโบยนะ"
หลิงเล่อได้ยินเช่นนั้น
"จิงเป่าเ้าได้ยินเช่นข้าไหม "
"ได้ยินเช่นนั้นจริงๆ"
"งั้นเ้าช่วยประคองข้าไปที่ห้องครัวข้าจะไปช่วยท่านพี่"
เมื่อไปถึงห้องครัว นางเห็นว่าห้องครัวเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่มากไปกว่านั้นคือ หลี่ฉงปินดูตั้งใจและภูมิใจกับน้ำแกงถ้วยนั้นมากที่เขาทำด้วยตัวเอง
หลิงเล่อ ทั้งอมยิ้ม ทั้งชื่นชมสามีในใจสายตาที่นางมองเขาทั้งรักและเอ็นดูสามีมาก
"เจ๋อชวง ฉางหว่าน น้ำแกงของข้าเสร็จแล้วเ้าคิดว่าฮูหยินจะชอบมันไหม "
"ท่านตั้งใจทำขนาดนั้น ฮูหยินต้องดีใจมากเป็แน่"
"ฮ่า ๆยังงั้นหรือ งั้นพวกเ้าลองชิบดูสิ"
"พวกข้าทั้งสองมีภารกิจรัดตัวที่ต้องไปจัดการคงต้องขอตัวลา"
ทั้งสองทำหน้าตาแปลกๆรีบหนีไปคนละทาง คิดในใจ น้ำแกงนั่นดูน่ากลัวมากนายท่านหลี่ใส่ของไปมากมายเช่นนั้น เกรงว่าข้ายังรักชีวิตอยู่อยากมีชีวิตต่อไปในโลกนี้ น้ำแกงถ้วยนั้นคงไม่เสี่ยงดื่มเป็แน่