บทที่8 เข้าเมืองหยวน
เมื่อถึงเวลาที่นัดหมาย อ้ายเชียนเดินออกมาจากบ้านไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากลาน จึงเห็นได้ชัดเจนว่าเหล่าขอทานเรียงแถวอย่างเป็ระเบียบราวกับทหาร
ร่างในชุดสีดำทะมัดทะแมงแยกไม่ออกว่าชายหรือหญิงเดินขึ้นไปบนเวที ก่อนที่นางจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ที่วางอยู่บนนั้น นี่น่าจะเป็ที่นั่งเพื่อประกาศศักดาของนายใหญ่กลุ่มโจรนี้
“ข้าปล้นค่ายโจรเพื่อชิงตัวคนที่กำลังจะถูกขายเป็ทาส และยึดค่ายโจรนี้มาเพื่อเป็ค่ายชั่วคราวให้พวกเ้า”
“การจะติดตามข้าได้เ้าต้องแข็งแกร่งเท่านั้น และข้าก็จะทำให้พวกเ้าแข็งแกร่ง การฝึกฝนของข้า ไม่ใช่เพียงการฝึกวรยุทธ์เท่านั้น แต่พวกเ้าต้องเป็หน่วยรบพิเศษที่สามารถรับมือศัตรูในระดับเดียวกันได้หนึ่งต่อร้อยคน”
เฮือก! เสียงฮือฮาดังขึ้นในหมู่ขอทานน้อย พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าเ้านายของตนจะยโสขนาดนี้ พวกเขาบางคนเป็เพียงสวะที่ถูกไล่ออกจากตระกูลเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่นางพูดเป็ดั่งฝันที่ไม่มีวันเป็จริง
“สองสามวันนี้ ข้าจะมอบหมายให้ฮุยดูแลการฝึกฝนร่างกายของพวกเ้า ฮุยจะสามารถลงโทษพวกเ้าได้หากทำผิด”
เมื่อนางกล่าวจบ ฮุยก็ก้าวขาออกไปด้านหน้าสองก้าว
“ข้าคือฮุย ในฐานะที่ติดตามนายหญิงมาก่อนหน้า ถือว่าเป็รุ่นพี่”
“คารวะรุ่นพี่ฮุย” เสียงดังก้องลาน
“เหรินจิงจะเป็คนคอยดูแลระเบียบของพวกเ้า” อ้ายเชียนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อพูดจบ เพราะเซวียเอ๋อร์ดูเหมือนจะแสดงอาการไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน
เหรินจิงไม่ได้สนใจ ก้าวเดินออกไปพร้อมพูด“เรียกข้าว่ารุ่นพี่เหรินก็ได้”
“และหานคุน เป็ข้ารับใช้ของข้า เมื่อเห็นเขาเท่ากับเห็นข้า” อ้ายเชียนพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพื่อเอาใจหานคุน แต่เพราะต่อไปเขาจะเป็ขาโต๊ะตัวใหญ่ให้นางกอด ดังนั้นนางจะให้คนในกองกำลังของตัวเองทำลายขาโต๊ะตัวนี้ไม่ได้เด็ดขาด
“คารวะรุ่นพี่เหริน คารวะท่านหานคุน”
เมื่อมีคนนำก็มีคนตาม เหล่าขอทานเอ่ยทักทายทั้งสามคนด้วยสายตานับถือ บางคนก็เผยสายตาอิจฉาออกมา เพราะพวกเขาเองก็อยากสนิทกับเ้านายบ้าง
“เอาล่ะ และมีเื่สำคัญที่ข้าต้องจัดการ...ก่อนหน้านี้ข้าได้กล่าวไว้แล้วว่า ผู้ที่ทำพิธีสาบานตนจงรักษ์ภักดิ์ดีต่อข้าไม่สำเร็จ จะต้องตาย!” อ้ายเชียนเอ่ยประเด็นหลักขึ้นมาทันที
“อะไรกัน ไม่ใช่ว่าพวกเราทำสำเร็จแล้วหรอกหรือ” เสียงของขอทานน้อยดังขึ้นแ่เบา พวกเขาซุบซิบกันเมื่ออ้ายเชียนยังไม่ได้พูดต่อ นางทำเพียงกวาดสายตามองไปรอบๆ น่าเสียดายที่พวกเขาไม่เห็นว่านางกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ เพราะผ้าขาวที่พันตาเอาไว้
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราจะรู้ได้ยังไงว่าเราสำเร็จมั้ย”
“ไม่เอานะข้าไม่อยากตาย”
“ข้าทำสำเร็จหรือไม่”
“ข้าไม่ได้คิดต่อต้านนายหญิง ข้าต้องสำเร็จสิ”
เสียงฮือฮาดังขึ้นตลอดเวลา พวกเขาหน้าซีดเผือดจนถึงขีดสุด กระทั่งเสียงเ็าดังขึ้น
“คนที่ข้าจะเรียกต่อไปนี้ คือคนที่ทำพันธสัญญาไม่สำเร็จ” อ้ายเชียนกล่าว ก่อนหน้านี้นางให้เหรินจิงออกมาเตรียมจัดวางตำแหน่งของคนเอาไว้แล้ว
พวกเขาจะอยู่ในแถวละ30คน และด้านหน้าของหัวแถวจะมีตัวเลข เช่นเดียวกับแถวแนวนอน
“แถวที่หนึ่งหมายเลขสาม แถวที่ห้าหมายเลขยี่สิบแปด...” เมื่ออ้ายเชียนเริ่มเอ่ยรายนามสองคน เหรินจิงกับฮุยก็พุ่งเข้าไปในแถวและดึงตัวทั้งสองออกมา
สองคนนี้เป็คนจากอีกสองกลุ่มโจรที่นางไปปล้นมา อ้ายเชียนรับรู้ว่าสองคนนี้มีจิตใจคิดทะเยอะทะยานเหมือนๆกัน
“และ เซวียเอ๋อร์” คำพูดของอ้ายเชียนทำให้ทุกคนตกตะลึง โดยเฉพาะคนในกลุ่มเดียวกันกับนาง รวมถึงเหรินจิง
“นายหญิงข้าทำอะไรผิด” เซวียเอ๋อร์กรีดร้องอย่างไม่อยากเชื่อ นางรีบวิ่งออกมาคุกเข่าหน้าแถวด้วยความหวาดกลัว
“พวกเ้าทะเยอะทะยานเกินไป ในจิตใจของพวกเ้าไม่จำยอมที่จะติดตามข้า ดังนั้นพันธสัญญาจึงไม่สำเร็จ” อ้ายเชียนไม่อธิบายใดใดมากกว่านี้ แค่นี้ทุกคนก็กระจ่างแล้ว
“ฆ่า” สิ้นเสียงนั้น ก็เท่ากับเป็การลงดาบ ฮุยจัดการสองคนก่อนหน้า ขณะที่เหรินจิงอยู่ตรงหน้าเซวียเอ๋อร์พอดี
เมื่อเห็นว่าตนเองต้องตายแน่ๆ เซวียเอ๋อร์ก็รีบกอดขาอ้อนวอนเหรินจิงที่อยู่ตรงหน้า
“เหรินจิง ข้าผิดไปแล้ว ช่วยพูดให้นายหญิงอภัยให้ข้าเถอะ ข้าจะทำสัญญาโดยยินยอมอีกรอบ คราวนี้ข้ายินยอมจากใจแล้ว”
“เซวียเอ๋อร์เ้าเห็นข้าเป็อะไร ไม้กันหมางั้นรึ ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาใดใดเ้าก็มักจะผลักข้าให้ออกไปเป็ไม้กันหมาตลอด คราวนี้ปัญหาของเ้าคือนายหญิงผู้ยิ่งใหญ่ ข้าไม่สามารถเป็ไม้กันหมาให้เ้าได้แม้้าก็ตามที...น่าเสียดายที่ข้าไม่้า”
กล่าวจบดาบในมือนางก็ฟันเข้าที่คอของเซวียเอ๋อร์ทันที โดยที่นางยังไม่ทันได้อ้อนวอนอีกรอบด้วยซ้ำ
การฆ่าคนไม่กระพริบตาทำให้ทุกคนตะลึงตาค้าง พวกเขาไม่เคยเห็นความอำมหิตขนาดนี้มาก่อน โดยเฉพาะจากฝ่ายของตนเอง ซึ่งพวกเขามักมองว่าตนเองเป็ฝ่ายดีเสมอ
“เริ่มฝึกตามที่ข้าวางแผนเอาไว้ในตำราเล่มนี้ สามวันนี้ข้าจะเข้าเมืองหยวนสักหน่อย”
“นายหญิงแล้วเื่การลงโทษ...” เหรินจิงเอ่ยถามอย่างหวาดหวั่น
“ลงโทษสถานเบาก่อน พวกเขายังเป็เพียงคนธรรมดา บางคนไม่ได้ฝึกฝนด้วยซ้ำ” อ้ายเชียนเหลือบตามองแต่คอยังตั้งตรง ก่อนจะเดินจากไปอย่างเงียบๆ
“น้อมส่งนายหญิง” เสียงในลานดังขึ้นโดยมีชายผู้ฉลาดเป็ตัวตั้งตัวตี
อ้ายเชียนไม่ได้กลับเข้าบ้าน เมื่อนางเดินมาถึงหน้าทางเข้า นางก็โยนกระเป๋าผ้าสีดำให้หานคุน
“ในนี้มีอาหารอยู่จำนวนหนึ่ง ใช้เลี้ยงดูพวกเขา กระเป๋าฉือชุน(กระเป๋ามิติ)นี้บรรจุของได้มาก เมื่อข้ากลับมาจะนำมาไว้ให้พวกเ้าใช้มากขึ้น”
กล่าวจบอ้ายเชียนก็เดินจากไปทันที
“คุณหนู ข้าไม่ต้องไปด้วยหรือ” หานคุนได้แต่ถามกับสายลม เพราะตรงหน้าไม่มีคุณหนูของเขาแล้ว ด้วยความสามารถของนางเขาย่อมไม่สามารถคว้าทันได้แม้ชายเสื้อ
“หานคุน ท่านไปพักรักษาตัวเถอะ ข้าจะซ้อมคนพวกนี้สักหน่อย” เสียงของฮุยดังขึ้นด้านหลังทำให้หานคุนหลุดจากภวังค์
“นี่กระเป๋าฉือชุนของนายหญิงนี่นา นายหญิงดีกับพวกเราจริงๆ ข้าไปดูเสบียงของพวกโจรมาแล้ว คงไม่สามารถเลี้ยงปากท้องทั้งหมดนี้ได้ถึงเดือนแน่”
“เข้าเมืองรอบนี้ คุณหนูน่าจะซื้อธัญพืชมาอีก” หานคุนพูดแค่นั้นก่อนจะเดินกลับบ้านพักไป