“ถึงบ้านแล้วครับน้องมะนาว” เขาปลุกเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนหลับสนิททันทีที่รถยนต์จอดอยู่หน้าบ้านของเธอ แต่น้องมะนาวก็ยังนิ่งเฉย “น้องครับถึงบ้านแล้ว” เขาเลยลูบหัวเด็กน้อยเรียกขานอีกครั้ง
“น้องลุกไม่ไหว ตาน้องจะปิดแล้ว คุณอาอุ้มน้องได้ไหมคะ?” ปากเปล่งเสียงแต่เปลือกตายังคงปิดมิดชิด เหมือนกับว่ามันหนักอึ้งจนทำให้เธอไม่สามารถขยับให้ลืมตาตื่นได้ จึงอ้อนวอนต่อนักรบด้วยความออเซาะ
“โอเค ว่าแต่หลังอาจะหักไหมนะ” นักรบถึงกับส่ายหัวระอา ทว่ากับเป็นความน่าเอ็นดูที่เด็กหญิงมี เขาตอบตกลงอย่างว่าง่าย แล้วเดินไปอีกฟากรถฝั่งเด็กหญิง สะพายกระเป๋าให้และอุ้มเธอออกมา เอ่ยแซวทีเล่นทีจริงก็ไม่ทำให้เด็กหญิงเปิดเปลือกตามองโดยรอบ
“คุณอาพลังเยอะแยะไม่หักหรอกค่ะ น้องตัวเบานิดเดียวเอง” น้องมะนาวอยู่ในอ้อมแขน สองขาสั้น ๆ เกี่ยวเอวสอบของนักรบ สองแขนโอบรอบคอ ซบหน้าลงกับไหล่อันแข็งแรงของนักรบ แล้วเธอก็ตอบโต้เขาทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท
“ใครบอกเธอยัยจี๊ดส์ ฮึบ! กินเยอะเกินไปแล้วนะเราอะ ถ้าปวดท้องขึ้นมาแม่ของน้องดุอาแน่ ๆ" เขาแซวเด็กน้อยในอ้อมกอด จากนั้นจึงปิดประตูรถยนต์ให้สนิท แล้วยืนกดกริ่งอยู่หน้าบ้าน ปากก็ยังพูดคุยกันไปเรื่อยตามประสา
“คุณแม่ใจดีค่ะ” อาการง่วงนอนหนักหน่วง แต่เด็กหญิงก็ยังคงอ้าปากตอบนักรบได้ แม้น้ำเสียงจะเบาหวิวจนแทบจะไม่ได้ยิน
“เหรอจี๊ดส์เหรอ เสียงแหลมแปดหลอดผ่านโทรศัพท์อายกสายออกแทบไม่ทัน” นักรบเอ่ยอย่างประชดประชัน
“......” คิดว่าน้องมะนาวจะโต้ตอบ แต่เธอกลับเงียบกริบ คร่อก ฟรี่ มีเพียงเสียงลมหายใจแรงที่ปะปนมาพร้อมเสียงกรนเบา ๆ ตามประสาเด็ก ทำเอานักรบถึงกับยิ้มและส่ายหัว เด็กน้อยผู้เดียงสาทำให้เขายิ้มได้ตลอดแม้ยามที่ไร้เสียงพูดอันสดใส
“นึกว่าจะแน่ที่แท้ก็อ่อน” เสียงพูดเย้ยแว่วดังมาแต่ไกล ก่อนที่ร่างอรชรของน้ำส้มจะค่อย ๆ เข้ามาใกล้ เธอยืนมือกอดอกจ้องมองนักรบด้วยสายตาเหยียดหยัน เมื่อการกระทำที่คิดว่าแน่ที่แท้ก็ตรงกันข้าม กล้าไปขโมยลูกสาวสุดที่รักถึงโรงเรียน เธออยากจะบีบคอเขาให้ตาย แต่จากที่สัมผัสมาคนอย่างนักรบต้องพบเจออะไรด้วยตัวเอง น้ำส้มจึงต้องกัดฟันยอมปล่อยลูกสาวแสนแสบไว้กับนักรบ เพื่อให้เขาหลาบจำจะได้ไม่คิดทำอะไรพลการให้เธอหัวร้อนอีก
“โธ่คุณเห็นใจผมบ้างสิ ต้องทำการทำงานนะน้องมะนาวกวนผมทุกห้านาทีเลย” นักรบที่ยังยืนอยู่หน้าบ้าน เขาพูดเสียงอ่อนหวังให้น้ำส้มเห็นใจ
“สม! แล้วใครใช้ให้ไปขโมยลูกฉันที่โรงเรียน” แต่ที่ไหนได้เธอไม่มีคำปลอบโยนให้อย่างที่นักรบคิดไว้ นอกจากคำสมน้ำหน้าและซ้ำเติม
“ผมใช้ตัวเองนี่แหละ” นักรบตอบออกมาหวังตัดบทสนทนาที่เหมือนการตอกย้ำในสิ่งที่เขาทำ แต่นั่นก็ไม่ผิดตามปากว่าเพราะเขาเป็นคนเสนอหน้าไปหาน้องมะนาวเองอย่างถือวิสาสะจากแม่ของเด็ก
“สมน้ำหน้ารอบที่ล้าน” น้ำส้มยังคงเหยียบซ้ำนักรบ เพราะเธอยังอารมณ์ค้างกับสิ่งที่นักรบทำ แต่ก็ไม่อยากจะพูดมากให้วุ่นวาย สิ่งที่ได้จากน้องมะนาวคงเป็นประสบการณ์มากพอให้นักรบจดจำ
“ด่าพอใจยัง?” เขาเอ่ยขึ้น
“ทำไม?” น้ำส้มถามกลับอย่างใสซื่อ เหมือนกับลืมว่ามีลูกสาวที่หลับปุ๋ยอยู่ข้างนอก
“ถ้าพอใจแล้วเมื่อไหร่จะเปิดประตูให้ผมเนี่ย ผมหนักนะ”
“ยืนพูดอยู่นั่นแหละ เข้ามาสิคะ”
นักรบบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียว นั่นถึงทำให้น้ำส้มดูกุลีกุจอ เธอรีบเปิดประตูให้ นึกโทษตัวเองในใจที่ปล่อยให้ลูกสาวอยู่กับเขานานแสนนาน แต่แล้วก็ไม่วายกระแทกเสียงต่อว่านักรบ
“เป็นคนผิดให้ทั้งแม่ทั้งลูกเลยกูเนี่ย” เขาอุ้มน้องมะนาวเข้ามาในเขตบ้าน ปากก็พร่ำบ่นยอมโทษตัวเองเพื่อให้จบสิ้น ถึงยังไงเขาก็คงไม่อาจโต้เถียงจนชนะได้
“บ่นอะไร” เสียงเบาไม่ชัดถ้อยคำ ทำให้น้ำส้มต้องย้อนถาม
“ไม่ได้บ่น แค่พูดเฉย ๆ” นักรบปฏิเสธทั้งที่เขาบ่นให้เธอนั่นแหละ แต่ไม่อยากสาวความให้ยืดยาว จึงเลือกที่จะเลี่ยงและเดินอุ้มน้องมะนาวเข้าไปในบ้าน
“วางมะนาวตรงโซฟาก็ได้เดี๋ยวฉันอุ้มแกขึ้นห้องเอง” เธอบอกเขาแม้จะเคืองโกรธแต่ก็นึกเกรงใจ ที่ลูกของเธอคงก่อความวุ่นวายจนนักรบคงทนไม่ไหว ถึงได้พามาส่งในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ หากนานเกินไปเธอก็คงไม่ปล่อยลูกทิ้งไว้ข้ามวันข้ามคืน ต้องไปรับกลับมาเองเหมือนเดิม...ลูกสาวทั้งคนจะกล้าปล่อยให้อยู่กับคนอื่นได้อย่างไรกัน
“เดี๋ยวผมอุ้มไปส่งเองครับ” เขาอาสาแม้ว่าตอนนี้เหงื่อจะซึมตามใบหน้า เพราะใช้แรงไปเยอะ
“งั้นทางนี้ค่ะ” น้ำส้มเชื้อเชิญและเดินนำหน้า คว้าเอากระเป๋านักเรียนของลูกสาวมาถือเอง เพราะแม่น้องมะนาวนักรบก็ออกแรงมากแล้ว
นักรบอุ้มเด็กหญิงตัวกลมที่น้ำหนักไม่ใช่ย่อย เขาค่อย ๆ วางเธอลงบนเตียงนอนด้วยความเบามือ เพราะเกรงว่าหนูน้อยจะรู้สึกตัวตื่น ลูบหัวทุยเล็กเบา ๆ ดึงผ้าห่มคลุม ก่อนจะส่งรอยยิ้มให้เธอเป็นคำลา จากนั้นเขาจึงปิดประตูแล้วเดินออกมา
“ที่จริงไม่อยากจะขอบคุณเลย แต่ก็ขอบคุณแล้วกันที่อุ้มมะนาวมาส่งในห้อง” น้ำส้มเอ่ยขึ้นเมื่อออกมาพ้นจากห้องนอนของน้องมะนาวเรียบร้อยแล้ว
“ด้วยความยินดีครับ” นักรบโค้งตัวอย่างสุภาพดั่งกับพระเอกที่กำลังของนางเอกเต้นรำ เขาเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ถ้ายินดีน่าจะเลี้ยงอีกสักชั่วโมงค่อยมาส่ง” แต่ก็ไม่ได้ทำให้น้ำส้มพิสมัย เธอเอ่ยออกมาอย่างประชดประชันพร้อมสีหน้าอันบึ้งตึง
“พอแล้วมั้ง” คำพูดของน้ำส้มทำเอานักรบรู้สึกขนลุกไปทั้งแขน จนเขาเอ่ยออกมาอย่างกับว่าเข็ดหลาบกับสิ่งที่เจอ
“เหอะ” น้ำส้มถึงกับยกยิ้มเย้ย จากนั้นจึงเดินลงมาโดยไม่เอ่ยชวนนักรบ จนเขาต้องเดินตามหลังเธอมาเอง
“มาฮงมาเหอะเดี๋ยวจับจูบซะหรอก” นักรบเร่งฝีเท้าเดินจนทันเคียงข้างกับน้ำส้ม แล้วพูดออกไปอย่างคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย ใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่แก้มของน้ำส้มอย่างถือวิสาสะ
“กล้าก็ลองดู!” ทำเอาเธอถึงกับหยุดเดิน แล้วหันมาถลึงตาเขียวใส่ พร้อมกับชูกำปั้นขึ้นขู่ บรรจบเข้ากับสายตาของนักรบที่จ้องมองด้วยรอยยิ้มเลศนัย เขาก้าวขาเข้ามาใกล้เธออย่างเชื่องช้า จนน้ำส้มต้องเดินถอยหลังออกห่าง แผ่นหลังชนกับผนังบ้านไร้ทางหลบหนี มีสองแขนแกร่งกักกันอย่างหมดหนทาง “นักรบ ฉันไม่เล่นด้วยนะ”
“ถ้าผมจะเล่นล่ะ?”