เวลาปัจจุบัน
ครืน ครืน ครืน
เสียงโทรศัพท์ของมะยมปลุกเธอออกมาจากภวังค์ก่อนที่เธอจะเดินอย่างไร้จุดหมายต่อไปเธอมองดูเบอร์ที่โทรเข้ามาก่อนที่จะมองไปรอบๆแล้วพบกับสายตาเป็ห่วงจากคนหลายคนที่แอบมองเธอมันอดทำให้เธอรู้สึกดีไม่ได้เพราะคนที่ไม่รู้จักกันกลับมองเธอด้วยความเป็ห่วงอย่างไม่น่าเชื่อ
“สวัสดีน้ำมล”เสียงของเธอสั่นเครืออย่างที่เธอเองไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิด
“มะยมเธออยู่ไหน”น้ำมลถามอย่างเป็ห่วง “ฉันได้ข่าวเื่ที่เกิดขึ้นแล้ว” เสียงปลายสายเงียบไป
น้ำมลเองก็ไม่รู้จะช่วยเพื่อนอย่างไรเมื่อกี้นี้เพื่อนที่รู้จักโทรมาเล่าให้เธอฟังว่าธารินเดินจูงมือรินไปจดทะเบียนสมรสอย่างปุบปับแบบที่คนที่เธอให้ไปหาหลักฐานมามัดตัวทั้งสองคนยังไม่ทันจะเข้ามาส่งเอกสารให้เธอเลยพวกเพื่อนต่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น และทุกคนต่างถามเธอเกี่ยวกับมะยมเพราะมะยมเล่นปิดเบอร์เดิมจนใครก็โทรไม่ติดโทรไปที่คอนโดก็กลับได้ข่าวที่น่าใกลับมาจากคนเช่ารายใหม่เสียอย่างนั้นทำให้ทุกคนมืดแปดด้านจนน้ำมลต้องโทรมาเองหลังเลิกประชุม โดยมีกลุ่มเพื่อนนั่งมองมาจากทางโต๊ะรับแขกเพราะเธอเป็คนเดียวที่มีเบอร์โทรฉุกเฉินของมะยม
“ฉัน...”มะยมกลืนก้อนสะอื้น “ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน”มะยมนั่งลงบนกระเป๋าเดินทางใต้ต้นไม้ริมทางเธอไม่มีที่ไปแล้วครอบครัวของเธอต่างก็ย้ายไปจากดาวโลกที่อยู่เดียวของเธอก็กลายเป็ของคนอื่นแล้วในตอนนี้เองที่สมองของหญิงสาวกลับมาทำงานอีกครั้ง ใช่แล้วเธอไม่มีที่ไหนให้ไปทั้งนั้น
“มะยมเธอไปหาโรงแรมพักสักหน่อยก่อนนะ”น้ำมลหยุดพูดไปสักพัก “แล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไง อย่าหุนหันนะเพื่อน พวกเราเป็กำลังใจให้”ประโยคท้ายเป็ของกลุ่มเพื่อนที่ะโแทรกออกมา ก่อนที่สายจะตัดไปเพราะเบอร์โทรฉุกเฉินมันใช้ได้แค่สองครั้งก่อนจะทำลายตนเองและทุกครั้งใช้ได้แค่ห้านาทีเท่านั้น
เมื่อน้ำมลวางสายน้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ไหลออกมาจนนองหน้าของมะยมไปหมดในยามนี้หญิงสาวอ่อนแออย่างที่ถ้าคนรู้จักมาเห็นจะต้องใอย่างแน่นอน
เธอเสียคนรักและบ้านภายในวันเดียวกันแล้วอย่างนี้จะให้เธอลุกขึ้นสู้ในทันทีนั้นเป็เื่ที่ยากเกินไปสำหรับหญิงสาวตัวคนเดียวอย่างเธอในตอนที่มะยมลุกขึ้นไปยืนรอรถนั้น เธอได้กลิ่นเหม็นมาจากตัวของผู้หญิงข้างหน้าน่าจะเป็กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนนั้น มะยมไม่ได้คิดอะไรเพราะเธอเป็คนจมูกไวอยู่แล้วและอาจเป็เพราะเธอเดินมานานในตอนที่เธอยืนรอรถจึงทำให้รู้สึกอยากวูบเล็กน้อย
่สองสามสัปดาห์มานี้เธอค่อนข้างเหนื่อยง่ายและไวต่อกลิ่นอย่างไม่น่าเป็ไปได้หญิงสาวคิดแค่ว่าอาจจะเครียดก็เลยทำให้เหนื่อยง่ายเท่านั้น เธอไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับความผิดปกติของร่างกายเพราะอาการแบบนี้สำหรับคนที่ทำงานหนักมักจะเจอกันทุกคนอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าหญิงข้างหน้าเธอเหม็นเกินไปจนเธอทนไม่ไหววูบไปตอนไหนก็ไม่ทราบได้
มะยมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีตัวเธอก็นอนอยู่บนเตียงในห้องสีขาว ที่แขนของเธอมีสายน้ำเกลือเสียบอยู่ที่หน้าประตูก็มีคนสองคนที่เธอไม่อยากเจอยืนอยู่นั่นก็คือธารินและรินใบหน้าของทั้งสองไม่ดีเป็อย่างมาก
“คุณฟื้นแล้ว”ชายหนุ่มทักขึ้น
“สำออยจริงนะ”รินบ่นอุบก่อนจะรีบหลบตามะยมที่มองมาทันทีอย่างไรเสียเธอก็ยังกลัวสายตาแบบนี้อยู่ดี มันเป็สายตาเดียวกันกับที่ผู้หญิงคนนี้มองเธอตอนที่เธอผลักผู้หญิงคนนี้เข้าไปในดงซอมบี้เพื่อล่อให้พวกมันออกห่างจากชายคนรักสายตาแบบนี้ตามหลอกหลอนเธอจนกระทั่งเธอตายแล้วย้อนกลับมาใหม่ช่างเป็สายตาที่น่ารังเกียจเสียจริง
“มะยมคุณท้องได้สามสัปดาห์แล้ว”ธารินพูดเสียงเรียบ “เอามันออกซะผมไม่้าให้มันมาขัดขวางการแต่งงานของผมกับริน”ทั้งรินและมะยมมองชายหนุ่มอย่างใ เดิมธารินก็ใที่มะยมตั้งท้องลูกของเขาบางที่นี่อาจเป็สาเหตุที่มะยมตายั้แ่ทีแรกเพราะเธอตั้งท้องร่างกายของเธอจึงอ่อนแอเกินไปเอาเด็กออกอย่างน้อยเธอจะได้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นหน่อยส่วนรินใที่ธารินตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่รู้เื่ลูกในท้องของมะยมมันทำให้เธอสบายใจ ในขณะเดียวกันก็อดสะใจไม่ได้ไม่รู้ว่าทำไมเธอจึงรู้สึกแบบนั้นแต่หญิงสาวก็ไม่สนใจยิ่งพวกมันแม่ลูกหายไปเลยได้ยิ่งดี ธารินจะได้หมดห่วงจากพวกมันสองคนในตอนที่โรงพยาบาลโทรมาบอกว่ามะยมเข้าโรงพยาบาล เธอได้เห็นอาการลนลานของคนรักเป็ครั้งแรกนั่นทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยกลัวว่าเขาจะไปจากเธอแต่เมื่อเขาพูดออกมาแบบนี้อะไรมันก็ง่ายขึ้น
“คุณจะบ้าเหรอนี่ลูกฉันฉันจะไม่ยอมเอาเขาออก” มะยมโพล่งออกมาอย่างโกรธเคืองชายไร้หัวใจตรงหน้า“ฉันหน้ามืดรักคนเืเย็นแบบคุณไปได้ยังไงกันสามัญสำนึกสักนิดก็ไม่มีเลยเหรอ”หญิงสาวกล่าวโทษ
“นี่มะยมมันจะมากไปแล้วนะเธออยากให้ลูกเกิดมาไม่พ่อหรือไง” รินว่า
“มะยมต่อให้คุณคลอดเขาออกมาผมก็ไม่มีทางกลับไปหาคุณและผมจะไม่มีทางเซ็นรับเขาเป็ลูก ลูกของผมจะต้องเกิดมาจากรินคนเดียวเท่านั้น”ธารินกล่าวเสียงเข้ม “เอามันออกเถอะตอนนี้มันยังเป็แค่ก้อนเืเท่าหัวเข็มมันไม่รู้สึกหรอก”
“ฉันก็ไม่ได้บอกให้คุณรับเขาเป็ลูกนี่”มะยมตอบกลับเสียงเย็น “คุณกับผู้หญิงคนนั้นจะไปขึ้น์ลงนรกกันที่ไหนมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันและลูก” มะยมกดเรียกแพทย์ก่อนที่ทั้งสองจะทันได้หยุดเธอ“ผีเน่ากับโลงผุมันก็เข้ากันดี” มะยมมองหมอที่พากันเดินเข้ามา เธอรู้ว่าทั้งสองคนรักหน้าตา ยิ่งกว่าอะไรที่สำคัญคือกลัวการโดนนินทาโทษทีนะพวกเขาอยากทำตัวน่ารังเกียจเองทำไม หญิงสาวกล่าวเสียงดังอย่างกลัวคนข้างนอกไม่ได้ยินว่า“คุณพารินเข้ามาบอกเลิกฉันก่อนงานแต่งของเราสามเดือน แล้วยังมีหน้ามาบอกให้ฉันเอาลูกออกอีกยางอายของพวกคุณยังมีอยู่ไหม หรือมันละลายไปหมดแล้วดูท่าทางก็คงจะแอบไปกินกันมาหลายครั้งแล้วสินะ” มะยมยิ้มเหยียดเธอเห็นหมอกับพยาบาลที่หน้าประตู และที่กำลังเช็คความดันให้เธอก่อนจะมองชายหญิงที่ทำร้ายจิตใจเธอยืนหน้าเขียวก่อนกล่าวเสริม“ไม่ใช่ฉันหรอกที่ต้องไสหัวออกไปจากชีวิตพวกคุณพวกคุณสองคนต่างหากที่ต้องไสหัวออกไปจากชีวิตของฉันและลูก”เธอมองไปที่รินก่อนจะยิ้มเย็นไปให้ “อ้อรินเธอคงยังไม่รู้สินะว่ากลุ่มเพื่อนและเ้านายของธารินเขารู้เื่ที่พวกเธอสองคนหักหลังฉันแล้วหวังว่าชีวิตของพวกเธอจะมีสีสันมากขึ้น” ทั้งสองคนมองมะยมอย่างใเื่ที่พวกเขาทำไม่น่าจะมีใครรู้
ถึงจะรู้ก็ไม่น่าจะเร็วแบบนี้มะยมพึงจะพูดจบโทรศัพท์ของรินกับธารินก็ดังขึ้นเมื่อพวกเขารับสายสีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนจากเขียวเป็ขาวแล้วเปลี่ยนกลับมาเขียวอีกครั้งอย่างน่าตลกก่อนจะพากันออกมาไปก็ไม่วายพูดทิ้งท้าย“ผมพูดจริงๆ นะมะยมเอามันออกเถอะ”
เธอผิดหวังกับชายคนนี้มากอย่างที่คงจะไม่มีใครทำให้เธอผิดหวังได้มากกว่านี้อีกแล้ว
เื่ที่เธอรู้ได้อย่างไรที่กลุ่มเพื่อนและเ้านายของพวกเขารู้เื่พวกนี้เหรอง่ายมากก็โรงพยาบาลนี้เป็โรงพยาบาลของบ้านน้ำมลน่ะสิที่เสาน้ำเกลือมันก็เขียนชื่อโรงพยาบาลบอกไว้อยู่ แต่ทั้งสองคนคงไม่รู้เพราะพวกเขาชอบอยู่แต่ในโลกของตนเองเท่านั้น
น้ำมลเป็เพื่อนรักของเธอย่อมไม่มีทางยอมให้เธอเสียเปรียบใครแน่นอน