ที่ข้างสนามเหล่าเด็กปีหนึ่งเริ่มจับกลุ่มพูดถึงทั้งสองทีมในสนาม ทีมหนึ่งเต็มไปด้วยเอ็นเนอร์จี้ นำทีมโดยเสือ อีกทีมก็โดดเด่นเื่หน้าตาและออร่าราวพระเ้า นำทีมโดยลีโอ สาว ๆ ข้างสนามถึงกับแอบเอามือถือมากดถ่ายรูป ก่อตั้งกรุปแฟนคลับกันแล้ว
ขณะที่ปานเทพไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัว เขายังคงมองเสือด้วยดวงตาวาวระยับ อยากจับอีกฝ่ายขย้ำตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องข่มใจไว้ ไม่อย่างนั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาวางแผนมาทั้งหมดจะพัง พี่เสืออุตส่าห์รักษาสัญญาและตามเขามาถึงที่นี่ ปานเทพไม่มีทางยอมปล่อยพี่เสือไปง่าย ๆ แน่
แต่ปานเทพเข้าใจธรรมชาติของผู้ชายดี ผู้ชายทุกคนมีสัญชาตญาณของนักล่า การยอมโอนอ่อนตามอีกฝ่ายง่ายเกินไป จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายหมดความสนใจไว ดังนั้นปานเทพจึงต้องดึงเกมเล็กน้อย
“ถ้าอยากให้พูดขนาดนั้นก็ชนะเราก่อนสิคะ แล้วเราจะพูดให้ฟังทุกวันเลย” ปานเทพจงใจเป่ารดข้างหูเสือ เพราะรู้ดีว่าใบหูเป็ส่วนที่เสือรู้สึกไวสุด ๆ
“เชี่ย! ไม่ต้องกระซิบก็ได้!” เสือลนลานรีบผลักอกปานเทพให้ถอยออกไป
“แล้วถ้าเสือแพ้ล่ะคะ?” ปานเทพถามกลับ
“ถ้ากูแพ้กูจะยอมทำตามคำสั่งมึงเลย” เสือพูดจบก็รีบเดินหันหลังไปจากไปทันที
ปานเทพยกยิ้มมุมปาก เขามองใบหูด้านหลังของเสือที่แดงก่ำอย่างพึงพอใจ ขณะเดียวกันนั้น เพื่อน ๆ ของปานเทพก็กำลังจับตามองภาพตรงหน้า
“เอาจริง ๆ สกายยังช็อกเหมือนกันนะคะ ที่สเปคปานเทพจะเป็คุณเสือ ทีแรกคิดว่าชอบหนุ่มน้อยร่างบางเสียอีก” สกายที่ยืนข้าง ๆ ณุเอ่ยขึ้น
“แต่ไม่ผิดไปจากที่เราคาดไว้นะ เพราะคนอื่นไม่น่าสนใจเท่าเสือ คนที่ชื่อป่านั่นก็ดูไม่ใช่ไทป์ ช้างกับนกยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ส่วนไอ้ลิงกังอย่างหนูนุก็เป็เพื่อนของปานเทพั้แ่สมัยม.ปลาย” ณุเคยเรียนพิเศษที่เดียวกับปานเทพมาหลายปีจึงเริ่มสังเกตมานานแล้วว่าปานเทพนั้นไม่ได้ชอบผู้หญิง
“จะว่าไปแล้วคุณเสือก็ดูดีจริง ๆ นั่นแหละ ทั้งสไตล์การแต่งตัว ทั้งหน้าตา” แดนเดินตามมาสมทบอีกคน
“ดะ... เดี๋ยวนะ.... ที่พวกนายพูดมาทั้งหมดนั่น... กำลังจะบอกว่า คนที่ปานเทพชอบก็คือ...เสือเหรอ?” พระอินทร์เข้าใจมาตลอดว่า แฟนที่ปานเทพพูดถึงคือนก ผู้หญิงหนึ่งเดียวในกลุ่มนั้น
“แล้วพวกนายก็รู้มาตลอดว่าปานเทพเป็...” พระอินทร์หันไปมองทางเพื่อนคนอื่น ๆ แต่ละคนหันมาถลึงตาหรือไม่ก็ย่นคิ้วใส่พระอินทร์
เื่รสนิยมหรือความชอบเป็เื่ส่วนบุคคล พวกเขาไม่มีสิทธิไปตัดสินปานเทพ ยิ่งเป็เพื่อนยิ่งต้องเกรงใจอีกฝ่าย ต่อให้ทุกคนพอจะมองออก แต่ถ้าปานเทพไม่ได้เอ่ยปาก หรือว่าเปิดเผยตัวตน ก็ไม่มีใครกล้าถามปานเทพตรง ๆ กันหรอก
ดังนั้นพระอินทร์จึงโดนเพื่อน ๆ ลากไปอบรมหนึ่งยกก็สงบปากสงบคำขึ้น เขาลืมไปได้ยังไง เพราะเมื่อคืนขนาดเขานอนอยู่ตั้งไกล ยังได้ยินเสียงปานเทพพูดชวนเสือนอนจับมือ เพื่อนที่ไหนนอนจับมือกัน! เพื่อนที่ไหนหอมแก้มแล้วบอกฝันดี! ไม่มี๊
“กำลังคุยเื่เราเป็เกย์อยู่เหรอคะ?” ปานเทพเดินเข้ามาและพูดออกไปตรง ๆ
“เอ่อ... ขอโทษนะปานเทพ พวกเราไม่ได้ตั้งใจจะวิจารณ์นายนะ ยังไงความรักก็ไม่มีข้อจำกัดเื่เพศแต่แรกอยู่แล้ว จะรักใครชอบใครก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละคน แต่ว่าพวกข้างสนามน่าจะกำลังเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ” พระอินทร์เบนสายตาไปด้านข้าง
ทั้งรุ่นพี่ที่มายืนคุมเชิง ทั้งพวกเด็กปี 1 รุ่นเดียวกัน หลายคนหยิบมือถือออกมาถ่ายรูปที่เมื่อครู่ปานเทพถูกพี่เสือผลักอก บางคนถึงขนาดะโท้าทายให้พวกเขาต่อยกันเลยก็มี
“เปลี่ยนจากคำขอโทษเป็ความช่วยเหลือได้ไหมคะ? เราอยากชนะทีมโน้น” ปานเทพพุ่งความสนใจทั้งหมดตรงไปที่พี่เสือ ที่กำลังวางแผนกับทีมของตัวเอง
“เอาสิ สกายก็จะช่วยด้วย ยังไงก็ไม่อยากแพ้คนแบบนั้น” สกายกอดอกแล้วปรายตามองไปที่นก หญิงสาวหนึ่งเดียวของฝั่งตรงข้าม ที่อยู่ในชุดเสื้อฮู้ดสีเทาปักลายตัวโคร่ง กับกางเกงยีนขาสั้นสุดวาบหวิว จนพวกผู้ชายที่อยู่รอบๆ สนามมองตาเป็มัน
“น่าสนุกนี่ จะได้ยืดเส้นยืดสายจริง ๆ สักที” พระอินทร์ขยับคอดังกรอบแกรบ
“ว่าแต่นายจะให้เราบุกเข้าไปตรง ๆ เลยเหรอ? ไม่มีแผนบ้างหรือไง?” พอณุถามขึ้น ปานเทพหรี่ตามองเพื่อน ๆ แล้วคลี่ยิ้ม
-------------------------------------
ปานเทพพูดได้เต็มปากว่าตัวเองเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่เข้าใจพี่เสือมากที่สุด เพราะเขาเฝ้ามองพี่เสือมาตลอดั้แ่เด็ก รู้ลักษณะนิสัยใจคอของพี่เสือดี อย่างปกติแล้วถ้าพี่เสือเจอปัญหา ก็มักจะพุ่งเข้าชน วัดกันตัวต่อตัว เป็นักล่าฉายเดี่ยว เหมือนอย่างที่พี่เสือเคยไปต่อยตีกับพวกเด็กเทคนิคที่เข้าไปลวนลามผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยตัวคนเดียว
กลับกัน ถ้าเป็เื่ที่กระทบส่วนรวม พี่เสือจะคิดมากเป็พิเศษ เป็ห่วงคนโน้น ต้องปกป้องคนนี้ ทำหน้าที่ของพี่ใหญ่ดูแลคนอื่น ๆ ในกรณีนี้พวกเขามีจำนวนคนเท่า ๆ กัน ปานเทพเชื่อว่าคราวนี้พี่เสือจะใช้วิธีร่วมมือกันในการจัดการกลุ่มของเขา กระจายตัวโอบล้อม จากนั้นก็บีบวงล้อมให้แคบ แล้วลงมือพร้อมกันจากหลายทิศ
ขอเพียงแค่ปานเทพสามารถมองออกว่าใครที่อ่อนที่สุดในทีมพี่เสือ ถึงเวลานั้นก็ลงมือกับคนนั้นก่อน พี่เสือที่พะวงคอยห่วงลูกทีมก็จะไม่ใช่คู่มือเขาอีก เพราะปานเทพจะต้องชนะในเกมนี้
“น้อง ๆ ครับนี่เป็แค่เกมเหยียบลูกโป่งนะ ห้ามเอากันถึงตายนะ!” ปานเทพหันไปมองพวกรุ่นพี่ที่ทำเสียงหนวกหู ด้วยการหยิบเครื่องขยายเสียงมาประกาศรบกวนความคิดเขา
“ถ้าจะเล่นเป็ทีมพี่ขอจำกัดเื่เวลา พี่จะเป่านกหวีดให้สัญญาณเริ่ม ทุกคนมีเวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้น หลังหมดเวลาทีมไหนเหลือลูกโป่งอยู่ที่ขามากสุดถือว่าทีมนั้นชนะนะ.... ปี๊ด!!”
เมื่อเสียงนกหวีดดังขึ้น ปานเทพก็หันไปพยักหน้าให้เพื่อน ๆ ในทีมแยกตัวออกไปทำตามแผนของเขา โดยปานเทพให้แดนเป็คนไปถ่วงเวลาไอ้ป่าทึบ เื่ขนาดตัวของแดนและป่าที่ต่างกันมาก ไม่มีทางที่แดนจะเอาชนะป่าได้ แต่ปานเทพขอแค่ให้แดนแยกป่าออกมาได้ แล้วถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดก็พอ
จากนั้นก็ส่งพระอินทร์ให้ไปสู้กับช้างตัวต่อตัว คู่นี้ทั้งส่วนสูงและรูปร่างพอ ๆ กันใครชนะใครแพ้ยังบอกได้ยาก แต่เพราะก่อนหน้านี้ปานเทพจับสังเกตได้ว่า ช้างค่อนข้างรู้สึกดีกับพระอินทร์ ดังนั้นจึงมีความเป็ไปได้สูงว่า ช้างอาจยอมอ่อนข้อให้พระอินทร์ก็ได้
ส่วนณุปานเทพก็ให้ไปบล็อกนุ จะดีที่สุดก็คืออย่าเพิ่งทำให้นุออกจากเกมในทันที เพราะคนที่จะออกจากเกมคนแรกต้องเป็นก ปานเทพคำนวณไว้แล้วว่าสกายแค่คนเดียวไม่น่าเอานกอยู่ จึงต้องให้ณุเข้าไปกวนน้ำให้ขุ่นขึ้น นุที่ขี้โวยวายจะต้องเป็คนทำให้พี่เสือเสียสมาธิแน่ ๆ ถึงเวลานั้นปานเทพจะได้เล่นกับพี่เสือให้นานขึ้นอีกหน่อย
เมื่อสัญญาณนกหวีดดังขึ้น เพื่อนร่วมทีมของปานเทพวิ่งกระจายตัวออกไป พี่เสือดูเหมือนประหลาดใจเล็กน้อย จึงรีบะโบอกเพื่อนร่วมทีมให้บีบวงล้อม ปานเทพหันไปส่งสายตาให้แดน อีกฝ่ายจึงพุ่งเข้าไปะโขี่หลังป่า แล้วใช้ขาเกี่ยวเอวไว้แน่น
“เห้ย! อะไรของมึงเนี่ย!” ป่าร้องะโเมื่อถูกคนตัวเล็กกว่าะโเกาะหลังแล้วพยายามล็อกคอแล้วเอามือปิดตา เขาจึงพยายามจะคว้าตัวคนที่เกาะอยู่ข้างหลัง
“คุณณุเร็ว ๆ เข้าครับ!” แดนหลับตาปี๋แล้วะโเร่งเพื่อน
“รอแป๊บนึง ไปเดี๋ยวนี้แหละ!” ณุะโตอบ แต่จังหวะที่เขากำลังจะแยกออกไปจัดการกับนุ กลับถูกช้างพรวดพราดเข้ามาขวา
“เห้ย! พระอินทร์ช่วยที” ณุร้องเรียก พระอินทร์ก็รีบเข้ามาช่วยขวางช้างให้ทันที
“ไป ๆ รีบไป” พระอินทร์กางแขนขวางช้างเอาไว้แล้วพยายามยื้ออีกฝ่ายไว้
“โทษทีนะช้าง แต่เราปล่อยให้นายผ่านไปไม่ได้ อยู่เล่นกับเราก่อนแล้วกัน” พระอินทร์พูดจบก็วิ่งเข้าหาช้างพร้อมกับยื่นขาออกไปเหยียบลูกโป่ง ช้างจึงรีบชักขากลับ
ด้านพี่เสือหันไปมองพวกเพื่อน ๆ ในทีมที่ตอนนี้วงล้อมที่จัดวางคนไว้กำลังแกว่งเพราะเสียงะโของคนในทีมก็หันมาขมวดคิ้วใส่ปานเทพ
“นี่มึงเล่นอะไรเนี่ย?”
“เล่นเกมไงคะ” ปานเทพยิ้มแล้วพุ่งเข้ามาจะคว้าตัวพี่เสือ แต่อีกฝ่ายหลบหลีกไว
“กรี๊ด!” เสียงร้องของนกเบนความสนใจของพี่เสือไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่านกที่อยู่ใกล้ ๆ กำลังถูกสกายของทีมโน้นคว้าแขนได้แล้วกำลังยื้อแขนกันไปมา
“อย่าสนใจทางอื่นสิคะ” ปานเทพยื่นมือออกมาหยิกแก้มของพี่เสืออย่างรวดเร็ว
“เชี่ย! มึงคิดจะทำอะไรเนี่ย?” เสือสะบัดตัวหนี อดรู้สึกเสียวสันหลังแปลก ๆ เขารู้สึกตงิด ๆ มาั้แ่เมื่อครู่แล้ว ยังไม่ทันจะเคลียร์เื่นก เสือก็ได้ยินเสียงนุอีก
“หนูจ๋าไปเที่ยวกับพี่ไหมจ๊ะ?” ณุะโแล้ววิ่งไล่นุไปรอบ ๆ สนาม
“หนูพ่อง! มึงไปให้พ้นเลยนะไอ้แว่นหื่น! เฮียช่วยนุด้วย! ” เสือหันไปมองนุที่ถูกวิ่งไล่กวด เผลอแป๊บเดียวไอ้นุก็ถูกทางนั้นจับอุ้มเข้าเอวเหมือนเด็ก แล้ววิ่งไปทางนก
เสือเห็นท่าไม่ดีจึงจะวิ่งเข้าไปช่วยนุ แต่ถูกดึงเสื้อจากด้านหลัง
“ก็บอกว่าอย่าสนใจคนอื่นไงคะ” ปานเทพหมดความอดทน จึงดึงเสื้อพี่เสือไว้แล้วรวบตัวอีกฝ่ายเข้ามากอดจากทางด้านหลัง
“มึงจะทำอะไรเนี่ย?” เสือพยายามจะดิ้นหนี ทั้งเสียงและลมหายใจของปานเทพเป่ารดข้างหู พอขยับตัวจะหนีก็ได้ยินเสียงวี้ดว้ายจากสาว ๆ ข้างสนาม
“เชี่ยคนมอง!!” เสือหน้าแดงจัดด้วยความเขิน
“อยากมองก็มองไปสิคะ หรือเสือเขิน?” ปานเทพขยับเท้าหันหลังบังพี่เสือไว้
“มึง! ปล่อยกูนะ” เสือขยับตัวไม่ได้เพราะถูกกอดทางด้านหลังของปานเทพ แต่ขายังขยับได้ จึงคิดจะใช้โอกาสนี้เหยียบลูกโป่งของปานเทพซะ แต่เพราะพวกเขาขยับขาผลัดกันหนีไปมา สุดท้ายก็ขัดขากันเองจนสะดุดล้ม
“เชี่ย!” เสือร้องลั่น คิดว่าตัวเองล้มหน้าฟาดพื้นไปคงหน้าแหกได้ทำจมูกเพิ่มแน่ ๆ แต่ตอนที่ล้มปานเทพกลับช่วยคว้าเอวเสือไว้ ทั้งยังใช้มือรองใบหน้าเขาไว้ ทำให้เสือไม่ได้าเ็แม้แต่น้อย
ในตอนที่พี่เสือกำลังวุ่นวายอยู่กับเขา ปานเทพก็มองเห็นณุเข้าไปช่วยสกายจับนกไว้แล้วเหยียบลูกโป่งของนกจนแตก จากนั้นณุกับสกายก็ช่วยกันยื้อตัวนุลงมาจากตัวเนื่องจากตอนนี้นุได้เปลี่ยนมาเป็ฝ่ายเกาะเอวณุไว้แล้ว ทำยังไงก็ไม่ยอมลงมา ยื้อกันอยู่พักใหญ่ นุก็อาศัยทีเผลอะโจากเอวณุแล้วโถมตัวเข้าใส่สกาย สกายใถอยหนี ก็ถูกเหยียบลูกโป่งแตก ณุเห็นคาตาก็กำจัดนุต่อทันที
เสียงลูกโป่งแตกติดต่อกันหลายครั้ง นก สกาย และนุก็เดินออกจากสนามไปด้วยท่าทางเซ็ง ๆ
“คุณณุช่วยที! ผมจะไม่ไหวแล้วนะ!” แดนร้องเรียก ตอนนี้เขาถูกป่านอนทับอยู่บนพื้นหญ้าเรียบร้อยแล้ว
หลังจากที่อีกฝ่ายลองมาหมดทุกวิธี แต่ก็ไม่สามารถเอาแดนลงจากหลังได้ จึงใช้วิธีสุดท้าย ทิ้งตัวลงนอนหงายทับอีกฝ่ายไปซะเลย
“ไง! ยอมแพ้หรือยัง?” ป่าพูดพลางขยับตัวดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาให้แดนรำคาญ ขนาดนอนดิ้นจนผมเผ้ายุ่งเหยิงก็แล้ว แดนก็ไม่ยอมปล่อยมือที่ล็อกคอป่าออก สุดท้ายไม่รู้ป่าคิดอะไรลองเอามือจี๋เอวแดนดู ปรากฏว่าอีกฝ่ายหัวเราะลั่นแล้วเป็ฝ่ายดิ้นจนทับลูกโป่งของตัวเองแตกไปเอง
ณุมาถึงก็พุ่งเข้าไปจัดการกับป่าที่กำลังลุกขึ้นมาทันที ทำให้ป่าเสียจังหวะในการโต้กลับ ถูกเหยียบลูกโป่งไปง่าย ๆ
“มึงหลอกให้กูอยู่เล่นกับมึง! แล้วก็ให้เพื่อนมึงมากำจัดเพื่อนกู” ช้างขมวดคิ้วใส่พระอินทร์ แม้เขาจะค่อนข้างหัวช้า แต่พอเห็นเพื่อน ๆ ทยอยเดินออกจากสนามก็รู้ตัวทันทีว่าถูกหลอก ดังนั้นช้างจึงพุ่งเข้าใส่พระอินทร์ แต่ถูกทางนั้นคว้ามือไว้ได้ ช้างจึงสอดนิ้วมือผสานอีกฝ่ายให้แน่นมากยิ่งขึ้น จนพระอินทร์รู้สึกว่านิ้วกำลังจะถูกหัก
“เราขอโทษ โอ๊ย! เจ็บนะ นิ้วหักแล้วมั้งเนี่ย” พระอินทร์แกล้งร้องเสียงดังเพื่อดึงความสนใจช้าง ทันทีที่เห็นณุเดินย่องมาจากทางด้านหลัง
“โอเคเรายอมแล้วช้าง ยอมแพ้แล้ว นายเหยียบลูกโป่งเราเลยก็ได้เราไม่หนีแล้ว” พระอินทร์ยืนอยู่เฉย ๆ จริงตามที่พูด ช้างคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี เขาชะล่าใจยื่นเท้าไปเหยียบลูกโป่งพระอินทร์แตก ทันใดนั้นขาข้างที่มีลูกโป่งของเขาก็ถูกเหยียบต่อทันที
“ปัง! เชี่ย!” ช้างหันไปถึงตามองคนที่อยู่ข้างหลังเขา ก็เห็นณุของทีมตรงข้ามหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนจะวิ่งหนีไป
“มึงหลอกกูอีกแล้ว! ” ช้างสะบัดมือที่พวกเขาผสานนิ้วกันอยู่ ก่อนจะตรงเข้าผลักอกพระอินทร์อีกครั้ง
“ต่อไปกูจะไม่เชื่อมึงแล้ว!” ช้างเดินกระฟัดกระเฟียดออกจากสนามทันที
ตอนนี้คนในสนามที่ยังเหลือรอดอยู่มีทั้งหมด 3 คน นั่นคือ เสือ ณุ และปานเทพ
“สองต่อหนึ่ง มองยังไงก็ไม่น่าไหวนะคะ?” ปานเทพมองณุ แล้วหันกลับมาเลิกคิ้วมองพี่เสือ
“แล้วไง? มึงจะบอกให้กูยอมแพ้เพราะมึงมีพวกมากกว่างี้เหรอ? มึงก็น่าจะรู้นะ ว่าคนอย่างกูต่อให้รู้ว่าสู้ไม่ไหว ยังไงกูก็จะลองดู!” แววตาของพี่เสือมุ่งมั่นกว่าเดิม 2 เท่า ปานเทพเห็นสีหน้าแบบนั้นก็คลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ
ปานเทพชอบพี่เสือเพราะพี่เสือเป็คนแบบนี้ นี่แหละคือเสน่ห์ของพี่เสือที่ทำให้ผู้คนมักจะอยู่รายล้อมรอบตัวเขา
ปานเทพหันหลังเดินไปหาณุ จากนั้นโดยที่คนอื่นไม่ทันคาดคิด ปานเทพก็เหยียบลูกโป่งของณุแตก แม้แต่ตัวณุเองก็ไม่เข้าใจเหตุผลของปานเทพแม้แต่น้อย พวกเขาใกล้ชนะอยู่แล้วเชียว เพราะยังไงสองคนก็มีโอกาสเอาชนะเสือที่เหลืออยู่คนเดียว อีกทั้งปานเทพเองก็เป็ฝ่ายขอร้องพวกเขาเองว่าต้องชนะเท่านั้น แต่แล้วอยู่ ๆ ปานเทพกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม ทำให้ณุอดงงไม่ได้
“ขอบคุณนะคะณุ” ปานเทพกล่าวของคุณณุ ขณะที่อีกฝ่ายเดินเกาหัวงง ๆ ออกจากสนามไป
“ทำไมอ่ะ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เสียงอื้ออึงดังมาจากข้างสนาม
“ลีโอเหยียบลูกโป่งทีมตัวเอง”
“แต่เมื่อกี๊ถ้าลีโอกับณุช่วยกันสองคนยังไงก็น่าจะชนะทีมเสือได้นี่นา”
“แฟร์เพลย์เหรอ? ลีโอสุดยอดอ่ะ” คนที่ยืนดูอยู่รอบ ๆ ส่งเสียงพูดคุยดังขรม
“นี่มึง?” พี่เสือมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา
“หลังจากนี้เราจะเอาจริงแล้วนะคะ” ปานเทพตอบพี่เสือแล้วตั้งท่ารอ
ปานเทพรู้ว่าพี่เสือไม่ชอบความรู้สึกที่ต้องตกเป็รอง และไม่ชอบที่อีกฝ่ายยอมอ่อนข้อให้ แต่การที่ปานเทพเลือกที่จะกำจัดทีมตัวเอง แล้วสู้กันตัวต่อตัว กลับเป็การส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของเขาในใจของพี่เสือ การถอยหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าต่อ ยังต้องคำนึงถึงอีกสิบก้าวข้างหน้าด้วย เพราะไม่ว่าหลังจากนี้เขาจะชนะหรือว่าแพ้พี่เสือ พี่เสือจะยกย่องในน้ำใจเขาทันที
บอกแล้วว่ายังไงวันนี้เขาต้องชนะ ไม่ว่าจะชนะในเกมหรือชนะใจ ล้วนชนะเหมือนกัน
ปานเทพคลี่ยิ้มก่อนจะเริ่มจริงจังกับการเล่นเกมเหยียบลูกโป่งอีกครั้ง เขาไม่ได้เป็ฝ่ายบุกในทีแรก เพราะ้าจับตามองการเคลื่อนไหวของพี่เสือ มองดูพี่เสือเวลาบุกเข้ามาและวิธีหลบหลีก ดูว่าพี่เสือหลบทางไหนก่อน
หลายครั้งเข้าพอจับทางได้ ปานเทพก็หลอกล่อว่าจะพุ่งเข้าหาตรง ๆ แล้วเบนตัวไปอีกทาง อาศัยจังหวะและความรวดเร็วในการบุก จึงสามารถเหยียบลูกโป่งของพี่เสือแตกได้ภายในเวลาไม่นาน
เสียงสัญญาณนกหวีดเป่าหมดเวลา พี่เสือยื่นมือออกมาจับมือปานเทพแล้วตบไหล่เบา ๆ เป็เชิงว่าไม่ได้ถือสา ปานเทพจึงฉวยจังหวะนั้นแอบกระซิบเสียงเบา
“อย่าลืมสัญญานะคะ” ปานเทพยักคิ้วให้พี่เสือก่อนจะเดินไปหาเพื่อน ๆ
-------------------------------------
จับเสือมือเปล่า
หมายถึง ได้ประโยชน์โดยที่ไม่ต้องลงทุน
-------------------------------
To Be Con
ต่อไปอาจจะมาลงให้ช้านะคะ
ยังไงรอหน่อยนะคะ
นามิ