ผ่านไปไม่นาน
ซูจือฉือกลับมาพร้อมอาภรณ์สะอาดหนึ่งชุด ยังมีผ้าห่มอีกหนึ่งผืนแล้วยัดใส่ในมืออันเยว่
“ขอบใจนะ” อันเยว่ยิ้มยิงฟันเผยให้เห็นฟันขาว ใบหน้าเล็กที่เจิดจรัสปนรอยยิ้มเอาใจเล็กน้อย ถึงกับทำให้จิติญญาของซูจือฉือหวั่นไหวไปชั่วขณะ
นางอาบน้ำแล้ว
บนร่างไม่มีกลิ่นเหม็นชวนสะอิดสะเอียนอีกต่อไป ยามนี้กลับส่งกลิ่นถั่วเ้าโต้วหอมสดชื่น ใบหน้าเล็กที่ขาวสะอาดเป็ความงามและความเบิกบานที่สตรีในวัยนี้พึงมี
ไม่มีร่องรอยความชั่วร้ายในดวงตาสีดำขลับ ั์ตาเปล่งประกายแวววาวดุจดาราบนท้องนภา กระจ่างใสจนสามารถมองเข้าไปในหัวใจของผู้คน
เพียงแต่
าแบนหน้าผากนั้นออกจะกะทันหันไปสักหน่อย อาจเกิดจากขณะอาบน้ำ ยามนี้เริ่มมีเืไหลลงมาตามแก้ม เห็นแล้วชวนเวทนาอย่างบอกไม่ถูก
อันเยว่กล่าวขอบคุณแล้วหมุนตัวเตรียมจากไป
ทว่าซูจือฉือกลับเรียกนางไว้แล้วเป็ฝ่ายก้าวออกไปหาเสียเอง “เ้ารอข้าที่นี่สักครู่”
อันเยว่มองเขาวิ่งเข้าไปในห้องของหยูยวน จากนั้นไม่นานก็มีเสียงแดกดันของหยูยวนดังออกมาให้ได้ยิน “เ้าจะสนใจนางทำไม ปล่อยให้นางตาย ๆ ไปก็สิ้นเื่!”
อันเยว่รู้สึกเคืองจมูก ร่างของนางเปียกชื้นจนนางไม่กล้ากอดผ้าห่ม จึงวางผ้าห่มกับอาภรณ์ไว้ด้านข้าง ส่วนตนเองยืนรอซูจือฉืออยู่ที่เดิมอย่างเชื่อฟัง
ซูจือฉือออกมาจากห้องก็เห็นอันเยว่ยังคงยืนอยู่ที่ประตูทางเข้าอย่างเชื่อฟังด้วยท่าทางน่าเอ็นดู เขาจึงเดินนำโอสถไปให้นาง “เ้าทาเอาเองเถอะ!”
“ขอบใจ” อันเยว่รับโอสถมา ซึ่งเป็ขวดเครื่องเคลือบสีขาวขนาดกะทัดรัดและงดงาม นางคิดในใจว่านี่คงไม่ใช่ยาพิษหรอกใช่ไหม!
เ้าของร่างเดิมเป็คนทะลึ่งลามก ทุกวันนางจะคิดหาวิธีเพื่อให้ได้นอนกับบุรุษในเรือน หลังจากไปยุแหย่หยูยวนเขาก็วางยานางแต่ไม่ถึงกับตาย เพียงให้นางรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็ทุกครั้ง และนั่นคือเื่จริง
ซูจือฉือเข้าไปในห้องและกำลังจะปิดประตู
ทว่าอันเยว่กลับเรียกเขาอีกหน “คือ…ขอข้ายืมใช้กรรไกรหน่อยได้ไหม”
ซูจือฉือมองนางตัดผมส่วนที่พันกันอย่างตกตะลึง เขาคิดจะห้ามแต่ไม่ทัน จึงได้แต่เฝ้าดูนางตัดผมยาวดำขลับจนเหลือสั้นเท่าบ่าด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
หลังจากตัดผมนางก็ดูเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
“จือฉือ นี่เป็สัญลักษณ์ว่าข้าได้ขีดเส้นแบ่งเขตจากอดีตไปหมดแล้ว” อันเยว่มองเขาอย่างเคร่งขรึม “เ้าเต็มใจเป็ประจักษ์พยานต่อการเปลี่ยนแปลงของข้าหรือไม่?”
“ข้าจะเชื่อเ้าได้อย่างไร?” ซูจือฉือมองสตรีตรงหน้าแล้วเอ่ยถาม
“เวลาจะพิสูจน์ทุกสิ่ง” อันเยว่พูดจบก็หมุนตัวจากไป เมื่อเดินไปถึงประตูทางเข้านางก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะไม่ทำผิดต่อความเชื่อใจที่เ้ามอบให้ข้าเด็ดขาด”
ซูจือฉือ ‘เขาบอกว่าเชื่อนางเมื่อใดกัน? สตรีผู้นี้ปิดทองบนใบหน้าเก่งจริง ๆ’
“ราตรีสวัสดิ์” อันเยว่กล่าวจบก็กอดของที่ยืมมาได้และจากไปอย่างผ่าเผย
กลิ่นภายในห้องค่อนข้างแรง นางนอนพลิกตัวไปมาก็ไม่หลับสักทีจึงหอบผ้าห่มไปเคาะประตูห้องซูจือฉืออีกหน “จือฉือ เ้าหลับแล้วหรือยัง?”
ซูจือฉือเพิ่งดับไฟแต่ยังไม่นอน เขาเห็นเงาสะท้อนที่ประตูทางเข้าโดยอาศัยแสงจันทร์ แต่ไม่เอ่ยอะไร
อันเยว่รู้ว่าเขายังไม่นอน ก็แค่ไม่อยากสนใจนาง ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาคงกลัวว่านางจะเข้าไปในห้องด้วยเจตนาร้าย เมื่อคิดได้ดังนั้นนางก็หัวเราะอย่างขมขื่น “เ้านอนแล้วหรือ เช่นนั้นข้าจะอยู่ข้างนอก ข้าทรมาน ไม่อยากนอนคนเดียว”
ซูจือฉือเบิกตากว้างอย่างระแวดระวัง เขาเห็นนางพิงกรอบประตูกลับไปกลับมา นี่นางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรอีก?
แต่นางกลับเงียบสนิท หลังจากเอ่ยประโยคนั้นก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ราวกับแค่มานอนจริง ๆ ตามที่กล่าว
อันเยว่ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปั้แ่เมื่อใด
ทว่าซูจือฉือกลับไม่กล้านอนตลอดทั้งคืน เขานอนลืมตาจนกระทั่งฟ้าสาง
ทันทีที่เปิดประตูร่างของนางก็เอนและล้มลงมาที่ข้างเท้าของเขา ศีรษะของนางกระแทกกับธรณีประตูทำให้นางลืมตาเพราะความเจ็บ แต่เมื่อเห็นซูจือฉือนางก็ส่งยิ้มสดใสให้เขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้งจากการเพิ่งตื่นนอน “จือฉือ อรุณสวัสดิ์!”
ซูจือฉือมองรอยยิ้มเอาใจของนาง ชั่วขณะก็เกิดความสับสนในใจ “อันเยว่ ตกลงเ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?”
“เ้าอย่าได้โมโห ข้าจะไปเดี๋ยวนี้แหละ” อันเยว่ยืนขึ้นอย่างประหม่าและทำท่าจะจากไป แต่ใครจะรู้ว่าขาของนางเกิดชาทำให้ทรงตัวไม่อยู่ และซบหน้าลงกับร่างของซูจือฉือทั้งอย่างนั้น
ในแววตาของซูจือฉือเผยความรังเกียจให้เห็น เขาเอี้ยวตัวหลบและเห็นนางล้มลงบนพื้นอย่างหมดสภาพอีกหน จากนั้นนางก็ลุกขึ้นเงียบ ๆ แล้วเอ่ยกับเขาทั้งที่ยังกอดผ้าห่ม “ขอโทษ”
ซูจือฉือ ‘…’
อาหารเช้าของตระกูลอันนับว่าหลากหลาย มีซาลาเปานึ่ง โจ๊ก และผักดองเค็มจานเล็ก
อันเยว่รับประทานอาหารอย่างสบายใจ
ทว่าสายตาของบุรุษทั้งสามกลับแปรเปลี่ยนสลับไปมา ซูจือฉือยังดี เพราะเขาได้เห็นรูปลักษณ์ปัจจุบันของนางแล้วั้แ่เมื่อคืน
หยูยวนและเซียวสิงเยี่ยนตกอยู่ในความสงสัยขณะมองสตรีตรงหน้าที่สะอาดสะอ้าน ใบหน้ากระจ่างงดงาม ทรงผมตัดสั้นที่ดูประหลาด เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคน
ในขณะที่กำลังรับประทานอาหาร
ข้างนอกก็มีคนมาเคาะประตูและะโโหวกเหวก “อันเยว่ เ้าโผล่หัวออกมาเดี๋ยวนี้ เ้ารับปากข้าว่าจะส่งคนให้เมื่อวาน นี่เ้าตายแล้วรึ? ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้!”
บุรุษทั้งสามมองมาที่อันเยว่ด้วยความโกรธ โดยเฉพาะเซียวสิงเยี่ยน สายตาของเขาดุดันจนสามารถฆ่านางได้ทันที อันเยว่รู้สึกไม่สบายใจ นางวางซาลาเปาลง “ข้าจะออกไปดูสักหน่อย”
“อันเยว่ เ้าตายคาอกผู้ชายแล้วรึ? ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้ ถ้าวันนี้เ้าไม่ส่งคนให้ข้า ข้าจะฆ่าเ้า!”
เมื่ออันเยว่เปิดประตูก็เห็นสตรีร่างผอมสูงคนหนึ่งในท่าทีดุดัน เมื่อเห็นนางออกมาอีกฝ่ายกลับจำนางไม่ได้ครู่หนึ่ง รูปหน้าคือนาง แต่ลักษณะท่าทางกับสีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม และไม่ได้ดูเสเพลเหมือนแต่ก่อน ทว่ากลับงดงามเกินบรรยาย “อันเยว่ เราตกลงกันแล้วว่าเ้าจะส่งคนมาที่บ้านข้า ไหนล่ะคน!”
“พี่สาว ล่าช้าสักสองวันได้ไหม ข้าไม่ขายคนแล้ว อีกสองวันข้าจะคืนเงินให้พี่สาว” อันเยว่ดึงอีกฝ่ายเข้ามาในบ้านแล้วกล่าวเจรจาเสียงเบา
คนผู้นี้มีนามว่าหลินต้าเหนียน เป็นายหน้าการค้า หากกล่าวอย่างไม่น่าฟังก็คือ พวกค้ามนุษย์นั่นเอง
ซึ่งคนเลวอย่างเ้าของร่างเดิมได้ติดหนี้พนันจำนวนห้าสิบตำลึงเงินตอนที่ไปเล่นพนันที่โรงบ่อนเมื่อสองวันก่อน นางไม่มีเงินจ่ายคืนและไม่กล้ากลับมาเอาเงินที่เรือน เ้ามือโรงบ่อนข่มขู่นางว่าจะสับมือและเท้าของนาง นางจึงขายซูจือฉือให้กับนายหน้า จากนั้นนำเงินห้าสิบตำลึงไปใช้หนี้พนัน
หลินต้าเหนียนผู้นี้ไม่ใช่คนที่เข้ากับคนง่ายนัก ผู้คนละแวกใกล้เคียงต่างรู้ดีว่านางมีอิทธิพลอยู่เื้ั และไม่เคยมีใครกล้าเบี้ยวหนี้นาง
“ล่าช้าสองวัน นี่เ้าคิดว่าข้าเป็ใคร?” หลินต้าเหนียนแสดงสัญญาขายตัวในมือแล้วะโเสียงดัง “ทุกคนดู อันเยว่เป็ผู้ลงนามสัญญาขายตัวฉบับนี้ และวันนี้ข้าก็มารับตัวคนไป คนไหนคือซูจือฉือ”
ซูจือฉือเดินออกมาแล้วเหลือบมองอันเยว่ด้วยรอยยิ้มเ็า ไม่คาดหวังก็จะไม่ผิดหวัง แต่เวลานี้เขายังรู้สึกได้ถึงความโกรธและความผิดหวังจากก้นบึ้งหัวใจ นี่คือการกลับเนื้อกลับตัวอย่างที่นางบอกสินะ “ข้าคือซูจือฉือ”
อันเยว่รู้สึกอยากตายแล้วจริง ๆ เมื่อเห็นสีหน้าขาวซีดของซูจือฉือในพริบตานั้น นางทำได้เพียงกล่าวเจรจา “พี่สาว ข้าไม่ขายคนแล้ว และข้าจะคืนเงินให้พี่สาวเดี๋ยวนี้ได้หรือไม่?”
ยามนี้ผู้คนในหมู่บ้านที่มาชมเื่สนุกพากันมุงดูและวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา