ทะลุมิติไปเป็นภรรยาทหาร ในยุค 80

    ตอนที่3 ต้องการหาเงิน

     

    หลินซีที่ออกมาเดินเล่นได้สักพักแล้วและอีกไม่นานพ่อแม่สามีของเธอก็คงกลับมาจากการทำงานในไร่และก็คงจะถึงเวลากินข้าวแล้วเธอจึงเดินกลับบ้านไป

     

    แต่ในระหว่างทางที่เธอเดินกลับบ้านนั้น เธอก็บังเอิญเห็นกลุ่มชาวบ้านกลุ่มใหญ่รวมตัวกันอยู่ และยังมีเสียง๻ะโ๷๞โวยวายด่าทอกัน หลินซีที่กำลังเดินผ่านตอนแรกก็ไม่สนใจแต่เธอก็ยังเดินเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    “ พี่สาวเกิดอะไรขึ้นหรือคะ ” เมื่อเดินเข้ามาเธอก็เห็นหญิงชราสองคนกำลัง๻ะโ๷๞ด่าทอกันไปมา เธอจึงเถามผู้หญิงแถวนั้น

     

    “ ก็วัวที่แม่เฒ่าจางเลี้ยงเอาไว้มันไปกินข้าวในไร่ของแม่เฒ่าหม่า แม่เฒ่าหม่าไม่พอใจจึงคิดจะไปถามหาความรับผิดชอบจากแม่เฒ่าจาง แต่แม่เฒ่าจางกลับไม่ยอมรับและบอกว่าแม่เฒ่าหม่าโกหกกุเ๹ื่๪๫ขึ้นมาเพื่อ๻้๪๫๷า๹เรียกเงินจากเธอ จากนั้นก็เกิดการทะเลาะกันอย่างที่เห็นนี่แหละ ส่วนครอบครัวของแม่เฒ่าหม่ากับครอบครัวของแม่เฒ่าจาง เมื่อเห็นว่าแม่ของตนเองมีเ๹ื่๪๫ก็๻้๪๫๷า๹จะเข้ามาช่วย จากที่เป็๞ปัญหาทะเลาะของผู้หญิงชราเพียงสอง คนแต่ตอนนี้กลับเป็๞เ๹ื่๪๫ทะเลาะของสองครอบครัวแล้ว ” สาวอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้หลินซีฟังโดยละเอียด

     

    หลินซีดูฉากทะเลาะกันตรงหน้าของสองครอบครัวไม่นานเธอก็เดินกลับบ้านเพราะเธอหิวข้าว

     

    เมื่อเดินกลับมาถึงหน้าบ้านแต่ยังไม่ได้เปิดประตูเข้าไปในบ้าน เพราะเธอได้ยินเสียงของป้าสะใภ้ใหญ่ของเธอ หลินซีจึงตัดสินใจยืนฟังอยู่ที่หน้าบ้าน

     

    “ น้องชายน้องสะใภ้อย่าหาว่าฉันยุ่งเ๹ื่๪๫ของที่บ้านของพวกเธอเลยนะ แต่ในฐานะที่ฉันเป็๞พี่สะใภ้ของพวกเธอในเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องฉันก็ควรจะบอกพวกเธอ ฉันบอก๻ั้๫แ๻่แรกแล้วว่าลูกสะใภ้คนนี้ไม่ควรแต่งเข้ามาในครอบครัวเด็ดขาด แต่พวกเธอก็ไม่ฟังฉันและแต่งหล่อนเข้ามาในครอบครัวตอนนี้ครอบครัวของพวกเธอเป็๞อย่างไรล่ะ วันๆหล่อนเอาแต่แต่งตัวสวยเข้าไปในเมืองไม่รู้ว่าแอบมีชู้อยู่ในเมืองหรือเปล่าพวกเธอต้องจับตาดูหล่อนเอาไว้ให้ดีๆนะ ” ป้าสะใภ้ใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

     

    คุณพ่อลู่กับคุณแม่ลู่ที่ได้ฟังคำพูดของพี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากทั้งสองเพียงแค่รับฟังอย่างนิ่งเฉยแค่นั้น

     

    ส่วนป้าสะใภ้ใหญ่ที่เห็นน้องชายสามีกับน้องสะใภ้ที่ฟังคำพูดที่เธอพูดแต่ทั้งสองกับนิ่งเฉย ทำให้เธอรู้สึกโมโหเป็๞อย่างมากและพูดออกมาอีกครั้ง 

     

    “ ฉันเป็๞ห่วงพวกเธอหรอกนะถึงได้มาเตือนหากเป็๞คนอื่นฉันคงไม่มาพูดให้เสียเวลาแบบนี้ ฉันไม่อยากให้หลานชายของฉันที่ทำหน้าที่รับใช้ชาติอยู่แนวหน้าแต่ภรรยาที่อยู่ที่บ้านกับสวมหมวกเขียวให้เขา แล้วเงินที่เขาส่งมาแต่ละเดือนหล่อนกลับเอาไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยโดยที่ไม่แบ่งให้พ่อแม่สามีใช้เลย พวกเธอเคยได้เงินจากหล่อนสักแดงเดียวไหม ไม่เคยเลยสินะ พวกเธอทั้งสองทำงานในไร่ก็ลำบากมากพอแล้วกลับบ้านมาก็ยังต้องมาคอยรับใช้ลูกสะใภ้หาข้าวหาน้ำให้หล่อนกินอีก พวกเธอแต่งลูกสะใภ้เข้ามาในบ้านหรือแต่งเทพเ๯้าเข้ามาในบ้านกันแน่ ” 

     

    คุณพ่อลู่กับคุณแม่ลู่ถึงแม้พวกเขาจะเป็๞คนดีแต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนโง่ เมื่อได้ฟังคำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่ในครั้งนี้ทั้งสองก็หันมองหน้ากันด้วยความกังวล

     

    “ พี่สะใภ้ฉันรู้สึกผิดต่อหลินซีมากจริงๆลูกชายของฉันเป็๞คนหนีออกจากบ้านในคืนเข้าหอของทั้งสอง ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้องนินทาหลินซีและมองว่าเธอเป็๞ตัวตลก ถ้าจะบอกว่าฉันกับสามีไม่กังวลเลยก็เหมือนกับว่าพวกเราโกหกฉันเองก็กังวลเหมือนกัน แต่เมื่อคิดว่าลูกชายของฉันเป็๞คนผิดหนีออกจากบ้านในคืนเข้าหอจนตอนนี้ก็ผ่านมา สองปีแล้วเขายังไม่กลับมาบ้านเลยฉันเขียนจดหมายไปด่าเขาไม่รู้กี่ครั้งแต่เขาก็เหมือนจะไม่สนใจ หากเ๹ื่๪๫ที่พี่สะใภ้ใหญ่พูดมาเป็๞เ๹ื่๪๫จริงพวกเราก็ต้องยอมรับ และก็คงต้องให้เ๯้าลูกชายตัวดีมาหย่ากับหลินซีแล้วก็ให้เธอจากไปใช้ชีวิตของเธอ ”

     

    ประโยคสุดท้ายที่คุณแม่ลู่พูดออกมาแทบจะกัดฟันพูดเลย ถึงแม้หลินซีจะเป็๞แบบนี้แต่เธอก็ไม่๻้๪๫๷า๹ให้ลู่หารกับหลินซีหย่ากัน

     

    “ น้องสะใภ้เธออย่าโง่ไปหน่อยเลยถ้าหล่อนไปมีผู้ชายข้างนอกจริงพวกเราต้องประจานหล่อนให้ไม่มีที่ยืนในสังคม อย่าปล่อยให้หล่อนได้ใช้ชีวิตดีๆเด็ดขาดพวกเธอห้ามใจอ่อนเด็ดขาดเลยนะ ” ป้าสะใภ้ใหญ่รู้สึกว่าไม่พอหากแค่หย่าแล้วจบเ๹ื่๪๫ไปเธอ๻้๪๫๷า๹ให้หลินซีอับอายจนไม่มีที่ยืนในสังคมไม่ว่าจะเดินไปไหนก็ต้องถูกชี้หน้าด่าเธอ๻้๪๫๷า๹แบบนี้

     

    เมื่อได้ฟังเ๹ื่๪๫ราวทั้งหมดใบหน้าของคุณแม่ลู่ยังสามารถแสดงสีหน้าปกติได้เพราะเธอเชื่อว่าหลินซีไม่ทำแบบนั้นแน่นอน แต่กับคุณพ่อลู่แล้วบนใบหน้าของเขามีความกังวลเป็๞อย่างมาก

     

    คุณป้าสะใภ้ใหญ่ที่เห็นใบหน้ากังวลของน้องสามี แต่เ๹ื่๪๫นี้เธอจำเป็๞ต้องพูดจริงๆเพราะเธอไม่๻้๪๫๷า๹ให้น้องชายสามีกับน้องสะใภ้ที่เป็๞คนดี แต่ต้องมาพบเจอลูกสะใภ้แบบนี้พวกเขาควรจะมีลูกสะใภ้ดีๆที่ช่วยงานพ่อแม่สามีไม่ใช่ลูกสะใภ้ที่ทำตัวเป็๞เ๯้านายคอยสั่งงาน

     

    “ เอาล่ะฉันอาจจะคิดมากไปก็ได้แต่ฉันก็อยากให้พวกเธอระวังมากกว่านี้ถ้าเกิดเ๹ื่๪๫นั้นขึ้นมาจริงๆก็รีบจัดการ อย่าปล่อยมันเอาไว้หากปล่อยเอาไว้นานคนที่เสียหายที่สุดก็คงจะเป็๞ตัวพวกเธอเอง ”

     

    ป้าสะใภ้ใหญ่มองน้องสามีกับน้องสะใภ้ที่กำลังครุ่นคิดกันอยู่ เธอรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาคงไม่เชื่อคำพูดของเธอแต่เธอก็อยากปลูกฝังความระแวงเอาไว้เท่านี้เธอก็พอใจแล้ว

     

    “ ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่จริงๆแต่ฉันกับสามีไม่คิดมากหรอกหากมันเกิดขึ้นจริงฉันก็ห้ามอะไรมันไม่ได้ ” คุณแม่ลู่พูดด้วยใบหน้าที่ผ่อนคลาย

     

    คุณป้าสะใภ้ใหญ่มองทั้งสองที่เธออุตส่าห์เตือนขนาดนี้แล้วแต่ทั้งสองก็ยังไม่ฟัง

     

    “ เอาล่ะคำพูดของฉันพวกเธอก็ฟังเอาไว้หน่อยเถอะ ถ้าไม่เกิดขึ้นอย่างที่ฉันพูดก็ไม่ได้เสียหายอะไร ฉันต้องกลับก่อนล่ะ” 

     

    เมื่อพูดจบป้าสะใภ้ใหญ่ก็เปิดประตูออกมาเธอก็เห็นหลินซียืนอยู่ที่หน้าบ้านและจ้องมาที่เธอด้วยสายตาแปลกๆ

     

    “ หลินซีเธอมายืนอยู่ตรงนี้นานหรือยัง ? ” คุณป้าสะใภ้ใหญ่ถามด้วยใบหน้านิ่งเฉยแต่ภายในใจตอนนี้กลับกังวลเป็๞อย่างมาก เพราะการที่เธอพูดถึงคนอื่นในทางที่ไม่ดีแล้วเ๯้าตัวมาบังเอิญได้ยินมันก็ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่

     

    “ นานแล้วล่ะค่ะ ” หลินซีตอบกลับด้วยใบหน้านิ่งเฉย

     

    “ แล้วทำไมถึงไม่เข้าบ้านล่ะมายืนอะไรอยู่ตรงนี้ ? ” คุณป้าสะใภ้ใหญ่เอ่ยถามเสียงลอดไรฟัน

     

    “ อ๋อพอดีฉันไม่อยากเสียมารยาทเข้าไปตอนคนกำลังพูดคุยกันอยู่นะค่ะ ” หลินซีตอบกลับพร้อมกับยิ้มสยอง

     

    ส่วนคุณป้าสะใภ้ใหญ่ที่ได้ยินคำพูดของหลินซีเธอก็คิดในใจว่าการแอบฟังคนอื่นคุยกันมันไม่เสียมารยาทกว่าหรอ แต่เธอก็เพียงคิดเท่านั้นไม่ได้เอ่ยพูดออกมา

     

    “ เอาล่ะงั้นเธอก็เข้าบ้านไปเถอะฉันมีงานในบ้านต้องทำฉันกลับก่อนล่ะ ”

     

    หลินซีไม่ได้ตอบกลับอะไรเธอทำเพียงแค่พยักหน้ารับเท่านั้น

     

    ส่วนคุณป้าสะใภ้ใหญ่เมื่อเดินออกพ้นจากประตูบ้านไปแล้วเธอก็รีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

     

    ส่วนหลินซีที่เดินเข้ามาในบ้านแล้ว เธอก็ปิดประตูเมื่อเข้ามาในบ้านเธอก็เห็นพ่อแม่สามีทำหน้าแปลกๆมองมาที่เธอ

     

    หลินซีไม่รู้ว่าสิ่งที่ป้าสะใภ้ใหญ่พูดให้พ่อกับแม่สามีฟังพวกเขาจะเชื่อไหม

     

    แต่หลินซีรู้ดีว่าเธอไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน ถึงเ๯้าของร่างจะเป็๞คนแบบนั้นแต่เธอก็ไม่เคยคิดจะมีผู้ชายคนอื่นถึงแม้จะมีผู้ชายที่มีฐานะหรือใบหน้าหล่อเหลาหลายคนเข้าหาเธอแต่เธอก็ปฏิเสธพวกเขาไปทั้งหมด

     

    เพราะเธอรักลู่หานจากใจจริงและเธอก็ยังมีความหวังว่าสักวันเขาจะกลับมาหาเธอ เพราะฉะนั้นเธอไม่กลัวเลยหากพ่อแม่สามีจะจับตาดูเธอจริงๆ

     

    “ คุณพ่อคุณแม่หิวหรือยังคะฉันทำความสะอาดบ้านทั้งหมดเสร็จแล้วก็เลยออกไปเดินเล่นน่ะค่ะ ”

     

    หลินซีไม่ได้อธิบายอะไรให้พ่อแม่สามีฟังเพียงแค่บอกเท่านั้น

     

    ส่วนสองสามีภรรยาเมื่อได้ยินแบบนั้นทั้งสองก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าในลานบ้านและส่วนอื่นๆดูสะอาดไปหมดในลานบ้านที่ปกติจะมีใบไม้หล่นเต็มไปหมด แต่ตอนนี้กลับไม่มีใบไม้เลยแม้แต่ใบเดียว

     

    และในแปลงผักแต่ก่อนก็มักจะมีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด แต่หลินซีถอนวัชพืชในแปลงผักออกทั้งหมดแล้ว

     

    เมื่อเห็นบ้านที่ถูกทำความสะอาดเป็๞อย่างดี ทั้งสองก็รู้สึกผิดที่เผลอคิดตามคำที่พี่สะใภ้ใหญ่พูดจนทำให้เกิดความสงสัยในตัวของหลินซี

     

    การที่หลินซีช่วยทำงานในบ้านแบบนี้ทำให้บนใบหน้าของคุณพ่อลู่กับคุณแม่ลู่มีรอยยิ้มเบิกบาน เพราะแค่ได้กินอาหารเช้าที่หลินซีทำพวกเขาทั้งสองก็ดีใจมากแล้ว ในความเป็๞จริงถึงแม้อาหารที่หลินซีทำเมื่อเช้าจะไม่อร่อย ทั้งสองก็ตั้งใจว่าจะกินให้หมด แต่กลับผิดคาดเพราะอาหารที่หลินซีทำนั้นมันอร่อยมาก 

     

    “ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะหลินซี เธอทำดีมากแล้วฉันกับพ่อสามีเธอไม่เชื่อคำพูดของป้าสะใภ้ใหญ่เธอหรอกเพราะฉันรู้ดีว่าเธอรักลู่หานมากแค่ไหน เ๹ื่๪๫การนอกใจมีคนอื่นแม่เชื่ออยู่แล้วว่าเธอไม่ทำแน่นอน ” คุณแม่ลู่พูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับมองไปที่หลินซีแล้วก็ส่งสายตาเชื่อมั่นให้เธอ

     

    “ ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่มากนะคะที่เชื่อในตัวฉัน ” เมื่อพูดจบหลินซีก็เดินเข้าไปในครัวเพื่อดูวัตถุดิบที่จะทำอาหาร

     

    เมื่อหลินซีเดินเข้าไปในครัวแล้ว คุนพ่อลู่กับคุณแม่ลู่ที่อยู่ในลานบ้านก็หันไปมองหน้ากันอย่างรู้ใจ

     

    หลินซีรู้สึกหิวเป็๞อย่างมากเธอรีบเข้ามาในครัวเพื่อจะทำอาหารมื้อเที่ยง อาหารมื้อเที่ยงนี้เธอตั้งใจจะทำก๋วยเตี๋ยวเพราะในบ้านนี้ค่อนข้างขาดแคลนวัตถุดิบในการทำอาหารและมีวัตถุดิบเพียงไม่กี่อย่าง แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะโทษพ่อแม่สามีที่ภายในครัวมีของแค่ไม่กี่อย่าง เพราะรายได้ที่ทั้งสองมีก็เป็๞รายได้ที่มาจากการทำงานในไร่เพียงเท่านั้น

     

    “ คุณแม่ออกไปเถอะค่ะเดี๋ยวฉันจะเป็๞คนทำอาหารเอง ” หลินซีหันไปพูดกับคุณแม่ลู่ที่เดินเข้ามาในครัว

     

    “ ไม่ได้เธอนั่นแหละออกไปพักเถอะเดี๋ยวแม่จะทำอาหารมื้อเที่ยงนี้เอง ” คุณแม่ลู่รีบเอ่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

     

    “ คุณแม่ทำอาหารมาให้ฉันกินสองปีแล้ว ๻ั้๫แ๻่ฉันแต่งงานเข้ามาในบ้านหลังนี้ฉันยังไม่เคยทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดีเลย ต่อไปนี้ฉันจะเป็๞คนทำอาหารพร้อมกับทำงานภายในบ้านเองคุณแม่ว่าดีไหมคะ ” หลินซีสบตากับคุณแม่ลู่และก็พูดด้วยใบหน้าจริงจัง

     

    “ ก็ได้งั้นเธอก็ทำเถอะเดี๋ยวแม่จะออกไปรอข้างนอกถ้ามีอะไรให้แม่ช่วยก็เรียกได้เลยตลอดเวลา ”คุณแม่ลู่เมื่อเห็นความตั้งใจดีของหลินซีเธอก็ยอมเดินออกจากห้องครัวอย่างว่าง่าย

     

    หลินซีเดินไปที่แปลงผักหน้าบ้านตอนที่เธอถอนวัชพืชออก เธอก็เห็นผักที่มีอยู่ในแปลงผักทั้งหมดแล้วในแปลงผักมีผักที่ปลูกไว้หลายอย่างแต่อาหารที่หลินซีจะทำมื้อนี้เธอใช้เพียงแค่ผักกวางตุ้งกับต้นหอมเพียงเท่านั้น

     

    หลังจากเก็บผักเสร็จแล้วเธอก็ไปล้างน้ำให้สะอาดที่บ่อข้างบ้าน

     

    เมื่อเข้ามาในครัวหลินซีก็เริ่มจุดไฟจากนั้นเธอก็หันต้นหอมเป็๞ชิ้นเล็กๆเพื่อเตรียมไว้โรยหน้าของก๋วยเตี๋ยว

     

    เมื่อน้ำที่ต้มเอาไว้เดือดแล้วหลินซีก็นำผักกวางตุ้งที่เก็บมาได้ลงไปลวกในน้ำพอสุกได้ที่แล้วเธอก็ตักขึ้นมาพักไว้ในน้ำเย็น

     

    จากนั้นเธอก็เริ่มลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวที่มีอยู่ในบ้านตลอดการทำอาหารหลินซีใช้เวลาทำอย่างรวดเร็ว

     

    ส่วนคุณพ่อลู่กับคุณแม่ลู่ที่นั่งอยู่ในลานบ้านก็กังวลจนนั่งไม่ติดมักจะชะเง้อมองเข้ามาในห้องครัวอยู่ตลอด

     

    หลังจากลวกเส้นสุกแล้วหลินซีก็นำแบ่งใส่ถ้วยจำนวนสามถ้วย ตามสมาชิกในครอบครัวและก็นำผักกวางตุ้งที่ลวกมาวางบนเส้นก๋วยเตี๋ยวและก็โรยด้วยต้นหอมที่ซอยเอาไว้

     

    หลินซีทำอาหารอร่อยมากเธอเคยไปเรียนจากสุดยอดเชฟมาและ ด้วยการฝึกฝนอย่างขยันหมั่นเพียรทำให้เธอสามารถทำอาหารได้เทียบเท่ากับสุดยอดเชฟเลย

     

    ถึงแม้วัตถุดิบในการทำอาหารจะเป็๞เพียงวัตถุดิบธรรมดาพื้นบ้านแต่เธอก็สามารถทำอาหารมื้อนี้ออกมาได้อย่างเอร็ดอร่อย

     

    เมื่อน้ำซุปที่ต้มเดือดได้ที่แล้ว กลิ่นหอมก็โชยออกไปจากนอกห้องครัวจากนั้นเธอก็ตักน้ำซุปร้อนๆลงบนเส้นก๋วยเตี๋ยว

     

    “ กลิ่นหอมมากเลย ” เมื่อหลินซียกชามก๋วยเตี๋ยวออกมาคุณแม่ลู่ก็เอ่ยชม

     

    หลินซีมองมองชามก๋วยเตี๋ยวที่มีเพียงแค่เส้นและก็ผักเธอคิดว่าหากมีไข่หรือมีหมูตุ๋นคงจะอร่อยกว่านี้

     

    “ ก๋วยเตี๋ยวมื้อนี้เรียบง่ายมาก ไว้หนูเข้าเมืองเมื่อไหร่หนูจะเข้าไปซื้อหมูมาไว้ทำอาหารที่บ้านนะคะ ” หลินซีพูดด้วยรอยยิ้ม

     

    คุณพ่อลู่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำหน้าประหลาดใจและก็พูดออกมาว่า “ ไม่ต้องหลอกเงินที่เธอมีก็เก็บเอาไว้ใช้เถอะพ่อกับแม่กินอะไรก็ได้ ”

     

    คุณพ่อลู่พูดจบก็เริ่มหยิบตะเกียบ เริ่มกินก๋วยเตี๋ยวเมื่อได้กินแล้วก็พบว่าถึงแม้ก๋วยเตี๋ยวจะดูเรียบง่ายแต่กลับมีรสชาติอร่อยจนคุณพ่อลู่กับคุณแม่ลู่หยุดกินไม่ได้

     

    หลินซีที่เห็นพ่อแม่สามีกินอาหารที่เธอทำอย่างมีความสุขเธอก็ดีใจแต่อีกใจนึงเธอก็รู้สึกเสียใจเพราะการที่ทั้งสองต้องมากินอาหารเรียบง่ายและใช้ชีวิตอย่างขัดสนแบบนี้ ก็เป็๞เพราะเงินเดือนที่ลู่หานส่งมาให้เ๯้าของร่างเอาไปใช้ฟุ่มเฟือยเอาทั้งหมด 

     

    หลังจากกินอิ่มแล้วหลินซีก็เก็บจานชามไปล้างและก็ทำความสะอาดถึงแม้คุณแม่ลู่จะเสนอตัวขอช่วยแต่หลินซีก็ห้ามเอาไว้ ยิ่งคุณพ่อลู่กับคุณแม่ลู่มีชีวิตยากลำบากแบบนี้หลินซี ยิ่งอยากเริ่มทำงานหาเงินให้เร็วที่สุดเธออยากตอบแทนพวกท่านทั้งสองที่ดูแลเ๯้าของร่างมาเป็๞อย่างดีตลอดสองปีที่ผ่านมา