Episode 4: เงาพรางตัวบนดอยสูง(The Invisible Twin)
รถจี๊ป Aegis พุ่งทะยานขึ้นสู่ถนนคดเคี้ยวของดอยสุเทพท่ามกลางสายหมอกยามค่ำคืน ไอริณจ้องมองหน้าจอเรดาร์ของรถที่กำลังตรวจจับสัญญาณแปลกปลอมรอบตัว เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี กลิ่นดอกพิกุลที่จางหายไปนานดูเหมือนจะกลับมาแตะจมูกเธออีกครั้ง... หรือมันจะเป็เพียงอาการหลอนที่ฝังใจ?
“พี่ไอริณครับ... เราใกล้ถึงโรงงานตุ๊กตาของศาสตราจารย์เมธาแล้ว” พิธากล่าวพลางเช็กพิกัด “แต่แปลกนะ ทำไมระบบรักษาความปลอดภัยของเขาถึงปิดอยู่ล่ะ?”
ไอริณไม่ตอบ เธอคว้าปืนขึ้นมาประทับมั่น “ระวังตัวด้วยพิธา เมธาไม่เคยเปิดบ้านรับใครโดยไม่ระวังตัว นอกจากเขาจะ... ‘รับเราอยู่แล้ว’”
การพบกันที่น่าสงสัย
โรงงานตุ๊กตาเก่าตั้งอยู่ริมหน้าผา บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านซอกตึก เมื่อเดินเข้าไปภายใน พวกเขาพบกับชายชราผมขาวในชุดเปื้อนน้ำมันเครื่องนั่งหันหลังให้ที่โต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่
“มาเร็วกว่าที่คิดนะไอริณ...” เสียงแหบพร่าของ ศาสตราจารย์เมธา ดังขึ้น “รถ Aegis คงช่วยชีวิตเธอไว้ได้ทันเวลาพอดี”
เมธาหันมาพร้อมรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนแต่ดวงตาแฝงความกังวล เขาเดินเข้ามาหาไอริณแล้วแตะที่แผลเป็บนข้อมือเธอเบาๆ “ฉันผิดเอง... ไอริณ ฉันกับอัครพลเคยร่วมมือกันวิจัยโครงการนี้เมื่อหลายปีก่อน แต่ฉันถอนตัวเมื่อรู้ว่าเขาจะใช้มันเพื่อเปลี่ยนมนุษย์เป็สิ่งไร้ิญญา แต่ DNA ของเธอ... มันถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลของเราั้แ่วันที่เธอมาให้การในคดีนั้น”
ไอริณขมวดคิ้ว รู้สึกใจชื้นขึ้นเล็กน้อยที่เห็นพันธมิตรเก่า “ศาสตราจารย์... พวกมันส่งหุ่นที่หน้าเหมือนฉันมาล่าฉันเอง สไนเปอร์กับคอมมานโด ฉัน้ารู้วิธีหยุดพวกมัน!”
“แน่นอน...” เมธาเดินไปที่ตู้เก็บของขนาดใหญ่ “ฉันเตรียม ‘ไวรัส’ ที่จะทำลายระบบประสาทเทียมของพวกมันไว้ให้แล้ว แต่มันต้องฉีดเข้าที่จุดเชื่อมต่อท้ายทอยในระยะประชิดเท่านั้น”
ในขณะที่เมธากำลังหยิบกระเป๋าบรรจุหลอดทดลองออกมา พิธาที่เดินสำรวจอยู่รอบห้องก็ะโขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสับสน “พี่ไอริณ! มาดูนี่!”
หลังม่านกั้นหลังห้อง มีร่างของ ศาสตราจารย์เมธาตัวจริง ถูกมัดติดกับเก้าอี้และถูกปิดปากด้วยเทป ร่างของเขาซูบผอมและไม่ได้สติ!
ไอริณหันขวับกลับมามอง “เมธา” ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอทันที แต่คราวนี้รอยยิ้มของเขากลับกว้างขึ้นจนดูผิดธรรมชาติ ิับนใบหน้าของเขาเริ่มสั่นไหวและเปลี่ยนรูปทรง... เหมือนขี้ผึ้งที่กำลังละลายและจัดเรียงใหม่
“ความผิดพลาดของมนุษย์คือการ ‘เชื่อในสิ่งที่เห็น’ เสมอ” เสียงของเมธาเปลี่ยนเป็เสียงที่เหมือนกับไอริณเป๊ะ!
ิัของชายชราลอกหลุดออก เผยให้เห็นร่างของผู้หญิงในชุดบอดี้สูทสีเทาเงินที่สามารถกลมกลืนไปกับพื้นหลังได้เหมือนกิ้งก่า ใบหน้าของเธอค่อยๆ ปรับเปลี่ยนจนกลายเป็ใบหน้าของไอริณ... นี่คือ Irin-X (The Infiltrator)
“เป้าหมาย: ยืนยัน... ไอริณ-0” Irin-X พูดด้วยเสียงที่ไร้โทนเสียง “ขอบคุณที่นำทางเรามาพบกับศาสตราจารย์เมธา... องค์กร้า ‘กุญแจ’ ตัวสุดท้ายที่อยู่ในสมองของเขา”
Irin-X เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ดวงตามนุษย์มองไม่ทัน เธอพุ่งเข้าหาไอริณตัวจริง การต่อสู้ครั้งนี้ยากกว่าคอมมานโด เพราะ Irin-X สามารถพรางตัวจนหายไปในอากาศชั่วขณะแล้วโผล่มาโจมตีจากมุมอับ
ฉัวะ! ใบมีดขนาดเล็กที่งอกออกมาจากข้อมือของ Irin-X กรีดเข้าที่แขนของไอริณ
“พิธา! ไปช่วยศาสตราจารย์! ฉันจะล่อมันเอง!” ไอริณะโพยายามใช้สัญชาตญาณฟังเสียงฝีเท้าแทนการมอง
เธอตัดสินใจคว้ากระป๋องสเปรย์สีที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน แล้วฉีดพ่นไปรอบๆ ห้องเพื่อทำให้เห็นเงาพรางของ Irin-X ท่ามกลางละอองสีแดงที่ฟุ้งกระจาย ไอริณเห็นร่างของ "ตัวเอง" อีกคนกำลังจะพุ่งเข้ามา
แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะประทะกัน เสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มเหนือโรงงาน พร้อมกับเสียงจากลำโพงที่ไอริณจำได้ดี... เสียงของ A
“ประทับใจจริงๆ ครับไอริณ... แม้แต่รุ่นล่องหนคุณก็ยังจับทางได้ แต่เสียใจด้วยนะ ศาสตราจารย์เมธาคือ ‘ทรัพย์สิน’ ที่มีค่าเกินกว่าจะทิ้งไว้ที่นี่”
ทันใดนั้น ผนังโรงงานด้านหนึ่งก็ะเิออก!
พร้อมการปรากฎตัวของ Irin-C (คอมมานโด) ที่เพิ่งะโลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อสนับสนุน Irin-X...!
*โปรดติดตามตอนต่อไป*