พวกเธอถือสมุดและปากกาเดินออกมาจากห้องมุ่งตรงไปตึกวิทย์อีกฝั่งระหว่างเดินรอดตึกมีกลุ่มนักเรียนชายสองสามคนเดินเกือบประชิดหลังจินนี่เขาให้มือกระตุกผมหางม้าของเธอทีหนึ่งอย่างแรง แล้วเดินแซงหน้าไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้
“โอ๊ย พวกนายหยุดเดี๋ยวนี้นะ”
เด็กชายพวกนั้นหันหน้ากลับมา “มีอะไรไม่ทราบ จะหาเื่เหรอ”
“นายเป็คนดึงผมฉันใช่มั้ย”เขาหัวเราะคิกคัก
“ฉันไม่ได้เป็คนดึงเว้ย”
“โกหก คนที่เดินตามหลังพวกฉันมาก็มีแค่นายกับเพื่อนเท่านั้น”
“แล้วแงะยังไงฉันก็ไม่ได้เป็คนดึงอยู่ดี”
“โกหกหน้าด้านๆไม่ใช่นายแล้วมันจะเป็ใคร”
มุมปากของเขายกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “พวกนายเห็นฉันดึงผมยัยนี้แหมะ”
หน้าตากวนประสาทตอบออกมาก็กวนตีน “ไม่อ่ะ เธอคิดไปเองหรือเปล่า ยัยผมหางหมา”
“ได้ยินที่พวกเขาพูดแล้วใช่มั้ยฉันไม่ได้เป็คนทำ ไปเถอะพวกเรา ยัยนี้ท่าจะเพี้ยนชอบกล่าวหาคนอื่นไปเรื่อย”ก่อนจะเดินจากไป ยังยักคิ้วหลิ่วตาให้เธออีก
“หน็อยแน่ ฉันทนไม่ไหวแล้วเว้ย”จินนี่โกรธพลุ่งพล่านอยากจะะโถีบพวกผู้ชายปากหมาเรียงตัวให้หนำใจแต่ถูกเปรี้ยวจี๊ดและอะอายรั้งเอาไว้เสียก่อน
“ใจเย็นก่อนจินนี่ อย่าพึ่งโผงผางปล่อยพวกเขาไปเถอะ”
“ฉันจะปล่อยคนที่มันทำร้ายฉันไม่ได้หรอกนะโมเมย์คนแบบพวกมันต้องได้รับการสั่งสอน ผู้หญิงอย่างเราไม่ใช่จะมารังแกกันง่ายๆมันต้องสั่งสอนให้หลาบจำ”
“ใช่แกจัดการมันเลยมันยังชอบว่าฉันเป็ตุ๊ดขี้เหร่ ขี้เหร่ตรงไหน สวยซะขนาดนี้”
“เอาเื่แก้แค้นไว้ที่หลังก่อนเถอะอีก15 นาทีก็เข้าคาบเรียนที่สองแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันเดี๋ยวไปไม่ทันเช็คชื่อนะ”
หลังจากอะอายพูดจบเปรี้ยวจี๊ดก็พูดเสริมไปอีกว่า “ใช่ แล้วค่อยเอาคืนพวกมันทีหลังก็ได้ยังไม่สาย”
“ฉันเห็นแก่พวกเธอหรอกนะถึงปล่อยพวกนั้นไป”
ณ โรงอาหารของโรงเรียน
“หิวข้าวจังเลยคนสวยอย่างฉันจะกินอะไรดีน่า”
“ฉันอยากกินก๋วยเตี๋ยวใครอยากกินเหมือนฉันบ้าง”
“ฉัน ฉัน”
“งั้นโมเมย์เราไปต่อแถวซื้อก๋วยเตี๋ยวกัน”
“ได้สิ เปรี้ยวจี๊ด”
“ส่วนฉันอยากกินข้าวราดแกง”
“งั้นฉันไปกับเธอด้วยยัยอะอายเธอไปจองโต๊ะนะ เดี๋ยวฉันซื้อเสร็จแล้วจะมาเปลี่ยน”
“อืม”
พวกเขาต่างแยกย้ายกันไปซื้ออาหารเที่ยงจินนี่และเอกี้ยืนต่อแถวอยู่หน้าร้านข้าวราดแกง พอถึงคิวของพวกเธอ จู่ๆพวกผู้ชายปากหมาก็ตัดหน้าชิงสั่งข้าวไปก่อน
“พวกนายเอาอีกแล้วนะเป็อะไรกับฉันนักหนาเนี่ย ไม่รู้จักคำว่าต่อแถวหรือไงตัดหน้าคนอื่นเขาเรียกว่าคนไม่มีมารยาทนะรู้มั้ย”
“ฉันไม่รู้จักมารยาทมันเขียนยังไงเหรอ”
มือหนึ่งรับจานข้าวที่ยื่นมาส่วนอีกมือหนึ่งผลักไหล่จินนี่เบาๆ แล้วหันไปพูดกับเอกี้ว่า “หลีกไปไอ้ตุ๊ดขี้เหร่”
“แก มันว่าให้ฉันอีกแล้ว”
“เอ่อ ได้ยินแล้วถ้าวันนี้ไม่ได้จัดการไอ้นั่น ฉันนอนไม่หลับแน่ๆ”
“อย่าว่าแต่แกเลย ฉันก็ด้วยบังอาจทำตัวไม่น่ารักกับผู้หญิงบอบบางอย่างฉันได้ยังไง”
“หนูสองคนจะเอาอะไรลูกเพื่อนยืนต่อแถวยาวละนะ”
“ขอโทษค่ะป้า หนูเอาไข่ลูกเขยและไก่ทอดค่ะ”
พวกเธอถือถาดอาหารเดินมาหยุดอยู่ที่ร้านขายน้ำ “แก ฉันรู้แล้วว่าจะเอาคืนพวกมันยังไง”
“จะใช้วิธีนี้จริงเหรอ”
“จริง หนูขอน้ำแดงสองแก้วค่ะป้า”
“สงสัยดูละครเยอะ”
“ไปกันถึงเวลาจัดการพวกนั้นแล้วเดี๋ยวแกทำตามแผนฉันนะ” จินนี่ยื่นหน้ากระซิบกระซาบข้างหูเอกี้
“ว่าละ เหมือนในละครเดะ”
พวกเธอไม่รอช้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะที่เด็กพวกนั้นนั่งกินข้าวอยู่เธอแสร้งทำทีเป็สะดุด แก้วน้ำแดงในมือสาดโดนหน้าเขาและเพื่อนของเขาอย่างจัง
“เซี่ย พวกเธอทำอะไรเนี่ยเปียกหมดแล้ว”
“ฉันขอโทษฉันไม่ได้ตั้งใจมันเป็อุบัติเหตุจริงๆ”
“อุบัติเหตุบ้านเธอนะสิเห็นทนโท่ว่าตั้งใจชัดๆ”
เพื่อนสาวอีกสามคนเห็นเพื่อนกำลังโดนเด็กเกเรตอนเช้ารุมด่าไม่รีรอลุกขึ้นไปช่วยทันที
“พวกเราเป็พยาน จินนี่ไม่มีเจตนามันคืออุบัติเหตุ”
“ไม่เชื่อพวกเธอร่วมหัวกันแกล้งพวกฉัน” เสียงดังเอะอะโวยวาย จนครูที่ยืนสั่งอาหารเดินเข้ามา
“โวยวายอะไรกันเสียงดังลั่นไปทั่วโรงอาหารแล้ว”
“ครูนกครับ เธอตั้งใจเอาน้ำแดงสาดผม”
“เก่งกาจ จินดาเธอไม่ได้ตั้งใจเธอเดินสะดุดขาตัวเองจริงๆ ครูก็เห็น”
“เห็นมั้ย ฉันไม่ได้พูดโกหก”
“แต่...ครูครับ”
“ไม่ต้องมาแต่รีบไปล้างเนื้อล้างตัวก่อน ส่วนจินดาขอโทษเพื่อนซะที่ไม่ได้ตั้งใจทำ”
“ค่ะ ครูนก”
“เก่งกาจ เราขอโทษนะ มันคืออุบัติเหตุฉันไม่ได้ตั้งใจทำจริงๆ” คำพูดของเธอฟังยังไงก็เสแสร้งชัดๆ
“คิดว่าฉันจะเชื่อคำตอแหลของเธอเหรอ ฝากไว้ก่อนนะยัยผมหางหมา”
“อยากฝากนานนักแหละเดี๋ยวฉันลืม”