“เหตุใดมันถึงไม่ดูดเท้าข้าเ้าคะ?” นางเงยหน้ามองบุรุษที่บอกว่าเป็สามีนาง
“ไม่รู้สิ มันคงไม่เคยพบเห็นเท้าขาวๆ ราวกับปลาตายเช่นเท้าเ้าจึงหวาดกลัวกระมัง” ท่านแม่ทัพเอ่ยจบก็อมยิ้มกลั้นหัวเราะลำตัวไหวกระเพื่อมตู้ฟางซินทำสีหน้าโง่งมก้มมองในน้ำที มองบุรุษทีจนมีปลาสีสวยสี่ห้าตัวเริ่มตอดอุ้งเท้า
“นั่นไงเล่า!!!” นางตื่นเต้นและร้องเสียงดังหันมองบุรุษหน้าดุข้างกายที่กลั้นหัวเราะ ‘หึหึ' “ท่านหลอกข้า!!!” ตู้ฟางซินยกมือน้อยๆ ทุบไหล่ท่านแม่ทัพ ปั่กๆๆ ปั่กๆๆ
“555555” ท่านแม่ทัพจางเงยหน้าหัวเราะเสียงดังลั่นน้ำตก
ขวับ!! มือใหญ่ดึงเอวแน่งน้อยเข้ามากอดแล้วะโลงน้ำ ตุ้ม!!!!! ฟางซินกอดลำคอหนาไว้แน่นเพราะนางยังคงกลัวจมน้ำ เสียงหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีโอบกอดลอยคอกันอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะ ดังขึ้นเป็ระยะๆ แต่ก็ไม่สามารถกลบเสียงของน้ำตกที่ดัง ซ่าๆ!!!!! ซ่าๆๆ!! ลงมาได้
“ข้าชอบที่นี่มากเ้าค่ะ” ฟางซินยังคงกอดคอบุรุษตัวใหญ่ลอยไปลอยมาแม้น้ำจะไม่ได้ลึกมาก
“ชอบที่นี่..แล้วไม่ชอบข้ารึ?” ผู้ที่เอ่ยคำมองหน้านางตรงๆ แขนแกร่งช้อนอยู่ตรงบั้นท้ายแน่น ตาสบตา
“ท่านก็ยังมิชอบข้า” นางกล่าวย้อนมิหลบสายตา ‘ข้าจะมิยอมขาดทุนแน่’
“รู้ได้อย่างไร?”
“ไม่รู้เ้าค่ะ หากท่านไม่เอ่ยออกมาก่อนก็อย่าได้คิดว่าข้าจะพูด”
“ข้าชอบเ้า” สตรีตรงหน้ามีสายตาวูบไหวกับคำสารภาพ “เ้าคิดอย่างไร?” ท่านแม่ทัพที่ตัดสินใจกล่าวคำที่ค้างคาใจตนมาร่วมคืนกำลังรอฟังคำจากปากนางบ้างว่านางคิดเช่นเดียวกันหรือไม่ ก่อนคำพูดจะเอ่ยออกมาจากปากนาง เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้นข้างหลังสตรีตัวน้อย
ฟุ่บ!!!!! เป็องครักษ์เงาจ้านโม่ที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นดิน ท่านแม่ทัพจับล๊อคศรีษะสตรีในอ้อมกอดไว้ไม่ให้นางหันไป
“โจรป่าหกคนควบม้ามาทางนี้ขอรับ!!” จ้านโม่แจ้งข่าวจบก็พริ้วกายหายไปทันทีพร้อมกับรองเท้าและตะกร้าผ้า ท่านแม่ทัพจางเดินขึ้นจากน้ำอุ้มสตรีตัวเล็กที่ยังคงกอดคอเขาด้วยสีหน้าหวาดหวั่นเดินหายเข้าไปด้านในของน้ำตก
----++++---------++++++-
โจรป่าประมาณหกคนควบม้าวิ่งเหยาะๆ ตรงมาทางน้ำตก พลางพูดคุยเสียงดัง
“ท่านหัวหน้ายุนสั่งให้ข้าไปเฝ้ามองท่านแม่ทัพใหญ่แคว้นเ้าในวันนี้ นางมิรู้รึว่าองครักษ์ของท่านแม่ทัพน่ากลัวเพียงใด?” โจรหนึ่งกล่าวสีหน้าโมโห
“ดียิ่งที่นางมิได้สั่งข้า สตรีอัปลักษณ์ที่มีดีเพียงแค่กำลังกายเฝ้าตามเพียงบุรุษที่มิสนใจตนเอง โง่งม” โจรสองกล่าวไปกินซื่อจื่อ (ลูกพลับ) ไป
“เมื่อปีก่อนนางก็สั่งข้าให้ไปติดตามปล้นกลุ่มพ่อค้าขายข้าวให้ท่านเม่ทัพตามจับกุม ที่ใดได้มาเพียงนายทหารเพียงหยิบมือ5555” โจรสามหัวเราะ
“ยามนี้ข้ารอให้ท่านยุนเซียวหัวหน้าคนเก่าสิ้นชีพ ข้าก็จะไม่กระทำตามคำสั่งนางอีกกลุ่มโจรก่อตั้งขึ้นมาเพื่อปล้นสะดมเช่นนี้ยิ่งมากวัยขึ้นข้าก็ยิ่งละอายแก่ใจนัก มิสู้เข้าเมืองไปเสาะหาวิชาชีพทำมิดีกว่ารึ?” โจรสี่ผู้าุโที่สุดกล่าวจบ ทุกคนก็เงียบไป “พวกเ้าคิดแบบข้าหรือไม่?”
“รอดูก่อนเถิดว่าท่านยุนเซียวจะอยู่รอดถึงกี่เดือน อาการป่วยที่รักษาไม่หายเช่นนี้ก็นอนรอเพียงวันตาย” โจรสองกล่าว เพราะกระท่อมที่เขานอน อยู่ใกล้ๆ กระท่อมของท่านยุนเซียว อาการไอและมีเืออกมาเริ่มหนักข้อขึ้นทุกวัน ร่างกายก็ซีดผอมไปหมด บุตรสาวเพียงคนเดียวยุนจูอิงหรือหัวหน้ายุนที่ทุกคนเรียกขานก็มิค่อยดูแล ทุกวันคอยแต่สั่งการให้ตามหาบุรุษผู้เป็แม่ทัพใหญ่จนได้มาทราบถึงที่อยู่ตรงเขตแดนฝั่งนี้ นางบอกพวกเขาว่าหากนางได้เป็ฮูหยิน เื่อาหารการกินของพวกเขาจะมีไม่ขาดไม่ต้องปล้นผู้ใดอีกและแม้แต่ทหารทั้งกองทัพก็ยังต้องก้มหัวให้นาง ‘นางคงคิดว่าตนเองงดงามล่มเมือง’
“ยามนี้หัวหน้ายุนคงกำลังวางแผนเรียกร้องความสนใจจากท่านเม่ทัพอยู่กระมัง..รอดูต่อไปเถิด” โจรสี่ส่ายหน้าไปมา
“ข้าต้องไปแล้ว..ต้องไปหาที่ซ่อนเหมาะๆ ใกล้กระท่อมของท่านแม่ทัพเพื่อซุ่มดู อีกห้าวันพบกันที่กองโจร” โจรหนึ่งกล่าวและะโขึ้นม้าไป ทุกคนที่เหลือมองหน้ากัน ต่งคนต่างนั่งพูดคุย อีกเกือบหนึ่งเค่อจึงแยกย้าย
---+++++----+-+++---------
“ไปแล้วเ้าค่ะ” ฟางซินที่นั่งอยู่ในท่าคร่อมตักชวนวาบหวามเอ่ยขึ้นหลังโขดหินใหญ่ที่ทั้งคู่นั่งหลบมุมอยู่ ทุกถ้อยคำที่โจรป่าพูดคุยท่านแม่ทัพล้วนได้ยินเต็มสองรูหู หากอีกไม่นานหัวหน้าโจรป่ารุ่นเก่าสิ้นชีพไปจริงเขาจะอาศัยจังหวะนี้กวาดล้างเสียให้หมดสิ้น “ท่านเหวินเป่า” ฟางซินเรียกอีกครั้งเมื่อคนด้านล่างไม่ตอบรับ
“เรียกท่านพี่สิฮูหยิน” ท่านแม่ทัพกระเซ้าสตรีบนตักและซุกไซร้ซอกคอหอม
“ท่าน…พี่ อุ๊ย!!” ฟางซินใที่อีกฝ่ายขยำบั้นท้ายนางบีบนวดไปมา “อึ้…อืมมม” ท้ายทอยเล็กถูกจับให้รองรับริมฝีปากหนาที่ทาบทับ ครึ่งจิบชาฝ่ายบุรุษจึงถอนออก
“เมื่อครู่เ้ายังมิได้ตอบข้า”
“ตอบสิ่งใดเ้าคะ?” นางเอียงอายทำเป็มิรู้ทั้งๆ ที่ในใจเต้นกระหน่ำ
“ข้าชอบเ้าแล้วเ้าเล่าคิดเช่นใด?” บุรุษหน้าหนาถามอีกครั้ง
“มันรวดเร็วเกินไปเ้าค่ะข้าคิดมิทันหรอก”
“รวดเร็วอันใด? ยามนี้เ้าเป็ฮูหยินข้าแล้วมิชอบข้าแล้วจะไปชอบพอบุรุษใดได้อีก” จุ๊บ!! เขาจูบหน้าผากนางหนึ่งที “ถึงเ้าไม่พูดข้าก็พอจะรู้แล้ว” ฟอด!!!!!