จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 75 ศิษย์พี่ใหญ่

            หอตำราจะมีผู้ดูแลสี่คนแบ่งออกเป็นสี่ฝ่ายคือ ฝ่ายสว่าง ฝ่ายมืด ฝ่ายใน และฝ่ายนอก

            ผู้ดูแลฝ่ายสว่างคอยรักษากฎระเบียบทั้งภายในและภายนอกของหอตำราผู้ดูแลฝ่ายสว่างก็คือลี่อวิ๋น ส่วนผู้ดูแลฝ่ายมืดคอยดูแลการผลัดเปลี่ยนแลกสิ่งของในหอร้อยสมบัติผู้ดูแลฝ่ายในรับผิดชอบการจัดการตำราของหอตำรา รวมถึงรับผิดชอบการคัดแยกลงทะเบียนและตรวจสอบตัวตนของศิษย์ทุกคนและผู้ดูแลฝ่ายนอกจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนของสำนักยุทธ์ว่านจ้งในการรวบรวมตำราโบราณแต่ละแห่ง

            “ผู้ดูแลลี่ไม่ทราบว่าข้าพอจะสามารถสรรหาศิษย์สักคนหนึ่งมาช่วยข้าจัดการเรื่องเหล่านี้ได้หรือไม่?”ฉินอวี่เดินไปและถามขึ้นด้วยเสียงแหบแห้งเขาต้องการเพียงสถานะของผู้ดูแลฝ่ายในนี้ก็จริงแต่เขาเองก็ไม่ต้องการจะเสียเวลากับการเป็นผู้ดูแลเช่นนี้

            “จะว่าไปมันก็ได้อยู่หรอกแต่ในฐานะที่เจ้าเป็นผู้ดูแล อย่างมากก็คงจะยกภาระงานอย่างการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตนของศิษย์ให้กับคนอื่นช่วยทำแทนได้แต่เรื่องการจัดการตำราในหอตำรา เจ้าคงต้องทำด้วยตนเอง” ลี่อวิ๋นมองฉินอวี่ด้วยความแปลกใจ

            ตำแหน่งผู้ดูแลฝ่ายในมีขอบเขตอำนาจที่ยิ่งใหญ่เทียบได้กับการอยู่ต่อหน้าประมุขสามารถเข้าถึงห้าชั้นแรกของหอตำราได้อย่างไม่มีสิ่งกีดขวาง!

            หากจะยึดตามเกณฑ์แบ่งที่ให้ศิษย์ทั่วไปเข้าถึงชั้นที่หนึ่งศิษย์รุ่นห้าเข้าไปได้ถึงชั้นที่สอง คนที่จะเข้าถึงชั้นที่ห้าได้ก็ต้องมีสถานะเป็นศิษย์รุ่นสองและศิษย์รุ่นสองโดยทั่วไปแล้วล้วนแต่เป็นผู้แข็งแกร่งในระดับอาวุโสของสายชีพจรต่างๆทั้งสิ้น

            ดังนั้นตั้งแต่ศิษย์รุ่นสองลงมา เกือบจะทุกคนต่างต้องการจะเป็นผู้ดูแลฝ่ายในเพื่อให้สามารถเข้าถึงชั้นที่ห้าได้ อย่างไรก็ตาม สำนักยุทธ์ว่านจ้งมีการสืบทอดมายาวนานตั้งแต่ยุคไท่กู่หอตำราของที่นี่จึงรวบรวมตำราของทักษะยุทธ์ วิชาเต๋า ใบปรุงยารวมถึงบันทึกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเอาไว้เป็นจำนวนมาก

            ผู้ดูแลซวีอู๋คนนี้ดูเหมือนจะต้องการเพียงตำแหน่งของผู้ดูแลเท่านั้น แต่มิได้มีความสนใจในหอตำราเช่นนี้จะไม่ให้ลี่อวิ๋นแปลกใจได้อย่างไรทว่าคำถามต่อมาของฉินอวี่กลับทำให้เขาต้องละความคิดนี้ทิ้งไปทันที

            “ข้าสามารถเข้าหอตำราได้ถึงชั้นไหนหรือ?”ฉินอวี่ถามต่อไป

            “ห้าชั้นแรกเข้าได้ทั้งหมดไม่มีปัญหา”

            “แสดงว่าชั้นที่หกและชั้นที่เจ็ดข้าเข้าไม่ได้แล้วหรือ?” ฉินอวี่ดูไม่ค่อยเต็มใจเล็กน้อย

            ลี่อวิ๋นหันมองฉินอวี่ด้วยความประหลาดใจและพูดขึ้น “ชั้นที่หก มีเพียงศิษย์รุ่นแรกเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้ส่วนชั้นที่เจ็ด มีเพียงไม่กี่คนในสำนักเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปได้”

            หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งฉินอวี่จึงพูดขึ้น “ขอบพระคุณผู้ดูแลลี่ที่ชี้แนะ เพียงแต่ เรื่องสถานะของข้าขอผู้ดูแลลี่โปรดช่วยเก็บเป็นความลับด้วย” พูดจบฉินอวี่ก็ถอดหน้ากากออก

            ผู้ดูแลลี่หันกลับมาด้วยความสับสนเมื่อได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของฉินอวี่ สีหน้าที่ดูนิ่งขรึมของลี่อวิ๋นก็ตกตะลึงในทันทีดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง จ้องไปไปยังฉินอวี่ด้วยความตกใจ “เจ้าเองหรือ?”

            จิตใจของฉินอวี่ไม่ได้อยู่ในหอตำราอีกทั้ง เมื่อได้เป็นผู้ดูแลก็จะกลายเป็นจุดสนใจของคนได้ง่ายดายหากผ่านไปเป็นเวลานาน ตัวตนของเขาก็ง่ายที่จะถูกเปิดเผย อย่างน้อยที่สุดเขาก็คงจะยากที่จะปิดบังมันกับลี่อวิ๋นสู้ให้ลี่อวิ๋นได้รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาเสียก่อนจะดีกว่าเช่นนี้ก็พอจะช่วยป้องกันความวุ่นวายที่จะตามมาได้ไม่น้อย

            ฉินอวี่แสยะยิ้มผู้ดูแลลี่ยังคงอยู่ในความตกใจ เพียงแค่ลองคิดดูว่า ศิษย์ใหม่คนหนึ่งที่กำลังเป็นคนใกล้ตายกลับได้เป็นผู้ดูแล จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไร

            “มิน่าล่ะไม่แปลกใจเลยที่จะเป็นเช่นนี้! เจ้ามาเข้าร่วมทดสอบผู้ดูแลเพราะเดิมพันไว้กับจางอี้เหวินใช่หรือไม่? แต่เรื่องบนป้ายศิลานั่นมันคืออะไรกัน?”ลี่อวิ๋นกล่าวด้วยความตกใจ และเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

            ฉินอวี่ตกตะลึงก่อนหน้านี้เขาพยายามหาเหตุผลมาพูดเลี่ยงลี่อวิ๋น แต่เมื่อลี่อวิ๋นกล่าวเช่นนี้นับว่าสามารถช่วยฉินอวี่ไปได้ไม่น้อย หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งฉินอวี่ก็พูดขึ้น “นี่เป็นความลับของข้า มีเพียงสี่คนคือ ท่าน ข้า ท่านประมุขและผู้อาวุโสหวงถิงแห่งสายชีพจรดินเท่านั้นที่รู้หวังว่าผู้ดูแลลี่คงจะช่วยข้าปกปิดมันไว้”

            คำพูดเหล่านี้ทำให้ลี่อวิ๋นถึงกับสะดุ้ง

            ความลับ?

            มีเจ้ามีข้า มีท่านประมุข และ... และมีอาจารย์... อาจารย์หวงถิง?

            หรือว่า...เจ้า... เจ้าคนใกล้ตายผู้นี้จะเป็นศิษย์ของท่านประมุข? แม้แต่ท่านอาจารย์เขาก็ยังรู้จัก?

            ทันทีที่ลี่อวิ๋นพยายามเชื่อมโยงเรื่องเหล่านี้เขาก็หวนนึกถึงความนิ่งสงบตอนที่ฉินอวี่เผชิญหน้ากับจ้าวเจิ้นหย่วนและนึกถึงเหตุการณ์ในหอตำราชั้นที่หนึ่ง ลี่อวิ๋นก็อยากจะถามออกมาทันทีว่าฉินอวี่คือศิษย์ของท่านประมุขหรือไม่...

            เมื่อได้เห็นสายตาที่ดูตกใจของลี่อวิ๋นฉินอวี่ก็ถอนหายใจได้อย่างโล่งอก

            อันที่จริงคำพูดของฉินอวี่มีความคลุมเครืออย่างมาก และอาจทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่ายเดิมทีฉินอวี่เพียงต้องการจะดึงตัวประมุขออกมาให้ได้เท่านั้นแต่กลับนึกไม่ถึงว่าประมุขคนนี้จะสามารถล่วงรู้ตัวตนของเขาได้ส่วนอาจารย์หวงถิงนั้น ฉินอวี่ได้ถือโอกาสนี้ยกขึ้นมาด้วย เพราะสุดท้ายแล้วผู้อาวุโสคนนี้ก็มีตำแหน่งที่สูงพอควร

            แต่ฉินอวี่นึกไม่ถึงเลยจริงๆว่าลี่อวิ๋นที่สำรวมกิริยาอยู่เบื้องหน้าเขาจะเป็นศิษย์ใหญ่ของผู้อาวุโสที่ทำตัวไม่น่าเคารพคนนั้นด้วยและนับว่าเป็นศิษย์พี่ใหญ่ของตนเอง

            เรื่องนี้ฉินอวี่แปลกใจยิ่งนักถึงอย่างไร เป็นเพราะหวงถิงจากไปอย่างรวดเร็ว จึงไม่เคยบอกฉินอวี่ว่ามีศิษย์คนอื่นๆดังนั้น ฉินอวี่จึงไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้ ทำให้เขาไม่เคยนึกถามฉู่เยว่ฉานมาก่อน

            “ผู้ดูแลลี่มีบางเรื่องที่อาจต้องรบกวนท่านแล้ว ข้าจำเป็นต้องเตรียมตัวเข้าร่วมคัดเลือกศิษย์ในอีกสองปีข้างหน้า”พูดจบ ฉินอวี่ก็ถอดชุดคลุมสีดำ และเดินเข้าไปยังหอตำราอย่างเปิดเผย

            ส่วนเรื่องราวทั้งหมดนี้จะถูกเปิดเผยหรือไม่ฉินอวี่ไม่เป็นกังวล ลี่อวิ๋นไม่มีทางกลับไปถามประมุขแน่นอน และท่านอาจารย์...อย่าว่าแต่ยังไม่กลับมาเลย แม้ว่าเขากลับมา นั่นก็ยังนับเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ? หากมีเขาอยู่ ตนเองจะยังต้องคิดอะไรมากอีกหรือ?

            ลี่อวิ๋นยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมและไม่รู้สึกตัวอยู่เป็นเวลานาน มองไปยังแผ่นหลังของฉินอวี่ที่เดินไกลออกไปเขาสูดลมหายใจอย่างต่อเนื่องสองสามครั้งและเชื่อมโยงคำพูดทั้งหมดของฉินอวี่เข้าด้วยกันเพื่อสรุปเรื่องราวอีกครั้งมีความเป็นไปได้ว่าซวีอู๋ผู้นี้เป็นศิษย์ของท่านประมุขหรือว่าท่านอาจารย์จะกลับมาจากแคว้นอู่แล้ว? และอยู่ด้านบนด้วย?

            เดี๋ยวนะ...การคัดเลือกศิษย์? ตอนนี้เขามีระดับการฝึกฝนในขั้นปราณเสถียรระดับต้นจะเข้าร่วมการคัดเลือกศิษย์หรือ?

            ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องเป็นศิษย์ของท่านประมุขแน่ๆท่านประมุขมีความลึกลับมาตลอด เขาคงไม่ต้องการจะเปิดเผยเรื่องการรับศิษย์ออกไป

            หากเป็นเช่นนี้นี่นับเป็นการพบกันครั้งแรกที่ฉินอวี่ทำให้ศิษย์พี่ใหญ่อย่างตนเองต้องตกตะลึง

            ...

            หลังจากออกมาจากหอตำราฉินอวี่ก็ยังไม่ได้ตรงไปอ่านตำราโบราณโดยทันทีแต่เดินทางกลับไปที่พำนักเพื่อทำการฝึกฝน

            เวลากำลังบีบคั้นเข้ามาฉินอวี่มีเวลาหนึ่งปีในการเข้าสู่ขั้นเทียนชุ่ยซึ่งนี่นับเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงของฉินอวี่

            แต่สิ่งที่ทำให้ฉินอวี่นึกไม่ถึงเลยก็คือขณะที่เขากำลังกลับไป เงาร่างหนึ่งได้ยืนอยู่หน้าที่พำนักของเขาเมื่อเพ่งมองเข้าไป จึงพบว่าเป็นจางอี้เหวิน

            จางอี้เหวินอาจจะเริ่มเคลื่อนไหวเข้ามาทำให้ฉินอวี่รู้สึกประหลาดใจและแอบระมัดระวังตัวเอาไว้

            “เจ้าสมรู้ร่วมคิดกับคนที่ชื่อซวีอู๋ใช่หรือไม่?”จางอี้เหวินจ้องฉินอวี่ และเดินเข้ามาด้วยความโกรธพลางตะโกนขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

            ฉินอวี่หรี่ตามองจางอี้เหวินอย่างเย็นชาและพูดขึ้น “ข้าเป็นแค่ศิษย์ทั่วไป เจ้าคิดว่าข้าจะรู้จักกับซวีอู๋หรือ?”

            จางอี้เหวินผงะความคาดหวังสุดท้ายในใจของเขาสลายไปทันที ดวงตาทั้งคู่ของเขาจ้องตรงมาทางฉินอวี่ในดวงตาของเขาบางครั้งก็ดูเหมือนฉายประกายของความโกรธแต่บางครั้งก็ดูเหมือนกำลังดิ้นรน

            ฉินอวี่เฝ้าดูจางอี้เหวินอย่างเงียบๆเสียงฟ้าร้องได้ไหลเข้าสู่เส้นลมปราณของเขาแล้ว

            “เสนอราคามาสิ”ดูเหมือนว่าสติของเขาจะเอาชนะความโกรธได้ จางอี้เหวินจึงกัดฟันพูดขึ้นทันที

            “เสนอราคา?ไม่ทราบว่าเจ้ากำลังหมายถึงราคาอะไร? ตอนอยู่ที่หอตำราข้ายังไม่ได้ตอบรับเดิมพันเลยข้าไว้หน้าเจ้าก็น่าจะเพียงพอแล้วมิใช่หรือ?” ฉินอวี่พูดอย่างเฉยเมย

            ใบหน้าของจางอี้เหวินกระตุกทันทีเป็นเพราะฉินอวี่ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเดิมพันตอนอยู่ที่หอตำราความโกรธของจางอี้เหวินจึงลดลงไปอย่างมาก จึงวิ่งมาถึงที่นี่ได้

            “จะให้ข้าเป็นบริวารของเจ้าคงเป็นไปไม่ได้! ข้าจะยอมให้แต้มสนับสนุนกับเจ้าสามสิบแต้มเรื่องนี้ก็เป็นอันจบกัน ว่าอย่างไร?” จางอี้เหวินถาม

            “หากเจ้าไม่ต้องการจะเดิมพันเจ้าก็กลับไปดีกว่า แต้มสนับสนุนนั่นเจ้าก็เก็บเอาไว้ใช้เองเถอะ”ฉินอวี่พูดอย่างเรียบเฉย หากจางอี้เหวินจะยอมมาเป็นบริวารก็ทำตามคำพูดของจางอี้เหวินแต่ถึงอย่างไรในใจของเขาก็ไม่ต้องการให้จางอี้เหวินมาเป็นบริวารของเขาจริงๆ

            เมื่อพูดจบฉินอวี่ก็ผลักประตูออก และเดินเข้าไปด้านใน ขณะที่เขากำลังจะปิดประตูกลับได้ยินเสียงกัดฟันพูดของจางอี้เหวิน “ได้! ข้าจะยอมเป็นบริวารของเจ้าแต่เจ้าต้องไม่พูดออกไป ไม่เช่นนั้น... ไม่เช่นนั้นข้า...”

            ฉินอวี่ทำเป็นไม่ได้ยินและปิดประตูใส่ทันที

            จางอี้เหวินมองไปทางประตูที่เพิ่งถูกปิดลงสีหน้าของเขาก็ดูมืดมนลงทันที หากไม่ใช่เพราะในตอนนั้นมีฉู่เยว่ฉานและศิษย์คนอื่นอยู่ร่วมด้วยตอนนี้เขาคงหันหลังกลับออกไปอย่างไม่สนใจแล้วแต่ในเมื่อพวกเขาทุกคนต่างได้ยินเรื่องนี้ หากไม่ทำตามเดิมพันเขาจะเงยหน้ามองคนในสำนักได้อย่างไร

            แน่นอนว่าในตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือจางอี้เหวินต้องปลอบใจตนเองฉินอวี่ผู้นี้เป็นแค่คนใกล้ตายมิใช่หรือ? จากสามปี ตอนนี้ก็เหลือเพียงสองปีกว่าแล้วขอเพียงแค่เขาเงียบเอาไว้ไม่พูดออกไป การเป็นบริวารให้เขาสักสองปีจะเป็นอะไรไป?

            “ไปสืบมาว่าช่วงนี้จ้าวเจิ้นหย่วนกำลังทำอะไรอยู่แล้วค่อยกลับมาพิทักษ์ข้า ข้าขอเก็บตัวฝึกสักระยะหนึ่ง”ฉินอวี่ส่งเสียงดังออกมาจากในห้อง

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นจางอี้เหวินก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และพ่นลมหายใจออกมา ก่อนจะหันหลังกลับออกไป

            ฉินอวี่ที่อยู่ในห้องยิ้มขึ้นมาทันที

            เป็นอีกหนึ่งคนที่คิดว่าเขาเป็นคนใกล้ตาย? ไม่รู้ว่าหลังจากผ่านสามปีนี้ไปคนพวกนี้จะมีท่าทีเช่นไรกัน?

            สำหรับจ้าวเจิ้นหย่วนเขาเป็นคนที่เก็บไปแค้นได้แม้เรื่องเล็กน้อย และนี่ก็เป็นเหตุผลของการกระทำทั้งหมดในช่วงเวลาที่ฉินอวี่เก็บตัวฝึกฝน เพื่อไม่ให้ถูกรบกวนฉินอวี่จึงให้จางอี้เหวินไปสืบข่าวมาเสียก่อน

            เพียงแต่ฉินอวี่ยังไม่รู้ว่าหากคิดจะหลบหลีกจ้าวเจิ้นหย่วนในตอนนี้ก็อาจสายไปเสียแล้วเขาจะกล้าสร้างความวุ่นวายอะไรได้? เมื่อเขาได้ยินว่าเลี่ยเอ๋าให้คำชี้แนะกับฉินอวี่เขาก็ตกใจกลัวมากจนไม่กล้าออกจากประตูแล้ว

            จากนั้นฉินอวี่ก็นั่งขัดสมาธิลง และสร้างค่ายกลสามชนิดขึ้นมาในห้อง ค่ายกลรวมวิญญาณหนึ่งค่ายกลป้องกันหนึ่ง ค่ายกลกันเสียงอีกหนึ่งจากนั้นจึงเรียกใช้วิชาเซียนมรรคาสวรรค์ของปีศาจคลั่งบรรพกาล

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89