ในวันถัดมา หรือก็คือวันที่ 3 ภายในเกม อัสดงกำลังยืนอย่างมั่นคงที่รูปสลักทางทิศตะวันออก
หากการคาดเดาของเธอถูกต้อง วันนี้จะเป็วันที่แสนเหน็ดเหนื่อย
เมื่อแสงแรกของวันค่อย ๆ ทอประกายขึ้นเหนือขอบฟ้า เสียงแจ้งเตือนก็ดังก้องเข้ามาในหัว
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันออก
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 00:00 น. ถึง 03.00 น.]
เธอไม่ได้ประหลาดใจกับผลลัพธ์ แต่เริ่มออกวิ่งไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือทันที ระยะทางนั้นยาวไกล ถ้าไม่อยากต้องกลับมาทำภารกิจซ้ำในวันพรุ่งนี้ ก็ต้องรีบออกตัว
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 03:00 น. ถึง 06.00 น.]
เป็ผลลัพธ์เดียวกับเมื่อวาน อัสดงยิ่งไม่แปลกใจ แต่เมื่อวานเธอวิ่งทวนเข็มนาฬิกาต่อไปทางทิศเหนือ กลับปรากฏว่า่เวลาของพรนั้นหายไป่หนึ่ง หลังจากพิจารณาดูแล้ว ครั้งนี้จึงวิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันตกเฉียงใต้
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 06:00 น. ถึง 09.00 น.]
'มันถูกจริงด้วย'
หลังจากพบว่าการคาดการณ์ของตนถูก แม้จะดีใจ ก็ชักช้าไม่ได้นาน เพราะครั้งนี้เธอต้องวิ่งกลับไปทางทิศเหนือ
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศเหนือ
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 09:00 น. ถึง 12.00 น.]
เธอวิ่งอย่างสุดกำลังด้วยค่าสถานะที่ผู้เล่นเลเวล 1 จะสามารถทำได้ เพื่อไปยังจุดหมายถัดไปให้ทันเวลา
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศใต้
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 12:00 น. ถึง 15.00 น.]
มีเพียงอัสดงเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเองใช้ความมานะขนาดไหนเพื่อที่จะวิ่งไปหยุด แม้จะรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ
'วันนี้ต้องสำเร็ว'
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 15:00 น. ถึง 18.00 น.]
แรงขับเคลื่อนเดียวที่ทำให้ยังคงวิ่งต่อไปได้ก็คือลางสังหรณ์ที่บอกว่า ถ้าเธอได้รับพรทั้งหมด จะมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า รอคอยเธออยู่
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันตกเฉียงใต้
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 18:00 น. ถึง 21.00 น.]
อัสดงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนเสียสติ ที่วิ่งอย่างไม่หยุดยั้ง หากไม่ใช่เพราะนี่เป็เกม ชีวิตจริงคงไม่สามารถวิ่งต่อเนื่องได้ยาวนานขนาดนี้ และในที่สุด...
[ได้รับคำอวยพรจากรูปสลักทิศตะวันตก
ค่าโชค +200% ใน่เวลา 21:00 น. ถึง 00.00 น.]
[ขอแสดงความยินดี! : ได้รับพรจากรูปสลักทั้ง 8 ทิศ
เงื่อนไข : มีเพียงผู้ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก และปราดเปรื่องพอจะตระหนักได้ถึงนัยสำคัญ จึงจะคู่ควรกับการได้รับพรอันยิ่งใหญ่
รางวัล : พลังป้องกัน +8, ความคล่องตัว +8, สติปัญญา +8, ปลดล็อกผู้มีคุณสมบัติอาชีพ ผู้สืบทอดเจตจำนง]
[อาชีพ ผู้สืบทอดเจตจำนง
ประวัติโดยสังเขป : รูปสลักทั้ง 8 ทิศคือตัวแทนของวีรชนผู้ยืนหยัดปกป้องมนุษยชาติเมื่อครั้งอดีต แม้ร่างกายจะลาลับ จิติญญาสูญสลาย แต่เจตจำนงที่อุทิศเพื่อชาติและราษฎรจะคงอยู่สืบไป เพราะตนไม่อาจคงอยู่ได้นิจนิรันดร์ จึงหวังเพียงจะมีผู้มีคุณสมบัติมารับสืบทอดหน้าที่อันทรงเกียรตินี้ต่อไปตราบจนโลกถึงวันดับสูญ
กรุณาไปให้ถึงเลเวล 20 เพื่อเริ่มต้นภารกิจเปลี่ยนอาชีพ]
"หน้าต่างสเตตัส"

อัสดงมองหน้าต่างอย่างพึงพอใจ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งพิงกำแพงเมือง
ใจอยากจะทิ้งตัวลงนอนให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็รู้สึกไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เลยได้แต่นั่งกอดเข่า กรอกน้ำลงคอรวดเดียวจนหมดขวด ขนมปังน่ะเธอเคยชิมแล้วรสััหยาบแถมยังฝืดมากจนกลืนไม่ลง ไม่รู้ว่า NPC ตัวนั้นกินเข้าไปได้ยังไง
'เหนื่อย.. ยืนไม่ไหว'
อัสดงแทบอยากจะหลับไปตรงนั้น
หลังจากนั่งพักอยู่นับชั่วโมง อัสดงก็ตัดสินใจจะเดินไปที่ตรอกสลัม เพื่อจะไปหา NPC ที่มอบภารกิจแสนล้ำค่าขนาดนี้ให้
จะให้แค่ขนมปังแข็งกับน้ำขวดเดียวก็ออกจะไร้สำนึกไปหน่อย
เธอถึงขั้นจ่ายเงินไป 4 เหรียญทองแดงเพื่อซื้อขนมปังธัญพืชปอนด์หนึ่งมาให้เขา
แต่ทว่าเดินหาไปทั่วก็ไม่มี NPC ที่มีสัญลักษณ์ [???] อยู่บนหัวแม่แต่คนเดียว
'หรือว่าจะไปที่อื่นแล้ว'
อัสดงคิดอย่างเสียดาย
"มาช้าไปแล้วแม่หนู"
เสียงขาดห้วงหนึ่งดังขึ้น
"คะ?"
เธองุนงง
"ถ้าเป็คนที่เ้าเล็งไว้น่ะ โดนคนอื่นวางยาแล้วอุ้มไปแล้ว"
"ห๊ะ?"
อัสดงอุทานเสียงหลง วางยา? อุ้ม? นี่มันเื่อะไรกัน
"ก็พวกเดียวกันไม่ใช่หรือ เอาน้ำกับขนมปังแข็งมาล่อ ไม่รู้หรอกว่าเ้านั่นมีอะไรที่พวกเ้า้า แต่มันโดนอุ้มไปทั้งแต่เมื่อ 2 วันก่อนแล้ว"
อีกเสียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เป็มิตร
"จะไปไหนก็ไป หรือคิดจะมองหาเหยื่อคนอื่น พวกข้าที่นี่ไม่มีใครโง่แบบเ้านั่นหรอกนะ"
อัสดงรู้สึกสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แต่ก็ต้องรีบเดินออกมาเพราะสายตาหลายคู่ในนั้นดูไม่เป็มิตรเอาเสียเลย แถมตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้ว เธอเป็แค่ผู้เล่นเลเวล 1 คนเดียว เกิด NPC พวกนั้นคลั่งขึ้นมาก็คงรับมือไม่ไหว
หลังจากพิจารณาคำพูดพวกนั้นอย่างถ้วนถี่ ก็พอจะเดาได้ว่าหลังจากที่เธอได้ภารกิจจาก NPC ปริศนาคนนั้นมา ดูเหมือนจะมีผู้เล่นคนอื่นที่สังเกตเห็นอีก
มันก็เป็เื่ปกติ เพราะทั้งเขตสลัมมีแค่ NPC คนนั้นที่เป็ NPC มีชื่อ การจะถูกพบตัวเป็เพียงเื่ของเวลา
แต่เธอก็ไม่เคยคาดคิดว่าผู้เล่นจะไปไกลถึงขนาดลักพาตัว NPC ไป
ไม่แน่ว่าอาจจะบังคับเค้นภารกิจจากเขาก็ได้
'ไม่ดีแล้ว ต้องรีบไปช่วย'
มันอาจจะยากที่จะตามหาใครสักคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ แต่ถ้าถามไปรอบ ๆ ว่าเห็นใครอุ้มร่างคนในสลัมเดินไปไหนมาไหนบ้างไหม ก็คงต้องพอมีเบาะแสแน่
.
.
.
วิธูตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกประหลาด
อาการหนักอึ้งที่หัวก็หายไปแล้ว แขนขาที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงตลอดเวลา กลับรู้สึกมีกำลังวังชาขึ้นมาอย่างประหลาด
"ท่านวิธู! ในที่สุดก็ตื่นแล้ว!"
เขาสะดุ้งเฮือก ความทรงจำสุดท้ายก่อนหลับใหลผุดขึ้นมาในหัวจนต้องลุกพรวดขึ้นมานั่ง แล้วมองสำรวจร่างกายตัวเองว่ามีรอยเย็บตรงไหนรึเปล่า
"ผมเป็ห่วงแทบแย่ เพราะท่านหลับไปตั้ง 2 วันเต็ม ๆ แต่เห็นร่างกายดูมีชีวิตชีวาขึ้นขนาดนี้ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์คงช่วยท่านได้มากเลยใช่ไหมครับ"
เมื่อมองไม่เห็นความผิดปกติอะไรบนตัว เขาก็เงยหน้าไปมองอีกฝ่ายที่กำลังนั่งตัวตรงอยู่ข้างเตียง แถมยังจับจ้องมาด้วยท่าทางที่ราวกับกำลังจะพูดว่า ‘ชมผมสิ!’ อยู่ไม่วางตา
วิธูหายใจเข้าลึก ทดสอบขยับร่างกายก็พบว่าดีขึ้นมาก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มีเจตนาร้าย
"อืม ขอบคุณนะ"
แอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่เข้าใจคนตรงหน้าผิด แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร
"แล้วมันถึงระดับที่ท่าน้าไหมครับ?"
"หือ?"
"เพราะว่าน้ำพุศักดิ์สิทธิ์มันยกระดับได้แค่ครั้งเดียว ผมไม่แน่ใจว่าตอนนี้ท่านผ่านจุดคอขวดไปได้รึยัง"
'มันกำลังพูดบ้าอะไร'
เขามองอีกฝ่ายอย่างงุนงง
"หรือถ้ายังไง หากมันไม่มากพอ แล้วท่านก็ไม่สะดวก จะให้ผมไปหาของชิ้นอื่---"
- แกร๊ก -
ก่อนที่ลมวสันต์จะพูดจบ ก็มีเสียงดังขัดขึ้น เป็เสียงการเปิดของประตู
'นี่มันไม่ปลอดภัยขนาดนี้เลยเหรอ เปิดกันได้ง่าย ๆ เลย แล้วจะต่างอะไรกับการอยู่ในสลัม'
วิธูหันไปมองตามเสียง ก่อนจะพบว่าคนที่ก้าวเข้ามาคืออัสดงที่เคยพบกันมาก่อน
เธอมองสำรวจเขาอย่างกังวล ก่อนจะหันไปจ้องมองลมวสันต์อย่างไม่เป็มิตร
"นายคิดจะทำอะไรกับเขา"
"ครับ?"
ชายหนุ่มดูงุนงง ราวกับไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังพูดอะไร
"นายลักพาตัวเขามาทำไม ถึงจะเป็เกมก็ควรจะพกสามัญสำนึกมาเล่นด้วยสิ"
"ห๊ะ?"
TBC.