บทที่ 17 พี่ชายคนโต
"ของดีหรือ?"
เฉินจงเหนื่อยล้าไม่น้อย หันกลับมาด้วยความสงสัย จากนั้นม่านตาก็หดเล็กลงทันที เมื่อเห็นลู่หลีที่บัดนี้บุคลิกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
"เ้า...เป็อะไรไป"
ลู่หลียิ้มบาง ๆ ล้วงผลไม้สีแดงสามลูกออกมาจากอกเสื้อยื่นให้ "ข้าพบผลไม้พวกนี้บนเขา หลังจากกินเข้าไปก็เป็เช่นนี้ ทั้งยังเพิ่มพลังขึ้นไม่น้อย พอดีมีเหลืออีกหกลูก ให้เ้าสามลูก ที่เหลือจะให้ฉินโซ่ว"
"ยังมีเื่ดี ๆ เช่นนี้ด้วยหรือ" เฉินจงได้ยินดังนั้นก็รับผลไม้มาด้วยความตื่นเต้น
"ผลไม้นี้แม้จะดี แต่เมื่อกินลูกแรกเข้าไปจะรู้สึกเหมือนตกลงไปในกองไฟ ทรมานยิ่งนัก เ้าต้องเตรียมใจให้พร้อม ไปกินที่ริมสระน้ำบนยอดเขาเถิด หากทนไม่ไหวก็ะโลงน้ำ..."
ลู่หลีเล่าประสบการณ์ของตนให้เฉินจงฟังอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำอะไรรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว
เฉินจงฟังจบก็รู้สึกทั้งตื่นเต้นและหวาดกลัว หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็กัดฟันตัดสินใจ "ลุยเลย!" แล้วรีบร้อนขึ้นเขาไป
ครู่ต่อมา เสียงร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดก็ดังมาจากบนเขา
ลู่หลีส่ายหน้าพลางยิ้ม หยิบขวานที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา เหวี่ยงเป็ครึ่งวงกลมฟันลงบนท่อนไม้สีดำตรงหน้าจนเกิดเสียงดัง ในพริบตาขวานก็จมลงไปในเนื้อไม้ลึกกว่าเจ็ดชุ่น*[1]
หลังจากฟันต่อเนื่องอีกหลายสิบครั้ง ไม้สีดำก็ล้มลงมาพร้อมเสียงดังสนั่น ลู่หลีตบมือด้วยความพึงพอใจในผลงานของตน
จากนั้นก็เริ่มลงมือกับต้นที่สอง
เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัวกว่าหนึ่งชั่วยาม ลู่หลีได้โค่นไม้สีดำไปแล้วไม่ต่ำกว่าห้าสิบต้น ทันใดนั้นเสียงดังสนั่นก็ดังขึ้น ร่างของชายหนุ่มร่างกำยำพุ่งเข้ามาหาลู่หลีราวกับหมีป่าที่กำลังจู่โจม
ลู่หลีไม่แม้แต่จะมอง เพียงหันหลังซัดหมัดใส่ ร่างนั้นก็กระเด็นออกไปพร้อมเสียงร้องโอดโอย "โอ๊ย! เ้าลิงโง่ เ้าจะมาลอบโจมตีข้าทำไม"
"ฮ่า ๆ คันมือน่ะ" ลู่หลีก้าวไปดึงเฉินจงขึ้นมา "รู้สึกอย่างไรบ้าง"
ในตอนนี้เฉินจงดูสง่างามสมชายชาตรี กล้ามเนื้อทั่วร่างเป็มัด ๆ ดูเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
เฉินจงยิ้มกว้าง "ข้ารู้สึกว่าหมัดเดียวก็สามารถทำให้ต้นไม้ดำที่มีขนาดเท่าปากชามล้มได้"
พูดจบก็ชกหมัดใส่ต้นไม้ดำที่มีขนาดเท่าปากชามจริง ๆ เสียงดังโครม ต้นไม้ไม่หัก แต่มันถูกถอนรากถอนโคนจนล้มลง
ลู่หลีตั้งใจจะชวนเฉินจงลงเขาไปพักสักครู่ แต่เฉินจงยืนกรานว่าจะต้องโค่นต้นไม้ให้ครบเก้าสิบต้นก่อนจึงจะลงเขา
ลู่หลีทำอะไรไม่ได้จึงต้องลงเขาไปคนเดียว
เขาไปที่โรงอาหารเพื่อหาอะไรกิน จากนั้นก็เดินตรงกลับไปที่เรือน
หลังจากกลับเข้าห้องแล้วลู่หลีก็ไม่ได้พักผ่อน เขาล้มตัวลงบนเตียงแล้วเข้าสู่วิหารกาลเวลา เริ่มฝึกบำเพ็ญเพียรทันที
ไม่นานหลังจากที่ลู่หลีกลับห้องไป ซุนจื่ออันก็มาถึงยอดเขาชุ่ยอวิ๋น สำหรับศิษย์น้องที่เพิ่งเข้าสำนักมาแต่กลับกล้าขัดใจเขา ซุนจื่ออันรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก หากเขาจัดการศิษย์ใหม่คนหนึ่งยังไม่ได้ แล้วต่อไปจะอยู่ในโถงเบ็ดเตล็ดได้อย่างไร
แต่เมื่อเขาเห็นน้ำเต็มทั้งหกบ่อ ทั้งร่างก็พลันรู้สึกแย่ เขาสะบัดแขนเสื้อด้วยความโกรธแล้วรีบลงเขาไปหาเื่เฉินจง เพราะในความคิดของเขา พวกมันสองคนต้องช่วยลู่หลีอีกแน่นอน
แต่เมื่อเขามาถึงกลางเขา เห็นต้นไม้สีดำล้มระเนระนาด ทั้งร่างก็ยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม อีกทั้งเพียงแค่ข้ามคืนเดียว ร่างกายอ้วน ๆ ของเฉินจงกลับกลายเป็มัดกล้ามไปเสียแล้ว ช่างยากที่จะยอมรับและเข้าใจได้
การโค่นต้นไม้สามารถฝึกฝนร่างกายได้จริง แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ช่างเกินจริงเกินไปแล้ว
เฉินจงถือขวานเดินเข้าไปหาซุนจื่ออัน สีหน้าไม่เป็มิตรถามว่า "มีธุระอะไร"
เมื่อเห็นเฉินจงกล้าข่มขู่ตน ซุนจื่ออันก็โมโหจนแทบะเิ ะโลั่นว่า "เ้ากล้าดีนัก!" ร่างพลันพุ่งทะยานไปตรงหน้าเฉินจงในชั่วพริบตา ยกมือฟาดฝ่ามือใส่หน้าอกเฉินจง
ปึก!
เสียงดังกังวานแว่วมา เฉินจงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน พร้อมกับยกฝ่ามือใหญ่ขึ้นฟาดใส่หน้าซุนจื่ออัน
ฝ่ามือฟาดลงมาทันที
ผลัวะ!
ซุนจื่ออันไม่ทันคาดคิดว่าจะเป็เช่นนี้ เขาคิดว่าเฉินจงจะถูกฝ่ามือของตนฟาดกระเด็น แต่กลับเป็ว่าความเ็ปพลันแล่นขึ้นมาบนใบหน้าเขาอย่างรุนแรง ตัวเขาเองกลับลอยกระเด็นออกไป ร่างกระแทกลงบนเนินดินเสียงดังตุ้บ
เฉินจงเห็นเช่นนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผุดรอยยิ้มดุร้าย แล้วะโก้อง "ข้าจะฆ่าเ้าให้ตาย ไอ้เวร!" จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่ซุนจื่ออันราวกับวัวกระทิงบ้าคลั่ง
ม่านตาของซุนจื่ออันหดเล็กลงฉับพลัน ร่างกายกลิ้งหลบหมัดของเฉินจงไปได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะตวัดมือปล่อยลูกไฟลูกหนึ่งพุ่งใส่เฉินจง
เฉินจงกำลังจะไล่ตามมา แต่กลับถูกลูกไฟพุ่งเข้าใส่หน้าอก ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าอวัยวะภายในปั่นป่วนไปหมดจนกระอักเืออกมาคำหนึ่ง
"อวดดี แน่จริงก็อวดดีต่อหน้าข้าอีกสิ!" ซุนจื่ออันเห็นดังนั้นก็รู้สึกโล่งอก ยืนอยู่ไกล ๆ จ้องมองเฉินจงด้วยรอยยิ้มเหี้ยม "รีบคุกเข่าขอโทษเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะสังหารเ้า!"
"ขอโทษบิดาเ้าสิ!!!" เฉินจงตวาดลั่น ก้าวเท้าพุ่งไปข้างหน้า เพียงไม่กี่ก้าวก็วิ่งพรวดเข้าหาซุนจื่ออัน
"อยากตายนักรึ!" ซุนจื่ออันถอยกรูดพร้อมกับขว้างลูกไฟออกมาอีกลูก
คราวนี้เฉินจงมีการป้องกันแล้ว เมื่อเห็นลูกไฟพุ่งเข้ามา เขาก็ชกหมัดใส่ลูกไฟนั้น
ปัง!
ลูกไฟถูกหมัดของเฉินจงทำลายจนแตกกระจาย
"เป็ไปไม่ได้!" ซุนจื่ออันใจนสีหน้าซีดขาว รีบหันหลังวิ่งหนีลงเขาอย่างบ้าคลั่ง
"ไอ้ลูกเต่า กล้า ๆ หน่อย อย่าวิ่งหนีสิ!" เฉินจงะโไล่หลัง แต่ก็ไม่ได้ไล่ตาม แม้เมื่อครู่จะทำลายลูกไฟได้ แต่ตอนนี้หมัดของเขายังชา ทั้งยังมีกลิ่นไหม้จาง ๆ ลอยออกมาจากมือด้วย
"ผลไม้ที่ลิงโคลนให้มานี่ดีจริง ๆ ข้าถึงกับทำให้ผู้ตนขอบเขตก่อปราณระดับสองวิ่งหนีได้"
เมื่อเห็นซุนจื่ออันวิ่งกลิ้งลงเขาไป เฉินจงก็รู้สึกสบายใจยิ่งนัก
ยามค่ำ
ลู่หลียังคงบำเพ็ญเพียรอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังปังจากในลานเรือน หูของเขากระดิกเล็กน้อย เขาจึงออกจากสมาธิทันที เมื่อเดินออกไปดูก็พบว่าฉินโซ่วเหรินกลับมาแล้ว
กลางลานเรือนมีไม้กวาดวางอยู่หนึ่งด้าม คงจะเป็การระบายความไม่พอใจในใจเป็แน่
เมื่อเห็นลู่หลีที่มีร่างกายสูงโปร่งแข็งแรง ฉินโซ่วเหรินอดไม่ได้ที่จะขยี้ตา หลังจากแน่ใจว่าตนเองไม่ได้มองผิดจึงรีบวิ่งเข้าไปหา "เ้า เ้าลิง รูปร่างลิงของเ้าหายไปไหน"
ลู่หลีมุมปากกระตุก "เข้ามาคุยกันข้างใน"
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เข้าไปในห้องของลู่หลี
ครู่ต่อมา
ฉินโซ่วเหรินจ้องมองผลไม้สีแดงสามลูกบนโต๊ะ กลืนน้ำลายก่อนเอ่ยว่า "เ้า เ้าลิง เ้าจะมอบของสิ่งนี้ให้ข้าจริง ๆ หรือ"
"พูดเหลวไหล ถ้าไม่ให้เ้าแล้วข้าจะนำออกมาทำไม" ลู่หลีตบบ่าฉินโซ่วเหริน
"รับไว้เถอะ แค้นที่มีต่อซุนจื่ออัน พวกเราสามพี่น้องต้องทวงคืนมาให้ได้สักวัน"
"ดี ดีมาก!" ฉินโซ่วเหรินมือสั่นขณะเก็บผลไม้เข้าอก "เ้าลิง บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ไม่อาจกล่าวคำขอบคุณได้ นับจากนี้ไป เ้าก็คือพี่ใหญ่ของข้าฉินโซ่วแล้ว!"
"เฮอะ ทำเป็อ้อมแอ้ม เ้าจะได้เป็พี่ใหญ่ของใครล่ะ" ลู่หลีจ้องมองฉินโซ่วเหรินอย่างหงุดหงิด
"เฮ่ ๆ" ฉินโซ่วเหรินหัวเราะแหย ๆ "พี่ใหญ่ ข้าจะขึ้นไปกินผลไม้วิเศษบนยอดเขาก่อน รอข้ากลับมานะ!"
"ไปเถอะ ๆ" ลู่หลีโบกมือไล่
หลังจากฉินโซ่วเหรินจากไปไม่นาน จู่ ๆ ก็มีเสียงตบประตูดังมาจากด้านนอก พร้อมกับเสียงะโของเฉินจงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "เ้าลิงโคลน เปิดประตูเร็วเข้า ข้ามีข่าวดีมาบอก!"
เมื่อได้ยินเสียงเช่นนั้น ลู่หลีก็ลุกขึ้นจากเตียงด้วยสีหน้าระอา รอจนเฉินจงเข้ามาแล้วจึงถามว่า "มีข่าวดีอะไรหรือ"
เฉินจงหัวเราะลั่น "เ้าไม่รู้หรอก ข้าเพิ่งจะซัดไอ้หมอนั่นจนกลิ้งไปกลิ้งมา ร้องโอดครวญหาพ่อหาแม่ สะใจเหลือเกิน สนุกสุด ๆ!"
ลู่หลีชะงักไป "เ้า...ซัดซุนจื่ออันจนน่วมเลยหรือ"
[1] หนึ่งชุ่น = หนึ่งนิ้ว