หลังจากจบบทรักอันดุเดือดรอบเช้าจนสาย พอนอนพักจนหายเหนื่อยทั้งธันวาและอายก็พากันจัดการตัวเองจนกลับมาสดชื่นรับวันใหม่ ต่างคนต่างอาบน้ำแต่งตัวง่ายๆ แล้วสั่งอาหารมานั่งกินในห้องด้วยกัน
ธันวาเริ่มเล่าเื่ราวต่างๆ ของเขากับน้ำหวานั้แ่เริ่มแรกที่เปิดฉากอย่างเร่าร้อน จนมาถึงตอนจบที่เ็ป
"โห... ถึงว่าสิ เจอจังๆ ขนาดนั้นคงเจ็บมากสินะ"
"อืม... ก็เจ็บแหละ... รู้สึกเหมือนเป็แค่ของเล่นแก้เหงาให้เค้าน่ะ"
"แล้วคุณจะทำยังไงต่อ เดี๋ยวเย็นนี้เค้าก็คงมาเคาะประตูอีก... ได้คิดรึยังว่าจะคุยกันยังไง"
"ยังไม่ได้คิดเลยสิ... ก็โดนคุณปลอบจนไม่อยากคิดอะไร"
"ชิ... คุณต่างหากที่ฉวยโอกาส... ชั้นตั้งใจจะปลอบแค่นิดเดียว คุณเล่นเอาซะคุ้มเลย"
"ฮ่าๆ ขอบคุณมากนะ... ถ้าไม่ได้คุณ ผมไม่รู้เลยจะผ่านเมื่อคืนได้ยังไง... มันช่วยผมได้มากจริงๆ"
อายยิ้มเขินแล้วหลบสายตาเขาทำนั่งทานข้าวต่อ
"งั้น... เดี๋ยวชั้นกลับห้องละนะ คุณจะได้มีเวลาคิดจัดการอะไรด้วยตัวเอง"
"แล้วเื่ของเรา.."
"เราก็เป็เพื่อนที่ดีต่อกัน... ที่มันเกินเลยไป ก็เก็บไว้เป็ความทรงจำดีๆ ละกันนะ..."
"......อืม"
อายรีบพูดตัดบทจนธันวาไม่มีช่องให้พูดต่อ อีกทั้งเขายังต้องจัดการเคลียร์จิตใจตัวเองเตรียมตัวเผชิญความจริงกับน้ำหวานเย็นนี้ เขาเลยลุกเดินไปส่งเธอที่หน้าประตู
"ไปก่อนนะ... ไว้คุยกันใหม่"
อายโบกมือลาเบาๆ แล้วหันหลังกำลังจะเดินเปิดประตูออกไป ธันวารีบเข้ากอดเธอจากด้านหลังแล้วซุกจมูกลงหอมตรงรอยจูบที่เขาฝากไว้ที่ต้นคอ
"ไม่อยากให้ไปเลย..."
"........."
เธอนิ่งเงียบไม่พูดอะไรแต่ในใจมีหลายอย่างที่อยากจะบอก หลับตาคิดสักพักแล้วค่อยๆ แกะมือเขาออกจากเอว
"เย็นนี้... ชั้นต้องไปทำงานนะ... คุณเข้าใจใช่มั้ย..."
นั่นทำให้เขาได้สติขึ้นมา ค่อยๆ คลายตัวออกแล้วปล่อยเธอเดินออกจากห้องไป...
***************
"ฮัลโหล... น้ำหวาน... นี่ผมเองนะ"
"ธันวา! คุณอยู่ไหนคะ... หวานเป็ห่วงแทบแย่... เรามาคุยกันก่อนได้ไหม... อย่าหนีหน้ากันไปแบบนี้เลยนะ"
"อืม ได้สิ... ผมอยากคุยกับคุณพอดี... เย็นนี้เลิกงานก็แวะมาที่ห้องผมละกันครับ"
"ค่ะๆ ไว้เจอกันนะคะ"
ธันวาคิดตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกทางไหน เขาโทรนัดน้ำหวานให้มาคุยที่ห้องเพื่อความเป็ส่วนตัว ใช้เวลาที่เหลือก่อนเธอจะมานั่งคิดทบทวนความรู้สึกที่มีอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเวลาเย็นมาถึง
ปัง...
เขาได้ยินเสียงประตูห้องข้างๆ ปิดดังขึ้นเป็สัญญาณว่าอายออกไปทำงานแล้ว เขาโล่งใจเล็กๆ ที่เธอไม่อยู่ห้อง จะได้คุยกับน้ำหวานแบบเปิดใจได้เต็มที่
สักพักต่อมาเสียงเคาะประตูห้องเขาก็ดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก...
เขาเดินไปเปิดประตูก็เป็น้ำหวานที่ยืนรออยู่ เธอดูมีสีหน้าหมองเศร้าแต่ก็ยังแสร้งยิ้มเมื่อเห็นเขา ที่ผ่านมาเขามองเห็นเธอน่ารักมากซะจนอยากจะดึงมากอดทุกครั้งที่ได้เจอ แต่ตอนนี้แค่เห็นหน้าเขาก็แทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว
"เข้าห้องก่อนสิ..."
"ค่ะ..."
ทั้งคู่มีอะไรมากมายอยากจะคุยใส่กันแต่พอเอาเข้าจริงๆ กลับกระอักกระอ่วนจนพูดไม่ออก พอเขาพาเธอเข้าไปนั่งในห้อง ต่างคนก็ต่างนั่งนิ่งเพราะไม่รู้จะเริ่มยังไงจนธันวาถอนหายใจแล้วถามเปิดขึ้นมา...
"มันเกิดอะไรขึ้นนะ... เล่าให้ฟังที..."
เธอนิ่งอยู่สักพักเหมือนกลั้นใจไม่ให้ร้องไห้ก่อนจะเริ่มพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
"ก่อนหน้านี้... หวานรักพี่ภาคมาก... จนเกินเลยกันไป... เป็แบบนี้อยู่เกือบปี เขาก็บอกว่าจะเลิกกับเมียแต่เลิกไม่ได้... จนกระทั่งคุณเข้ามา..."
ธันวานั่งฟังอย่างสงบ เขาพยายามจะเข้าใจสิ่งที่เธอพูดโดยไม่มีความโกรธอะไรอีกแล้ว
"หวานยอมรับ ว่าเื่ของเรามันเริ่มจากความเห็นแก่ตัวของหวานเองที่อยากจะใช้คุณทำให้พี่ภาคเขาหึง... แต่พอได้รู้จักคุณเรื่อยๆ... รอยยิ้มสดใสของคุณทำให้หวานอยากจะเริ่มต้นใหม่จริงจัง"
"แต่คุณก็ยังไม่เลิกกับเขานี่..."
"หวานขอเลิกกับเขาแล้ว แต่เขาขอเวลา... แค่ให้จบเดือนนี้ก็จะยอมปล่อยหวานไป... แต่คุณก็มารู้ซะก่อน"
"........."
ธันวานั่งนิ่งเงียบไปทำให้หวานเริ่มร้องไห้ เธอสุดจะกลั้นน้ำตาสะอึกสะอื่นจนเขาต้องปลอบ
"ไม่ต้องห่วงนะ... ผมไม่เหลือความโกรธอะไรแล้วล่ะ... เมื่อวานผมก็ร้องไห้จนหมดแล้วเหมือนกัน... พอได้มาคิดอะไรจริงจัง ผมก็เข้าใจว่าเื่ของเรามันไม่ได้เริ่มมาจากความรักั้แ่แรก"
"แต่ตอนนี้หวานตัดขาดกับเขาแล้วจริงๆ นะ... หวานคุยกับพี่ภาคจริงจังแล้วว่าทนเสียคุณไปไม่ได้... จากนี้หวานจะเป็ของคุณคนเดียวนะคะ... เรามาเริ่มกันใหม่ได้ไหม..."
เธอพูดกับเขาด้วยน้ำตานองหน้า ธันวาก็เริ่มน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดจะห้าม
"ผมคงมองคุณในแบบเดิมไม่ได้แล้วจริงๆ... ขอโทษด้วยนะ... เรากลับมาเป็เพื่อนกันเถอะ"
"หวานจะอยู่กับคุณได้ทุกวัน จะอยู่ทุกที่ที่คุณ้า จากนี้หวานจะเป็ของคุณคนเดียว... ฮือๆ เรามาเริ่มกันใหม่นะ ฮือๆๆ"
น้ำหวานร้องไห้ฟูมฟายอย่างหมดอาย เขาดึงเธอเข้ามากอดแแ่แล้วร้องไห้ตามไปด้วย ในขณะที่น้ำหวานก็เพ้อบอกแต่คำขอโทษเกือบตลอดเวลา
ธันวาได้แต่กอดลูบหัวและหลังหวานที่ร้องไห้จนตัวสั่น จนพักใหญ่ทั้งคู่ต่างก็ได้ระบายความอัดอั้นออกมาจนสงบลง
"อย่าให้มันเป็การลาที่เจ็บไปกว่านี้เลยนะ... ผมยังอยากเป็เพื่อนคุณ... ยังอยากมองคุณได้... เข้าใจเถอะนะ"
"........."
เธอได้พูดทุกอย่างที่อยู่ในใจและทำดีที่สุดในส่วนของเธอแล้ว แต่ด้วยาแที่มอบให้เขามันใหญ่เกินกว่าจะรับไหวเธอก็ได้แต่ทำใจทนปล่อยมือจากเขาไป
"อย่างน้อยก็เป็เพื่อนกันได้สินะ..."
น้ำหวานร้องไห้ออกมาจนหมดแล้วก็กลับมาคิดตั้งสติรับมือจากการตัดสินใจของธันวา เธอคลายกอดจากเขาแล้วขยับตัวออกมานั่งที่เดิม
"เอางั้นก็ได้ค่ะ... หวานผิดเองแต่แรกที่ดึงคุณมาเกี่ยวข้อง... จากนี้หวานก็คงต้องทนรับผลของมัน..."
พวกเขานั่งปลอบกันและกันเพื่อให้สติกลับมาปกติ ก่อนจะพากันลุกเดินไปหน้าประตู ธันวาส่งเธอด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ พร้อมโบกมือลาเบาๆ
น้ำหวานอยากจะโผกอดเขาอีกสักครั้งแต่เธอรู้ดีว่าถ้ายิ่งกอดก็จะยิ่งทำให้การลามันยากขึ้น เธอจึงปาดน้ำตาที่ไหลลงมาด้วยตัวเองแล้วยิ้มตอบ
"หวานจะรอคุณนะคะ... เมื่อไหร่ที่คุณพร้อม... หรือจะแค่เหงาก็ได้... โทรหาหวานนะ..."