คืนนั้นจางหมิงได้เข้าพักที่โรงแรมของรัฐอย่างไม่มีปัญหาเพราะจางหมิงคนเดิมก็เคยมาพักที่นี่บ่อยๆทำให้พนักงานของที่นี่จดจำเขาได้ และก็รับรู้ภูมิหลังของเขาอย่างละเอียดทำให้เขาได้รับการบริการเป็นอย่างดี
เรื่องนี้ทำให้จางหมิงได้แต่ครุ่นคิดเพราะความทรงจำของจางหมิงคนนี้ที่เขาได้รับมามันขาดๆหายๆชอบกล
เช้าของวันต่อมาหลังจากกินอาหารเช้าในพื้นที่แหวนมิติเรียบร้อยแล้วเขาก็เดินออกจากโรงแรมเพื่อไปที่ทำการไปรษณีย์
ในมือของเขามีกล่องพัสดุอยู่หนึ่งกล่องซึ่งของพวกนี้เป็นผู้พิทักษ์ของเขาที่มอบให้มานี่ก็คือสิ่งที่ให้เขาส่งไปให้ญาติที่อยู่ปักกิ่ง
“คนแซ่จางที่ปักกิ่งอย่างนั้นเหรอหรือจะเป็นสกุลจางที่ยิ่งใหญ่ในยุคปัจจุบันนะวันหลังถ้าได้กลับไปที่ยุคปัจจุบันคงต้องหาข้อมูลเสียหน่อยแล้ว”
เมื่อมาถึงที่ทำการไปรษณีย์เขาก็จัดการเรื่องพัสดุอยู่ครู่หนึ่งจ่ายเงินค่าส่งและลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็สอบถามเกี่ยวกับแสตมป์
ไม่นานเขาก็ได้แสตมป์ที่ต้องการมาหลายสิบชุดและก็จ่ายเงินไปไม่น้อยเลยแต่ไม่เป็นไรออกจากที่นี่เขาก็จะไปขายสินค้าที่ตลาดมืดเพื่อหาเงินอีก
และก็เป็นอยู่เช่นนี้สองวันที่จางหมิงไปขายสินค้าที่ตลาดมืดเวลานี้เขามีเงินอยู่ในมือมากถึงห้าพันหยวนและก็มีคูปองมากมายหลายชนิดอีกหลายสิบใบถ้ารวมกับเงินและคูปองที่จะได้จากพี่ใหญ่เฟิงอีกก็คงจะทำให้จางหมิงของยุคนี้อยู่ได้อย่างสุขสบายแล้ว
มองดูเวลาแล้วเห็นว่าแค่บ่ายสองโมงเท่านั้นเขาจึงได้เดินทางไปที่บ้านร้างที่เขาไปสำรวจเอาไว้เมื่อวาน
เขาใช้เส้นทางลับที่ผู้พิทักษ์เป็นคนชี้ทางให้เข้าไปในตัวบ้านหลังใหญ่จากนั้นก็ทำความสะอาดนิดหน่อยพอให้วางข้าวของมากมายได้สะดวก
จากนั้นก็เข้าไปพักผ่อนอยู่ในพื้นที่ของแหวนมิติขณะที่นั่งกินแอปเปิลแห่งปัญญานั้น เขาก็ถามผู้พิทักษ์ร่างสูงโปร่งขึ้นมา“เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้ว ฉันอยากจะช่วยคุณตาคนนั้นอีกจังเลยผู้พิทักษ์”
“โฮสต์สามารถแลกเปลี่ยนสินค้ากับเขาได้ในวันพรุ่งนี้ครับ”
“อ้าว!! ไม่ใช่ว่าคุณตาเดินทางกลับหมู่บ้านไปแล้วเหรอ”
“เขาให้ลูกชายไปแจ้งกับทางหมู่บ้านว่าต้องรักษาตัวต่ออีกสองวันครับพรุ่งนี้โฮสต์ลองไปที่ตลาดมืดอีกครั้งน่าจะเจอกันครับ”
“หืมแสดงว่าจะต้องมีของมีค่ามาแลกเปลี่ยนแน่ๆเลยใช่ไหม”
“เป็นเช่นนั้นครับ”
“ดีเลย!จะได้เอาเนื้อกับแอปเปิลให้คุณตาด้วย”
“ระวังคนของตลาดมืดด้วยนะครับพวกเขาเห็นแอปเปิลกับเนื้อที่คุณภาพดีแบบนี้อาจจะเชื่อมโยงมาถึงตัวตนของโฮสต์ได้นะครับ”
“ฉันจะระวังให้มาก อืม ไม่รู้ว่าคืนนี้พี่ใหญ่เฟิงจะเอาของมีค่ามามากหรือเปล่านะ”
“ของน่าจะมีสองหีบครับโฮสต์”
“ว้าว!! สองหีบเลยเหรอ แบบนี้ก็ดีสิเอาไปขายในยุคปัจจุบันคงได้ราคาไม่น้อยเลยนะ”
“ผมแนะนำว่าให้โฮสต์เก็บเอาไว้ก่อนดีกว่านะครับแค่ขายของที่คนบ้านจางมอบให้มาก็คงจะได้เงินเยอะแล้วล่ะครับ”
“ฮึ!ใครเขารังเกียจว่ามีเงินมากล่ะ ดูก่อนแล้วกันถ้าขายได้ก็จะขายไม่แน่นะบางทีฉันอาจจะเอาพวกมันไปขายที่ตลาดผีก็ได้จะได้ไปดูหินอุกกาบาตพวกนั้นด้วย”
“เป็นความคิดที่ดีครับโฮสต์”
จางหมิงปรายตามองร่างสูงโปร่งที่อ่อนจางข้างตัวแล้วก็เพียงยกยิ้มก่อนจะกัดกินแอปเปิลแห่งปัญญาต่ออย่างสบายใจ
รอจนกระทั่งใกล้สองทุ่มเขาก็ออกจากพื้นที่แหวนมิติจากนั้นก็นำเอาข้าวของมากมายตามรายการที่พี่ใหญ่เฟิงสั่งออกมาวางเรียงรายเอาไว้ในห้องโถงใหญ่ของบ้านร้างและก็ล้นออกมาที่ลานบ้านกว้างใหญ่ที่มีหญ้าแห้งเต็มไปหมดแต่ข้าวของที่วางเอาไว้นั้นส่วนใหญ่อยู่ในลังไม้จึงไม่ใช่ปัญหา
พอจัดการทุกอย่างเสร็จเขาก็นั่งรออยู่ในห้องโถงใหญ่ของบ้านร้าง
ไม่นานก็ได้ยินเสียงรถบรรทุกขนาดใหญ่หลายคันจอดอยู่จากที่ไกลซึ่งน่าจะห่างจากตัวบ้านไปราวๆหนึ่งกิโลเมตรแล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่กำลังเดินมุ่งหน้ามาที่บ้านร้างแห่งนี้
แผ่นหลังของจางหมิงหยัดตรงขึ้นเขาก้มสำรวจเสื้อผ้าของตัวเองจากนั้นก็ขยับผ้าคลุมหน้าให้เข้าที่แล้วก็เฝ้ารอการมาถึงของพี่ใหญ่เฟิง
เพียงไม่นานก็ได้ยินเสียงประตูบ้านถูกเปิดออกมืออาชีพไม่น้อยเลยเพราะมีคนสะเดาะกุญแจมาด้วยนั่นเอง
พี่ใหญ่เฟิงที่เดินเข้ามาในลานบ้านที่เต็มไปด้วยลังไม้มากมายวางกองอยู่อย่างเป็นระเบียบก็ยิ้มออกมา “ผู้สืบทอดคนใหม่นี่ ดูจะกว้างขวางกว่าคนก่อนเสียอีกนะนายว่าไหมเหล่าเกา”
“อืม ดูจากสภาพของสินค้าแล้วน่าจะเป็นของดีทั้งนั้น นายเอาของพวกนั้นมาแค่สองหีบเขาจะยอมแลกเปลี่ยนกับนายเหรอเหล่าเฟิง”
“สองหีบใหญ่เชียวนะอีกอย่างฉันก็เพิ่มเงินให้เขาแล้วเป็นห้าพันหยวน แล้วก็ยังมีคูปองอีกเยอะแยะเขาต้องพอใจอยู่แล้วล่ะ”
“ของพวกนั้นมันแลกอะไรได้ที่ไหนกันล่ะนายนี่นะถ้าคนเขาไม่พอใจขึ้นมา จะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ”
“วางใจเถอะน่า ถ้ากลัวมีปัญหานักล่ะก็เจรจากันแล้วนายก็รีบขนผลไม้ในส่วนที่ต้องไปส่งให้คนใหญ่คนโตไปก่อนเลย”พูดออกไปแล้ว สายตาของพี่ใหญ่เฟิงที่มองเหล่าเกาก็เต็มไปด้วยความรำคาญ ถ้าไม่ใช่ว่าเหล่าเกาคนนี้ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างเขาคงไม่เรียกใช้งานหรอก
“ได้ๆๆฉันจะรีบขนพวกมันออกไปเร็วๆก็แล้วกัน”
จางหมิงเมื่อได้ยินเสียงของพวกเขาใกล้เข้ามาเขาก็เดินออกไปที่ประตูห้องโถง “มากันแล้วสินะ”
“อืม สินค้าขนมาที่นี่หมดแล้วใช่ไหม”
“แน่นอนว่าขนมาหมดแล้วนอกจากในลานบ้านแล้วยังมีในห้องโถงด้วยนะ ให้ลูกน้องของนายไปตรวจสอบได้เลย”
“ไม่ต้องหรอกฉันเชื่อใจนายยกหีบพวกนั้นเข้ามา!” พี่ใหญ่เฟิงหันไปสั่งลูกน้องของเขาที่ยืนรอคำสั่งอยู่หน้าประตูบ้านร้าง
ลูกน้องสองคนของพี่ใหญ่เฟิงช่วยกันยกหีบสองใบเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แล้วพวกเขาก็เปิดออกให้จางหมิงได้ดูว่าข้างในมีอะไรบ้าง
จางหมิงเดินไปดูของมีค่าในหีบก็เห็นว่าเป็นเครื่องประดับทองหนึ่งหีบ เครื่องประดับหยกอีกหนึ่งหีบนี่นับว่าคุ้มเกินคุ้มแล้ว
“อืม สมน้ำสมเนื้อดีมาก”เขายิ้มออกมาน้อยๆ แต่คงไม่มีคนเห็นหรอกเพราะเขาใช้ผ้าคลุมหน้าเอาไว้แตกต่างจากกลุ่มของพี่ใหญ่เฟิงที่พวกเขาเปิดเผยหน้าตาอย่างไม่คิดจะปิดบังเลยสักนิด
“ฉันพอใจกับสินค้าของนายมากเงินที่แต่เดิมคุยกันไว้ว่าสามพันหยวน ฉันก็เลยเพิ่มให้นายเป็นห้าพันหยวนกับคูปองในถุงนี้นายน่าจะใช้ได้อีกนานเลยนะพวกมันเป็นคูปองที่ใช้ได้ทั้งประเทศและไม่หมดอายุในเร็วๆนี้แน่นอน”
จางหมิงยื่นมือออกไปรับเงินและถุงคูปองมาเขาเปิดดูก็เห็นคูปองมากมายอยู่ข้างใน “อืม คงพอให้ใช้ไปได้อีกหลายปีเลยล่ะ”ก่อนจะเดินทางอีกครั้งเขาคิดจะแบ่งเงินและคูปองให้กับคุณพ่อวัยเยาว์ของเขาด้วย
“หวังว่าจะได้ทำการค้ากับนายอีกเร็วๆนี้นะ”พี่ใหญ่เฟิงยื่นมือออกมา
จางหมิงก็ยื่นมือไปจับมือของพี่ใหญ่เฟิงเอาไว้“ฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกัน เอาล่ะ ยังมีเรื่องต้องจัดการอีกหลายเรื่องคงต้องขอตัวไปก่อน”
“อืม ไปเถอะ”
จางหมิงเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านร้างเขาเดินผ่านกองข้าวของมากมายที่ห้องโถงใหญ่เดินไปจนถึงห้องนอนที่อับชื้นจากนั้นก็หายเข้าไปอยู่ในแหวนมิติของตัวเอง
ลูกน้องของพี่ใหญ่เฟิงที่แอบตามตัวตุ่นที่ยิ่งใหญ่และนำพาความอุดมสมบูรณ์มาสู่ทุกคนวิ่งหน้าตื่นกลับมาหาลูกพี่ของเขา
“พี่ใหญ่เฟิง!! หายไปแล้วครับ!!”
“อะไรหายไปนายพูดให้มันเข้าใจกว่านี้หน่อยได้ไหมเจ้าเจ็ด”
“กะ ก็ตัวตุ่นน่ะสิครับเขาเดินผ่านห้องโถงไปที่ห้องนอนห้องแรก แล้วก็หายไปเลยผมนี่ขยี้ตาแล้วก็ยังไม่เห็นคนเลยนะครับ”
“หึหึ นี่แหละตัวตุ่นที่แท้จริง”
“พี่ใหญ่เฟิงไม่แปลกใจสักนิดเหรอครับนี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้วนะครับ”
“มีอะไรต้องแปลกใจด้วยล่ะฉันทำงานกับพวกเขามาหลายครั้งแล้ว ทุกครั้งก็จะเป็นแบบนี้แหละ เอาล่ะๆรีบขนสินค้าไปที่รถบรรทุกเร็ว เดี๋ยวพ่อของพวกนายก็ดมกลิ่นมาจนเจอหรอกถึงตอนนั้นฉันก็ช่วยอะไรพวกนายไม่ได้แล้วนะ”
“เข้าใจแล้วพี่ใหญ่เฟิงผมจะรีบขนสินค้าไปเดี๋ยวนี้แหละ”
จางหมิงนั่งเล่นอยู่ในแหวนมิติของเขานานเกือบชั่วโมงพอกลุ่มของพี่ใหญ่เฟิงจากไปจนหมดแล้ว เขาจึงได้ออกมาอีกครั้ง
“นายจะบอกว่าบ้านร้างหลังนี้ มีห้องใต้ดินอย่างนั้นเหรอผู้พิทักษ์”
“ใช่ครับโฮสต์ทางลงไปที่ห้องใต้ดินอยู่ที่ลานหน้าบ้านครับ”
“อย่าบอกนะว่าเป็นช่องระบายน้ำตรงกลางลานน่ะ”
“ใช่ครับนอกจากเป็นช่องระบายน้ำออกไปแล้วเจ้าของบ้านในยุคโบราณยังได้ขุดเส้นทางอีกสายเพื่อสร้างห้องใต้ดินเอาไว้ด้วยครับ”
จางหมิงเดินไปที่ลานบ้านอีกครั้งเขาเดินไปที่ช่องตรงกลางที่ทำเอาไว้สำหรับระบายน้ำออกจากตัวบ้าน ที่สร้างขึ้นมาทั้งสี่ด้านเขามองขึ้นไปจากจุดนี้ก็เหมือนกับมองขึ้นไปยังปากปล่องถ้ำ “คนโบราณนี่ฉลาดจริงๆนะแล้วฉันต้องทำยังไงถึงจะลงไปที่ห้องใต้ดินได้”
“โฮสต์ดึงห่วงเหล็กฝั่งขวาขึ้นมาก่อนครับ”
จางหมิงรีบเดินไปดึงห่วงเหล็กขนาดเล็กทางฝั่งขวาแล้วเขาก็ได้ยินเสียงครืดคราดแผ่วเบาดังมาจากข้างล่างแต่พื้นผิวข้างบนยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น “แล้วต้องทำยังไงต่อ”
“ไปดึงห่วงฝั่งทางซ้ายขึ้นมาครับแล้วประตูจะเปิดออก”
“ถ้าฉันดึงห่วงทางซ้ายก่อนจะเกิดอะไรขึ้น”จางหมิงถามพลางก็ดึงห่วงทางฝั่งซ้ายขึ้นมาเรื่องนี้น่าแปลกอยู่เล็กน้อยเพราะห่วงเหล็กพวกนี้ดูจากสภาพแล้วไม่น่าจะดึงขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่ทุกอย่างมันกลับดูง่ายไปหมดเมื่อเขาจัดการ
“คุณจะตกลงไปในบ่อลึกข้างล่าง ที่มีสัตว์ดุร้ายทันทีครับโฮสต์”
“จระเข้อย่างนั้นเหรอ”นอกจากจระเข้เขาก็คิดชื่อสัตว์อย่างอื่นไม่ออกแล้ว
“ไม่ใช่จระเข้หรอกครับโฮสต์แต่มันเป็นปลากินคนต่างหากล่ะครับ”
จางหมิงอึ้งไปทันทีแต่ไม่นานเมื่อประตูทางลงไปยังห้องใต้ดินปรากฏเขาก็ทำเป็นลืมเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่ทันที
“ข้างล่างมีกับดักหรือเปล่า”
“ไม่มีหรอกครับเพราะห้องใต้ดินมันไม่ได้ลึกมากเดินลงไปห้าเมตรก็ถึงแล้วครับ”
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นฉันจะรีบเดินจะได้ถึงห้องใต้ดินเร็วๆ”
“ครับโฮสต์”
ไม่นานจางหมิงก็มาถึงห้องใต้ดินของบ้านร้างแล้วเขาก็ถึงกับผงะแทบล้มทั้งยืน “ผะ ผู้พิทักษ์ทำไมนายไม่บอกว่ามีร่างของคนตายในนี้ด้วย กะ กลับตอนนี้ยังทันไหม”
“เขาก็คือคนที่ติดต่อผมให้พาโฮสต์ลงมาที่นี่ครับคงกลับไม่ทันแล้วครับโฮสต์”
จางหมิงที่คิดว่าการมาที่ห้องใต้ดินเขาจะต้องพบกับสมบัติมากมายแต่กลับต้องมาพบกับศพที่กลายเป็นโครงกระดูกไปแล้วก็ทำให้เขาแทบจะล้มทั้งยืน
“ละ แล้วเขาต้องการอะไรทำไมถึงให้นายพาฉันมาที่นี่”
“เขาต้องการให้โฮสต์ช่วยนำโครงกระดูกของเขาขึ้นไปฝังที่โคนต้นอู่ถงที่อยู่หน้าบ้านครับโฮสต์”
“ให้ฉันนี่นะไม่คิดว่าฉันจะกลัวเขาเหรอไง มะ ไม่ได้หรอก น่ากลัวจะตายฉันจะเข้าไปอยู่ในแหวนมิติแล้ว”
“สิบหีบครับโฮสต์”ผู้พิทักษ์ร่างสูงเอ่ยออกมาก่อนที่โฮสต์ของเขาจะหายเข้าไปในแหวนมิติ
“อะไรสิบหีบ”
“สมบัติน่ะสิครับเขาบอกว่ามันซ่อนอยู่ในช่องใต้ร่างของเขา มีสมบัติล้ำค่าที่เขาเก็บเอาไว้ทั้งหมดสิบหีบถ้าโฮสต์อยากได้ก็ต้องนำร่างของเขาขึ้นไปฝังข้างบนครับ”
จางหมิงหูผึ่งขึ้นมาทันทีสมบัติสิบหีบเชียวนะ ไม่รวยตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหนล่ะชายหนุ่มปลุกความกล้าอยู่อึดใจใหญ่ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆไปหลายที
“ได้ ฝังก็ฝัง!!”
มุมปากของผู้พิทักษ์ยกยิ้มน้อยๆโฮสต์ของเขานี่ชอบสมบัติจริงๆนะถ้าเขาบอกว่าหลังจากที่เอาแอปเปิลแห่งปัญญาเข้าโรงประมูลแล้วได้ผลึกพลังงานและหยดน้ำทิพย์กลับมาจำนวนมหาศาลล่ะก็ เขาจะทำหน้ายังไงกันนะชักจะอยากเห็นเสียแล้วสิ
จางหมิงนำร่างที่เหลือแต่โครงกระดูกขึ้นไปฝังที่โคนต้นอู่ถงพร้อมกับทำพิธีเล็กน้อยเสร็จแล้วเขาก็ลงมาที่ห้องใต้ดินอีกครั้ง
“มีอะไรนะอยู่ข้างในหีบพวกนี้”พูดพลางเขาก็ยกหีบขึ้นมาจากโพรงดินข้างล่าง
พอยกขึ้นมาจนครบทั้งสิบหีบแล้วเขาก็จ้องพวกมันไม่วางตา “น่าแปลกหีบเก็บสมบัติพวกนี้ ไม่เห็นจะมีกุญแจล็อกเอาไว้เลย”
“โฮสต์ลองเปิดดูสิครับ”
“อืม จะเปิดเดี๋ยวนี้แหละ”ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือออกไปเปิดหีบใบแรก และทันทีที่เปิดออกเขาก็ต้องเบ้หน้าในทันที“อะไรกันมีแต่สิ่วเต็มหีบเลย”
“เปิดหีบต่อไปสิครับโฮสต์”
จางหมิงรีบเปิดหีบที่เหลืออย่างรวดเร็วแล้วก็ต้องนั่งเซ็งอยู่กับพื้นตรงนั้น“นี่มันเต็มไปด้วยหินหน้าตาแปลกๆแล้วก็เครื่องมือแกะสลักนี่ของพวกนี้มีเต็มช่องเก็บของของฉันแล้วนะ”
“ที่เขาบอกว่าของพวกนี้เป็นสมบัติล้ำค่านั่นก็เพราะว่าพวกเขาสืบทอดงานช่างแกะสลักมาหลายชั่วอายุคนแล้วครับโฮสต์ด้วยอาชีพนี้จึงทำให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีไม่อดอยากเหมือนคนอื่น”
จางหมิงได้ฟังแบบนี้แล้วเขายังจะพูดอะไรได้อีกล่ะ “เฮ้อ!เขาอยากจะให้ฉันก็จะเก็บเอาไว้ก็แล้วกัน แต่นายลองตรวจสอบอีกสักหน่อยได้ไหม เผื่อจะเจอที่ซ่อนสมบัติบ้าง”
“สมบัติพวกนั้นถูกคนขโมยไปหมดแล้วล่ะครับโฮสต์”
“ก็ได้ ก็ได้ ถือเสียว่าทำความดีสะสมบุญก็แล้วกัน”
นัยน์ตาของผู้ทักษ์เปล่งประกายเจิดจ้าเขามองแสงบุญที่กลายเป็นแต้มคะแนนตามภารกิจถูกบันทึกลงไปในสมุดภารกิจเล่มเล็กแล้วก็เริ่มมีความหวังเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าเป้าหมายของภารกิจทั้งหมดนั้นมีเพื่อสิ่งใด