"ดูนี่ดิคีท! มิยาบิของเมลโคตรน่ารักเลย!"
ผมร้องเสียงใสพลางชูหน้าจอสมาร์ตโฟนที่เปิดรูปภาพของดารา AV สาวชาวญี่ปุ่นคนโปรดขึ้นตรงหน้าเพื่อนสนิทที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม ขนาดของเตียงกว้างขวางพอที่จะรองรับผู้ชายร่างใหญ่สองคนได้สบายๆ แต่ในเวลานี้ ผมกลับจงใจเบียดกระแซะร่างกายกึ่งนอนเกยอยู่บนตักและหน้าขาแกร่งของมันอย่างเคยชิน
แผ่นหลังของผมเอนราบไปกับท่อนขาหนาแน่นตึง ส่วนสะโพกกลมกลึงก็ทับอยู่บนจุดกึ่งกลางของหน้าขาคีทพอดี ผมไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิด เพราะเราสนิทกันมาั้แ่ยังจำความได้ พ่อแม่ของเราสองคนเป็เพื่อนรักกันที่ร่วมทำธุรกิจและไปมาหาสู่กันจนเหมือนเป็ครอบครัวเดียวกัน ั้แ่เด็กจนโต ผมกับคีทตัวติดกันตลอดเวลา เรียนที่เดียวกัน เล่นด้วยกัน นอนด้วยกันจนแทบจะไม่มีความลับต่อกัน
และตอนนี้... แม้กระทั่งย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง พ่อแม่ก็ยังใจดีร่วมกันซื้อคอนโดหรูย่านใจกลางเมืองใกล้กับมหาวิทยาลัยให้เราสองคนแชร์อยู่ร่วมกัน แม้ตัวห้องจะมีถึงสองห้องนอนตามแปลน แต่ลงท้ายแล้ว คีทก็มักจะมีสารพัดข้ออ้างมานอนห้องเดียวกับผมเสมอ ไม่ว่าจะแอร์เสีย ร้อนเกินไป หนาวเกินไป กลัวผี หรือแค่อยากชวนเล่นเกมจนดึกดื่น จนเตียงนอนขนาดคิงไซส์หลังนี้แทบจะกลายเป็ที่นอนหลักของเราทั้งสองคนไปโดยปริยาย
"ดูดิคีท ดูตาเธอดิ โคตรเซ็กซี่เลย วิดีโอผลงานชิ้นใหม่ที่เพิ่งปล่อยทีเซอร์ออกมาเมลดูซ้ำไปเกือบสิบรอบแล้วนะเนี่ย!" ผมโวยวายด้วยท่าทางตื่นเต้นตากลมโตเปล่งประกายระยิบระยับ แขนทั้งสองข้างชูมือถือค้างไว้เพื่อให้เพื่อนสนิทมองเห็นภาพดาราสาวชัดๆ
คีทไม่ได้เอ่ยปากตอบอะไรทันที ดวงตาคมเข้มดุจเหยี่ยวของหนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมันเบนสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ลงมามองหน้าผมแทน ใบหน้าคมคายไร้ที่ติของมันนิ่งสนิท ลมหายใจที่เป่ารดลงมาบนแก้มของผมดูร้อนผ่าวแปลกๆ
ผมไม่ได้เอะใจเลยว่า ท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนทับตักของผมในตอนนี้มันอันตรายแค่ไหน ผมสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวเนื้อบางกับกางเกงผ้าแพรขาสั้นกุดสีฟ้าอ่อนที่พลิ้วไหวตามแรงขยับตัว ยามที่ผมขยับตัวไปมาเพื่อจัดท่าทางให้ถนัด สะโพกของผมเบียดเน้นลงบนท่อนขาหนาหนักของมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ ััผ่านเนื้อผ้าแพรบางเบาทำให้ผมรู้สึกถึงลอนกล้ามเนื้อเนื้อแน่นและอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ของคนใต้ร่าง
"คีท... คีทฟังเมลอยู่หรือเปล่าเนี่ย" ผมเอี้ยวตัวหันไปมองมันพลางย่นจมูกใส่เบาๆ มือเรียวเล็กเอื้อมไปเกาะเข้าที่หัวไหล่หนากำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามแข็งแรงของหนุ่มลูกครึ่งเยอรมันที่มีส่วนสูงถึง 187 เิเ แตกต่างจากตัวผมที่เป็ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แต่กลับได้ส่วนสูงมาเพียง 168 เิเ รูปร่างของผมเมื่อเปรียบเทียบกับคีทแล้วจึงดูเล็กบอบบางไปถนัดตา
"ฟังอยู่... เมลชอบผู้หญิงคนนี้มากขนาดนั้นเลยเหรอ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำของคีทเอ่ยขึ้นช้าๆ กระแสเสียงของมันมีความแหบพร่าและกดต่ำลงจนผมรู้สึกแปลกใจ
"ชอบดิ! คนนี้คือนางเอกในดวงใจของเมลเลยนะ แล้วนี่คีทรู้หรือเปล่าว่าเดือนหน้าเธอจะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อจัดงานจับมือแบบ VIP ด้วย! แต่ปัญหาคือบัตร VIP มันจำกัดจำนวนแค่ไม่กี่สิบใบเอง เมลกลัวว่าจะกดบัตรไม่ทัน..." ผมทำหน้ามุ่ยบ่นพึมงำ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็สายตาอ้อนวอนช้อนขึ้นสบดวงตาคมกริบของมัน "คีทช่วยเมลกดตั๋ว VIP หน่อยดิ นะๆๆ คีทกดบัตรคอนเสิร์ตเก่งจะตาย แย่งตั๋วอะไรก็ชนะตลอดเลย ครั้งนี้คีทต้องช่วยเมลนะ ถ้าไม่ได้ไปเมลต้องขาดใจตายแน่ๆ เลยคีทนะ..."
ผมไม่ได้พูดเปล่า แต่กลับขยับตัวไถลตัวขึ้นไป้าเพื่อออดอ้อนมันเต็มที่ ส่งผลให้แผ่นหลังและสะโพกของผมขยับเบียดเสียดสีเข้ากับหน้าตักและส่วนกลางกายภายใต้กางเกงขาสั้นของคีทอย่างหนักหน่วงขึ้น ผมได้ยินเสียงคีทสูดลมหายใจเข้าลึกอย่างแรง กรามแกร่งของมันขบเข้าหากันจนนูนเป็สันนูน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองผมเขม็งดุจสัตว์ป่าที่กำลังสะกดกลั้นสัญชาตญาณดิบของตัวเอง
---
ความเงียบงันเริ่มแผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งห้องนอนอันกว้างขวาง แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟหัวเตียงตกกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาดุดันของคีท ทำให้แววตาของมันยามนี้ดูมืดมิดและยากแท้จะหยั่งถึง บรรยากาศรอบตัวเริ่มเย็นเยียบและอึดอัดขึ้นมาอย่างกะทันหันจนผมที่กำลังร่าเริงอยู่รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
"คีท... เป็อะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าดุจัง" ผมถามเบาๆ พลางลดมือถือลง แววตาคมกริบที่จ้องตรงมายังผมนั้นทำให้รู้สึกวูบวาบในอกอย่างบอกไม่ถูก มันเป็สายตาที่ลึกซึ้ง ดุดัน และแฝงไปด้วยกระแสพลังงานบางอย่างที่ตึงเครียดจนน่าขนลุก
ทว่าก่อนที่ผมจะได้ขยับตัวถอยหนี มือหนาอุ่นร้อนของคีทก็เลื่อนมาโอบรอบเอวบางของผมไว้แน่น ฝ่ามือขนาดใหญ่ของมันที่เต็มไปด้วยความแข็งแกร่งรัดรอบเอวคอดกิ่วของผมราวกับคีมเหล็ก ก่อนจะดึงรั้งกระชากร่างของผมให้ขยับเข้าไปแนบชิดกับตัวของมันมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ! คีท... ทำอะไรเนี่ย ปล่อยเมลก่อน มันแน่นไปแล้วนะ" ผมร้องประท้วงเบาๆ เมื่อแผ่นหลังแบนราบแนบสนิทไปกับอกแกร่งกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจหนักๆ ของมัน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงมาที่ซอกคอและกกหูของผมชวนให้สยิวใจกิ่ว
สิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเกร็งยิ่งกว่าเดิมคืออุณหภูมิร่างกายของคีท มันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับจะแผดเผา เนื้อตัวของคีทร้อนราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน รังสีความอุ่นร้อนแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าชุดนอนผ้าแพรบางๆ ััถึงความตึงแน่นของแผ่นอกและท่อนขากำยำที่หนีบกักร่างกายของผมเอาไว้ไม่ยอมให้ขยับเขยื้อนหนีไปไหนได้
คีทไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่มันกลับก้มใบหน้าคมคายลงมาจนชิด แววตาคมดุนั้นจับจ้องใบหน้าของผมเขม็ง กลิ่นน้ำหอมบุรุษผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวที่ผมคุ้นเคยลอยมาเตะจมูก ทว่าในยามนี้มันกลับดูมีอำนาจและคุกคามความเป็ส่วนตัวของผมอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
"เวลาอยู่กับคีท เมลห้ามพูดถึงคนอื่นนะ"
คำพูดน้ำเสียงต่ำลึกแกมบังคับเอ่ยขึ้นข้างหูผม เสียงนั้นเข้มและเผด็จการจนผมหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกสับสนแล่นพล่านเข้ามาในสมอง คีทไม่เคยพูดด้วยน้ำเสียงควบคุมและดูเป็เ้าของขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต แขนแกร่งที่กอดรัดเอวผมเริ่มกระชับแน่นขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะบดบังร่างกายของผมให้จมหายเข้าไปในอกของมัน
ผมรู้สึกเกร็งปนเสียวซ่านที่ผิวแก้มและซอกคออย่างห้ามไม่ได้ ความอึดอัดประหลาดก่อตัวขึ้นเงียบๆ แต่ด้วยความสนิทสนมและมองคีทเป็เพื่อนรักที่คอยดูแลกันมาตลอดสิบกว่าปี ผมจึงพยายามปัดความรู้สึกแปลกๆ นั้นทิ้งไป และคิดว่าคีทคงแค่แกล้งหวงเพื่อนตามประสาคนติดเพื่อนที่กลัวว่าจะโดนแย่งความสำคัญไป
"อะไรของคีทเนี่ย บ้าหรือเปล่า หวงแม้กระทั่งดาราเอวีเหรอ? ปล่อยเลยนะ คีทบ้าไปแล้ว!" ผมโวยวายบ่นงึมงำ แก้เขินด้วยการกำกำปั้นเล็กๆ ทุบเบาๆ ลงบนไหล่หนาแกร่งทว่ามันกลับนิ่งสนิทเหมือนทุบก้อนหิน
ความเหนื่อยล้าจากการเรียนและการทำกิจกรรมตลอดทั้งวันเริ่มถาโถมเข้ามา ดวงตาของผมเริ่มตึงหนักขึ้นมาดื้อๆ ความง่วงนอนเข้าครอบงำ ััอุ่นหนาจากอ้อมกอดและอกกว้างแสนมั่นคงของคีทที่แม้จะกอดรัดแ่าไปนิด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็ที่นอนที่สบายและปลอดภัยที่สุด
ผมดิ้นรนประท้วงอีกสองสามครั้งเบาๆ พอเป็พิธี เมื่อเห็นว่าไม่สามารถงัดข้อกับแรงช้างสารของเพื่อนสนิทได้ ผมจึงเลิกต่อต้านและปล่อยตัวให้จมลงในอ้อมกอดอุ่นของมัน ซุกซ่อนใบหน้าขาวใสลงกับแผ่นอกกว้างที่ปูไปด้วยมัดกล้ามหนาแน่น ส่งเสียงพึมพำงึมงำในลำคอด้วยความเพลียก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาลงและจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว
---
เสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของร่างเล็กในอ้อมแขนบอกให้คีทรู้ว่าเมลได้หลับสนิทไปแล้ว
คีทก้มลงมองใบหน้าขาวใสของไอ้เด็กดื้อที่ตอนนี้ซบหน้าหลับสนิทอยู่บนอกของคีทอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แขนของคีทยังคงโอบรัดรอบเอวบางของเมลเอาไว้หลวมๆ เพื่อไม่ให้เมลรู้สึกอึดอัดเกินไปยามหลับ ทว่าแววตาที่คีทใช้มองเมลในเวลานี้ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลย... มันมีเพียงความเสน่หา คลั่งรัก และความกระหายอยากที่คีทซ่อนไว้ในเงามืดมาโดยตลอดสิบกว่าปี
คีทขยับปลายนิ้วมือสอดแทรกเข้าไปในกลุ่มผมนุ่มละเอียดของเมล ลูบไล้เส้นผมเส้นเล็กๆ อย่างแ่เบาทะนุถนอม ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วไล้ผ่านผิวแก้มขาวเนียนละเอียดละมุนมือ ผิวพรรณของเมลนุ่มนิ่มราวกับฟองนม ยามที่ปลายนิ้วของคีทััผิวแก้มแดงระเรื่อธรรมชาติของเมล หัวใจของคีทก็กระตุกและเต้นรัวด้วยความคลั่งไคล้
เมลคิดจริงๆ เหรอ... ว่าการที่เมลมานอนเกยตักคีท บิดสะโพกเบียดส่วนแกร่งใต้กางเกงขาสั้นของคีท แล้วยังกล้าโชว์รูปผู้หญิงคนอื่นอ้อนให้คีทกดตั๋ว VIP ให้แบบนี้ แล้วคีทจะยอมทนเป็ 'เพื่อนสนิท' แสนดีของเมลไปตลอดชีวิตน่ะ?
เมลน่ะใสซื่อเกินไป... ใสซื่อจนไม่รู้เลยว่าคอนโดหรูแห่งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญที่พ่อแม่ซื้อให้เป็ของขวัญเข้าเรียนมหาวิทยาลัย แต่เป็ข้อตกลงที่คีทและพ่อแม่ของพวกเราตกลงกันไว้ล่วงหน้า พ่อแม่ของเมลรักคีทเหมือนลูกชาย และพ่อแม่ของคีทก็รักเมลอยากได้เมลมาเป็สะใภ้จนใจจะขาด ทุกคนร่วมมือกันจัดฉาก ซื้อคอนโดนี้เพื่อให้คีทได้เก็บเมลเอาไว้ในรังนอนของคีทอย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้เมลมีเพียงคีทคอยดูแลและตัดขาดเมลจากคนอื่นทีละนิด
และตั๋ว VIP งานจับมือของยัยดาราเอวีนั่นก็เหมือนกัน... มันไม่ใช่โชคชะตาหรือความโชคดีหรอกเมล แต่มันคือเหยื่อล่อชั้นดีที่คีทตั้งใจวางแผนเอาไว้เพื่อเมลโดยเฉพาะ
คีทรู้ดีว่าเมลบ้าคลั่งดาราคนนี้มากขนาดไหน และนั่นคือโอกาสทองที่คีทรอคอยมานาน
ตั๋ว VIP ใบนั้นจะถูกส่งไปถึงมือเมลในวันพรุ่งนี้เช้าเพื่อส่งเมลไปสู่งานจับมือ... ทว่าสิ่งที่เมลจะได้รับกลับมาหลังจากการจับมือครั้งนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ความทรงจำดีๆ แต่มันคือ 'ไวรัสสายพันธุ์พิเศษ' ที่คีทสั่งให้คนของคีทจัดเตรียมและแพร่เชื้อใส่ตัวเมลผ่านการััในงานนั้นโดยตรง
มันเป็ไวรัสกลายพันธุ์ชนิดพิเศษที่จะเข้าไปปรับเปลี่ยนระบบและโครงสร้างร่างกายภายในของเมลอย่างเงียบเชียบ ร่างกายภายนอกของเมลจะยังคงเป็ผู้ชายตัวเล็กผิวขาวเนียนน่ารักเหมือนเดิม แต่ลึกลงไปบริเวณช่องว่างใต้ถุงอัณฑะ ไวรัสตัวนั้นจะกระตุ้นให้เกิดเนื้อเยื่อใหม่ พัฒนาเป็ช่องทางรักเพศหญิงที่อุ่นร้อนและตอดรัดแ่าขึ้นมาควบคู่กับอวัยวะเดิมของเมล
เมื่อไวรัสเริ่มออกฤทธิ์ ร่างกายของเมลจะร้อนรุ่มไปด้วยพิษไข้ ผิวพรรณจะไวต่อัั อ่อนไหวจนแทบะเิ และจะเรียกร้องััจากคีทเพื่อปลดปล่อยความทรมานและความเสียวซ่านรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เมลจะมีสารหล่อลื่นเปียกชื้นไหลซึมออกมาจากช่องทางรักใหม่ตลอดยามที่เกิดอารมณ์ และคีทจะเป็เพียงคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เมลต้องอ้อนวอนขอร้องให้คีทช่วย 'เสียบรู' และ 'กระแทกกระทุ้ง' เพื่อดับไฟสวาทในตัวเมล
คีทวางแผนปิดช่องทางหนีของเมลไว้ทุกทางแล้ว ใน่ปิดเทอมนี้ที่คอนโดเราจะมีแค่เราสองคน คีทจะทำหน้าที่เป็ยอดเพื่อนสนิทแสนดี คอยป้อนน้ำป้อนยาพยาบาลไข้ ปรนเปรอความเสียวซ่านบำบัดร่างกายที่แสนจะอ่อนไหวของเมลด้วยตัวตนของคีท รวบหัวรวบหางเมลจนเมลตกเป็ของคีทอย่างสมบูรณ์แบบ จากนั้นคีทจะโทรรายงานพ่อแม่ของพวกเราทันทีเพื่อจัดพิธีหมั้นหมายอย่างเป็ทางการโดยที่เมลไม่มีวันปฏิเสธคีทได้เลย
คีทถอนหายใจยาวพลางก้มลงมองริมฝีปากบางนุ่มสีชมพูพีชของร่างเล็กที่เผยอน้อยๆ ยามหลับสนิท ปลายนิ้วโป้งหยาบโลนของคีทเลื่อนลงมาลูบไล้ริมฝีปากล่างของเมลอย่างห้ามใจยาก ััความชุ่มชื้นและนุ่มหยุ่นสั่นไหวหัวใจของคีทจนแทบคลั่ง อยากจะกดจูบลงไปรุนแรงจนปากนุ่มนี้แตกยับเยิน ทว่าคีทต้องสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้ก่อน
คีทหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาด้วยมืออีกข้าง กดเปิดแอปพลิเคชันส่งข้อความลับ และพิมพ์สั่งการส่งหาลูกน้องคนสนิทอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด:
[ส่งบัตร VIP ไปให้เมลวินพรุ่งนี้เช้า... และเตรียม 'ไวรัสตัวนั้น' ให้พร้อมจับมือ]
เมื่อส่งข้อความเสร็จ คีทเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิมพลางโน้มใบหน้าลงไปจนจมูกของคีทคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนและซอกคอหอมกรุ่นของร่างเล็ก ลมหายใจแหบพร่าเป่ารดข้างใบหูนิ่มของเมลที่กำลังนอนฝันหวานอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง
"เมลกำลังจะได้ของขวัญชิ้นใหญ่... เตรียมตัวเป็ของคีทตลอดไปได้เลยครับ"
คีทกระซิบแ่เบาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าทว่าเต็มไปด้วยความคาดหวังลึกซึ้ง แขนแกร่งรัดกอดร่างกายของเมลแนบชิดอกแกร่ง ราวกับเป็การตอกย้ำว่าต่อจากนี้ไป... ชะตาชีวิตและร่างกายของเมลวิน จะต้องเป็ของคีทคนนี้เพียงคนเดียวชั่วนิรันดร์