ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 พ่อสามีในอนาคตกลับมาแล้ว

            ชาวบ้านคนอื่นๆ คิดว่าสิ่งที่เขาพูดก็ดูมีเหตุผล จึงรับปากกันโดยมีคนอื่นๆ เป็นพยานว่า จูจินหลงล้มเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา

            หลังจากตกลงกันได้แล้ว พวกเขาก็ช่วยกันพยุงจูจินหลงกลับไปส่งที่บ้านตระกูลจู

            ฟางเสียนจือมองดูพวกชาวบ้านที่ช่วยกันพยุงจูจินหลงออกไป เขาโยนก้อนหินในมือพร้อมกับหัวเราะเยาะก่อนจะหันหลังเดินจากไป

            คนเลวทรามอย่างจูจินหลง เขาไม่คิดจะลงมือทำร้ายด้วยซ้ำ เพราะมันจะทำมือสกปรกเกินไป

            วันนี้จูจินหลงพูดจาไร้ยางอายเช่นนั้นออกมา ก็ควรจะคิดถึงผลที่จะตามมาไว้บ้าง

            วันนี้แค่ปล่อยให้จูจินหลงแขนขาหักยังถือว่าเบาแล้ว หากในอนาคตจูจินหลงยังกล้าคิดร้ายกับจิ่งเยี่ยนกุยอีก เขาก็ไม่รังเกียจหากจะทำให้ไอ้นี่หมดสิ้นวงศ์ตระกูล

            เมื่อบ้านตระกูลจิ่งเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว มีคนพูดจาเสียดสีเกี่ยวกับเรื่องที่อาหญิงเล็กจิ่งหย่ากับสามีต่างๆ นานา แต่หยางหว่านซิ่วได้จัดงานเลี้ยงเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง ในตอนที่อาหญิงเล็กจิ่งหย่ากับสามี ชาวบ้านจึงไม่กล้าแขวะต่อหน้าคนในบ้านตระกูลจิ่ง

            เมื่อฟางชิงสือพ่อของฟางเสียนจือกลับมาถึงหมู่บ้าน ก็มีคนรู้จักเข้ามาแสดงความยินดีกับเขาตลอดทาง เขารู้สึกงงงวยไปหมด คิดเพียงว่าชาวบ้านคงเห็นว่าที่เขาไปประชุมที่เมืองหลวงเป็นเรื่องน่ายินดี ดังนั้นเมื่อมีคนเข้ามาแสดงความยินดีอีกครั้ง เขาก็ยิ้มตอบรับไป

            เมื่อฟางชิงสือเดินมาถึงหัวมุมหมู่บ้าน ก็บังเอิญเจอกับจิ่งเยี่ยนกุยที่กำลังกลับมาจากการเก็บสมุนไพร ทั้งสองเกือบชนกัน จึงต่างก็ถอยหลังไปคนละก้าวโดยสัญชาตญาณ

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าฟางชิงสือจะกลับมาในสองสามวันนี้ แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันแบบนี้

            เมื่อคิดตามหลักแล้ว เขาคือพ่อสามีในอนาคตของเธอ แต่เขาคงยังไม่รู้เรื่องการหมั้นหมายของเธอกับฟางเสียนจือ เมื่อเจอกันแบบนี้ เธอก็ควรทักทายตามมารยาท จึงกล่าวว่า “สวัสดีค่ะ คุณลุงฟาง!”

            “สวัสดี” ฟางชิงสือพยักหน้าเล็กน้อย เด็กสาวตรงหน้ามีรูปร่างหน้าตาดี น้ำเสียงก็ไพเราะ ถึงแม้เขาจะเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียน แต่ก็ไม่ได้เป็นคนเจ้าระเบียบ เมื่อเห็นว่าเธอเรียบร้อยน่ารัก กลับนึกไม่ออกว่าเธอเป็นลูกสาวของใครภายในเวลาอันสั้น

            หลังจากทักทายกันแล้ว ทั้งสองที่ไม่คุ้นเคยกันก็ไม่รู้จะพูดอะไร จึงต่างเดินผ่านกันไป

            ฟางชิงสือรู้สึกว่าเด็กสาวคนนี้รูปร่างหน้าตาดี แววตาก็ใสกระจ่าง และยังไม่มีท่าทางโอ้อวดจองหองเหมือนเด็กสาวในชนบททั่วๆ ไป แลดูสง่างามมาก ด้วยรูปร่างหน้าตาและท่าทางเช่นนี้ ช่างเหมาะสมกับลูกชายของเขาเหลือเกิน

            เขาตัดสินใจว่าวันหลังจะลองคุยกับเจ้าลูกชายจอมหยิ่งยโสของเขาดู เผื่อทั้งสองคนจะเข้ากัน และหากเข้ากันได้จริงๆ เด็กสาวคนนี้ก็เหมาะที่จะเป็นลูกสะใภ้ของเขา

            ฟางชิงสือไปประชุมและไปบ้านตระกูลฟางที่เมืองหลวง รวมแล้วเป็นเวลาเดือนกว่าๆ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รู้สึกมีความสุข เมื่อเดินผ่านทุ่งนาขั้นบันได เขาก็เห็นเจียงอี่โหลวกำลังใช้กรรไกรตัดขั้วพริกอยู่ในลานบ้าน เพื่อเตรียมทำผักดองสำหรับฤดูหนาว

            เจียงอี่โหลวก็เห็นเขาเช่นกัน จึงวางพริกในมือลงแล้วล้างมือ ก่อนจะรับกระเป๋าของเขามา พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงตำหนิว่า “ในที่สุดก็กลับมาซะที นึกว่าคุณจะไปฉลองปีใหม่ที่เมืองหลวงเสียแล้ว!”

            ฟางชิงสือรู้สึกอบอุ่นใจ เมื่อรู้ว่าเธอเพียงพูดประชดไปตามประสาคนอยู่ห่างกันนาน แต่ต้องรู้สึกดีใจเมื่อเห็นหน้าเขาแน่

            เขายิ้มแล้วตอบว่า “ถึงแม้ว่าผมจะเติบโตในเมืองหลวง แต่ที่ไหนที่มีภรรยาและลูก ที่นั่นก็คือบ้านของผม เมื่อปีนั้นผมเลือกที่จะมาตั้งรกรากที่นี่กับคุณ นั่นหมายความว่าผมแยกออกมาแล้ว การกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ก็เป็นเพียงการทำหน้าที่ของลูกที่ดี ผมจะไปอยู่ที่นั่นตลอดได้ยังไง”

            กว่าเขาและเจียงอี่โหลวจะได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเคยลำบากด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ จึงผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง

            เมื่อได้ฟังเขาพูดเช่นนั้น เจียงอี่โหลวก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย แต่ก็อดที่จะบ่นไม่ได้ว่า “รู้ก็ดีค่ะ ฉันไม่เคยคิดที่จะไปพึ่งพาบุญเก่าของพ่อแม่สามี วันๆ พวกเขาเอาแต่ใช้ชีวิตหรูหรา คนบ้านนอกอย่างฉันคงไม่มีวันเสพสุขได้หรอก สำหรับฉัน การที่เราสามคนพ่อแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน แค่ชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีความสุขก็พอแล้ว ไม่ได้อยากได้อะไรที่มันฟุ่มเฟือย”

            บรรพบุรุษของตระกูลฟางอยู่ที่เมืองหลวง พ่อแม่ของฟางชิงสือยังมีชีวิตอยู่ เบื้องบนมีพี่ชาย เบื้องล่างก็มีน้องชายและน้องสาว เป็นตระกูลใหญ่โตและมีฐานะร่ำรวยมาก ขนาดว่าในเมืองหลวงก็ยังถือว่าโดดเด่น

            เจียงอี่โหลวเคยไปบ้านตระกูลฟางที่เมืองหลวงกับฟางชิงสือครั้งหนึ่ง เธอไม่ชอบบรรยากาศที่นั่นเลย พวกเขาชอบพูดจาอ้อมค้อม กว่าจะเข้าใจความหมายก็ต้องเดาสุ่มเอา แถมยังไม่ได้สุภาพกับเธอมากนัก เธอจึงพยายามหลีกเลี่ยงการกลับไปบ้านตระกูลฟางที่เมืองหลวงอยู่ตลอด

            ที่หมู่บ้านอิ๋นซานแห่งนี้ เธอไม่มีพ่อแม่สามีที่ต้องคอยดูแล ไม่มีพี่สะใภ้หรือน้องสะใภ้ที่ต้องคอยประจบ ถึงแม้จะไม่ร่ำรวยอะไร แต่ก็มีกินมีใช้ ชีวิตครอบครัวเล็กๆ ของเธอก็มีความสุขดี

            ฟางชิงสือหยั่งรู้ถึงความในใจของเธอ จึงตบหลังเธอเบาๆ แล้วพูดว่า “ผมรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะจัดการเรื่องที่เมืองหลวงเอง”

            เจียงอี่โหลวพยักหน้าเบาๆ ฟางชิงสือมองเข้าไปในบ้าน เมื่อเห็นว่ารถไม่อยู่ก็ถามว่า “เสียนจือออกไปข้างนอกอีกแล้วเหรอ?”

            เจียงอี่โหลวมองเขาแวบหนึ่งแล้วพูดว่า “คุณฟางคะ ช่วงนี้ที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ตอนนี้คุณอยากฟังไหมคะ?”

            ฟางชิงสือถามด้วยความแปลกใจ “เรื่องใหญ่เหรอ? ที่บ้านจะมีเรื่องใหญ่อะไรได้ นอกเสียจากเรื่องการแต่งงานของเสียนจือ แต่ลูกชายผมมันก็เหมือนกับฤๅษี ไม่มีหัวคิดในเรื่องนี้…”

            “สมแล้วที่เป็นพ่อของเขาจริงๆ ทายอะไรก็ถูกไปหมด” เจียงอี่โหลวขัดจังหวะขึ้นแล้วพูดว่า “คุณฟางคะ ยินดีด้วย ช่วงหนึ่งเดือนที่คุณไม่อยู่บ้าน ลูกชายคุณเขาได้ตกหลุมรักเด็กสาวในหมู่บ้านแล้ว หนำซ้ำยังส่งของหมั้นและทำสัญญาหมั้นหมายกันเรียบร้อย ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อีกไม่นานบ้านเราก็คงจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มแล้ว!”

            การพูดเรื่องของหมั้นและสัญญาหมั้น เป็นคำพูดที่เจียงอี่โหลวจงใจหยิบยกมาจากในหนังสือ ส่วนคำพูดที่ว่า “สมาชิกใหม่” นั้น เธอตั้งใจจะสร้างความตกใจให้กับฟางชิงสือเสียหน่อย

            และก็เป็นไปตามที่เจียงอี่โหลวคาดหวัง ฟางชิงสือทำหน้าตาโง่เซ่อออกมา

            เธอคิดว่ามันยังไม่สะใจพอ จึงพูดต่อไปว่า “ลูกชายของคุณเก่งไหมล่ะคะ คุณไม่อยู่บ้านแค่เดือนเดียว เขาก็ได้คู่หมั้นแล้ว ถ้าคุณกลับมาช้ากว่านี้ คงจะรีบแต่งงานไปแล้วก็ได้!”

            ฟางชิงสือ “… ”

            เขารู้สึกว่ามันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ลูกชายของเขาที่ไร้หัวเรื่องความรักเช่นนั้น จะไปตกหลุมรักใครได้ แถมยังหมั้นหมายกันแล้วด้วย?

            เขาอดที่จะถามไม่ได้ว่า “หมั้นกับลูกสาวบ้านไหน?”

            เจียงอี่โหลวเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขาก็รู้สึกดีใจมาก “ทายสิคะ!”

            ฟางชิงสือ “… ”

            ในขณะที่พ่อสามีในอนาคตกำลังงุนงงอยู่นั้น ลูกสะใภ้ในอนาคตก็แบกสมุนไพรกลับมาถึงบ้านเก่าตระกูลจิ่งแล้ว อากาศร้อนอบอ้าว เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านก็รีบหยิบแก้วน้ำมารินน้ำหนึ่งแก้ว แล้วเติมน้ำจากลำธารในมิติลงไปเล็กน้อย ทำให้ร่างทั้งร่างรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก

            เสี่ยวจ๋ายจ๋ายจมูกไวมาก เมื่อได้กลิ่นน้ำจากลำธารในมิติ มันก็วิ่งมางับขากางเกงของเธอ แล้วมองเธอด้วยตาโตสีฟ้าแวววาว ปลายลิ้นสีชมพูเลียริมฝีปากของตัวเอง น้ำลายแทบจะหยดลงพื้น

            จิ่งเยี่ยนกุยทนการก่อกวนของมันไม่ไหว จึงเทน้ำจากลำธารในมิติให้มันหนึ่งชาม มันร้องออกมาด้วยความดีใจก่อนจะแลบลิ้นเลียน้ำในชามอย่างร่าเริง ท่าทางช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111