บทที่ 21 อันดับหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดจากทั่วประเทศ!
"และ... มหาวิทยาลัยของพวกเรามีอันดับที่สูงกว่า!"
เสียงของสวี่เหวินไห่สั่นเครือเล็กน้อย
เงื่อนไขนี้เกินกว่างบประมาณของมหาวิทยาลัยเทียนอู่มากแล้ว
"สวี่เหวินไห่! นายรังแกคนอื่นมากเกินไปแล้ว!"
เฮ่อฉางเจียงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป
เขาพุ่งเข้าใส่สวี่เหวินไห่ทันที
หากเป็เพียงเงื่อนไขที่เสนอมาก็คงพอทนได้
ประเด็นสำคัญคือหมอนี่พูดถึงแต่เื่อันดับอยู่ตลอด!
ใครจะทนกับเื่แบบนี้ไหวกัน?
เื่อันดับเป็ความเ็ปในใจ ของทุกคนในมหาวิทยาลัยนักรบเฉียนเริ่นอยู่แล้ว!
"เหล่าเฮ่อ! นายบ้าไปแล้วเหรอ!"
สวี่เหวินไห่ใจริง ๆ
เขาไม่คิดว่าเฮ่อฉางเจียงจะลงมือจริง ๆ อีกทั้งยังทำอย่างกะทันหันด้วย
ตอนที่ไม่ทันตั้งตัว ตนถูกเฮ่อฉางเจียงกระโจนเข้าใส่จนล้มลงกับพื้น
คนทั้งสองกลิ้งเกลือกต่อสู้กันอยู่บนพื้น แต่แน่นอนว่าทั้งสองยังรักษาสติสัมปชัญญะเอาไว้ได้ จึงไม่ได้ใช้พลังมากเกินไป
มิฉะนั้นหากแม่ทัพระดับสี่สองคนต่อสู้กันจริง ๆ ห้องรับรองนี้คงถูกทำลายอย่างแน่นอน!
"นี่มัน..."
หลี่มู่รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง
อย่างไรก็ตาม พวกเขาต่างเป็ผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยที่มีสถานะทางสังคมไม่ธรรมดา และยังเป็แม่ทัพระดับสี่อีกด้วย
แต่กลับมาต่อสู้กันเหมือนอันธพาลเช่นนี้?
ผู้คนที่มุงดูต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้า
น่าเหลือเชื่อ!
มันถึงขนาดนั้นเลยเหรอ?
เพื่อหลี่มู่คนเดียว มันคุ้มค่างั้นเหรอ?!
ผู้คนมากมายต่างตั้งคำถามในใจ
หากสวี่เหวินไห่และเฮ่อฉางเจียงยังมีเวลาตอบ
พวกเขาคงจะะโตอบว่า
คุ้มค่า!!!
นักรบระดับสามที่อายุสิบแปดปีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมหาวิทยาลัย
อาจกล่าวได้ว่านี่คืออนาคตของมหาวิทยาลัย!
การจัดอันดับระหว่างมหาวิทยาลัยนั้น มาจากการแข่งขันประจำปีที่จัดขึ้นโดยแต่ละมหาวิทยาลัย
จัดอันดับตามความแข็งแกร่งของนักศึกษา!
มหาวิทยาลัยที่มีอันดับดีไม่เพียงจะได้รับนักเรียนที่มีคุณภาพมากขึ้น แต่ยังได้รับส่วนแบ่งงบประมาณจากรัฐบาลมากขึ้น รวมถึงการบริจาคจากสังคม
นักศึกษาอัจฉริยะที่แท้จริงคนหนึ่ง มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์อย่างแท้จริงต่อมหาวิทยาลัยธรรมดาแห่งหนึ่ง!
"หรือจะให้พวกเขาตัดสินผู้ชนะกันเอง นายจะไปกับคนที่ชนะหรือเปล่าล่ะ?"
โจวป๋อไม่รีบร้อนแต่อย่างใด อีกทั้งยังพูดจาหยอกล้อ
"เอ่อ..."
หลี่มู่รู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
คุณแน่ใจเหรอว่าไม่ต้องระวังผลกระทบอะไรเลย?
ดูเหมือนโจวป๋อจะเห็นความหมายที่แสดงออกทางสีหน้าของหลี่มู่ จึงยิ้มพลางกล่าวว่า "ไม่เป็ไรหรอก พวกเขาจะระมัดระวังเมื่อลงมือ"
"ระมัดระวัง? อย่างไรก็เป็ถึงผู้อำนวยการ การมาชกต่อยกันเหมือนพวกอันธพาลแบบนี้ จะมีความระมัดระวังอะไรกัน?"
เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างฉับพลัน
พร้อมกันนั้น ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้องรับรอง
บรรยากาศน่าเกรงขามแผ่ซ่านออกมา ราวกับเสือดุร้ายที่ค่อย ๆ เดินเข้ามา
กลิ่นอายอำมหิตโถมเข้าใส่ สัตว์ร้ายนับหมื่นต่างยอมสยบและไม่กล้าขยับเขยื้อน
มันทำให้ผู้คนอดรู้สึกขนลุกไม่ได้
"ระดับห้า..."
ดวงตาของหลี่มู่หรี่ลงเล็กน้อย
พลังที่แข็งแกร่งกว่าเฮ่อฉางเจียง ราวกับหยางเฟยหงที่ตนเคยพบมาก่อน
นั่นคือแม่ทัพระดับห้า!
ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และในที่สุดก็หลุดพ้นจากแรงกดดันนี้ได้
บรรดาสุสานในความฝันที่มีพลังน่าสะพรึงกลัว ทำให้หลี่มู่มีภูมิต้านทานต่อพลังเช่นนี้ในระดับหนึ่งแล้ว!
เมื่อผู้มาเยือนเห็นภาพนี้ ดวงตาของเขาก็เปล่งประกายขึ้นทันที
หลี่มู่ฟื้นคืนสู่สภาวะปกติจากแรงกดดันของตัวเองได้เร็ว กว่าเฮ่อฉางเจียงและสวี่เหวินไห่ซึ่งเป็แม่ทัพระดับสี่!
"สวัสดี สหายหลี่มู่"
เขายื่นมือออกมาทักทายหลี่มู่อย่างสุภาพ
"ฉันชื่อจ้าวกัง เป็หัวหน้าฝ่ายภาคสนามของมหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย"
"สวัสดีครับ"
หลี่มู่รู้สึกคุ้น ๆ กับชื่อมหาวิทยาลัยนี้ แต่จำไม่ได้อย่างชัดเจน ทว่ามันไม่ใช่มหาวิทยาลัยในเมืองเอสแน่นอน
"มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย?"
เฮ่อฉางเจียงและสวี่เหวินไห่ใทันที พวกเขาดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากแรงกดดันอย่างรวดเร็ว และรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
จ้าวกังลดแรงกดดันลงเล็กน้อย แล้วพูดอย่างหนักแน่น
"ถูกต้อง! มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยคือมหาวิทยาลัยนักรบ ที่ติดอันดับหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดของประเทศในปีนี้!"
"และฉันก็มาจากมหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย ในการแข่งขันระหว่างมหาวิทยาลัยใน่หลายปีที่ผ่านมา พวกเราเคยติดร้อยอันดับแรกมาหลายครั้งแล้ว!"
"สหายหลี่มู่ ความสามารถของนายไม่ควรถูกกลบฝังอยู่ในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองเอสแห่งนี้!"
"นี่..."
หลี่มู่ไม่คิดว่ามหาวิทยาลัยจากต่างถิ่น จะได้รับข่าวสารเร็วถึงขนาดนี้
ในขณะที่เฮ่อฉางเจียงและสวี่เหวินไห่ที่อยู่อีกด้านหนึ่ง กลับรู้สึกเหมือนสูญเสียทุกสิ่ง จิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น
มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยเป็มหาวิทยาลัย ที่อยู่ในร้อยอันดับแรกอย่างมั่นคง!
พวกเขาสองคนที่มาจากมหาวิทยาลัยอันดับหลายร้อย จะแย่งชิงกับมหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยได้อย่างไร!
มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย!
ทุกคนในห้องรับรองถูกทำให้ตกตะลึงอีกครั้ง
โดยเฉพาะต้วนจื่อหาน
ก่อนหน้านี้เขายังสามารถปลอบใจตัวเองได้ว่า อย่างน้อยมหาวิทยาลัยของตนก็มีอันดับที่สูงกว่า!
นั่นคือมหาวิทยาลัยการนักรบไหวอัน ซึ่งอยู่ในอันดับที่สามร้อยห้าสิบเจ็ด
แต่ตอนนี้มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย ซึ่งอยู่ในอันดับที่หนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดกลับส่งคนมาด้วย!
อีกด้านหนึ่ง เฮ่อฉางเจียงและสวี่เหวินไห่ต่างกำลังต่อว่ากันเบา ๆ
"บ้าเอ๊ย! เหล่าสวี่ นายปล่อยให้ข่าวลือรั่วไหลออกไปได้ยังไง!"
"เหล่าเฮ่อ! ฉันก็สงสัยว่านายเป็คนปล่อยให้ข่าวลือรั่วไหลเหมือนกัน!"
...
ความจริงแล้วข่าวนี้ไม่ได้รั่วไหลจากพวกเขา
แม้มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยจะไม่ใช่มหาวิทยาลัยท้องถิ่นของเมืองเอส แต่ก็เป็มหาวิทยาลัยนักรบที่มีชื่อเสียงไม่น้อยในภูมิภาคฉู่หนาน
ทว่าในภูมิภาคฉู่หนานนั้นมีมหาวิทยาลัยนักรบฉู่หนานอยู่
อัจฉริยะที่แท้จริงส่วนใหญ่มักจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนักรบฉู่หนาน
สถานการณ์ของมหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยจึงดูเหมือนจะแย่ลงทุกปี
ดังนั้นมหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย จึงได้จัดตั้งแผนกภาคสนามขึ้นมาโดยเฉพาะ
เพื่อคัดกรองอัจฉริยะจากสมาคมนักรบต่าง ๆ ในภูมิภาคฉู่หนาน
จากนั้นจึงติดต่อกับอัจฉริยะเหล่านี้เป็การส่วนตัว เพื่อดึงดูดพวกเขาให้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ย
เดิมครั้งนี้ จ้าวกังมาที่เมืองเอสเพื่อจางถิงเฟิง
แต่จางถิงเฟิงกลับไม่สนใจเลย และตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะไปเรียนที่มหาวิทยาลัยนักรบฉู่หนานเท่านั้น
จ้าวกังเกือบจะยอมแพ้อยู่แล้ว
แต่จู่ ๆ เขาก็ได้รับข่าวว่าภายในเมืองเอส มีอัจฉริยะที่เหนือกว่าจางถิงเฟิงซะอีก!
เมื่อได้รับข่าวนี้เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย และรีบมาที่นี่ทันที!
ความจริงพิสูจน์แล้วว่ามหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยที่อยู่อันดับหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดนั้นยิ่งใหญ่จริง ๆ
ชื่อเสียงนั้นมีประโยชน์มากจริง ๆ
เฮ่อฉางเจียงกับสวี่เหวินไห่ถูกชื่อเสียงนี้ทำให้ตกตะลึงไปเลย
เห็นดังนั้นหลี่มู่จึงจำต้องเอ่ยปากเอง
"หัวหน้าจ้าว ก่อนหน้านี้มีมหาวิทยาลัยสองแห่งเสนอเงื่อนไขมากมายให้ผม"
หลี่มู่นำเงื่อนไขที่เฮ่อฉางเจียงพูดเอาไว้แต่แรกมาคูณเจ็ดแล้วพูดอีกครั้ง
ก่อนจะเน้นย้ำว่า "ทุนการศึกษาปีละเจ็ดล้าน รวมถึงทุ่มเทกำลังทั้งมหาวิทยาลัยเพื่อบ่มเพาะผม"
"ไม่ทราบว่ามหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยจะทำได้ไหม?"
"พูดเล่นอะไรกัน?!"
จ้าวกังใทันที
นี่ไม่ใช่การรับนักศึกษา แต่เป็การเชิญบรรพบุรุษมาเรียนเลยทีเดียว!
"ดูเหมือนหัวหน้าจ้าวคงจะไม่ตกลง ถ้าเป็เช่นนั้นผมคงต้องเลือกระหว่างมหาวิทยาลัยเทียนอู่กับมหาวิทยาลัยนักรบเฉียนเริ่นแล้ว"
มหาวิทยาลัยไม่ได้สำคัญสำหรับหลี่มู่อยู่แล้ว
สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคือเงื่อนไขเ่าั้
จ้าวกังขมวดคิ้วเล็กน้อย "นี่… มันมากเกินไปแล้ว! สหายหลี่ นายต้องเข้าใจถึงความสำคัญของมหาวิทยาลัยที่ดี อย่าทิ้งอนาคตอันสดใสเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อยเลย"
หลี่มู่พยักหน้า เขาไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์มีทางออก เฮ่อฉางเจียงก็รีบพูดอย่างตื่นเต้นทันที
"หัวหน้าจ้าว! คำพูดของคุณไม่ถูกต้อง!"
"ผมยอมรับว่ามหาวิทยาลัยนักรบเฉียนเริ่น คงสู้มหาวิทยาลัยนักรบเปียนเหยี่ยไม่ได้แน่!"
"แต่! ผมไม่เชื่อว่านักศึกษาอัจฉริยะที่พวกเราทุ่มเทสุดกำลังทั้งมหาวิทยาลัยเพื่อฝึกฝน จะด้อยกว่านักศึกษาธรรมดาคนหนึ่งของมหาวิทยาลัยคุณ!"
สวี่เหวินไห่รีบเห็นด้วยทันที "ถูกต้อง พวกเราล้วนจริงใจเป็อย่างยิ่ง!"
"เงื่อนไขเช่นนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็คงไม่มีใครกล้าเสนอให้อีกแล้ว!"