ก่อนที่จะไปโรงครัวเฉียวเฉียวได้แวะที่เรือนของลี่อ๋อง เพื่อบอกองครักษ์เยว่ิเกี่ยวกับอาการของพระชายา
“ให้นางเข้ามารายงานเอง” เสียงของลี่อ๋องดังออกมาจากข้างใน เฉียวเฉียวกลัวเพราะนางไม่เคยเข้าใกล้ลี่อ๋องเลย
“ถ้าไม่เข้ามา ก็ไม่ต้องพูดตลอดชีวิต” เสียงลี่อ๋องดังขึ้นอีก เยว่ิพยักหน้าให้เฉียวเฉียวเข้าไป
“ท่านช่วยเดินเข้าไปเป็เพื่อนข้าหน่อยสิเ้าคะ ข้ากลัว” เฉียวเฉียวขอร้ององครักษ์เยว่ิๆ เห็นใจนางจึงพานางเดินเข้าไป เฉียวเฉียวยังยืนตัวสั่น
“ว่ามา”
“ยิ่งเ้าพูดเร็วเท่าไหร่ เ้าก็จะได้ออกจากห้องนี้เร็วเท่านั้น”
เฉียวเฉียวจึงรีบพูด จากตอนแรกที่พูดตะกุกตะกัก ตอนนี้แม้แต่ลี่อ๋องเองก็ยังฟังไม่ทัน
“เ้าหมายความว่า หญิงนางนั้นบ้าอย่างงั้นรึ”
“เอ่อ หม่อมฉันไม่แน่ใจเพคะ”
“กระหม่อมคิดว่าเราควรให้หมอมาตรวจแม่นางหลานดีหรือไม่ พ่ะย่ะค่ะ” เยว่ิเอ่ยขึ้น ลี่อ๋องพยักหน้าเห็นด้วย
นิรินกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย ถึงแม้ว่าบางอย่างจะมันไปนิดเพราะใส่น้ำมันเยอะเกินไปหน่อย แต่โดยรวมแล้วก็ใช้ได้ นิรินเป็คนชอบทำกับข้าวกินเอง และฝีมือในการทำอาหารของเธอก็ถึงขั้นเปิดร้านได้เลยทีเดียว เวลาว่างเธอชอบทำติ่มซำ บางครั้งก็ทำไปแจกเพื่อนที่ทำงานด้วย มีแต่คนชมว่าอร่อย กินเสร็จนิรินก็ลูบพุงตัวเอง หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนและหลับไปในที่สุด
“ตอนนี้นางทำอะไร”
“หลับไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ลี่อ๋องไม่เคยย่างกรายเข้าไปที่เรือนของหลานจูเจียนแม้ก้าวเดียว แต่จะให้คนคอยสอดแนมนางอยู่ตลอดเวลา เขารู้ว่าหญิงที่ได้ชื่อว่าชายาของตนนั้นถูกควบคุมโดยน้องชายและคนรักของนาง ดังนั้นเขาจึงไม่เคยให้นางได้ใกล้ชิดเขาเลยหากไม่จำเป็ แต่วันนั้นหลานจูเจียนพยายามหาทางเข้าใกล้และยั่วโมโหเขา ในขณะที่พิษกำเริบจนเขาควบคุมตัวเองไม่ได้ ในเมื่อนางไม่ตาย ก็จะไว้ชีวิตนาง จนกว่าตัวเองจะพร้อมที่จะสู้กับน้องชาย
ตำหนักฮ่องเต้
“ไหนเ้าบอกว่า นางถูกอ๋องลี่ฆ่าตายแล้วไง” ฮ่องเต้เทียนหลงถามองค์ชายใหญ่
“สายของเรารายงานมาอย่างนั้นจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่รีบตอบพระบิดา ทั้งสองมีสีหน้าไม่ดีนักที่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามแผน
ฮ่องเต้วางแผนไว้ว่า จะใช้เื่ที่พี่ชายฆ่าพระชายาของตัวเอง ใส่ไฟพี่ชายมากขึ้น จากนั้นก็ฆ่าคนในจวนของพี่ชายเพิ่มสัก 10 - 20 คน แล้วบอกว่าพี่ชายบ้าฆ่าแม้กระทั่งคนของตัวเอง แล้วเรียกเหล่าเสนาบดีและอำมาตย์ทั้งหลายมาประชุมว่าจะทำยังไงกับพี่ชายคนนี้ดี เพราะถ้าปล่อยไว้คงฆ่าคนไปทั่ว คิดว่าเสนาอำมาตย์ที่เคยร้องขอชีวิตของพี่ชายไว้ คงไม่ขัดข้องถ้าหากจะมีพระราชโองการให้จัดการกับพี่ชายอย่างเด็ดขาด แต่ตอนนี้หลานจูเจียนไม่ตายคงยังทำเช่นนั้นไม่ได้
“ถึงคราวนี้จะไม่สำเร็จ สักวันต้องสำเร็จแน่นอน พ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายใหญ่บอกฮ่องเต้
“แล้วเมื่อไหร่ล่ะ” ฮ่องเต้ตรัสพร้อมกับสีหน้าไม่พอใจ ยิ่งทำให้องค์ชายใหญ่กระวนกระวายกลัวพระบิดาจะโกรธตนจนไม่เป็ที่โปรดปราน
“เราคงต้องถามนางว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่” องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้น
“หากนางไร้ประโยชน์ก็กำจัดนางซะ” ฮ่องเต้ตรัสขึ้น
องค์ชายใหญ่ใเล็กน้อย ถึงตนจะไม่รักนางแล้วก็ไม่เคยคิดที่จะกำจัดนางมาก่อน แต่หากจำเป็เขาก็ไม่ลังเลที่จะฆ่านาง จึงเอ่ยรับคำ “พ่ะย่ะค่ะ”
เมื่ออยากเจอนางทีก็ต้องจัดงานเลี้ยงในวังที ฮ่องเต้องค์นี้ยังไม่เคยออกนอกวังเยี่ยมเยือนประชาชนเลยแม้แต่ครั้งเดียวั้แ่ขึ้นครองราชย์ เพราะกลัวว่าจะถูกลอบปลงพระชนม์ จนเป็ที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงหูประชาชนตาดำๆ
คราวนี้ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้จัดงานเลี้ยงขึ้นอีก และมีคำสั่งให้ลี่อ๋องและพระชายาต้องมางานด้วย บอกว่าเป็การให้ลี่อ๋องมาผ่อนคลาย เพราะอยู่แต่ในจวน
จวนลี่อ๋อง
หลานจูเจียนคนใหม่ยืดแขนยืดขาบิดี้เี ก่อนที่จะลืมตาขึ้น มองเพดานคราวนี้นางไม่ใแล้วว่าอยู่ที่ไหน เลยลุกขึ้นนั่งยกมือขึ้นบิดขึ้เกียจต่ออีกนิ้ดนึง ก็เห็นว่ามีคนสองคนยืนจ้องมองเธออยู่
“พระชายาตื่นแล้ว” เฉียวเฉียวพูดขึ้น
“คารวะพระชายา” หมอประจำจวนเอ่ยขึ้น หลานจูเจียนมองหน้าเฉียวเฉียว
“นี่คือท่านหมอฉาง จะมาตรวจอาการของพระชายาเพคะ”
หลานจูเจียนยกมือแตะหน้าผากตัวเอง ตัวก็ไม่ร้อน มองดูตามร่างกายก็ไม่มีาแ “ข้าเป็อะไรรึ ถึงต้องให้หมอมาตรวจ”
เฉียวเฉียวอึกอัก หมอฉางเลยบอกว่า “แค่ตรวจสุขภาพธรรมดาๆ แค่นั้นพ่ะย่ะค่ะ”
“ชะ ใช่ใช่ เพคะ แค่ตรวจสุขภาพธรรมดาๆ เพคะ”
“อือ” หลานจูเจียนอนุญาต แต่ยังคงนั่งเหมือนเดิม
“พระชายานอนลงตามเดิม ได้ไหมเพคะ” หลานจูเจียนทำตามที่เฉียวเฉียวบอก ก่อนหน้านี้เฉียวเฉียวและหมอฉางได้ตระเตรียมกันแล้วว่าถ้าหากพระชายาไม่ยอมก็จะให้บ่าวผู้ชายมาช่วยกันจับนางนอนลง เพราะท่านอ๋องอนุญาตแล้ว ทั้งๆ ที่เป็การไม่สมควรที่ชายอื่นแตะต้องตัวพระชายา แต่ลี่อ๋องไม่สนใจว่านางจะเสียชื่อเสียงหรือคนจะนินทาตน
เฉียวเฉียวดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มถึงอกให้หลานจูเจียน “เชิญ ท่านหมอเ้าค่ะ” เฉียวเฉียวเอ่ยขึ้น
หมอฉาง พยักหน้า “กระหม่อมขออภัย” จากนั้นก็ใช้ผ้าบางๆ วางลงบนข้อมือของหลานจูเจียน ก่อนวางมือตนลงบนผ้าเพื่อตรวจชีพจร จากนั้นก็ดูที่ตา ปากและลิ้น ถามนางเกี่ยวกับชื่อและตำแหน่งของคนที่รับใช้นาง เพราะรู้ว่านางไม่ได้รู้จักคนในจวนนี้มากเท่าไรนัก
“ขอบพระทัยพระชายา”
“ข้าก็ขอบใจท่านหมอเช่นกัน”
“กระหม่อมทูลลา” แล้วเดินออกจากห้องไป
“เ้าหมายความว่า นางความจำเสื่อม” ลี่อ๋องเอ่ยถาม
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้พ่ะย่ะค่ะ เพราะพระ เอ่อ แม่นางหลานจำได้เฉพาะเฉียวเฉียวคนเดียว พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วนางจะหายเป็ปกติหรือไม่ หรือจะหลงลืมจนเป็บ้าไปเลย”
“เื่นี้กระหม่อมตอบไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ คงต้องสังเกตดูไปเรื่อยๆ พ่ะย่ะค่ะ”
“อือ ขอบใจท่านหมอมาก”
ฝ่ายหลานจูเจียน ก็ถามเฉียวเฉียวถึงคนอื่นๆ ที่ท่านหมอถามนาง เฉียวเฉียวบอกว่า “พวกนางจะมารับใช้พระชายาก็ต่อเมื่อพระชายาเรียกหาเท่านั้นเพคะ”
“พระชายา้าอะไรไหมเพคะ”
“อาหารเช้า” หลานจูเจียนบอกและยิ้มให้เฉียวเฉียว เฉียวเฉียวพยักหน้ารับคำสั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วก็เดินออกไป
คนที่นี่เป็อะไรหน้าบูดหน้าบึ้งทุกคน แต่คนที่น่ากลัวที่สุดกลับเป็คนคนนั้น เมื่อหลานจูเจียนคิดถึงหน้าดุ นั้นก็ทำให้นางคิดถึง่เวลาก่อนที่จะถูกดูดเข้ามา “ใช่แล้ว อีตาหน้าดุคนนั้นช่างเหมือนกับรูปภาพนั้นจริงๆ เลย”
เมื่อเฉียวเฉียวเดินกลับเข้ามาพร้อมกับถาดอาหาร ก่อนลงมือกิน หลานจูเจียนได้ถามเฉียวเฉียวเกี่ยวกับลี่อ๋องและตัวนาง เฉียวเฉียวจึงเล่าให้ฟัง
“งั้นแสดงว่าคนที่ข้าเดินชนเมื่อวาน คือลี่อ๋องไม่ผิดแน่ เพราะเมื่อวานเ้าก็บอกข้าแล้ว ลี่อ๋องต้องแต่งงานกับข้าเพราะฮ่องเต้ แสดงว่าเขาไม่ได้รักข้า”
“แล้วข้ารักลี่อ๋องหรือไม่” หลานจูเจียนถาม
เฉียวเฉียวๆ บอกว่า "อันนี้หม่อมฉันไม่รู้เพคะ”
“จริงของเ้า ถ้าข้าไม่รู้แล้วเ้าจะรู้ได้อย่างไร” หลานจูเจียนกำลังจะหยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก ก็ถามขึ้นอีกว่า “แล้วลี่อ๋องมีคนรักหรือเปล่า”
เฉียวเฉียวไม่กล้าตอบ “หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ”
หลานจูเจียนจึงลงมือทางข้าว
“นางถามเช่นนั้นจริงๆ รึ”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หญิงนางนี้จะมาไม้ไหนอีกนะ ลี่อ๋องคิดอยู่ในใจ