EP : 44 หาเรื่องมาหาเรื่องกลับไม่โกง
การเดินทางในครั้งนี้ใช้เวลาครึ่งวันก็มาถึงแคว้นโจ จากนั้นก็พากันหาที่จอดเรือก่อนจะพากันเดินไปยังสภาส่วนกลางที่จัดเอาไว้ต้อนรับแขกทุกคน
การประชุมครั้งนี้ซิวเหวยหลงบอกว่าเกี่ยวกับการประลองเพื่อจัดอันดับของแคว้น ทุกแคว้นจะส่งคนมาประลองกัน
“เจ้าอยากเข้าประชุมกับข้าหรือไม่” ซิวเหวยหลงถามคนข้างกาย เพราะเขากลัวว่าซีเหลียนฮวาจะเบื่อเพราะมันไม่สนุกสักนิดที่ต้องเข้าไปข้างในนั้นเพราะทุกคนเถียงกันไม่หยุด
“งั้นข้ารอข้างนอกก็ได้เจ้าค่ะ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกเพราะมันคงไม่สนุกเท่าไรถ้าเธอจะเข้าไปยังข้างในด้วย ถึงแม้ตอนแรกอยากจะเข้าไปด้วย แต่คิดอีกทีไม่ดีกว่าเพราะมันอาจจะน่าเบื่อเหมือนกับการประชุมอื่นๆ ที่เธอเคยเจอมา อันนั้นก็ไม่เอาอันนี้ก็ไม่เอากว่าจะสรุปผลได้ก็นาน
“ตามใจเจ้า เฝ้านางให้ดี” ซิวเหวยหลงตอบคำก่อนจะหันไปสั่งลูกน้องของตัวเอง พลางมองซีเหลียนฮวาที่พากันไปนั่งที่ห้องรับรองที่ทางสภาจัดเอาไว้ให้
ภายในห้องรับรองนั้นมีทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรืออาหารและโต๊ะเก้าอี้เอาไว้รองรับแขกที่มาที่นี่
“พระยาชาหิวหรือไม่ขอรับ” เพิงเทียนเอ่ยถามเพราะพระชายายังไม่ได้ทานอะไรเลย
“เอามาทุกอย่างเลย แล้วมาทานด้วยกัน” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกเพราะจะให้เธอทานคนเดียวก็ยังไงอยู่ คนอื่นๆ ก็เริ่มเข้ามาในห้องรับรองเรื่อยๆ และลูกสาวลูกชายพวกขุนนางก็เหมือนกัน
“เอ่อ มันจะดีหรือขอรับ” เพิงเทียนเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจที่ซีเหลียนฮวาจะทานอาหารร่วมกับพวกองครักษ์อย่างพวกเขา
“ดีสิ เพราะถ้าข้าทานเยอะจะได้ไม่มีใครสังเกต” และนี่ก็คือสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ ช่วยไม่ได้นี่น่าเพราะถ้าอาหารมันอร่อยเธอก็จะทานเยอะๆ ถ้าไม่ก็ให้พวกองครักษ์ทานกันไป
“ไปเตรียมอาหารเถอะ” เป่าเปยเอ่ยบอกพลางไปเตรียมอาหารกับเพิงเทียนทันทีอย่างรวดเร็ว
“นั่งลงสิ” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกกับสามองครักษ์ที่ยังพากันยืนอยู่ด้านหลังของเธอ
“พ่ะย่ะค่ะพระชายา” องครักษ์ทั้งสามกล่าวขึ้นก่อนจะนั่งลงกับเก้าอี้ทันทีเมื่อได้รับคำสั่ง
“พูดแบบธรรมเถิด ข้าฟังแล้วมันรู้สึกแปลกๆ” ที่เธอบอกแบบนั้น ก็เพราะว่าเธอไม่ถนัดเรื่องคำราชาศัพท์เท่านั้นเอง เธอเลยหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดมัน ยังดีที่ซิวเหวยหลงไม่เรื่องมากในเรื่องพวกนี้
เพราะจะเห็นได้ว่าคนที่สนิทด้วยแล้วเขาจะให้คำพูดที่เป็นกันเองมาก แต่ถ้าไม่ก็ต้องพูดคำราชาศัพท์ เห็นได้จากพวกองครักษ์และพวกทหารที่พากันพูดคุยกับซิวเหวยหลงแบบธรรมดาๆ
“ขอรับพระชายา” ทั้งสามตอบก่อนจะนั่งเงียบเหมือนเดิม
“พระชายาหมิง เอ่อ ซีเหลียนฮวาเพคะ” ซีเหลียนฮวาที่กำลังมองไปรอบก็ต้องหันมาหาหญิงสาวคนหนึ่งที่เธอจำได้ดีว่าเคยว่าอะไรเธอเอาไว้ ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจเรียกชื่อนั้นของเธอ
“มีอะไรกับข้าคุณหนูชุดม่วง” อยากมาเล่นกับเธอนักเดี๋ยวจัดให้
อีกฝ่ายที่จะมาหาเรื่องก็อ้าปากทันทีเมื่อถูกโต้ตอบกลับมาแบบนั้น เมื่อไม่กี่วันท่านพ่อของนางเล่าให้ฟังว่าเห็นอ๋องซิวเหวยหลงไปที่หอนางโลมจันทราก็เลยคิดว่าอ๋องซิวเหวยหลงนั้นหมดรักซีเหลียนฮวาแล้วก็เลยให้นางมาตีสนิทกับซีเหลียนฮวาเพื่อจะได้เป็นที่ต้องตาของอ๋องซิวเหวยหลง
“คือว่าหม่อมฉันมีเรื่องจะมาทูลกับพระชายาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนท่านอ๋องได้ไปยังหอนางโลมจันทราเพคะ” ลูฟานเอ่ยบอกพลางแอบยิ้มเยาะเย้ยอีกฝ่ายในใจ
“เจ้านายให้ข้าจัดการหญิงปากเสียคนนี้หรือไม่ขอรับ” กริชคู่ของเธอร้องถามทันทีเมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้น
“รอก่อน” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง เธอกำลังคิดชื่อของอีกฝ่ายอยู่ว่าชื่ออะไร
“เจ้ารู้ได้อย่างไร” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถาม เพราะเป็นไปไม่ได้ที่ลูฟานจะเห็นพวกเธอนอกเสียจากว่าหญิงสาวคนนี้แอบตามพวกเธอไปด้วย
“เอ่อ คือว่า หม่อมฉันบังเอิญนะเพคะ” ลูฟานเอ่ยตอบพลางจิกเล็บกับฝ่ามือตัวเองเมื่อถูกซีเหลียนฮวาจ้องกลับมาตาไม่กะพริบ
“แล้วเจ้าเห็นใครไปกับท่านอ๋องบ้าง” ซีเหลียนฮวาไล่ถามอีกฝ่ายพลางมองเพิงเทียนกับเป่าเปยที่นำอาหารมาว่างกับโต๊ะโดยไม่สนใจหญิงผู้มาใหม่อีกคน
“หม่อมฉันเห็น เอ่อ สองคนนี้ไปกับท่านอ๋องเพคะ” ลูฟานกลอกตาไปมาก่อนจะหันไปมองสองคนที่มาใหม่ก็เลยชี้ไปที่ทั้งสองที่เอาอาหารมาวางที่โต๊ะ นางไม่รู้ว่ามีใครบ้าง รู้แค่ว่ามีแค่สองคนที่ไปกับอ๋องซิวเหวยหลง
ทั้งสองที่ถูกชี้หน้าก็ทำหน้านิ่งเงียบก่อนจะมองอีกฝ่ายที่จ้องมาที่พวกเขา อยู่ๆ ก็มาถูกชี้หน้าแบบนี้สงสัยอยากถูกตัดมือทิ้ง
“รู้หรือไม่การกล่าวหาคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานโทษมันเป็นยังไง” ซีเหลียนฮวาเอ่ยถามพลางจ้องหน้าเป่าเปยให้เอ่ยต่อเธอ
“จำคุกสามปีปรับเงินสามล้านเหรียญทองขอรับพระชายา” เป่าเปยเอ่ยบอกพลางนั่งลงกับเก้าอี้ที่ว่างอยู่ไม่ได้สนใจหญิงสาวอีกคนที่ยืนอ้าปากค้าง
“ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้า แต่ถ้ามีครั้งต่อไปข้าจะบอกท่านอ๋องเสีย” ซีเหลียนฮวาเอ่ยบอกพลางโบกมือไล่ลูฟานไปด้วย
ลูฟานได้แต่กำมือแน่นก็จะรีบเดินออกจากตรงนั้นไปทันทีด้วยความอับอาย พลางคิดว่าจะต้องแค้นความอับอายครั้งนี้ให้ได้