ตอนที่ 5การทดสอบ
ในการตรวจจับตัวตนนั้นสามารถทำได้หลายวิธีหนึ่งในวิธีที่เป็ที่รู้จักกันมากที่สุดคือการใช้เสียงสะท้อนของค้างคาวเพื่อหาที่อยู่ของวัตถุหรือการจับคลื่นความร้อนของสิ่งมีชีวิตซึ่งของเอเดนเป็อย่างหลัง เขาใช้คลื่นความร้อนในการตรวจหาสิ่งมีชีวิตมานานแต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาไม่สามารถตรวจคลื่นความร้อนของจากคนอื่นได้ทั้งเรียวสุเกะ และเรย์โกะต่างไม่มีสัญญาณความร้อนที่ควรจะมีพวกเขาไม่มีชีวิตงั้นหรือ?
หลังจากครุ่นคิดอยู่นานเอเดนลองฝังตราประทับเพลิงไว้กับเรย์โกะ และเขาก็ได้คำตอบของคำถามนั้นทันทีเรย์โกะมีม่านลมบางๆอยู่รอบตัว หากใช้หลักการเดียวกับค้างคาวจะไม่มีสิ่งใดสะท้อนกลับมา เป็เพียงตัวตนคล้ายกลุ่มก้อนอากาศเท่านั้นและวิธีตรวจจับจากคลื่นความร้อนของเอเดน เขาจะต้องจำเพาะรูปแบบของมันมากขึ้น เพื่อให้เล็ดลอดผ่านม่านลมเข้าไปได้ซึ่งตราประทับเพลิงก็เป็หนึ่งในวิธีนั้น
“ตอนนี้สถานการณ์เป็ไงบ้าง”
คาเรนหันมาถามคู่ของเธอเพราะั้แ่พบกับเรย์โกะ พวกเธอยังไม่เจอกับกลุ่มอื่นๆเลย
“ตอนนี้เหลือไม่ถึง10 กลุ่มแล้ว หมอนั่นจัดการไปคนเดียวมากกว่า 100 กลุ่ม”
“หรือว่า...ที่ผู้หญิงคนนั้นบอกมาหมายถึงแบบนี้งั้นเหรอ”
หลังจากผ่านไปไม่นานมีสัญญาณพลุมีแดงเกิดขึ้นจากจุดหนึ่ง เป็สัญญาณของการสิ้นสุดการประลองในการประลองครั้งนี้ คู่ของเอเดน ไม่ได้ปะทะกับทีมใดเลยแม้แต่ทีมเดียว...
เมื่อออกจากป่ามาเหล่าผู้าุโต่างขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เพราะกลุ่มที่เหลือออกมานั้น มีเพียง 2กลุ่มเท่านั้น คือกลุ่มของเอเดนและกลุ่มของเรียวสุเกะ จุดประสงค์ของการแข่งรอบแรกนี้เพียงเพื่อคัดคนที่มากเกินความจำเป็ออก และเหลือไว้เพียงผู้ที่พอมีฝีมือจากนั้นจึงให้พวกมันประลองกันเพื่อตรวจสอบความสามารถในรอบที่สองนี้ แต่ผลที่ได้คือจำนวนที่เหลือนั้น เท่ากับจำนวนตัวแทนพอดิบพอดี การประลองรอบที่สองจึงไม่จำเป็อีก
‘หมอนั่นทำได้จริงๆแหะ’ คาเรนหันไปมองทางเรียวสุเกะด้วยความประหลาดใจ
“เหลือเพียงแค่ 2กลุ่มเท่านั้นเองรึ”
ผู้าุโคนเดิมยังคงขมวดคิ้วแน่นเพราะหากไม่มีการประลองอีกรอบหนึ่ง พวกเขาจะไม่ได้เห็นความสามารถจริงๆของเหล่าตัวแทนได้เลย
ฮิโรกิที่นั่งอยู่บนพื้นค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆก่อนจะกล่าวขึ้นอย่างเบื่อเหนื่อย
“ให้ผมประลองตัวต่อตัวกับพวกมันทีละคนเป็ไงครับ”
ผู้าุโที่ได้ยินแบบนั้นก็เผยสีหน้ายินดีออกมาในทันทีฮิโรกิเป็คนที่มันสอนมาเองกับมือมัน้าให้เขาเฉิดฉายที่สุดในกลุ่มผู้เยาว์เหล่านี้
“ดีๆเป็ความคิดที่ดี ทั้งพวกเธอจะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันและเราจะได้เห็นความเก่งกาจของพวกเธอทั้งหมดอีกด้วย”
ฮิโรกิค่อยๆเดินเข้ามาหากลุ่มของเอเดนอย่างช้าๆก่อนจะชี้ไปที่เอเดน
“แกคนแรก”
“!”
คาเรนหันมองไปที่เอเดนในทันทีเพราะบรรยากาศโดยรอบเริ่มอึดอัดขึ้นจนหายใจได้ลำบาก และในคราวนี้ไม่ใช่แค่เธอที่ััได้ แม้แต่เหล่าผู้าุโก็เริ่มมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป
เรย์โกะที่มักจะยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาะโไปหลบอยู่ด้านหลังเรียวสุเกะด้วยความกลัว ตัวเธอสั่นอย่างควบคุมไม่ได้
“น...น่ากลัว”
ฮิโรกิที่เผชิญหน้าอยู่กับเอเดนก็ััได้ถึงบรรยากาศนั้นเช่นกันมันเอื้อมมือไปจับดาบก่อนจะะโถอยหลังออกมาในทันที
มันไม่เคยพบกับความรู้สึกนี้จากคนรุ่นเดียวกันมาก่อนตอนนี้ความเบื่อหน่ายของมันจางหายไปหมดแล้ว
“เอาอาวุธของแกออกมาซะ!”
น้ำเสียงที่เคยไร้อารมณ์บัดนี้เริ่มแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ
“ไม่จำเป็”
“แล้วแกจะต้องเสียใจ”
พริบตาที่สิ้นเสียง เกิดประกายสายฟ้าขึ้นในจุดที่มันเคยยืนอยู่มันปรากฏตัวด้านหลังของเอเดนและแทงดาบเข้ากลางลำตัวของเขาทว่าดาบที่ควรจะััตัวของเอเดนกลับแทงโดนเพียงความว่างเปล่าเอเดนขยับตัวหลบเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเสยหมัดขึ้นเข้าใส่คางของฮิโรกิ แต่มันก็สามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะเคลื่อนที่ออกมาอยู่ในจุดเดิมเพื่อรักษาระยะห่าง ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 1 วินาที
“แฟชั่นแปลกๆของหมอนั่นมีที่มาแบบนี้เอง”
เรียวกล่าวขึ้นหลังจากการปะทะกันของทั้งคู่ความเร็วของฮิโรกิเกิดจากการะเิพลังสายฟ้าที่ควบแน่นไว้ที่ขาทั้งสองข้างเหตุผลที่มันใส่กางเกงขาสั้น เป็เพราะเมื่อใช้พลังนี้ ขากางเกงจะขาดหมดนั่นเอง ‘แล้วทำไมต้องใส่สูทด้วย?’
เหล่าผู้าุโที่ยืนดูอยู่เป็ต้องอ้าปากค้างกันถ้วนหน้า การปะทะกันเมื่อครู่สามารถบอกได้เลยว่าเอเดนไม่ได้ด้อยไปกว่าฮิโรกิแม้แต่น้อย กลายเป็ว่าในหมู่ผู้เยาว์กลับมีผู้มากพร์ถึง 2 คนในปีนี้
“ยุติเท่านี้ก็พอแล้ว เธอเหมาะสมกับการเป็ตัวแทนของตระกูลเราอย่างไร้ข้อกังขา”
ผู้าุโคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตระกูลของพวกมันอาจมีสิทธิสูสีกับอันดับ 1 ของตระกูลใหญ่ทั้ง 4 ก็ได้
พวกมันตื่นเต้นดีใจที่เอเดนสูสีกับฮิโรกิจนลืมเื่สำคัญไปหนึ่งอย่างเอเดนยังไม่ได้ใช้อาวุธ และเอเดนยังไม่ได้ใช้พลัง สิ่งที่พวกมันเห็นคือความสามารถทางกายภาพเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่คนที่ตระหนักถึงเื่นั้นก็มีเช่นกัน เรียวสุเกะกำลังจ้องไปที่เอเดนด้วยความสนใจเขาััได้ว่าเอเดนยังไม่ได้เอาจริงเลยแม้แต่น้อย แต่นั่นก็รวมถึงฮิโรกิด้วยการหยั่งเชิงเล็กๆเพียงกระบวนท่าเดียวเมื่อสักครู่นี้เสมือนการทักทายกันธรรมดาเท่านั้น
“...”
ฮิโรกิมองหน้าเอเดนด้วยความงุนงงขณะเก็บดาบเข้าฝักเหมือนการทดสอบจะออกมาว่าสูสีแต่ฮิโรกิเป็คนที่รู้ตัวดีที่สุดว่าเอเดนไม่ได้ตั้งใจจะโจมตีให้โดนบรรยากาศก่อนจะเริ่มโจมตี และขณะโจมตีนั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง มันไม่รู้สึกถึงเจตนาฆ่าฟันในตอนแรกแม้แต่น้อย‘มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่’
แต่คนที่แปลกใจที่สุดคือคาเรนเธอรู้ถึงความแข็งแกร่งของเอเดนดีกว่าทุกคนในที่แห่งนี้เพียงใบมีดเพลิงที่เอเดนใช้ตัดแขนของเคนยะนั่นก็มากเกินพอในการเอาชนะการประลองแต่เขาก็ไม่ได้ใช้ หนำซ้ำ เพลิงที่เคยใช้เผาพวกสัตว์อสูรก็ไม่เล็ดลอดออกมาให้เห็น ‘มันเรียกว่าออมมือยังไม่ได้ด้วยซ้ำ!’
“เธอจะประลองกับคนที่เหลือเลยไหมฮิโรกิ”
“นั่นสินะ...”
มันกวาดสายตามองไปที่สามคนที่เหลืออย่างเบื่อหน่ายอีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมา
“ผู้หญิงสองคนเข้ามาพร้อมกันได้เลย”
ทั้งคาเรนและเรย์โกะที่ได้ยินแบบนั้นต่างต้องหงุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“โฮ่~กล้ามากนะเ้าหน้าเหม็น”
“น...หน้าเหม็น!?”
เรย์โกะดึงอาวุธของตนออกมา เป็แส้สีดำยาวรูปร่างของเธอไม่เหมาะกับความยาวของแส้เลยแม้แต่น้อย
คาเรนไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงดึงดาบออกมาถือไว้ในท่าเคนโด้
“เริ่มได้!”
เมื่อผู้าุโให้สัญญาณผู้ที่โจมตีเข้าใส่ในทันทีคือ ฮิโรกิ มันพุ่งเข้าใส่เรย์โกะตรงๆแต่เพียงพริบตาที่เรย์โกะสบัดแส้ เกิดลมกรรโชกขึ้นรอบตัวเธอในทันทีภาพที่เห็นหมือนเธอสะบัดแส้หนึ่งครั้ง แท้จริงแล้วมันกลับมากกว่านั้นนับสิบเท่า
เมื่อฮิโรกิชะงักไปทำให้มีช่องโหว่ในการเข้าโจมตีของคาเรน เธอสร้างน้ำแข็งขึ้นที่เท้าของฮิโรกิก่อนจะตวัดดาบเข้าใส่ฮิโรกิโน้มตัวหลบดาบไปด้านหลังพร้อมกับควบแน่นสายฟ้าที่เท้าเพื่อทำลายน้ำแข็งและใช้การะเิของสายฟ้าเพื่อหมุนตัวขึ้นเตะไปที่ปลายคางของคาเรนแม้จะหลบได้แต่กลับได้แผลจากประกายสายฟ้าของฮิโรกิยังไม่ทันที่เท้าของฮิโรกิจะััพื้น เรย์โกะตวัดแส้ลงในจุดที่มันอยู่ในทันที
เคร้ง!
ฮิโรกิจำต้องดึงดาบออกมาป้องกันไว้แต่เสียงการกระทบกันนั้น ไม่เหมือนการปะทะของดาบและแส้เลยสักนิด
“พวกเธอเก่งกว่าที่ฉันคิด”
ฮิโรกิตั้งใจจะประลองกับทั้งคู่โดยไม่ใช้อาวุธในตอนแรกแต่เพียงการปะทะกันครั้งแรกกลับต้องใช้มันออกมาแทบจะในทันที
ฮิโรกิชำเลืองมองเรย์โกะเล็กน้อยก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่คาเรน และคราวนี้เป็การใช้ะเิสายฟ้าในการเข้าจู่โจม คาเรนสร้างบาเรียน้ำแข็งขึ้นรอบตัวทว่ามันกลับแตกกระจายภายในดาบเดียวแต่นั่นก็เป็เวลาเพียงพอที่เรย์โกะจะโจมตีอีกครั้ง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ฮิโรกิป้องกันได้หกครั้งหลบได้สองครั้ง และโดนแส้เฉี่ยวไปเพียงสองครั้งเป็การป้องกันที่แทบจะสมบูรณ์แบบในสายตาของคนอื่นแต่มันกลับไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลย ‘โจมตีโดนฉันถึงสองครั้ง!’
ในที่สุดมันก็เริ่มรู้สึกถึงอันตรายได้จากเรย์โกะมันเปลี่ยนเป้าหมายจากคาเรนไปเป็เรียวโกะในทันทีทว่าเวลาที่เสียไปในการรับการโจมตีเมื่อครู่ ทำให้คาเรนมีเวลาในการสร้างรูปแบบของพลังที่เหมาะกับการจัดการฮิโรกิ
คาเรนประกบมือเข้าด้วยกันก่อให้เกิดไอเย็นขึ้นทั่วบริเวณฮิโรกิที่กำลังจะเข้าจู่โจมเรย์โกะกลับต้องชะงักค้างไปอีกครั้ง สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนมันว่าหากปล่อยให้กระบวนการของคาเรนเสร็จสิ้น มันจะพ่ายแพ้
เมื่อมันคิดได้เช่นนั้นมันตัดสินใจที่จะเอาจริงในทันที
‘เทพสายฟ้าจุติ’
ฟั่บ!
พริบตาที่มันเข้าสู่ร่างเทพสายฟ้าคาเรนถูกโจมตีเข้าใส่ในทันที ประกายสายฟ้าพุ่งเข้าใส่คาเรนจากทุกทิศทางและในขณะเดียวกันสายฟ้าสายหนึ่งพุ่งออกจากปลายดาบของฮิโรกิเข้าใส่เรย์โกะจนเธอกระเด็นไปไกล
เรียวพุ่งตัวมารับเรย์โกะที่กระเด็นมาแต่เอเดนทำเพียงยืนกอดอกอยู่เงียบๆ ทั้งสองคนหมดสภาพแทบจะในทันทีที่มันเริ่มเอาจริง
เหล่าผู้าุโต้องแปลกใจอีกครั้งการที่ฮิโรกิใช้ร่างเทพสายฟ้านั้นเป็การบอกพวกมันโดยนัยว่าพวกเธอทั้งคู่แข็งแกร่งมาก
ฮิโรกิยืนอยู่ในจุดที่ตนเข้าจู่โจมคาเรนมันกำลังปรับจังหวะการหายใจอย่างยากลำบากมันชำเลืองมองไปทางเอเดนและคาเรนอยู่ครู่หนึ่ง คาเรนนั้นแทบจะไม่มีาแตามร่างกายเลย
มันััได้ถึงม่านพลังบางอย่างที่ปกป้องคาเรนไว้การโจมตีที่มันโถมเข้าหาคาเรนนั้น มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่โจมตีโดนจริงๆและทั้งหมดนั่น เป็การโจมตีที่อยู่ในระดับที่ไม่รุนแรงมากนักหากนั่นคือฝีมือของเอเดนทั้งหมด กล่าวได้เลยว่าเอเดนอยู่ในระดับที่สูงกว่าตนไปไกลมากแล้ว
“ต่อไปเป็ตาฉันใช่ไหม”
เรียวสุเกะเดินเข้าหาฮิโรกิช้าๆเขาตรวจสอบร่างกายของเรย์โกะเรียบร้อยแล้ว เธอเพียงสลบไปเท่านั้นาแตามร่างกายยังนับว่าไม่ร้ายแรง
“ไม่จำเป็แล้วล่ะ...”
ยังไม่ทันที่ฮิโรกิจะตอบสนองใดๆมีหญิงคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เธอลอยตัวอยู่เบื้องต้นและกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ชายคนนั้นคือผู้ที่จัดการเหล่าตัวแทนเกือบทั้งหมดในรอบที่แล้วเขามีคุณสมบัติมากพอ”
“ทั้งห้าคนนี้คือตัวแทนผู้เยาว์ของตระกูลเรา”
“ทำความเคารพท่านผู้นำ!”
เมื่อพวกมันได้เห็นหน้าของเธอคนนั้นอย่างชัดเจนทุกคนต่างคุกเข่าลงอย่างพร้อมเพรียงกัน ยกเว้นเอเดน...
*หลังจากตอนนี้น่าจะไม่ค่อยได้ลงละครับ ขออภัยด้วยครับ