แปะ!
สิ้นเสียงกดปุ่มเอนเทอร์จี้ทิงก็จัดการคัดลอกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเ้าของร่างเดิมในนิยายออกมาได้สำเร็จ
นิยายที่ชื่อว่า‘เสพติดรักจนเกินห้ามใจ’ เล่มนี้มีความยาวทั้งหมดเจ็ดแสนหกหมื่นตัวอักษร ทว่าบทบาทที่ ‘จี้ทิง’ปรากฏตัวเพียงลำพังกลับมีเพียงหกหมื่นกว่าตัวอักษรเท่านั้นนับว่าเป็เมะลำดับสี่ที่จืดจางสมคำร่ำลือจริงๆ
และในเนื้อหาเ่าั้ประโยคจำพวก จี้เยี่ยนจื๋อมีดีตรงไหน ลู่เหยียนชูมีดีตรงไหนหรือฉินไจ้เย่มีดีตรงไหน ก็ปาเข้าไปเกือบแปดพันตัวอักษรแล้วเรียกได้ว่านอกจากจะเป็ฝ่ายรุกตัวประกอบที่เป็ตัวแถมแล้วยังเป็พวกดื้อรั้นชอบเอาหัวไปโขกกำแพงซ้ำๆ ไม่รู้จักเข็ดหลาบอีกด้วย
เดิมทีจี้ทิงตั้งใจจะเรียบเรียงไทม์ไลน์ชีวิตของเ้าของร่างเดิมเพื่อดูว่ามีจุดเสี่ยงตรงไหนที่เขาต้องหลีกเลี่ยงล่วงหน้าหรือไม่
แต่เขากลับพบว่านอกจาก่ปีที่ต้องติดคุกแล้วชีวิตอีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือของร่างนี้ล้วนผูกติดอยู่กับนายเอกของเื่ราวกับว่าในชีวิตนี้ไม่มีเื่อื่นที่สำคัญไปกว่าความรักอีกแล้ว
สำหรับจี้ทิงแล้ว‘สมองที่มีแต่ความรัก’ เป็สิ่งที่ทั้งแปลกหน้าและไร้ประโยชน์เขาไม่คิดจะทำความเข้าใจและยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่การให้เกียรติความรู้สึกแบบนั้น
ดังนั้นหลังจากผ่านการไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบแล้ว จี้ทิงจึงตัดสินใจ...กดบล็อกและลบช่องทางการติดต่อของนายเอกออกจากโทรศัพท์มือถือทุกช่องทาง
ต้นตอของความชั่วร้ายต้องถูกกำจัดั้แ่จุดเริ่มต้นตราบใดที่เขาหลีกเลี่ยงการพัวพันกับคนชื่อหลิงซีคนนี้ปฏิกิริยาลูกโซ่อีกเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ในเนื้อเื่เดิมย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น
จี้ทิงเพิ่งจะวางมือถือลงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเบาๆ สามครั้ง เขามองไปที่หน้าต่างเล็กบนหน้าจอโน้ตบุ๊กและพบว่าผู้มาเยือนคือพ่อบ้าน
จี้ทิงปรับหน้าจอโน้ตบุ๊กกลับไปที่หน้าหลักก่อนจะลุกไปเปิดประตู
“คุณชายรองครับ ท่านประธานกลับมาถึงแล้วอีกสี่สิบนาทีจะเริ่มตั้งโต๊ะมื้อค่ำครับ”
ตามปกติเมื่อจี้เยี่ยนจื๋อถึงบ้านเขาจะตรงเข้าห้องพักเพื่ออาบน้ำก่อน ทว่าในขณะที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเขาก็พลันนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้
จริงสิ...ก่อนหน้านี้ตอนที่เขาสั่งให้คนกักบริเวณจี้ทิงเอาไว้นอกจากจะยึดมือถือและกุญแจรถแล้ว เขายังเปลี่ยนโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่ให้ด้วยโน้ตบุ๊กเครื่องนั้นไม่มีเกมใดๆ ทั้งสิ้นแต่แอบติดตั้งซอฟต์แวร์ตรวจสอบหน้าจอเอาไว้ถ้าจี้ทิงทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากการเรียน มันจะบันทึกข้อมูลไว้ทั้งหมด
เมื่อนึกได้ดังนั้นจี้เยี่ยนจื๋อก็ก้าวไปที่โต๊ะแล้วเปิดโน้ตบุ๊กเพื่อเช็กโปรแกรมดังกล่าวทันที
[เวลารวมการใช้งานโน้ตบุ๊คในรอบ 7 วัน : 79 ชั่วโมง 34 นาที] สายตาของเขาไล่ไปตามตัวอักษรก่อนจะกดดูรายละเอียดการใช้งาน
[เกมไพ่แมงมุม : 48 ชั่วโมง 12 นาที]
[เกมกู้ะเิ : 16 ชั่วโมง 07 นาที]
เมื่อเห็นสองรายการแรกจี้เยี่ยนจื๋อก็แค่นยิ้มเ็าอย่างที่คาดไว้ทว่ารายการสุดท้ายกลับทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็มืดครึ้ม
[ค้นหาผ่านไป่ตู้ : วิธีเล่นเกมกู้ะเิ ใช้เวลา : 5 ชั่วโมง 41 นาที]
ห้าชั่วโมงเนี่ยนะ?คนเราต้องโง่ขนาดไหนกัน ถึงขนาดที่เล่นเกมกู้ะเิไม่เป็แถมยังต้องใช้เวลาศึกษากฎกติกาเนิ่นนานขนาดนี้
จี้เยี่ยนจื๋อปิดฝาโน้ตบุ๊กเสียงดังปังช่างเป็ตัวโง่งมที่ทำให้เขาเสียเวลาจริงๆ
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่สองข้างทางจี้เยี่ยนจื๋อก้าวออกมาพอดีกับที่จี้ทิงเดินลงมาจากบันได สายตาของทั้งคู่ประสานกันและจี้ทิงก็ถูกอีกฝ่ายถลึงตาใส่โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
จี้ทิงขมวดคิ้วมุ่นแม้ตอนนี้เขาจะพออ่านสีหน้าของอีกฝ่ายออกบ้างแล้วแต่เขาก็ยังคงรู้สึกสับสนกับการกระทำของจี้เยี่ยนจื๋ออยู่บ่อยครั้ง
โมโหได้ตลอดเวลาแบบนี้จี้เยี่ยนจื๋อไม่คิดจะไปปรึกษาหมอบ้างหรือไงนะ?
ทั้งสองเดินตามกันเข้าไปในห้องอาหารหลังจากนั่งประจำที่แล้ว พ่อบ้านก็ให้เหล่าสาวใช้เริ่มลำเลียงอาหารขึ้นโต๊ะ
ไม่มีเสียงพูดคุยบนโต๊ะอาหารมีเพียงเสียงกระทบกันเบาๆ ของเครื่องครัวเป็ระยะ
จี้เยี่ยนจื๋อเหลือบมองจี้ทิงที่กำลังก้มหน้าทานข้าวอย่างสงบความโกรธเคืองที่รู้สึกเหมือนถูกปั่นหัวเมื่อครู่ค่อยๆ ตกตะกอนและเริ่มมีบางอย่างที่น่าสงสัยผุดขึ้นมาแทน
คนคนนี้ถึงจะโง่มาแต่ไหนแต่ไรแต่ก็ไม่น่าจะถึงขั้นใช้เวลาห้าชั่วโมงเพื่อศึกษากฎเกมกู้ะเิจี้เยี่ยนจื๋อฉุกคิดว่าเป็ไปได้ไหมที่จี้ทิงจะรู้ตัวเื่โปรแกรมดักฟังหน้าจอนั่นอยู่แล้วและคาดการณ์ได้ว่าเขาต้องมาตรวจดูภายหลัง จึงจงใจสร้างประวัติการใช้งานแบบนั้นขึ้นมาแกล้งเขา
ในตอนนั้นจี้เยี่ยนจื๋อยังไม่รู้ตัวว่าตนเองได้ก้าวเข้าไปใกล้ความจริงครึ่งตัวแล้วเขาเพียงแต่นึกถึงคำพูดของหมอโจวขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จนใจเริ่มสั่นไหว
แทนที่จะมานั่งเดาว่าจี้ทิงกำลังแกล้งโง่เพื่อตบตาเขาหรือไม่จี้เยี่ยนจื๋อจึงตัดสินใจทำตามแผนที่วางไว้แต่แรก นั่นคือ‘ฟัง’ สิ่งที่จี้ทิงคิดออกมาจากปากเ้าตัวโดยตรง
ผ่านไปครู่หนึ่งจี้ทิงที่ทานอาหารเสร็จแล้วก็วางตะเกียบลง ทว่าในขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นจี้เยี่ยนจื๋อก็เอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเ็า “นั่งลงก่อนฉันมีเื่จะถามนาย”
จี้ทิงทรุดตัวลงนั่งตามเดิมพลางเอ่ยเสียงเรียบ “เื่อะไรครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อยังไม่ยอมเปิดปากในทันทีเขานิ่งเงียบไปนานราวกับกำลังพิจารณาคำพูดอย่างหนัก “นายมีเื่ที่ถนัดเป็พิเศษไหมประเภทที่ว่าเกิดมาก็ทำได้เลย หรือเรียนรู้ได้ไวราวกับเป็เื่ง่ายสำหรับนาย?”
จี้ทิงรู้สึกว่าคำถามนี้ดูประหลาดพิลึกแต่ก็ยังตอบไปตามจริง “มีครับ”
“มันคืออะไร?”
จี้ทิงตอบโดยไม่เสียเวลาคิด“ผม...”
“เดี๋ยว” จี้เยี่ยนจื๋อขัดขึ้นกะทันหันก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เคร่งขรึมและกดดัน “นายคิดในใจเรียบเรียงทีละคำให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยตอบออกมา”
จี้ทิงกะพริบตาปริบๆด้วยความสงสัย : [แค่บอกเื่ที่ถนัด ต้องคิดหนักขนาดนั้นเลยเหรอสิ่งที่ฉันถนัดที่สุดก็คือ...]
นิ้วมือของจี้เยี่ยนจื๋อที่วางอยู่บนพนักพิงแขนเริ่มหดเกร็งโดยไม่รู้ตัววินาทีถัดมาเขาก็เห็นริมฝีปากของจี้ทิงขยับเอ่ย “ผมเล่าเื่ตลกเก่งมากพี่อยากฟังไหมล่ะ?”
ตึงงง!ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ริมทะเลแล้วจู่ๆก็ถูกลูกมะพร้าวตกจากต้นกระแทกเข้าที่ท้ายทอยอย่างจัง
ทั้งไร้สาระทั้งมึนงง และชวนให้หายใจไม่ออก
จี้เยี่ยนจื๋อสูดลมหายใจเข้าลึก...ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูนราวกับเกรงว่าจะมีคำด่าทอที่ไม่น่าฟังหลุดออกมาจากปาก
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบไปนานจี้ทิงจึงสรุปเอาเองว่าเขาคงอยากฟัง “มีลูกแกะลูกวัว แล้วก็ลูกหมูไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อปรากฏว่าลูกวัวกับลูกหมูถูกเ้าของร้านตีจนตายแต่เ้าของร้านกลับไม่แตะต้องลูกแกะเลยแม้แต่นิดเดียว พี่รู้ไหมว่าเพราะอะไร?”
ดวงตาคู่สวยของเขาเป็ประกายวิบวับมุมปากที่เคยเรียบตึงกลับยกโค้งขึ้นเล็กน้อย “ก็เพราะร้านสะดวกซื้อเขาเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง[1] ยังไงล่ะครับ”
“ฮึ” จี้เยี่ยนจื๋อหลุดเสียงหัวเราะสั้นๆ ออกมาแต่มันคือเสียงหัวเราะที่เกิดจากความโกรธจนขีดสุด
ไอ้หมอโจวเฮงซวยนั่นบอกว่าหมอนี่เป็เหมือนเมฆที่ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้าอย่างนั้นเหรอไอ้เด็กบ้านี่มันก็แค่ปลาเน่าในท่อระบายน้ำชัดๆ!
จี้ทิงกำลังแกล้งโง่เหรอถ้าคนเรามันแสดงนิสัยแบบนี้ออกมาได้แเีขนาดนี้ลู่เหยียนชูก็ควรจะมาขอฝากตัวเป็ศิษย์แล้วล่ะ
เมื่อจี้ทิงเห็นอีกฝ่ายหัวเราะเขาก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย :[นึกไม่ถึงว่าจี้เยี่ยนจื๋อที่นิสัยที่เกรี้ยวกราดขนาดนั้นจะเป็คนมีอารมณ์ขันเหมือนกันแฮะ]
มีอารมณ์ขันงั้นเหรอ?
เส้นเืที่ขมับของจี้เยี่ยนจื๋อเต้นตุบๆเขาขบเคี้ยวเคี้ยวฟันสั่ง “ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้”
จี้ทิงนึกว่าเขาถามธุระเสร็จแล้วจึงหยัดตัวยืนขึ้น “งั้นผมขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะครับ”
“ใครอนุญาตให้นายกลับห้องกัน!” ใบหน้าของจี้เยี่ยนจื๋อมืดครึ้มราวกับพายุฝนเขาชี้นิ้วไปทางประตู “ตอนนี้นายท่องไอ้เื่ตลกเฮงซวยนั่นไว้ในใจแล้วเดินออกจากห้องอาหารไปซะ เดินไปจนถึงหน้าประตูใหญ่โน่น จนกว่าฉันจะสั่งให้หยุด”
เขาไม่อยากเห็นหน้าคนคนนี้แม้แต่วินาทีเดียวและอยากจะสลัดเสียงในหัวที่ชวนประสาทเสียนั่นออกไปให้พ้นด้วย
ที่เขาสั่งให้จี้ทิงเดินออกไปก็เพื่อจะทดสอบดูว่าเสียงในใจนั้นจะส่งมาถึงเขาได้ในระยะไกลแค่ไหน และถ้าเป็ไปได้เขาก็อยากให้คนคนนี้ไสหัวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้
หนังตาของจี้ทิงหรี่ลงสีหน้ากลับมาเรียบเฉยตามปกติ “ผมไม่ไป”
จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาคมดุลง“นายกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ?”
“กล้าครับ” น้ำเสียงของจี้ทิงไม่ได้ดุดันทว่ากลับดูราบเรียบและเ็า “จี้เยี่ยนจื๋อผมไม่กลัวพี่อีกต่อไปแล้ว”
เชิงอรรถ
[1]คำว่า ปิดร้าน (打烊) พ้องเสียงกับคำว่าตีแกะ (打羊)