ยามดึกสงัดของคืนนั้นหลี่ิ จึงเปลี่ยนเป็ชุดรัดกุมสีดำสนิท เปิดหน้าต่างชั้น 3 ของโรงเตี๊ยมพลิ้วกายออกจากห้องพัก ใช้วิชา 7 ก้าวข้ามทะเลขั้นฟ้าระดับสูงสุดวิ่งบนหลังคาดั่งเหินลม ความสำเร็จในวิชาตัวเบาของเขาน่าตระหนกยิ่ง เพียงครู่เดียวก็มาถึงจวนผู้ว่าแล้ว หลี่ิใช้ดวงตาัสำรวจไปทั่วจวน จึงเห็นทหารหลายสิบคนคอยเดินตรวจตราอย่างเข้มแข็ง ตามซอกหลืบบนหลังคามีผู้เยี่ยมยุทธแอบซ่อนอยู่ 3 คน
หลี่ิมองจนทั่วจวนยังหาหนทางเข้าไปด้านในไม่ได้ 'จวนผู้ว่าคุ้มกันแ่ายิ่งนัก ไม่มีช่องโหว่ให้เล็ดรอดเข้าไปได้ คงต้องกลับมือเปล่าแล้วซินะ'ในขณะที่หลี่ิเริ่มถอดใจจะถอนตัวกลับ พลันเห็นชายชุดดำ 2 คนแบกกระสอบะโข้ามกำแพงเข้ามา มันชูป้ายคำสั่งสีดำตัวอักษรสีทองให้กับนักบู๊ ที่ะโลงมาจากหลังคายืนขวางหน้าพวกมันอยู่
"พวกเ้าออกล่าเหยื่อให้กับคุณชายอีกแล้วหรือ ไหนเปิดกระสอบนั่นให้ข้าตรวจดูหน่อยว่าเป็บุตรสาวบ้านใด"
"บังอาจเกินไปแล้วนะหวังสือ เ้าเป็ใครถึงกล้ามาขัดขวางความสุขของคุณชายเรา"มันตวาดด้วยความก้าวร้าว
นักบู๊วัยกลางคนไม่พอใจะโลงมาขวางอีกคน"เ้าโจรต่ำช้า อาศัยบารมีของเ้านายกล้ามาอวดเบ่งกับพี่รองของข้า อยากตายมากนักหรือไง"แล้วดึงดาบออกจากฝัก แผ่ไอสังหารออกมาอย่างเปี่ยมล้น
ชายชุดดำอีกคนที่ไม่ได้แบกกระสอบก็ชักดาบออกมาขวางเช่นกัน"หม่าตุ้นเ้าคิดว่าคนอย่างข้าเป็ตะเกียงไร้น้ำมันเช่นนั้นรึ แน่จริงก็เข้ามา"มันหาได้กริ่งเกรงไม่ มิหนำซ้ำยังกล้ากล่าวท้าทาย
เสียงท้าทายกันไปมาของทั้งสองฝ่าย ทำให้ทหารยามวิ่งกรูกันเข้ามาปิดล้อมชายชุดดำทั้งสองคนอย่างแ่า สถานการณ์ตึงเครียดใกล้แตกหักเต็มที แต่แล้วก็มีเสียงหนาทุ้มปานระฆังเหล็ก ะโห้ามปราม
"หวังสือ หม่าตุ้น ปล่อยพวกมันเข้าไปอย่าได้มีเื่กันให้บานปลาย"ที่แท้เป็เสียงของชายนักบู๊ที่อยู่บนหลังคานั่นเอง ทำให้นักบู๊ทั้งสองและเหล่าทหารยินยอมเปิดทางให้ชายชุดดำสองคนแบกกระสอบเดินหายลับไปยังตึกด้านใน
หลี่ิลอบมองจึงเห็นถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้น "ให้นึกแปลกใจยิ่งนัก" เมื่อ 5 ปีก่อนเขาเคยได้ยินยายเฉินเล่าให้ฟังว่าเ้าเมืองซุยเป่ยคนใหม่ เป็ผู้มีใจอารีย์ถึงแม้ภายนอกจะเข้มงวดเ็า แต่ไม่เคยได้ยินว่าเป็พวกคดในข้องอในกระดูก ขูดรีดภาษีข่มเหงชาวบ้านมาก่อน
'ได้ข่าวมานานแล้วว่าเ้าเมืองมีลูกสาวอยู่ 2 คน แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามีบุตรชาย ถึงจะมีบุตรชายเมื่อภายหลังก็คงมีอายุไม่เกิน 10 ขวบ แล้วจะล่วงละเมิดสตรีชาวบ้านได้อย่างไร ช่างผิดสังเกตุนักจำเราจะต้องสืบเสาะให้รู้ความจริง'เมื่อคิดได้ดังนั้นหลี่ิจึงใช้ดวงตาัสังเกตุดูช่องโหว่ในการลอบเร้นเข้าจวนผู้ว่าอีกครั้ง
แต่คราวนี้กลับพบเจอช่องโหว่มากมาย เนื่องจากทหารยามและผู้เยี่ยมยุทธทั้งสามกำลังพูดคุยเื่ราวเมื่อครู่อย่างโกรธแค้น ถือเป็โอกาสอันดีที่จะบุกเข้าไปในจวน หลี่ิะโข้ามกำแพงลัดเลาะไปตามสวนไม้ดอก คืบคลานได้อย่างว่องไวหลังจากผ่านเวรยามชั้นนอกมาแล้ว ภายในจวนการตรวจตราค่อนข้างหละหลวม ทำให้หลบรอดสายตาผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย
ดวงตาัช่างมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ใช้เวลาไม่นานก็ค้นเจอห้องของชายหนุ่มรูปงามแต่งกายสูงศักดิ์ กำลังลูบคลำร่างของหญิงสาวที่ถูกมัดมือมัดเท้าผูกปากอย่างเพลิดเพลิน ฝ่ายหญิงพยายามดิ้นรนขัดขืนฝ่ายชายยิ่งเร่งเร้ากระเหี้ยนกระหือรือ แล้วฉีกกระชากเสื้อผ้าของนางจนขาดวิ่น เผยเห็นผิวกายขาวเนียนราวกับหิมะ
แววตาของชายหนุ่มแดงก่ำเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย น้ำลายไหลย้อยจนหน้าตาหล่อเหลาของมัน ดูน่ารังเกียจต่ำช้ายิ่งนัก มันถูมือไปมาแล้วลุกจากเตียงถอดเสื้อผ้าของตัวเองจนเปลือยเปล่า
"น้องลี่หลิน เ้างดงามบาดตาบาดใจยิ่งนัก ข้าไท่หัวจะรับเ้าเป็ชายาองค์ที่ 9 ของข้า ดีกว่าจะไปเป็คู่หมั้นของบัณฑิตจนๆแซ่เกานั่น ข้าจะชื่นชมเ้าทะนุถนอมเ้าอย่างนุ่มนวล ฮ่า..ฮ่า.."เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งของมันเปิดเผย ไม่มีผู้ใดกล้าเปิดหน้าต่างหรือเดินผ่านมาดูเหตุการณ์ต่ำช้า ที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้
ชายชุดดำสองคนที่แบกหญิงสาวเคราะห์ร้ายเข้ามาให้องค์ชายบ้าตัณหาบดขยี้กลีบดอกไม้ ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องหัวเราะคุยกันอย่างสนุกปาก
"คำว่าทะนุถนอมขององค์ชาย ทำให้สาวงามตายไปแล้วถึง 8 คนใน่ 2 เดือนที่ผ่านมา ข้าว่านังนี่คงทนได้ไม่เกินคืนนี้หรอก"
ชายชุดดำอีกคนเป่าปากอย่างเสียดาย"ข้าหวังว่านางจะยังไม่ตาย พอเหลือลมหายใจชั่วครู่ให้ข้าได้สนุกกับนางบ้าง เมื่อครู่ข้าเกือบอดใจไว้ไม่ไหวอยากจะแวะข้างทางเสียหลายครั้ง กลิ่นกายของนางช่างหอมละมุนเหลือเกิน แม้จะถูกคลุมด้วยกระสอบก็ไม่สามารถปิดกั้นกลิ่นสาบสาวของนางได้ ฮี่.ฮี่."ขณะที่พูดถึงนางพลางนึกถึงภาพของเขาที่เสพสังวาสกับสาวงาม ถึงกับน้ำลายไหล
"ดีแล้วที่เ้าไม่ทำอย่างนั้น ไม่งั้นหัวของเราสองคงกลิ้งอยู่กับพื้น เอาเป็ว่าพวกเราคอยลุ้นว่านางจะอดทนมากพอ ให้พวกเราได้เดินผ่านสวนดอกไม้ของนางบ้างหรือไม่ ฮ่า.ฮ่า."เสียงหัวเราะของพวกมันยิ่งฟังยิ่งระคายหู หยาบช้ายิ่งนัก
หลี่ิรังเกียจคนประเภทนี้เป็ที่สุด แต่ไม่้าเผยตัวสร้างความลำบากให้กับตัวเอง เนื่องจากเขารับรู้แบ้วว่าฐานะของอีกฝ่ายเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ จึงไม่อาจลงมืออย่างวู่วามได้
นอกจากนี้ชายชุดดำแม้ว่าจะน่ารังเกียจขยะแขยงอย่างไร แต่ฝีมือของพวกมันเป็ของจริงด้วยดวงเนตรัจึงทำให้เขาเห็นลมปราณที่แผ่ซ่านปกคลุมร่างกายของมัน ชายดำทั้งสองต้องอยู่ในระดับปราณแท้อย่างแน่นอน ซึ่งฝีมือของเขาตอนนี้ยังเทียบกับพวกมันไม่ได้ จำต้องทนรอพวกมันย่ามใจเสียก่อนจึงจะเป็โอกาสให้เขาลงมือ