นับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว]

    ม้วนที่ 4 ปกติกับผิดปกติ เล่มที่ 4 บทที่ 106 เมามาย (1)

            “ลาถีเท่อเจ้าๆๆๆ——”

            เก๋อจือแยกเขี้ยวยิงฟันพลางคว้าข้อมือของลาถีเท่อเอาไว้จนแลกมาซึ่งสายตาฉายแววสงสัยอย่างยิ่งทั้งสองคู่ของโม่จ้านกับเจียนั่ว ลาถีเท่อเองก็หันไปมองเด็กหนุ่มผมแดงด้วยความสงสัยเช่นกัน ทว่าภายในแววตากลับแฝงรอยยิ้มอย่างมิอาจปกปิด

            “มีอันใดหรือ? เพียงดื่มจนหมด ประเดี๋ยวข้าซื้อให้เจ้าใหม่เป็นพอ”

            “…………”

            สีหน้าของเก๋อจือแปรเปลี่ยนเป็นชะงักค้างทันใด ฉีกยิ้มอย่างกลืนมิเข้าคายมิออก กลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าท้อถอย

            “เหอะ รอกระทั่งกลับจากทำภารกิจเสร็จสิ้น ใช้เงินของกิลด์ซื้อกลับมาสักหลายเหยือกแล้วมาดื่มด้วยกันให้หนำใจ”

            โม่จ้านเพิ่งจะยกยิ้มปลอบเก๋อจือพลันได้สติรู้ตัวว่าคล้ายกับตนจะปักธงอีกแล้วจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที

            “นึกมิถึงว่าเจียนั่วจะกินได้มากถึงเพียงนี้ กระทั่งข้ายังตกใจ”

            “อืม...เจ้าทำกับข้าวได้ถูกปากข้ายิ่งนัก ข้ากินแล้วมีความสุขมากจริงๆ”

            เจียนั่วเผยรอยยิ้มจริงใจให้โม่จ้าน หางตาของโม่จ้านลอบชำเลืองมองด้วยหางตาหนึ่งปราด แทบจะหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างของอีกฝ่ายยังคงถือส้อมและมีดขึ้นมาอีกครั้งอย่างใช้เวลาให้เป็นประโยชน์

            “...อืม เจ้าชอบก็ดี หากพวกเจ้ายังจะกินก็รีบกิน มิเช่นนั้นคงจะเย็นชืดเสียก่อน”

            ท่ามกลางเสียงหัวเราะ คนไม่กี่คนทั้งกินทั้งสนทนากันจนกระทั่งท้องของทุกคนต่างพากันกลมดิก เพียงแต่หลังจาก 'เหตุการณ์แย่งสุรา' แทนที่จะเอ่ยว่าเก๋อจือจิตใจเหม่อลอย คงต้องเอ่ยว่าจิตใจไม่สงบเสียมากกว่า ถึงขั้นที่ว่าโม่จ้านผู้ความรู้สึกว่องไวดูออกว่าอีกฝ่ายลุกนั่งไม่ติดที่

            กระนั้นหลังจากโม่จ้านซักถาม เก๋อจือแสดงออกว่าโม่จ้านเพียงคิดมากไป กลับย้อนถามว่าโม่จ้านเมามายแล้วใช่หรือไม่ โม่จ้านคลำศีรษะที่ค่อนข้างร้อนอยู่บ้างของตน ปรายมองไปทางลาถีเท่อที่ยังคงยกยิ้มพูดคุยอย่างสนุกสนาน ตามด้วยมองไปทางเจียนั่วที่ใบหน้าเริ่มเห่อแดงขึ้นเรื่อยๆ พลันมั่นใจสองอย่าง

            อย่างแรก สุรามีฤทธิ์แรงมิน้อยทีเดียว

            อย่างที่สอง ตนอาจจะเมามายอยู่บ้างแล้วจริงๆ เจียนั่วก็เช่นกัน

            อย่างที่สาม ถึงแม้จะทอดถอนใจปลงอนิจจังไปเสียหลายรอบ ทว่าร่างกายของเด็กหนุ่มเผ่าหมานแข็งแรงมากจริงๆ

            ...มิถูก ทั้งๆ ที่เป็นสามอย่างแท้ๆ

            โม่จ้านส่ายหน้า หยัดกายลุกขึ้นอย่างหัวเราะมิได้ร้องไห้มิออก เตรียมจะไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องครัว

            “เจียนั่ว เจ้าจะให้ข้านำผ้าขนหนูมาให้เจ้าด้วยหรือไม่?”

            เจียนั่วส่ายหน้า ใช้ผ้าเช็ดปากซับมุมปากจนสะอาดก่อนหยัดกายลุกขึ้น เดินตามโม่จ้านเข้าไปในห้องครัวพร้อมกัน

            คนทั้งสองเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากห้อง เก๋อจือพลันโผไปยังข้างกายของลาถีเท่อ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันหยิกต้นขาของเขาอย่างแรง

            “มิได้ตกลงกันว่าให้พวกเขาดื่มทั้งหมดหรืออย่างไร? เหตุใดเจ้าจึงดื่มเสียแล้ว” 

            “จิ๊ ใช่ว่าเจ้าจะดูมิออกเสียหน่อย ต้องขอบคุณการแสดงละครอันแข็งทื่อของเจ้าจริงเชียว หากข้าไม่ดื่มด้วยพวกเขาคงไม่มีทางยอมดื่มสุราที่เหลืออยู่จนหมดอย่างแน่นอน”

            เด็กหนุ่มเผ่าหมานไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อความรู้สึกเจ็บบนต้นขาแม้แต่น้อย ค้อมเอวลงเล็กน้อย มือข้างซ้ายกุมหัวไหล่ของเด็กหนุ่มผมแดง มือขวาช้อนต้นขาของอีกฝ่าย ทันทีที่ออกแรงยก เก๋อจือพลันถูกพยุงจนมาอยู่บนต้นขาของลาถีเท่อ

            ลาถีเท่อก้มหน้าลง นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มน่ามองจดจ้องเก๋อจือไม่วางตา ลมหายใจเจือกลิ่นสุราภายในโพรงจมูกถูกผ่อนลงบนใบหน้าของเด็กหนุ่มผมแดง ขณะมองลาถีเท่อที่ค่อนข้างเมามาย เก๋อจือลุกลี้ลุกลนอยู่บ้าง มือทั้งสองข้างค้ำยันขาของอีกฝ่ายหมายจะกระโดดลงไป ทว่าแขนแข็งแกร่งทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มเผ่าหมานกลับสอดเข้าใต้วงแขนของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วก่อนจะก้มหน้าลงไปยังข้างใบหูของเก๋อจือ

            “...หึ เจ้าก็รู้ใช่หรือไม่ว่ายาภายในสุรามีฤทธิ์อันใด...”

            “...ดังนั้นข้าจึงได้บอกว่าเอาให้พวกเขากินทั้งหมดอย่างไรเล่า!! พวกเราต่างก็มีความสัมพันธ์เช่นนี้แล้ว มิต้องใช้ของเช่นนี้แม้แต่น้อย...”

            น้ำเสียงของเก๋อจือค่อยๆ แผ่วลง ทว่าใบหน้ากลับแดงระเรื่อขึ้นเรื่อยๆ --- มือใหญ่ของเด็กหนุ่มเผ่าหมานสอดเข้ามาภายในเสื้อ ลูบคลำแผ่นหลังเรียบลื่นของเด็กหนุ่มผมแดง

            ด้วยเพราะทำงานหนักมาเป็นเวลานาน ฝ่ามือและนิ้วมือของลาถีเท่อล้วนแต่เต็มไปด้วยผิวหนังแห้งด้าน ยามออกแรงสัมผัสผิวหนังให้ความรู้สึกสบายยิ่งนัก มิต่างกับนำไม้กระบอกหยาบกดลงเบาๆ ทุกครั้งหลังจากเก๋อจือฝึกฝนเวทมนตร์เสียจนพลังอ่อนเปลี้ย ลาถีเท่อก็จะบอกให้เก๋อจือนอนฟุบลงบนเตียงก่อนจะนวดผ่อนคลายทั้งตัวให้ตน

            เพียงแต่เห็นได้ชัดว่ายามนี้ลาถีเท่อมิได้ตั้งใจจะทำเช่นนั้น

            “...อืม...เช่นนั้นพวกเรามีความสัมพันธ์เช่นไร?

            ลมหายใจอุ่นปัดป่ายผ่านใบหู เด็กหนุ่มเผ่าหมานกัดลงบนขอบใบหูของเด็กหนุ่มผมแดงเบาๆ พร้อมทั้งเอ่ยพึมพำเสียงเบา ใบหูของเก๋อจือค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ดิ้นขัดขืนอยู่ภายในอ้อมแขนที่มั่นคงของลาถีเท่อ

            “...ลาถีเท่อ เจ้าอย่าได้อาศัยฤทธิ์สุราแสร้งทำเป็นเสียสติ...! ใช่ว่าข้ามิรู้ความสามารถในการดื่มสุราของเจ้า...นี่ ปล่อยข้า!!”

            “ข้ามิได้อาศัยฤทธิ์สุราเสียหน่อย? เพียงแต่อาศัยฤทธิ์ยาเท่านั้น... เจ้าก็สัมผัสได้แล้วมิใช่หรือ?”

            เด็กหนุ่มเผ่าหมานเผยยิ้มร้าย ริมฝีปากเคลื่อนผ่านขมับของเด็กหนุ่มผมแดงก่อนจะทิ้งหนึ่งจูบลงบนหางตาแผ่วเบา เก๋อจือนึกโมโหเสียจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตั้งท่าจะใช้ความรุนแรงกับกล้ามท้องแข็งแกร่งของลาถีเท่อ เด็กหนุ่มเผ่าหมานตื่นตระหนกพลางใช้มือกุมเจ้าสิ่งที่ร้อนระอุบริเวณช่วงล่างที่แอบ 'เคลื่อนไหว' ขึ้นมายังช่วงบนเสียนานแล้วเอาไว้

            เด็กหนุ่มผมแดงฉวยโอกาสกระโดดลงจากบนหน้าตักของเด็กหนุ่มเผ่าหมาน ทำสีหน้าทะเล้นก่อนวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

            ลาถีเท่อยักไหล่อย่างจนปัญญา เขาเลียริมฝีปากที่ค่อนข้างแห้งผากก่อนดึงชายเสื้อที่ยัดเข้าในกางเกงออกมาด้านนอกเพื่อปกปิด พอจะฝืนอำพรางสถานการณ์ชวนให้ผู้คนกลืนมิเข้าคายมิออก

            เก๋อจือนะเก๋อจือ ข้ายอม 'เสียสละตนเอง' เพื่อแผนการของเจ้าแล้ว แน่นอนว่าเจ้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบผลที่ตามมาและหนีไม่พ้น

            .....

            อีกฝั่งหนึ่ง โม่จ้านสัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มแปลกประหลาดแล้ว เพียงแต่ยังนึกว่าร่างกายนี้คอมิแข็งจึงนำน้ำแข็งประคบใบหน้าที่เห่อร้อนเอาไว้โดยตลอด เจียนั่วใช้ผ้าขนหนูเย็นลูบลำคออยู่หลายครั้ง กระนั้นกลับพบว่าร่างกายยิ่งร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ ความสงสัยภายในใจพลันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

            “...โม่เจ๋อเอ่อร์ สุราผลไม้ของที่นี่มีฤทธิ์แรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”

            “ทหารรับจ้างเหล่านั้นช่างป่าเถื่อนจริงเชียว นึกมิถึงว่าจะดื่มสุรามีฤทธิ์แรงเช่นนี้ได้คนละหนึ่งเหยือกเต็มๆ...”

            โม่จ้านพัดใบหน้าแดงก่ำและเห่อร้อนของตนเองอย่างจนปัญญาพร้อมกับควานหาบางสิ่งบนตู้ติดผนัง หากกำลังอยู่ในสภาพเมามาย พลังวิญญาณไม่มั่นคงอย่างถึงที่สุดนั้นมิอาจใช้พลังเวทโดยเด็ดขาด เช่นนั้นยิ่งมิต้องเอ่ยถึงการใช้พลังธาตุน้ำแข็งลดอุณหภูมิเสียแล้ว

            “...ข้าจำได้ว่ายังเหลือน้ำผึ้งอยู่ นำมาชงน้ำร้อนดื่มก็จะดีขึ้นแล้ว”

            ทว่าเจียนั่วที่กำลังกุมหน้าผากกลับคว้าไหล่ของโม่จ้านเอาไว้ ใช้สายตาค่อนข้างอ่อนแรงมองไปทางห้องนอน

            “แม้คนเมาดื่มน้ำผึ้งจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง ทว่าความจริงแล้วกลับมิเป็นผลดีต่อร่างกาย พวกเราควรจะสร่างเมาโดยธรรมชาติเถิด...”

            สภาพของเจียนั่วคล้ายจะย่ำแย่กว่าโม่จ้านเสียอีก โม่จ้านกลืนคำว่า 'เพราะเหตุใด' ที่ติดอยู่ริมฝีปากลงไป เจียนั่วที่ฝีเท้าไม่มั่นคงเดินไปทางห้องนอน

            “โบราณกล่าวถูกต้อง ดื่มสุราแล้วจะทำให้เสียงานเสียการ...”

            โม่จ้านเอ่ยพึมพำเสียงเบาพร้อมกับเข้าไปประคองเจียนั่วให้เดินไปถึงหน้าประตูอย่างเหน็ดเหนื่อยมิน้อย ขณะเอื้อมมือออกไปผลักประตู หางตาของโม่จ้านมองไปทางหน้าท้องของเจียนั่วโดยมิตั้งใจ พลันพบกับภูเขาลูกเล็กที่เด่นชัดมิน้อย

            เจียนั่วสวมชุดรัดรูปมีความยืดหยุ่นที่อัศวินมักใช้โดยเฉพาะ เพื่อสะดวกต่อการติดอาวุธและสวมเสื้อเกราะ ยามปกติจะสวมเพียงเสื้อตัวหลวมและกางเกงขายาวไว้ด้านนอก และในยามนี้ 'สถานการณ์' ของส่วนที่นูนอยู่ใต้ชุดรัดรูปเป็นทุนเดิมได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ หากมิใช่ว่าซิปกางเกงตัวนอกทำงานได้สมหน้าที่ เกรงว่ากระทั่งเนื้อผ้าที่แนบชิดไปกับร่างกายคงจะปริออกมาเสียแล้ว

            และเจียนั่วในยามนี้ได้มีเหงื่อไหลหยดเสียแล้ว ท่อนแขนพาดอยู่บนไหล่ของโม่จ้านพลางนำหน้าผากแตะลงบนแขนของตน ลมหายใจของอัศวินแปรเปลี่ยนเป็นไม่สม่ำเสมอ ทำได้เพียงพิงโม่จ้านพลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

     

    คล้ายกับเรื่องนับถอยหลังสู่การประหารราชาปีศาจ (Yaoi) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน