ทักก์เดินไปหยุดอยู่ตรงประตู มือจับอยู่ที่ลูกบิด และก็คล้ายกับจะมีความตึงเครียดแฝงขึ้นมาในบรรยากาศร้อยรัดเขาและเธอเข้าไว้ด้วยกัน เลสลี่รู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม แววในดวงตาคู่สีฟ้านั้นดูจะเยือกเย็นพิกล เลสลี่ไม่เคยได้สังเกตมาก่อนว่าผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์น่าประทับใจอย่างประหลาด ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลยที่ลูกสาวของเขาจะมีความคิดว่า ผู้หญิงทุกคนจะต้องหลงรักในตัวเขา เพราะดูจะเป็การง่ายมากที่จะติดใจในเสน่ห์ของผู้ชายคนนี้
“ผมหวังว่าฮอลลี่คงไม่สร้างความรำคาญให้กับคุณมากนักนะครับ” เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด
“ไม่เลยค่ะ” ทั้งคำพูดทั้งเื่ที่จะพูดดูมันมีอะไรผิด ๆ อยู่อย่างบอกไม่ถูก มันเป็เพียงการสื่อสารที่ว่างเปล่าไร้ความหมาย คล้ายกับเขาและเธอไม่รู้จะหาอะไรมาพูดกันมากกว่า
“อีกไม่นานแกก็จะต้องมาหาคุณอีก” น้ำเสียงที่กล่าวเป็เชิงเตือนนั้น แฝงความขบขันไว้ “ถ้าคุณกำลังยุ่งก็ไล่ให้แกกลับไปก็แล้วกันครับ”
“โอเคค่ะ”
“ขอให้ขาหายเร็ว ๆ นะครับ” รอยยิ้มบนใบหน้ารบกวนจิตใจเธออยู่ไม่น้อย และแล้วประตูทั้งสองชั้นก็ปิดตามหลังเขาลง เลสลี่มองเห็นเงาที่เดินผ่านหน้าต่างไปตามทางรถวิ่ง ขณะที่ทักก์สาวเท้าเดินให้ทันลูกสาว
บ้านดูจะเงียบและว่างเปล่าลงอย่างบอกไม่ถูก เลสลี่เอื้อมไปหยิบสำรับไพ่สับไปมาอยู่เป็ครู่ ก่อนจะลงมือถอดไพ่เล่นตามลำพัง
วันศุกร์ภายหลังจากที่รับประทานอาหารกลางวันแล้ว เลสลี่ก็อาสาที่จะล้างจานเองหลังจากที่งานเสร็จเรียบร้อยลง เธอก็เปิดน้ำล้างอ่าง จากนั้นก็ประคองตัวด้วยไม้ค้ำเดินไปหยิบผ้ามาเช็ดมือ มองเห็นป้าที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่กับตู้เก็บของชั้นล่าง
“ป้าทำอะไรคะนั่น” เลสลี่ถามยิ้ม ๆ เมื่อเห็นมิสซิสอีแวนส์ ทำท่าเหมือนจะคลานเข้าไปในตู้เพื่อหาของที่้า
“จะหากระทะ เตรียมไว้ทอดหมูสำหรับเป็อาหารค่ำวันนี้น่ะสิ อ้อ...อยู่นี่เอง” เสียงเครื่องครัวโลหะกระทบกันอยู่ก่อนที่มิสซิสอีแวนส์จะถอยกลับออกมาพร้อมด้วยใบนั้น และเอาวางลงบนเคานท์เตอร์
“ั้แ่หนูมาอยู่ที่นี่รู้สึกว่าจะมีแต่เื่กินตลอดเวลาเลย ก่อนจะกลับเห็นจะต้องอดอาหารเพื่อลดน้ำหนักตัวสักพักแล้วละค่ะ” ปรกติแล้ว เลสลี่ไม่เคยรับประทานอาหารเต็ม 3 มื้อเลยสักครั้ง
“เอาไว้ให้ถึงเวลาก่อนแล้วค่อยลดพร้อมกัน” ป้าของเธอบอก “ที่จริงป้าชอบทำอาหารนะถ้ามีคนกิน อยู่คนเดียวี้เีทำ เพราะต้องมานั่งกินของเหลือ”
“ค่ะ เพราะเวลาอยู่คนเดียวกินอะไรก็ได้อยู่แล้ว” เลสลี่พูดอย่างเห็นด้วย “จะให้หนูช่วยทำอะไรอีกไหมคะ”
เธอยังไม่ทันจะได้รับคำตอบก็พอดีกับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นเสียก่อน แพตซี่ อีแวนส์ จึงหันมาทางหลานสาวและบอกว่า
“ช่วยไปเปิดประตูหน่อยสิ”
หลังจากที่ฝึกใช้ไม้ค้ำมาเป็เวลา 2 สัปดาห์ เลสลี่ก็รู้สึกคล่องตัวขึ้นมาก ดังนั้นเธอจึงไปถึงประตูได้อย่างรวดเร็วขึ้น เธอเอื้อมไปเปิดประตูออกและก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นทักก์ วิลเลี่ยมส์ ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูนั้น
“ไฮ” สายตาของเขากวาดไปทั่วเรือนร่าง ก่อนที่จะเงยขึ้นประสานอยู่กับเธอ
“เฮลโล” เลสลี่คิดไปถึงกางเกงขายาวสีเทา ที่เธอยืมจากป้ามาสวมโดยมิได้ตั้งใจเลย ดูมันจะไม่เข้ารูปเข้าร่างอย่างไรพิกล รวมทั้งเสื้อสเวตเต้อร์ที่สวมอยู่ด้วย
“ทักการ์ท เข้ามาสิ” ป้าซึ่งชะโงกหน้าออกมามองร้องเชิญขึ้น เธอไม่เคยเรียกเพื่อนบ้านผู้นี้ด้วยชื่อสั้น ๆ เลยสักครั้ง
เลสลี่ขยับตัวไปข้างหนึ่ง เพื่อให้เขาเดินเข้ามาและปิดประตูตามหลังลง ทักก์มิได้ปลดกระดุมเสื้อคลุมขนสัตว์ที่สวมอยู่ออก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขามิได้คิดจะอยู่ที่นี่นานเกินไปนัก
“ผมแวะมา จะดูสิว่าเลสลี่จะเปลี่ยนใจ แล้วก็ออกไปหาต้นคริสต์มาสกับเราหรือเปล่าน่ะครับ” ทักก์แจ้งถึงเหตุผลในการแวะมาของตน สายตามิได้ละจากใบหน้าของเธอเลยเมื่อกล่าวต่อว่า “ผมขอยืมเลื่อนมาได้อีกเล่มหนึ่งแล้วละครับ คุณจะได้ไม่ต้องกลัวตกเวลานั่งในเลื่อนของฮอลลี่ แล้วก็ยังหาเสื้อคลุมขนสัตว์มาได้อีก 2 ตัว มันอาจจะมีกลิ่นอับ ๆ นิดหน่อย แต่จะช่วยให้คุณอุ่นสบายทีเดียว”
เลสลี่รู้สึกงุนงงกับการที่เขาใช้ความพยายามเพื่อรับประกันในความสะดวกสบายของเธอ
“เอ้อ...คุณคงไม่เข้าใจนะคะ คือฉันไม่เห็นด้วยกับการที่เราจะตัดต้นไม้มาทำต้นคริสต์มาสมากกว่า”
“คุณเป็ผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยหรือนี่” เขาเถียงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้า ท่าทางมิได้เดือดร้อนกับคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” เลสลี่อึ้งไป ไม่คาดคิดว่าตั้งคำถามเช่นนั้น “เพียงแต่มันเป็เื่ที่ฉันไม่เชื่อเท่านั้น”
“ครับ ผมก็รู้ว่าคุณไม่เชื่อ แต่ฮอลลี่กับผมอยากจะให้คุณได้ออกไปเที่ยวกับเราด้วย พอผมลงมือตัดไม้ คุณก็ไปดูอะไรอย่างอื่นได้นี่” เขาบอก
“เอ้อ...จริงๆ แล้ว...ฉัน... ” เลสลี่ทำท่าจะปฏิเสธซ้ำ แต่ป้าของเธอขัดขึ้นเสียก่อน
“นี่ อย่าไปคิดเื่ตัดต้นไม้นั่นเลยน่า ป้าว่าการที่หนูได้ออกไปรับอากาศบริสุทธิ์น่ะมันเป็ของดีนะ หนูเองก็ขดตัวอยู่ในบ้านมาตั้งนานแล้ว นี่...ทักการ์ท อย่ามาเถียงอยู่เลย ยังไงเลสลี่ก็ไปอยู่แล้วละ”
“โธ่ ป้าแพตซี่คะ” เลสลี่ไม่ชอบใจเลยที่ป้าพูดให้ท้ายเขาอย่างนั้น
“เอาเถอะน่า เลสลี่ ป้ารับรองว่าหนูจะต้องสนุกเชียวละที่ได้ออกไปเที่ยวป่าอย่างนั้น”
ถ้าจะมองในรูปนี้ก็รู้สึกว่าเป็เื่ที่น่าสนุกอยู่เลสลี่ต่อสู้กับความรู้สึกในใจของตนเองอยู่เป็ครู่ และแล้วก็คิดว่า เธอควรจะถือโอกาสนี้เป็การหาความเพลิดเพลินให้กับตัวเองดีกว่า การได้นั่งไปบนเลื่อนดูจะปลอดภัยมากกว่าจะโขยกเขยกอยู่กับไม้ค้ำ
“ก็ได้ค่ะ” เธอตอบตกลงแต่ก็เสริมว่า “ตราบใดที่คุณเข้าใจในความคิดของฉันที่ว่า สิ่งที่คุณทำลงไปน่ะมันไม่เป็การถูกต้อง มันทำให้เราต้องเสียต้นไม้ดีๆ ไปโดยใช่เหตุ เพราะฉะนั้นอย่าขอให้ฉันช่วยเลือกต้นไม้ก็แล้วกัน”
“ไม่หรอก” รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายามนี้ คล้ายจะบอกให้เลสลี่รู้ว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า ถึงอย่างไรเธอก็จะต้องยอมไปด้วย “เอาละครับ ตอนที่คุณไปเอาเสื้อคลุมกับผ้าพันคอ ผมจะไปสตาร์ทรถไว้ก่อน ข้างในจะได้อุ่นอีก 5 นาทีเราจะออกเดินทางนะครับ” เขาเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่ไม่ก่อนที่จะหันมาบอกเธอว่า “แล้วอย่าเปลี่ยนใจอีกล่ะครับ”
“ไม่หรอกค่ะ” เลสลี่ตอบอย่างหนักแน่น
อากาศเย็นเยือกของวันในเดือนธันวาคมคมพรูพรั่งเข้ามาในห้องครัว เมื่อทักก์เดินออกไปทางประตูบ้านด้านข้างเลสลี่ถึงกับหนาวสั่นด้วยความหนาวเย็น นอกจากเสื้อคลุมกับผ้าพันคอแล้ว เธอยังจำเป็ต้องใช้หมวกที่สวมในเวลาเล่นสกีกับถุงมือหนังสัตว์ และถุงเท้าขนสัตว์เพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นด้วย
ฮอลลี่นั่งโยกตัวอยู่ในที่นั่งตอนหน้าของรถสเตชั่นแว็กก้อนตลอดเวลา เด็กหญิงตื่นเต้นจนเกินกว่าที่จะนั่งเฉย ๆ อยู่ได้ ส่วนเลสลี่นั้นได้ที่นั่งในเบาะหลังทั้งหมด ขาข้างที่ได้รับอุบัติเหตุยกขึ้นพาดอยู่บนเบาะที่นั่ง และเอนหลังพิงอยู่กับประตู เลื่อนที่ค่อนข้างเก่าเล่มหนึ่งถูกยกขึ้นตั้งไว้ในที่ว่างหลังเบาะนั้น โดยมีผ้าห่ม เสื้อคลุม และของอื่น ๆ กันไว้เพื่อมิให้มันเลื่อนไหลลงไป
“อีกไกลไหมคะพ่อ” ฮอลลี่ถามอย่างใจร้อน
ขณะนี้รถคันที่ทักก์เป็คนขับกำลังวิ่งวนอยู่บนเส้นทางชนบทที่ลัดเลาะไปตามเชิงเขาเวอร์มอนท์ หิมะที่ตกลงมาั้แ่ตอนกลางคืนปกคลุมูเา ต้นไม้ และหุบเขาไว้เห็นเป็สีขาวโพลนสะดุดตา มันเป็ภาพที่สวยสดงดงามเหมือนภาพในโปสการ์ดไม่มีผิด
“เราต้องไปถึงบริเวณไร่ต่อไปนั่นเสียก่อน” ทักก์ตอบลูกสาวอย่างใจเย็น ทั้งนี้เพราะเด็กหญิงถามซ้ำมาหลายครั้งแล้ว เสี้ยวหน้าด้านข้างหันมาทางเลสลี่โดยมิได้ละสายตาจากถนน “เอบ เบลโลว์ส เขาอนุญาตให้เราตัดต้นไม้ในป่าส่วนตัวของเขาได้” เขาพูดเป็เชิงเล่าให้เธอฟัง
“ฉันไม่ได้คิดจะตำหนิกับการที่คุณจะล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตส่วนตัวของใครหรอกค่ะ” เลสลี่ตอบห้วนๆ
“ถึงยังไงเมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิเขาก็ต้องตัดต้นไม้ในบริเวณนี้ลงอยู่แล้ว เพื่อจะใช้เป็ทุ่งเลี้ยงวัวนม” ทักก์เล่าให้เลสลี่ฟังต่อ “เมื่อถึงเวลานั้น ต้นไม้เล็ก ๆ ก็จะต้องถูกกำจัดออกไปจากบริเวณหุบเขาทั้งหมด”
เลสลี่ไม่ตอบ เธอเข้าใจในเหตุผลที่ทำให้ทักก์เล่าเื่นี้ให้เธอฟังอย่างดี เขา้าจะบอกให้เธอรู้ว่าต้นไม้ที่จะตัดไปทำต้นคริสต์มาสนั้นเป็ต้นไม้ที่ต้องถูกล้ม เพื่อใช้พื้นที่ให้เป็ประโยชน์เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงถึงแม้เธอจะรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างที่ได้รับรู้ในสิ่งนี้ แต่กระนั้นมันก็มิได้เปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่า การจัดงานเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสนั้นดูจะเป็เื่ใหญ่จนเกินเหตุไป