ภายในห้องอันมืดมิดไร้ซึ่งเสียงรบกวนใดๆแสงไฟสลัวๆจากหัวเตียงส่องแสงเพื่อเป็เครื่องชี้นำให้จิตใจ เด็กหนุ่มใบหน้าเศร้า บนแก้มเต็มไปด้วยคราบน้ำตาที่ยังปาดออกไม่หมด เขาเดินตรงไปเปิดลิ้นชักข้างๆหัวเตียงพร้อมกับเปิดมันออกอย่างช้าๆ ภายในนั้นมีตุ๊กตาผู้หญิงและตุ๊กตาเด็กผู้ชายถูกจัดวางให้อยู่ในที่เดียวกัน ปอร์โต้หยิบตุ๊กตาผู้หญิงขึ้นมา แล้วเอาไปแนบไว้ที่อกข้างซ้าย…น้ำตาของลูกผู้ชายไหลรินออกมาไม่หยุดยั้ง ภาพจำของตุ๊กตา 2 ตัวนี้ทำให้เขานึกถึงในตอนที่เขายังเด็ก..
"แม่ครับผมวาดหน้าตุ๊กตาเสร็จแล้วครับ ตัวนี้แทนพ่อ ตัวนี้แทนแม่ ตัวนี้แทนพี่ตี้และตัวสุดท้าย ผมเองครับ"
"เก่งมากเลยจ่ะลูก มันดูสวยมากเลยแม่ชอบนะแล้วแม่ก็คิดว่าพ่อเขาก็คงชอบเหมือนกัน เอาไปให้พ่อดูสิลูก"
"ครับ"...เด็กชายตัวน้อยถือตุ๊กตาตัวหนึ่ง วิ่งเข้าไปในห้องทำงานของพ่อด้วยความตื่นเต้นและดีใจเพราะคิดว่าพ่อจะชอบในสิ่งที่เขาตั้งใจนำมาให้..โดยไม่ได้สังเกตเห็นถึงสีหน้าของผู้เป็พ่อเลย
"คุณประสงค์คุยกับผมก่อน อย่าเพิ่งวางสาย ผมมีข้อเสนอพิเศษให้คุณนะ ฮัลโหล!!ฮัลโหล!!ฮัลโหล!! โถ่เว้ย!!"
"พ่อครับ..ผมมีของขวัญจะให้พ่อครับ?"
"ปอร์โต้ ออกไปก่อน..พ่อมีงานที่จะต้องทำ ยังไม่ว่างเล่นกับลูกตอนนี้..ไปเล่นกับพี่ตี้นะ"
"ครับ แต่ก่อนที่โต้จะออกไป พ่อช่วยรับนี่ไว้หน่อยได้ไหมครับ โต้ตั้งใจทำมากเลยนะครับ นี่ก็คือ…" เพล้ง!! ประโยคสุดท้ายที่จะพูดยังไม่จบ ตุ๊กตาที่อยู่ในมือของปอร์โต้ก็ถูกปัดให้ตกพื้นแตกกระจาย สีหน้าของผู้เป็พ่อเคร่งขรึมมองลูกชายด้วยสายตาที่ดุ เเตกต่างจากลูกชายที่มองหน้าพ่อด้วยแววตาผิดหวังและทำท่าจะร้องไห้ออกมา
"คุณพ่อ…สะอึก"
"พ่อบอกแล้วไงว่าพ่อยังไม่ว่างเล่นด้วย ออกไปเดี๋ยวนี้!!" ภูมินตวาดใส่ปอร์โต้จนเขาสะดุ้งใ ปอร์โต้มองหน้าพ่อที่กำลังบ้างานและหมกมุ่นอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับตุ๊กตาที่เขาตั้งใจจะนำมามอบให้พ่อ เเต่มันก็หล่นแตกกระจายเต็มพื้นไปหมดแล้ว ปอร์โต้รีบเดินหน้าหงอยออกมาจากห้องทันทีที่ถูกไล่ตะเพิด เขารีบเดินกลับไปหาแม่อีกห้องหนึ่งเพื่อที่จะบอกสิ่งที่เกิดขึ้นให้แม่เขาฟัง
"โถ..ไม่เป็ไรนะลูก อย่าไปโกรธพ่อเขาเลย พ่อเขาอาจจะกำลังยุ่งอยู่"
"ทำไมคุณพ่อต้องยุ่งอยู่ตลอดเวลา ยุ่งจนไม่มีเวลาให้โต้ พี่ตี้และคุณแม่เลยหรอครับ?"
"พ่อเขาต้องทำงานหนักเพื่อครอบครัวของเรา เอาไว้วันหนึ่งโต้โตขึ้นโต้ก็จะรู้เองลูก ไม่เป็ไรเนาะ…เอาเป็ตุ๊กตาสามตัวก็ได้…ไว้พี่ตี้กลับจากโรงเรียนโต้ค่อยเอาไปให้พี่เขานะลูก"
"ครับแม่..แม่ครับ..โต้ว่า โต้ทำตัวใหม่ให้พ่อดีไหมครับ?"
"ไม่เป็ไรหรอกลูก พ่อเขาอาจจะไม่ชอบตุ๊กตา แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักโต้นะ แม่ว่ามีเเค่แม่กับลูกก็พอแล้ว..ดูสิ..ตุ๊กตาคุณแม่สาวสวยยืนคู่กับตุ๊กตาเด็กหนุ่มสุดหล่อยังไงล่ะลูก ฮิฮิ" ผู้เป็แม่เอื้อมมือมาลูบหัว เพื่อปลอบใจลูกเพราะเธอรู้ดีว่าเด็กวัยนี้มีความอ่อนไหวทางความรู้สึกมาก ทางเดียวที่เธอจะทำให้เขายิ้มได้อีกครั้งคือ..อยู่เคียงข้างเขาและคอยเพิ่ม เสริมสิ่งที่เขา้าเข้าไป..ปอร์โต้นึกถึงภาพวันนั้นแล้วกำตุ๊กตาแน่นขึ้น
"ตอนนี้แม่อยู่ไหน โต้คิดถึงแม่จังเลยครับ อยากให้แม่กลับมาลูบหัวโต้อีกครั้ง…" น้ำตาลูกผู้ชายไหลมาอย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าเวลาจะผ่านมาสักกี่ปีเด็กชายคนนี้ก็ยังคงอารมณ์อ่อนไหวอยู่ตลอดมา เเต่ด้วยภาวะอายุที่มากขึ้นทำให้เขาต้องปกปิดความรู้สึกของตัวเองไว้ เก็บซ่อนมันไว้ข้างในและแสดงความรู้สึกเฉยชาออกมาแทน..ปอร์โต้วางตุ๊กตาผู้หญิงและเด็กผู้ชายคู่กันก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆแล้วหลับไปอย่างสบายใจ…เวลาห้าทุ่มครึ่ง..น้ำมนต์ยังคงนั่งคิดทบทวนอยู่ที่บ้าน ถึงเื่ราวที่เธอได้เจอมาในวันนี้ ในหัวของเธอมันเอาแต่คิดถึงตอนที่ปอร์โต้ร้องไห้…ความรู้สึกตอนนั้นมันเหมือนกับตอนที่เธอน้อยใจแม่เพราะ..เธอไม่เข้าใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของพ่อและคิดว่าแม่เป็คนทำให้พ่อเสียชีวิตเหมือนกัน เนื่องจาก..แม่เป็คนขับรถพาพ่อไปตลาดนั่นเอง…เธอลองเอาตัวเองไปเปรียบเทียบและคิดว่าเธอเองเป็ปอร์โต้ วินาทีที่พ่อไม่ฟังคำพูดของเขาเลยนั้น มันคงจะน่าอายและเสียหน้าเอามากๆ ทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะเื่ที่เธอก่อขึ้นทั้งนั้น ถ้าเธอไม่ต่อยปากเขาและไม่ลากสายยางมาฉีดน้ำใส่เขา เื่ราวทะเลาะกันระหว่างสองพ่อลูกก็คงไม่เกิดขึ้น
"บ้าจริง..นี่เราเป็ต้นเหตุให้สองพ่อลูกนั่นทะเลาะกันหรอเนี่ยรู้สึกผิดชะมัดเลย เอาไงดีอ่ะ..ไปขอโทษนายปอร์โต้ที่บ้านดีไหมนะ ไม่อ่ะ..ถ้าฉันไปขอโทษนายนั่นก็ชนะฉันสิ..โอ้ย!!เเต่ฉันยังไม่ได้แข่งอะไรกับเขาสักหน่อยจะชนะ จะแพ้ได้ไงล่ะ อะไรเนี้ย!!นี่ฉันคุยกับตัวเองเป็วักเป็เวรเื่คนอื่นหรอ บ้าแล้ว..น้ำมนต์เอ้ย!!"
"คุยกับใครอยู่หรอน้ำมนต์?"
"เอ้าแก้ว..มาซะดึกเลย..มีอะไรหรือเปล่า?"
"พอดีแม่แก้วทำแกงไก่หน่อไม้ดอง แก้วก็เลยแบ่งมาให้คุณป้ากับน้ำมนต์ลองชิมไง..ว่าเเต่..ทำอะไรอยู่อ่ะ คิดพล็อตนิยายอยู่หรอ?..ดูท่าทางซีเรียสจัง"
"ก็นิดนึงอ่ะ เออ แก้วมาก็ดีแล้ว มนต์มีเื่จะปรึกษาน่ะ"
"เื่อะไรหรอ?"
"คือสมมุตินะ อันนี้เื่สมมุตินะ ถ้าสมมุติว่าแก้วไปมีเื่กับคนๆนึงจนเขาต้องทะเลาะกับพ่อของเขา แก้วจะทำยังไง?"
"อันนี้ก็ต้องดูก่อนว่าใครเป็คนเริ่มก่อนน่ะสิ แล้วเื่นี้ใครเริ่มก่อนล่ะ?"
"น่าจะเป็..เค้านะ อืม เค้าเริ่มก่อน"
"ถ้าแบบนั้นก็ไม่เกี่ยวกับเรา เพราะเขาเป็คนมาหาเื่เราก่อน แล้วพ่อเขาก็เข้ามาปราม มันก็เป็เื่ปกตินี่!"
"แล้วถ้า เอ่อ..แล้ว..ถ้า..เรา..เป็คนเริ่มล่ะ?"
"แบบนั้นไม่ดีนะ ถ้าเป็แก้ว แก้วจะรีบไปขอโทษเขาแล้วก็ขอร้องให้เขาหายโกรธแก้วทันทีเลยแหละ"
"แล้วเราจะต้องขอโทษเขาด้วยวิธีไหนอ่ะ เราจะทำยังไงให้เขารู้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจให้เขาทะเลาะกับพ่อ แต่เราแค่แกล้งเล่นสนุกๆขำๆ โดยไม่คิดว่าเื่มันจะใหญ่โตขนาดนั้นน่ะ!!"
"ดูท่าทางมันจะไม่ใช่เื่สมมุติแล้วมั้ง แก้วว่า..น้ำมนต์ดูจริงจังเกินไปอ่ะ มีอะไรหรือเปล่า?"
"ไม่มี๊!!!"
"เสียงสูงเชียว ต้องมีแล้วแหละ"
"ไม่มีจริงๆ บอกไม่มีก็ไม่มีสิ แก้วนี่..หาววววว ง่วงเเล้วอ่ะ ไปนอนก่อนนะ..ออกไปฝากปิดรั้วด้วย ฝันดีจ่ะ"
"อ้าว!!เดี๋ยวสิน้ำมนต์ น้ำมนต์ อะไรของเขาเนี่ยนับวันจะเพี้ยนไปกันใหญ่แล้วนะ ดูสิถ้วยแกงก็ไม่เอา น้ำมนต์ลืมถ้วยแกง" น้ำมนต์ได้พูดตัดประโยคแล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ช่อแก้วกับแกงไก่หน่อไม้ดองต้องอยู่นอกบ้านตามลำพัง ช่อแก้วเดินถือถ้วยแกงไก่หน่อไม้ดองตามน้ำมนต์เข้าไปในบ้าน เธอใส่มันไว้ในตู้กับข้าวที่ประจำ ก่อนจะเดินออกจากบ้านของน้ำมนต์ไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้วตามคำที่เพื่อนบอก น้ำมนต์ที่แอบมองช่อแก้วผ่านหน้าต่างบนห้องส่วนตัวก็รู้สึกโล่งใจเพราะเธอไม่ต้องตอบคำถามที่มันยากเกินจะตอบ…ตอนนี้เธอรู้สึกลังเลว่าจะเอายังไงดี จะไปขอโทษหรืออยู่เฉยๆดี…ทุกอย่างมันดูสับสนไปหมดสำหรับเธอตอนนี้…