ตอนที่ 2
นนท์ ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขารู้สึกเจ็บที่หัวเหลือเกิน หรือว่าเขาไม่ตายกันนะ จะเป็ไปได้อย่างไรกัน เขาจำได้ว่ารถที่เขาขับชนเข้ากับรถพ่วง ไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน ทำไมถึงไม่รู้สึกเจ็บตรงไหนนอกจากหัวกันนะ และตอนนี้เขารู้สึกปวดหัวเป็อย่างมาก ทำไมถึงได้ปวดอย่างนี้กัน
หรือว่าที่นี่จะเป็นรกกันนะ แล้วอย่างนี้เราจะได้เจอกับลูกและเมียได้อย่างไรกัน ในเมื่อเราก็ทำบุญออกมากมาย ทำไมถึงไม่ได้ขึ้น์ ลูกและเมียเขาต้องขึ้น์ และไปรอเขาที่นั่นแน่นอนเขามั่นใจ
แล้วที่นี่คือที่ไหนกัน นนท์ เริ่มมองไปรอบๆ ห้องที่เขานอนอยู่ในตอนนี้ ทำไมมันถึงได้แคบ และไม่มีอะไรเลย เตียงก็เป็เตียงไม้แข็งๆ ไม่ได้ปูด้วยที่นอนเลยแม้แต่น้อย นี่มันเป็บ้านของใครกัน แล้วเกิดอะไรขึ้นกับเรากันนะ ใครจะตอบเราได้กันเนี่ย
จะลุกขึ้นตอนนี้รู้สึกว่าหัวหนักมาก ไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมาได้ คงต้องนอนรอดูสักพักก่อน เผื่อจะคิดอะไรออกบ้าง แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกสักที ทำไมกันนะ ความคิดสุดท้ายที่รู้สึกก็คือตอนที่รถชนกันและได้รับาเ็เท่านั้น หลังจากนั้นก็ไม่มีความคิดอื่นนอกจากนี้อีกเลย เขาจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อที่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างอาจจะกลายเป็ความฝัน และมันไม่ใช่เื่จริง เขาอยากให้มันเป็อย่างนั้นเหลือเกิน
ผ่านไปสักพัก หลังจากนั้น นนท์ก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทุกอย่างยังเหมือนเดิมอย่างที่เคยเห็น ผมยังคงนอนอยู่บนเตียงไม้แข็ง ในห้องแคบๆ ที่มีแต่กลิ่นเหม็นอับ และมีกลิ่นเหมือนกลิ่นเหล้าโชยมาเป็ระลอกๆ และผมก็ลุกขึ้นนั่ง แต่ก็ยังมีอาการมึนหัวและเจ็บหัวอยู่ ทำไมทุกอย่างจึงยังไม่หายไป เขาไม่ได้ฝันไปหรอกหรือ มันคือเื่จริงใช่ไหม แล้วเรามาทำอะไรที่นี่กัน แล้วห้องนี้เป็ห้องของใคร ทำไมห้องถึงได้เหม็นขนาดนี้กันนะ คำถามมากมายเกิดขึ้นในหัวที่ปวดอยู่
แต่ว่ามันไม่ใช่แค่ห้องที่เหม็นแล้ว ใครเอาหมาตายมาทิ้งไว้แถวนี้กันนะ ทำไมมันถึงได้เหม็นขนาดนี้กัน ที่ว่าห้องเหม็นแล้ว แต่ว่าตอนนี้มีกลิ่นอื่นที่เหม็นมากกว่าอีก นนท์ คิดพร้อมทั้งมองหาที่มาของกลิ่นไปด้วย
"เอ๊ะ ทำไมกลิ่นมันถึงเหมือนอยู่ใกล้เราจังเลยนะ หรือว่าเป็ตัวเราเองที่ไม่ได้อาบน้ำกันนะ เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ที่เราจะสกปรกขนาดนั้น"
นนท์ ได้แต่พึมพำกับตัวเอง เพราะยังไม่แน่ใจว่ากลิ่นที่ตัวเองได้กลิ่นนั้นมาจากไหนกัน แต่ความสงสัยของเขาได้รับความกระจ่างทันที เมื่อก้มลงดมกลิ่นของตัวเอง
"ทำไมมันถึงได้เหม็นขนาดนี้กัน เราไม่ได้อาบน้ำจริงๆหรือนี่ เป็ไปไม่ได้"
นนท์ ยิ่งงงกับตัวเองมากยิ่งขึ้น ที่พบสิ่งแปลกๆ มากมาย มาอยู่ในที่ ที่ไม่รู้จักว่าเป็ที่ไหน ไหนจะอาการาเ็จากการถูกรถชนก็ยังไม่มี แล้วยังไม่ได้อาบน้ำอีก ทั้งที่ตัวเองไม่เคยที่จะมีนิสัยอย่างนี้ เพราะเขาเป็คนที่รักสะอาด แล้วยังมีกลิ่นเหล้าที่เหม็นมากเมื่อรวมกับกลิ่นตัวจึงเป็กลิ่นที่อยากจะสุดบรรยายเลยทีเดียว แต่ที่แปลกก็คือ เขาไม่ใช่คนที่กินเหล้า หรือใครเอาเหล้ามาเทแกล้งเขากันนะ แล้วจะมีใครที่จะแกล้งคนอื่นแบบนี้กัน
ความสงสัยในจิตใจเพิ่มเข้ามาในหัวของเขาเรื่อยๆ จนอาการปวดหัวที่ปวดตอนที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ตอนนี้เขารู้สึกว่าจะปวดหัวมากยิ่งขึ้น ที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง เมื่อความสงสัยที่เพิ่มมากขึ้น เขาจึงคิดว่าจะเดินสำรวจสักหน่อยเผื่อว่าจะเจอใครที่สามารถที่จะสอบถามได้ เขาจะได้ถามว่าที่นี่ที่ไหน แล้วมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน จึงคิดจะเดินไปทางหน้าต่าง เพื่อที่จะหาคน
แต่ขณะที่เดินผ่านกระจกที่ตั้งอยู่ เขาถึงกับใ กับสิ่งที่เขาเห็น ภาพที่สะท้อนออกมาจากกระจก ในตอนนี้มันไม่ใช่เขาเลยสักนิด แล้วผู้ชายที่อยู่ในกระจกเป็ใครกัน แล้วทำไมเราถึงมาเป็ผู้ชายคนนี้กัน
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน เกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้ชายคนนี้เป็ใครกัน"
ตอนนี้นนท์ รู้สึกว่ามันไม่ใช่เื่ปกติแล้ว และมันไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิดแม้แต่น้อย เขามาอยู่ในร่างของผู้ชายคนนี้ได้อย่างไรกัน แล้วที่นี่ที่ไหน เขาจะกลับบ้านยังไง อย่าบอกนะว่าต้องมาอยู่ในร่างของผู้ชายที่สกปรก ผมยาวรุงรัง ไม่รู้ว่าสระผมและได้อาบน้ำครั้งสุดท้ายไปเมื่อไร แม้จะผอมไปบ้าง แต่คงจะเคยหน้าตาดีอยู่ ทำไมถึงได้เป็อย่างนี้กัน ผม้าไปหาเมียและลูกที่ตายไปแล้ว ไม่ใช่มาที่ไหนก็ไม่รู้
แต่ทำไมถึงได้มาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้ไปได้ แล้วจะทำอย่างไรดี เมียกับลูกก็ไม่ได้เจอ แต่กลับมาอยู่ในบ้านใครก็ไม่รู้ แล้วเราต้องทำยังไง หรือว่าต้องอยู่ในร่างเ้าคนสกปรกคนนี้ตลอดไป มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ
แต่กำลังนั่งคิดอะไรไปเรื่อยๆ ถึงความน่าจะเป็ เมื่อมองดูชุดที่ตัวเองใส่ นี่มันไม่ใช่ชุดของคนจีนหรอกหรือ เขาเคยดูหนังจีนมา หรือว่าเขามาอยู่ที่ประเทศจีนกัน แล้วมาได้อย่างไร สุดท้ายก็กลับมาเจอกับคำถามเดิมๆ วนไป จนจิตใจเหม่อลอย และเมื่อหันไปทางประตู เขาถึงกับใ ที่เห็นเด็กสองคน นั่งมองเขาอยู่ แต่พอเด็กทั้งสองคนเห็นผมหันกลับไปมอง ถึงกับสะดุ้งกอดกันกลม ทั้งยังตัวสั่นด้วยความกลัว แล้วจะกลัวอะไรกัน หรือว่าหน้าตาของเขาที่ดูน่ากลัวกันนะ นนท์ คิดอย่างคนที่งงกับชีวิตตัวเองในตอนนี้เป็อย่างมาก
นนท์ มองเด็กผู้ชายที่อายุ ประมาณ 6 ขวบและเด็กผู้หญิงประมาณ 4 ขวบได้ที่ตัวผอมมากลูกใครกันนะ ทำไมถึงได้เลี้ยงลูกได้ตัวผอมขนาดนี้กัน ถ้าเป็ลูกเขาจะไม่ยอมให้อดอยากจนผอมเด็ดขาด แต่ดูแล้วก็มีเค้าโครงของความน่ารักอยู่ไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว
"พี่ตงตง หนูกลัว" ผิงผิง รู้สึกกลัวพ่อเป็อย่างมาก เมื่อพ่อหันมาเห็น เนื่องจากว่าเธอถูกพ่อตีเป็ประจำ มันรู้สึกเจ็บมาก แม้บางครั้ง พี่ตงตงจะช่วยรับแทนบ้างก็ตาม
"ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะไม่ให้ใครทำอะไรน้องเด็ดขาด"
ตงตง มองคนเป็พ่อตาไม่กะพริบ เพื่อจะดูว่าพ่อ้าทำอะไร หรือว่าจะตีเขากับน้องอีก เพราะพ่อหาเื่ตีได้ตลอดเวลาแม้ไม่ได้ทำอะไรให้ก็ตาม แค่ขวางหูขวางตาก็โดนตีแล้ว เขาจึงไม่ชอบพ่อเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่ได้เกลียด เพราะอย่างไรพ่อก็คือพ่อ
"พ่ออย่าตีน้องกับผมเลยนะครับ พวกเราจะอยู่อย่างเงียบๆ ไม่รบกวนพ่อเด็ดขาด"
"พ่อ ใครคือพ่อของพวกหนูกัน ไหนบอกพี่มาสิ อยู่ที่ไหนกัน ที่นี่บ้านของพวกหนูหรือ แล้วพี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร"
ตงตง และ ผิงผิง ที่มองพ่อของตัวเองที่พูดจาเปลี่ยนไป ไม่มีคำพูดที่กระโชกโฮกฮากเลยแม้แต่น้อย มีแต่คำพูดที่นิ่มนวล อย่างที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แล้วที่แทนตัวเองว่าพี่คืออะไรกัน เด็กทั้งสองคนมองพ่อของพวกเขาอย่างไม่เข้าใจ
นนท์ เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ที่เด็กเรียกเขาว่าพ่อ คงจะเข้าใจผิดไปเองแน่เลย เขาเคยมีลูกแต่ลูกเขาตายไปแล้วนี่ แต่เมื่อคิดใหม่อีกที เรามาอยู่ในร่างของใครก็ไม่รู้นี่สิ หรือว่าจะเป็ร่างพ่อของเด็กทั้งสองคนนี้หรือเปล่านะ เขาเริ่มปะติดปะต่อทุกอย่างเข้าด้วยกัน แต่ไม่รู้ว่าเื่ไหนคือเื่จริง เพราะตอนนี้เขาไม่รู้อะไรเลย จึงจะสอบถามเด็กทั้งสองคนอีกครั้ง เพื่อจะได้ดูความคิดที่เขาคิดนั้นเป็ความจริงแค่ไหน
"หนูทั้งสองคนเรียกใครว่าพ่อนะ"
"ก็พ่อยังไงครับที่เป็พ่อของเรา"