(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 165 ข้อตกลงของกลุ่มซาลาม

    บทที่ 165

    ข้อตกลงของกลุ่มซาลาม



    การสนทนาตลอดช่วงเช้า ทำให้ฝ่ายเซริสพอจะมองออกว่าสามผู้ปกครองสูงสุดของกลุ่มซาลามมีลักษณะนิสัยเช่นไร


    ฮาคิม เป็นคนปากร้าย แต่พูดตรงไปตรงมา เขาเป็นผู้ปกครองที่ไม่ชอบเสียเวลาและเข้าใจดีว่าการจัดลำดับความสำคัญของสถานการณ์อันยุ่งเหยิงควรจะทำในลักษณะอย่างไร แม้ว่าการพูดจากับลอร์ดเดวิดจะเรียกได้ว่าไม่มีความเกรงใจและไร้มารยาท แต่คิทก็ชอบคนแบบนี้ค่อนข้างมาก

    อาดิน เป็นนักปกครองที่ชอบมองโลกในแง่ดีมากเกินไป เขาเป็นชายแก่ที่มีอายุมากที่สุดในกลุ่ม และยังยึดถือขนบธรรมเนียมเก่าแก่ของดินแดนที่ตนเชื่อมั่นมาโดยตลอด ถ้าหากไม่ทราบล่วงหน้าว่าอาดินเป็นหนึ่งในคนเที่ยงธรรมมากที่สุดในอินเซนเดียเช่นเดียวกับอาลี คิทคงจะมองคนผู้นี้แปลกไป ทว่าคิทกลับรู้สึกเหมือนเห็นตนเองเมื่อครั้งอดีตที่ต้องช่วยทุกคนให้ได้ และมีเมตตามากมายเหลือเกิน


    อย่างไรก็ตาม... ฮาดราห์อาลีที่มีอำนาจสูงสุดในขณะนี้ กลับเป็นคนที่คิทไม่ชอบใจค่อนข้างมาก


    อาลี เป็นนักปกครองที่มีความหวังมากเกินไปจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพวกฝันเฟื่องเรื่อยเปื่อย แผนรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉินก็มีน้อยนิด ความเมตตาที่มีก็มากเกินพอดี ช่างดูเหมือนคนที่หวังจะพึ่งเส้นสายและมิตรสหายที่ตนรู้จักมากกว่าจะพยายามหาหนทางที่เหมาะสมด้วยตนเอง

    แต่ความหวังมหาศาล และการมองโลกในแง่ดีดังกล่าว อาจทำตัวเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้ผู้คนคอยติดตามและจงรักภักดี อาลียังมีอายุน้อยที่สุดในกลุ่ม และน่าจะใช้ชีวิตมาเพียงแค่ 40 ปีเท่านั้น จิตวิญญาณเก่าแก่เกินสองร้อยปี จึงมองคนที่ไม่ค่อยพยายามด้วยตนเองอย่างไม่สบอารมณ์


    เขาจะเชื่อใจคนพวกนี้ได้ขนาดไหนกัน...


    ยังมีเหล่าขุนนางที่ติดตามอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งคิทได้สั่งการให้อีวานส่งสายตาคมกริบไปสอดแนมทุกกิริยาเพื่ออ่านสีหน้าของพวกเขา นอกจากจะมีกลุ่มคนที่พยายามปฏิบัติงานด้วยความอุตสาหะและออกความเห็นช่วยให้การประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประโยชน์แล้ว ยังมีคนบางส่วนที่ทำตัวน่าสงสัยให้ได้เห็นเช่นกัน

    ราชัทยังไม่บุก แต่พวกเขาก็มีปัญหาเรื้อรังขนาดนี้ คิทมีความรู้สึกที่ทั้งดีใจและหนักใจในเวลาเดียวกัน คงถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องลองเชิงด้วยการบอกจำนวนผู้ติดตามและเสบียงที่มีในขณะนี้ เพื่อค้นหาธาตุแท้ของคนอีกสักหน่อย


    “ข้าเข้าใจว่ากลุ่มซาลามกำลังอยู่ในสภาวะวิกฤต แต่เซริสก็มีปัญหาไม่แพ้กัน” หลังจากรอให้อามิร่าพูดจบ เขาก็กล่าวต่อ “ข้ามีกำลังทหารอีกสี่ร้อยประจำการอยู่ที่โอเอซิสเหนือเมืองเก่าของท่านอาดิน เรามีแผนจะปักหลักที่นั่นเพราะมีอาหารทะเลสมบูรณ์ เพื่อให้สามารถรอคอยกลุ่มช่วยเหลือที่องค์เอริคอาจจะส่งมาทีหลัง...”

    “ทว่าพวกเรามีเสบียงแบ่งปันไม่มากนัก มันอาจจะไม่มากพอจนแก้ปัญหาให้พวกท่านได้ แต่ก็คงพอจะทำให้สถานการณ์ทุเลาลงเล็กน้อย พวกเราจะขอแลกเปลี่ยนกับสิทธิครอบครองโอเอซิสคามาริ และสิทธิ์ในการบำรุงเส้นทางขนส่งระหว่างเซริสกับอินเซนเดีย ไม่ทราบว่าพวกท่านมีความเห็นเช่นไร”


    “ข้ายินดีจะมอบเมืองเก่าใกล้ลุ่มน้ำให้ท่านด้วยซ้ำ แต่เสบียงที่ว่ามีน้อยเกินไปหรือไม่? ข้าเกรงว่าพวกเราคงจะยืนหยัดได้ไม่นานพอ”

    “แต่... ท่านอาดินขอรับ สิทธิครอบครองโอเอซิสใหญ่ติดชายฝั่งมีมูลค่าที่มากเกินไปนะขอรับ พวกเขาแลกกับอาหารเพียงไม่กี่คันรถเท่านั้น แถมยังไม่ได้ช่วยเหลือพวกเราเรื่องการป้องกันเมืองจากเหล่าอสูรอีกด้วย”

    “ที่ฟาเคียพูดมาก็ถูก” ฮาคิมพยักหน้าให้กับขุนนางท่านหนึ่ง “มันจะเป็นการตักตวงผลประโยชน์ระหว่างที่พวกเราลำบากมากเกินไปหรือไม่ ได้โปรดไตร่ตรองอีกครั้งเถิดลอร์ดเดวิด”

    “หากไร้ซึ่งจุดพำนักที่ปลอดภัยและเหมาะสมแล้ว ชีวิตของพวกข้าก็แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นกัน การขนส่งระหว่างดินแดนกำลังมีปัญหามากเช่นไร พวกท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว แม้พวกข้าจะรับเมืองของท่านอาดินเอาไว้ แต่ก็ยังต้องยึดครองคามาริเอาไว้เพราะปัจจัยทางด้านอาหารอยู่ดี...” ท่านชายหยุดพักชั่วครู่ และจิบน้ำเย็น ๆ ระหว่างรอให้อามิร่าแปลภาษาเหมือนเคย

    “บอกตรง ๆ ว่าขณะนี้ พวกเราเก็บเสบียงหลักไว้ให้พวกท่าน ขณะเดียวกันก็ประทังชีพด้วยการหาอาหารทะเลตามชายฝั่งอย่างยากลำบากนัก จริง ๆ แล้วพวกเราจะอยู่แค่ที่เซริสก็ได้ ไม่จำเป็นต้องลำบากดั้นด้นเดินทางมายังที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ”


    หลังทุกฝ่ายได้ยินคำแปลจากปากของล่ามหญิง ทุกคนในที่แห่งนี้ก็เงียบกริบ


    เซริสไม่ได้มีพันธะผูกพันอะไรกับอินเซนเดียนอกจากความบาดหมางกับองค์ราชินีของพวกเขา บ้านเมืองที่มีปัญหาไม่มีความจำเป็นจะต้องสร้างภาระให้ตนเองเพิ่มเติมด้วยการรับผิดชอบปากท้องของอาณาจักรอื่นด้วยซ้ำ แม้การพูดคุยครั้งนี้จะสร้างความร้าวฉาน แต่อินเซนเดียที่แตกแยกแบ่งฝักฝ่ายเช่นนี้ ไม่มีแม้กระทั่งอำนาจต่อรองทั้งด้านการค้า กำลังทหาร หรือทรัพยากร

    ฮาคิมหรี่ตามองเจ้าหนุ่มน้อยวาจาเฉียบขาดอย่างชอบใจ อาดินกัดฟันกรอดเพราะไม่อาจเถียงข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ ส่วนอาลีก็มีแววตาที่สั่นไหวจนยากจะคาดเดา


    ฟางเส้นสุดท้าย ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องคว้าเอาไว้ ชีวิตของพวกพ้องและครอบครัวล้วนสำคัญกว่าเมืองรกร้าง และโอเอซิสที่ไม่มีเจ้าของกลางผืนทราย ไม่รู้ว่าชาวเซริสจะต้องเสี่ยงอันตรายขนาดไหนในการออกค้นหาอาหารทะเลมาประทังชีวิต สหายจากต่างแดนเหล่านี้เสียสละมามากพอแล้ว


    หลังจากพูดคุยกันเองในกลุ่มสามผู้นำ อาลีก็ได้ข้อสรุปซึ่งอาดินและฮาคิมยอมรับอย่างไม่มีข้อแม้


    “ในนามตัวแทนของกลุ่มซาลาม ข้ายินดีจะมอบกรรมสิทธิ์เหนือเมืองเก่าของอาดิน และกรรมสิทธิ์เหนือโอเอซิสคามาริ รวมไปถึงโอเอซิสอีกสองแห่งตลอดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอินเซนเดียและเซริส ภายใต้ข้อแม้ดังนี้...”

    “ประการแรก เซริสจะไม่ทำการรุกราน ยึดครอง หรือแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ นอกบริเวณปกครองทางตอนเหนือ เว้นแค่กรณีที่อาจมีข้อตกลงร่วมกันในอนาคต...”

    “ประการที่สอง เซริสจะต้องแบ่งปันเสบียงอาหารเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาด้านความอดอยากของกลุ่มซาลามจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พวกเราเข้าใจว่าทุกอย่างต้องมีสิ่งตอบแทน แต่ในขณะนี้ซาลามขาดแคลนมาก คงจะต้องมอบสิ่งแลกเปลี่ยนในภายหลัง...”

    “ประการสุดท้าย กลุ่มซาลามอยากร้องขอกำลังทหารจากเซริสเพื่อมาช่วยคุ้มครองเมื่อมีสถานการณ์ลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอสูร หรือการรุกรานจากราชัท”

    “ข้อตกลงของพวกเรามีเพียงเท่านี้ ไม่ทราบว่าท่านลอร์ดเดวิดจะยอมรับได้หรือไม่”


    ท่านชายเดวิดรู้สึกว่าตนเองกำลังพยายามกลั้นยิ้มสุดความสามารถ การแลกเปลี่ยนครั้งนี้เหมาะสมมากทีเดียว


    การเดินทางครั้งนี้ ได้รับสิ่งตอบแทนมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ดินแดนติดชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของอินเซนเดียกลายเป็นดินแดนในครอบครองอย่างไม่เป็นทางการของเซริสไปเสียแล้ว ความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งพร้อมกับเมืองเขตลุ่มแม่น้ำหลักของอินเซนเดียที่มีคูคลองเข้าถึงเป็นระบบ จะกลายเป็นรากฐานในการพัฒนาระยะยาวได้อย่างดีแน่นอน


    แน่นอนว่าเขาตอบตกลงโดยมีข้อแม้เพิ่มเติมด้านการป้องกันและใช้กำลังทหารอีกเล็กน้อย ซึ่งฝ่ายซาลามก็ตอบตกลง


    แผนสร้างชุมชนการประมงและเพาะปลูกในเขตเมืองเก่าของฮาดราห์อาดิน จะช่วยต่อยอดให้ทุกฝ่ายมีทรัพยากรจำนวนมากในอนาคต เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างดินแดนที่มีเสาหินสลักอักขระป้องกันและผลิตมานาบริสุทธิ์ได้ถูกวางอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อทหารอีกห้าพันมาถึงเมื่อใด เมืองรกร้างแห่งนั้นจะได้รับการปรับปรุงเต็มรูปแบบ


    อีกไม่นานเขาคงได้ทำสวนกลางทะเลทรายอย่างที่เคยตั้งเป้าไว้


    จากการสนทนาระหว่างรับประทานอาหารเที่ยงพร้อมกับชนชั้นสูงทั้งหลาย คิทก็ทราบข้อมูลเกี่ยวกับฮาดราห์ราชัทเพิ่มเติม แต่เขาก็ไม่กังวลมากนัก กว่าฝ่ายนั้นจะเคลื่อนตัวทำลายล้างทุกอย่างที่ตนเองเคยครอบครองจนมาถึงกลุ่มซาลาม ก็คงต้องเดินทางฝ่าทะเลทรายร้อนระอุ เส้นทางนั้นยังมีฮุลมุนวาฮาห์... ผืนทรายปริศนาขนาบทั้งสองข้างทาง

    นับได้ว่ากลุ่มซาลามเลือกที่มั่นได้อย่างเหมาะสม พวกเขายังมีทางเข้าออกเพียงสองแห่งคือทางเหนือผ่านสามโอเอซิส และช่องเขากึ่งกลางที่เป็นทางเข้าออกเดียวก่อนจะถึงเมืองของอาลี

    แม้จะรู้สึกเสียดายทรัพยากรมนุษย์ในอินเซนเดีย แต่กลุ่มคนที่ฝักใฝ่อำนาจพวกนั้นคงต้องรับผลกรรมที่พวกตนก่อเอาไว้ อีกทั้งเขาเองก็ไม่อาจแยกร่าง เพื่อนำกองกำลังเข้าปราบปรามคลี่คลายสถานการณ์ แม้มานาสกปรกจะเข้มข้นมากกว่าเดิม แต่ก็คงต้องปล่อยให้เลยตามเลยไปเสียก่อน

    ในอนาคต เมืองใหญ่ของทั้งฮาดราห์ และที่มั่นของเซริสคงจะมีหอคอยตรึงมานาตั้งตระหง่าน พวกมันจะคอยถ่วงดุลและรักษาสภาพความผันผวนของมานาสกปรกที่เกิดจากความอาฆาตของผู้คนจากฝั่งตะวันตกไปในตัว ดินแดนเขตนี้คงจะปลอดภัยและมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น

    กลุ่มคนน่าสงสัยที่รอคอยตักตวงผลประโยชน์คงต้องรอกำจัดในภายหลัง ท่านชายจากต่างแดนไม่สามารถกล่าวหาเลื่อนลอยได้ จึงต้องใช้เวลาสักหน่อยเพื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานให้มากเพียงพอจะเอาผิดคนกลุ่มนั้น

    เขาพอจะเข้าใจแล้วว่า รักสันติ ไม่ได้แปลว่าเป็นคนดีเสมอไปแบบที่อามิร่าเคยบอกเอาไว้


    “กำลังคนของข้าจะเริ่มปรับปรุงที่มั่นที่คามาริอย่างรวดเร็วเพื่อรอการขนส่งจากเซริสในอนาคต อีกห้าวันเสบียงจำนวนรวมประมาณสิบคันรถจะถูกส่งมาถึงเมืองแห่งนี้ หลังจากนั้นพวกเราคงจะขาดการติดต่อไปสักพัก จนกว่าเสบียงระลอกที่สองจากเซริสจะมาถึง”

    “ข้าเข้าใจแล้ว พวกท่านคงลำบากมามาก ขออภัยจริง ๆ ที่พวกเราได้แต่ร้องขอ ไม่อาจให้สิ่งตอบแทนในขณะนี้”

    “พวกเรามีความเชื่อเกี่ยวกับท้องทะเลที่ไม่น่าฟังนัก หวังว่าพวกท่านจะหาอาหารแถบนั้นอย่างระมัดระวัง” อาดินกล่าวเสริม ความเชื่อเกี่ยวกับท้องทะเลของคนแถบนี้ยังคงเปลี่ยนแปลงได้ยาก แม้จะได้รับฟังคำบอกเล่าที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ก็ตาม

    “ทุกสิ่งคงจะดีขึ้นในไม่ช้า ขอให้ซาลามอดทนหน่อย ความช่วยเหลือจะมาแน่นอนตามที่ได้สัญญาเอาไว้”

    “ขอสันติจงอยู่กับท่าน” ชาวอินเซนเดียบอกลาตามธรรมเนียม

    “ขอให้ท่านมีสันติเช่นกัน” ท่านชายตอบด้วยสำเนียงแปร่ง ๆ ที่ทำทีเป็นเรียนมาจากอามิร่า เขาค่อนข้างชอบความหมายของมันมากทีเดียว


    ก่อนการบอกลาในช่วงบ่ายแก่ ท่านชายได้เสนอการว่าจ้างประชาชนในเมืองที่อยู่กันอย่างแออัด เพื่อนำไปปรับปรุงเมืองร้างที่ตนเพิ่งได้ครอบครองในอนาคต ฮาดราห์อาลีตอบรับข้อเสนอดังกล่าว แถมยังบอกเพิ่มเติมว่า ค่าจ้างที่เหมาะสม เป็นเพียงอาหารวันละสองมื้อก็พอแล้ว

    ท้ายที่สุด... เงินตราที่เป็นทองคำก็แทบไม่มีความหมาย คิทเองเตรียมพร้อมเรื่องนี้เอาไว้ แดนเหนือบ้านเกิดของเขา รวมไปถึงเขตต่าง ๆ ของเซริสมีทรัพยากรอาหารจากการเพาะปลูกอย่างอุดมสมบูรณ์ การแลกเปลี่ยนโดยใช้อาหารเป็นสื่อกลางเพื่อว่าจ้างเช่นนี้ จึงเป็นไปในรูปแบบที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

    เหล่าทหารร้อยคนเดินทางออกไปพร้อมกับเจ้านายของตนเอง พวกเขาแข็งแกร่ง องอาจ มีเสน่ห์น่าชื่นชมในสายตาของชาวอินเซนเดียอ่างไม่น่าเชื่อ แถวยาวที่เดินออกไปอย่างเป็นระเบียบ บ่งบอกได้ดีว่าพวกเขาฝึกฝนมามากขนาดไหน หลังจากเคลื่อนที่จนกำแพงเมืองของอาลีหายไปจากสายตา ทุกคนก็ร้องเฮอย่างยินดี ก่อนจะเพิ่มความเร็วในการเดินทางเพื่อให้กลับถึงที่พักริมแม่น้ำก่อนตะวันตกดิน


    “เหนื่อยหรือเปล่าอามิร่า?” คิทถามด้วยความเป็นห่วง จากนั้นก็เพิ่มพรความเร็วแห่งผืนดิน พร้อมกับลดความเหนื่อยล้าให้ทุกคนมากขึ้นอีก

    “แค่นี้สบายมากค่ะ” เธอพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่แดงเล็กน้อยและมีเหงื่อซึมออกมาก่อนจะแห้งไปอย่างรวดเร็ว

    “ถ้าเหนื่อยก็บอกข้าได้เลยนะ” พละกำลังของเขามีมากพอจะอุ้มเธอกลับคามาริได้ด้วยซ้ำ แต่ก็สำนึกตัวเองดีว่าการกระทำดังกล่าวคงถึงเนื้อถึงตัวและอุกอาจเกินไปหน่อย


    เมื่อถึงที่หมายของวันนี้ กลุ่มนักเดินทางที่ฆ่าฟันอสูรมาอย่างสนุกสนานก็ได้พักใกล้กับหลักศิลาซึ่งตั้งไว้ล่วงหน้า

    จดหมายสำคัญระบุความคืบหน้าของการเดินทางในอินเซนเดีย พร้อมแผนการส่งเสบียงและขอกำลังทหารพร้อมช่างฝีมือระลอกที่สองได้ถูกส่งออกไปให้คนสำคัญในเซริสได้ทราบโดยทั่วกันแล้ว

    การทำสวนและสร้างเมืองใหม่เป็นกิจกรรมที่สนุกสำหรับเดวิด...

    ...และเขาก็จะได้ทำมันอีกครั้งบนผืนทรายแห่งนี้ในอนาคตอันใกล้

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน