-ขึ้นปี 4-
“สัญญาล่ะ...นายลืมมันแล้วเหรอวะ...นายทำแบบนี้กับเราได้ยังไง...ฮือ ๆ ๆ”
“พอเถอะนลิน....เราจบกันเถอะ”
“จบ...เราจะจบกันได้ไง...เรายังรักกันอยู่นี่...ใช่ไหม”
นลินร้องไห้ฟูมฟายเพื่อให้คนตรงหน้าที่คบกันมาั้แ่มัธยมปลายที่เธอรักมากไม่ให้จากเธอไป...ไม่ว่าความรักของเธอกับเขาจะต้องเผชิญอะไรมามากมายเขากับเธอก็ผ่านกันมาได้...จะให้จบกันลงไปง่าย ๆ ด้วยเหตุผลที่เธอไม่ค่อยมีเวลาให้มันเล็กน้อยไปไหมเพราะที่ผ่านมาเขาไม่มีเวลาให้เธอ เธอก็ยังคงรอ ให้ได้เจอกันในเวลาว่างถึงจะน้อยนิดแต่ทุกนาทีมันแสนจะมีค่าต่อความทรงจำ ผ่านอะไรกันมาตั้งมากมายจะมาจบง่าย ๆ แบบนี้นะเหรอ
“พอแล้วน่า...ถ้าเธอมีเวลาให้เรามากกว่านี้เราคงไปต่อกันได้...แต่...ก็เพราะนั่นแหละ”
“ฮือ ๆ ๆ ....เราขอโทษ เราขอโทษที่เรามันไม่มีเวลาให้เธอ...แต่ที่ผ่านมาล่ะมันไม่มีความหมายเลยงั้นเหรอ”
“…..เฮ่อ...มันเป็อดีตไปแล้วเธอ....เราจบ ๆ กันเถอะนะ....เรามีนัดทำโปรเจคอีกอ่ะ..ไม่อยากเสียเวลา”
“จบ.....จบ.....อึก....จบงั้นเหรอ.....มันจะจบได้ไงถ้าฉันยังไม่ตบแก....ไอหน้าตัวเมีย”
“ป้าบ!!!”
นลินพาดมือลงบนหน้าแฟนเก่าของเธออย่างไม่ยั้งมือ คนตรงหน้าถอยเซไปด้วยแรงตบแต่ใกับสิ่งที่ได้้ยินมากกว่า
“ไม่มีเวลางั้นเหรอ.....ถ้าแกบอกเหตุผลจริง ๆ ไม่ตอแหลฉันก็จะจบให้ด้วยดี.....แต่แกมันตอแหล....โปรเจคบ้าอะไร....แกไปเอากับเด็กอักษรปี 2 แกคิดว่าฉันไม่รู้เหรอ.....แกทำแบบนี้ได้ไงวะ...ขนาดจะทิ้งฉันแล้วยังจะโกหกหน้าด้านอีก”
“หึ...มึงก็ไม่ได้ดีไปกว่ากูนักหรอก...จืดซืด...น่าเบื่อ..แข็งกระด้างใครเขาจะอยากอยู่ด้วย...นอกจากฉันก็ไม่มีใครน่าไหนอยากคบกับเธอหรอก”
“อ๋อ....งั้นเหรอแกมันก็ผู้ชายเฮงซวยทำอะไรก็ต้องให้ฉันช่วยตลอดนั่นแหละ...ถ้าไม่มีฉันค่อยแก้ปัญหาให้...มีเหรอแกจะมีปัญญา...อ้อละไม่ต้องห่วงไปหรอกนะคนอย่างฉันต่อให้ไม่มีนายฉันก็ไม่ตายย่ะ...ต่อให้ต้องอยู่คนเดียวมันก็ดีกว่าคบคนอย่างแก”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ คนอย่างเธออะนะอย่าว่าแต่ไม่มีใครเขาเอาเลย หมามันยังเมินเลย….สวยก็จริงแต่เอะอะแตะตัวไม่ได้หัวโบราณอย่างงี้...ยังไงก็ขอให้มีความสุขอยู่บนคานไปละกัน”
“อ๋อ...ที่ไปเอาอีเด็กนั้นเพราะเอาฉันไม่ได้งั้นสิ”
“…….”
“ทำไม...ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะ...ความพยายามนายมันก็ได้แค่นี้แหละ....ถ้าหวังเอาก็ไปที่ชอบๆ แกเถอะ”
“….”
“พี่ค่ะ........เื่จริงเหรอคะ” เ้าของเสียงหวานก้าวออกมาจากหลังตึก ด้วยใบหน้าถอดสี
“คือ....มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ....พี่อธิบายได้”
“น้องก็คิดเอาเองนะคะว่าจะคบมันต่อไหม...พี่ก็ช่วยได้แค่นี้แหละ....” ลดาที่ลากเด็กสาวมาให้เห็นธาตุแท้ของคนที่เธอกำลังคบว่าเป็คนยังไง
“โอ๊ะ...นี้ยังไม่รวม...วิศวะ วิทยา สถาปัต......คนก่อน ๆ ระหว่างที่คบกับฉันอีกนะ” แม้จะพูดเหมือนรู้มาตลอดแต่แท้จริงแล้วเธอพึ่งจะรู้จากคนเพื่อนคนอื่นๆ ต่างคณะที่ทนเห็นพฤติกรรมของแฟนเธอไม่ไหวจนต้องมาบอกเธอก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้
“เราจบกัน....บรั๊ยไอชาติหมา” นลินกระแทกเหยียบบนเท้าของแฟนเก่าที่ทำเหมือนเธอเป็ของตายมาโดยตลอดให้รู้สึกเจ็บซะบ้างก่อนจะโยนถุงยางใส่หน้าแล้วเดินออกไปจากที่นั่นโดยไม่หันหลังไปมองแม้สักนิด
จบกันที่ความรักเฮงซวย....เวลาไม่ได้บอกว่ามันจะไปรอดได้ขนาดไหนจะตลอดไปหรือเปล่าแต่ตอนนี้เธอได้บทเรียนแล้วว่าไม่ว่าเธอจะทะนุถนอมมันมานานขนาดไหนก็ไม่ต่างกันหากรักกับคนเลวๆ หลังจากนี้คงไม่รักใครไปอีกนานเข็ดแล้วกับรักกับรัก 7 ปี ต่อจากนี้จะให้ความสำคัญกับตัวเองและทำตามความฝันให้สำเร็จให้ได้
.
.
-กรุงโซล เกาหลีใต้-
“ในที่สุดก็ได้มาที่เกาหลีสักทีเนอะวู้ว!!!......จากคนที่ไม่ชอบไอดอลตอนนี้กลับมาหาไอดอลถึงที่เลยเนอะ...ฮ่า ๆ” ถึงจะผ่านมาตั้ง 3 ปีแล้วฟ้าก็ยังคงอดแซวนลินไม่ได้
“คอนเสิร์ตคืนนี้สนุกเป็บ้าเลย เมนฉันมาเต้นอยู่ตรงหน้าได้เห็นชัด ๆ แล้วอยากจะละลายไปกลับความหล่อให้ตายเถอะ>///<” ฟ้าทำท่าทำทางเขินจนตัวบิดไปบิดมาบนโซฟา
“ใช่ ๆ ๆ ตอนเห็นในจอก็ว่าลูกสาวแต่พอเจอตัวจริงน้องคือผัวมาก...ฉีกสัญญาแม่ลูกทิ้งชั่วคราวนะคะ” ลดาเสริมทับ
“แต่ฉันขอยกเลิกการเป็แม่ั้แ่ตอนนี้เลยละกัน....ไม่ไหวจริง” นลินก็รู้สึกไม่ต่างกัน ทั้งสามต่างก็ว้าวุ่นอยู่กับวิดีโอที่ถ่ายมาได้จากคอนเสิร์ตทั้งนั่งดูนอนดูตีลังกาดูภูมิใจกันยกใหญ่
“คืนนี้เต็มอิ่มที่สุด อิ่มอกอิ่มใจอิ่มตา โอ๊ยเกินบรรยาย...เสียดายพรุ่งนี้ก็ต้องกลับแล้วอยากอยู่ให้นานกว่านี้อ่า” ฟ้าพูดด้วยความเสียดายก่อนทิ้งตัวลงเตียง
“ไหน ๆ คืนนี้ก็คืนสุดท้ายแล้ว...ฉันมีความคิดดีๆ จะเสนอ นี่ผับM2 น่าลองนะมาถึงเกาหลีทั้งทีก็สุดเหวี่ยงกันหน่อยเถอะ” ลดาเสนอสิ่งที่ตัวเองอยากจะลองโดยลืมไปว่ามีคนหนึ่งที่ไม่ชอบที่แบบนั้น
“ฉันไม่ถนัดแนวนั้นอะ...ไม่กล้าไปหรอก...พวกแกไปเถอะ”
“โอ๊ย!!!....ถือว่าไปหาประสบการณ์น่ะนลิน....ฉันอยากไปมานานแล้ว..ละเห็นว่ามีหนุ่มๆ งานดีเยอะด้วยแหละ....สักครั้งในชีวิตน่า” ลดาส่งสายตาอ้อนวอนบนบังคับให้นลินไปด้วยให้ได้
“แกก็รู้ว่าเหล้าเข้าปากแล้วฉันจะเป็ยังไง....ไม่อยากเสี่ยงว่ะ”
“แกก็ไม่ต้องดื่มสิวะ....เราสองคนอะไปแน่ ๆ รอแกเนี่ย...ไปเถอะ..ฮึบ...เอากระเป๋ามานี้...ไปสนุกให้สุดเหวี่ยงก่อนกลับกันเถอะ”
.
.
“ว้าว....ที่นี่มันสุดยอดไปเลย.....นี้ตกลงกันก่อนว่าเราจะไม่มีชื่อในนี้เราจะเที่ยวแบบไม่รู้ตัวตนแล้วจะสนุกกับใครก็ได้.....ใครก็ได้” ในลดาที่ตอนนี้ใครเห็นสีหน้าก็รู้ว่าหมายความว่าไง
“แค่เล่น ๆ น่า....อย่าไปเสียท่าให้ใครล่ะ…..ใครได้เบอร์หนุ่ม ๆ น้อยสุดคนนั้นจ่ายตั๋วเครื่องบิน” ฟ้าเสริมทับเห็นด้วยอย่างยิ่งกับเกมคืนนี้
“หึ....เธอสองคนเนี่ยน่า...มันน่าจริง ๆ” สุดท้ายก็โดนลากไปผับจนได้ จำไว้นะ อย่าดื่ม ๆ ดูท่าแล้วเธอต้องจ่ายค่าตั๋วแน่ ๆ การเข้าสังคมโดยเฉพาะในที่แบบนี้เป็ครั้งแรกของเธอเลย มันก็ประหลาดดี ทั้งน่าตื่นเต้น ทั้งน่ากลัว ผู้คนก็มากมายที่ไม่รู้จักว่ามาจากไหน เหมือนแหล่งรวมความอิสระจริงๆ
“นี้ ๆ” ฟ้าหันมาสะกิดลดาพร้อมกัดปากอย่างมีเลศนัย สายตามุงไปยังเป้าหมายอย่างกับเสือเห็นกวางแต่ไกลพร้อมที่จะไปล่าเหยื่อที่อยู่อีกฟาก แถมเหยื่อก็แสดงท่าทียั่วยวนล่อเสือให้เข้าไปหาซะอย่างงั้น
“ฉันไปล่ะ...ดูเหมือนฉันจะได้เหยื่อแล้วอะนะ…ฉันไปก่อนน่า” นลินยังไม่ทันได้สังเกตว่าเป็คนไหนฟ้าก็เดินตรงไปหาคนนั้นซะแล้ว เหลือสองสาวที่ยังยืนมองหาเหยื่อไม่ได้สักคน
“แกจะไปก็ไปเถอะ....เดี๋ยวฉันไปรอตรงบาร์ก็ได้” นลินเห็นสายตาลดาที่มองตามหลังฟ้าไปอย่างไม่ว่างตาก็บอกให้เธอทำตามใจ้า
“เธอนี่ไม่สนุกเอาซะเลย...ไม่ไปด้วยกันเหรอ” ลดาว่าปรามเพื่อนสาวที่ไม่ยอมให้ตัวเองได้สนุกบ้าง มัวแต่ซึมกะทือเป็ยัยป้าอยู่แบบนี้
“ไม่ล่ะ...อย่างน้อยเหลือฉันไว้แบกพวกแกกลับจะดีกว่า”
“โอเค....งั้นฉันไปละ....รอก่อนน่าหนุ่ม ๆ ลดาคนสวยสุดเฟี้ยวพร้อมฟาดละจร้า”
นลินเดินลงบันไดลงมาชั้นล่างของผับซึ่งเป็ชั้นใต้ดินภายในตกแต่งให้เหมือนกับที่เก็บไวน์ทางแบบยุโรปแม้แสงที่ใช้จะมาจากเชิงเทียนที่จุดเป็บางโต๊ะเท่านั้นแต่ส่วนบาร์ก็สว่างพอที่จะเดินเข้าไปนั่งรอได้ กลิ่นข้างล่างใต้ดินไม่ได้อับชื้นอย่างที่คิดไว้แต่กลับเป็กลิ่นที่ปลอดโปร่งเละผ่อนคลายไม่น่าเชื่อว่าสถานที่นี้จะเป็ที่ดื่มสุรา หรือจะเป็บาร์ที่เอาไว้เพียงนั่งดมกันนะ ตอนนี้ดูท่าเหมือนจะใกล้ปิดเพราะแทบจะไม่มีคนลงมานั่งแล้ว นลินเดินสำรวจดูก็พบว่าจริงๆ แล้วน่าจะเป็ร้านขายของเก่ามากกว่าที่จะเป็บาร์ ของแต่ละอันที่ตกแต่งเหมือนอายุจะเกินห้าสิบปีทุกชิ้น เมื่อเดินชมจนพอใจก็เดินตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ก่อนจะทิ้งตัวลงบนเก้าอี้บาร์ที่ทำจากหนังโดยไม่ได้สนใจเด็กเสิร์ฟที่กำลังเช็ดเก็บข้าวของด้วยความหงุดหงิด
“น้ำเปล่าแก้วหนึ่งค่ะ”
“ฮ่ะ...ว่าไงนะครับ” พนักงานที่สวมหน้ากากแฟนซีร้องทักเมื่อเห็นว่าเธอตรงมายังบาร์แต่ดันสั่งน้ำเปล่าทั้ง ๆ ที่ข้างบนก็มีน้ำเปล่า แล้วมาสั่งที่บาร์ทำไม
“ขอน้ำเปล่าแก้วหนึ่งค่ะ”
“หึ ๆ คุณลงมาที่บาร์เพื่อสั่งน้ำเปล่าหรือครับ จริงๆ ทางบันไดที่คุณลงมาก็มีน้ำเปล่าให้บริการนะครับ”
“อ้อ...เหรอคะโทษทีค่ะ...ฉันไม่เห็น” นลินเงยหน้าขึ้นตอบเด็กเสิร์ฟอย่างงง ๆ
“ไม่เป็ไรครับ...เดี๋ยวผมไปหยิบมาให้เองครับ” สีหน้าที่หงุดหงิดกลับหายไปเมื่อได้เห็นหน้าเธอชัด ๆ กลับยิ้มกว้างออกมา
“โอ้ว...งั้นก็ได้ค่ะ”
“นี่ครับ”
“ค่ะ”
“ข้างบนไม่สนุกเหรอครับ....มันคงน่าเบื่อสินะครับ..อย่างว่านะครับคนเราชอบอะไรไม่เหมือนกัน...ถ้ายังไงผมอยู่คุยเป็เพื่อนได้นะครับ...เพราะผมต้องอยู่จนกว่าผับจะปิด...ตอนนี้บาร์ก็มีคุณนั่งแค่คนเดียวผมจะบริการให้เป็พิเศษเลยล่ะครับ”
“เออ...อุ๊ย...ฉันคนเดียวจริงด้วย.....”
“คุณไม่ดื่มแอลกอฮอล์เหรอครับ”
“อ๋อคือว่า.......ฉันไม่ชอบรสชาติมันนะคะ...มันค่อนข้างปาดคอ...หึ ๆ”
“งั้นเดียวผมทำม็อกเทลให้ลองทานดีกว่านะครับ...ไม่มีแอลกอฮอล์แถมดีต่อสุขภาพด้วย”
“งั้นก็ลองก็ได้ค่ะ”
“นี่ครับ...ม็อกเทลทำเป็พิเศษ...สำหรับคุณลูกค้าเลยนะครับ...” เด็กเสิร์ฟกลับออกมาพร้อมกับม็อกเทลเหยือกหนึ่งเต็ม ๆ
“ทำไมมันเยอะจังค่ะ...ฉันดื่มคนเดียวไม่หมดหรอกค่ะ”
“ใครว่าจะให้คุณดื่มคนเดียวละครับ...ผมจะดื่มเป็เพื่อนคุณด้วยเป็บริการพิเศษนะครับ” เด็กเสิร์ฟยิ้มจนตาเป็สระอิ ทำให้นลินอดเอ็นดูไม่ได้แถมช่างพูดอีกต่างหาก
“ดูท่าทางแล้วคุณเป็คนต่างชาติสินะครับ...แต่ก็พูดเกาหลีได้เยี่ยมจังเลยนะครับ....สุดยอดเลยครับ.”
“ค่ะ...ไม่เก่งขนาดนั้นหรอกค่ะ...ได้มาจากซีรี่มาซะส่วนใหญ่นะคะ”
“ผมมีเกมต่อคำศัพท์เกาหลี...ถ้าต่อไม่ได้หรือนึกไม่ออกหรือนึกออกแต่ไม่เป็คำ..ต้องดื่มนะครับ”
“….ไม่โดนกันไปหน่อยเหรอคะ...คุณเป็คนเกาหลีนิ”
“ผมเป็คนแคนาดาครับมาพึ่งย้ายกลับมาเรียนที่เกาหลีตอนนี้มาทำพาสทามนะครับ....”
“โห...ขยันจังเลยนะ...เด็กเกาหลีเนี่ยนิยมทำพาสทามกันสินะคะ”
“อยู่ที่นี่ต้องทำทุกงานที่ได้เงินแหละครับแถมได้ประสบการณ์ดี ๆ ด้วย”
“ลำบากแย่เลย...แล้วเอาเวลาไหนไปนอนละเนี่ย”
“ก็...ไม่ค่อยได้นอนเท่าไหร่หรอกครับ...งั้นผมเริ่มเลยนะครับ...น่ารัก” อยู่ๆ เขาก็ตัดเข้าเกมซะดื้อ ๆ จนทำให้นลินเกือบตั้งสติไม่ทันเพราะมัวแต่มองหน้าเขาแม้จะมีหน้ากากปิดอยู่แต่ความน่ารักกลับทะลุออกมาเต็มเปี่ยมจนอดเอ็นดูไม่ได้
“คะ....ค่ะ...อ่อ...ั์ใหญ่”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ....ไม่ใช่แล้วครับ...ดื่มเลยครับ”
“อืม.....มันข่มนิดหนึ่งนะนี้...”
“ขมหน่อย...มันดีต่อสุขภาพน่ะครับ...ดื่มเยอะ ๆเลยนะครับ”
หลังจากนั้นนลินก็แพ้เขาทุกตาดื่มจนเกือบหมดทั้งโหล กลับรู้สึกว่ามึนหัวขึ้นมาเรื่อย ๆ สงสัยเพราะพยายามคิดคำแต่คิดไม่ออกเลยปวดหัวตึบๆ จะว่าไปเธอรู้สึกว่าตัวเองจะเมาเอาซะมากกว่า
“อืม...แน่ใจนะคะ...ว่า...ไม่มีแอลกอฮอล์....ใน...อึก”
อยู่ ๆ หัวที่หนักอึ้งก็ทำให้หนังตาปิดการทำงานลงซะอย่างงั้นก่อนตัวเธอจะไหลตามแรงโน้มถ่วงลงบนเคาน์เตอร์บาร์กลายร่างเป็ของเหลวปวกเปียก
“พี่ครับ...ผมได้คนที่พี่้าแล้ว...ให้ไปส่งที่นัดเลยไหมครับ....ได้เลยครับ....แต่ว่าโอนมาก่อนนะครับ...เงินมาของไปน่ะครับพี่.....กว่าจะหลับก็เกือบหมดโหล....อีกครึ่งชั่วโมงเดี๋ยวคงได้รู้กันว่าของใหม่มันแรงแค่ไหน...แล้วเจอกันครับ”
.....