บทที่ เก้า
“อันซื่อ! เ้าช่างเป็คนดีนัก” หญิงสาวของเขาส่งยิ้มอย่างแฝงบางอย่างทั้งยังขยับมาใกล้อีกครึ่งก้าวนางเขย่งปลายเท้าแล้วกระซิบเสียงเบา “เ้าช่วยให้ฝ่าาเลิกแสร้งโปรดปรานข้าทีข้ารับสิ่งนี้ไม่ไหว เ้าก็คงหวงคนของเ้ามิใช่หรือแบบนี้ดีต่อเราทั้งสอง”
เขาว่าแล้วว่านางต้องมีความคิดไม่เป็เื่เช่นนี้มีที่ไหนเข้าใจว่าขันทีผู้นี้เป็คนโปรดของฮ่องเต้นั่นมิเท่านางกล่าวหาว่าเขาเป็พวกตัดแขนเสื้อหรือทั้งยังไม่อยากให้เขาโปรดปรานตัวเอง น่าโมโหเสียจริง “เื่นี้เป็พระประสงค์ของฮ่องเต้หลี่กุ้ยเหรินยอมรับและปรับตัวเสียเถอะ”
“ไม่ได้งั้นหรือ แต่ไม่เป็ไรความลับของเ้าจะอยู่กับข้าตลอดไป” ชักจะไม่สบอารมณ์ขึ้นทุกทีแรกๆ ก็สนุกดีที่ได้หยอกล้อนางในฐานะปลอมๆ เช่นนี้แต่นางไม่เห็นเส้นเอ็นที่ขมับเขาเต้นตุบๆ หรือไรถึงยังเข้าใจว่าเขาชื่นชมบุรุษอยู่อีกได้! คืนนี้เ้าจะได้รู้ว่าขันทีน้อยผู้นี้แสร้งโปรดปราดเ้าหรือไม่
โม่เหวินหานที่กำลังสะสางราชกิจใกล้เสร็จก็มีขันทีกรมวังเข้ามาทำตามหน้าที่วันนี้ไม่มีงานเร่งด่วนของเื่หัวเมืองนอกแล้วผู้นำขันทีคนเดิมก็กลับมาพร้อมคำถามว่าฝ่าาจะเสร็จตำหนักในหรือไม่แต่ครั้งนี้ไม่มีถาดที่ใส่ป้ายชื่อนางสนมมาด้วยคงเพราะเขาสั่งว่าห้ามไม่ให้เอาป้ายเ่าั้มาให้เห็นอีก
“เราจะไปตำหนักฟู่ตงแต่ไม่ต้องทำเอิกเกริก เราจะไปเงียบๆ ให้นางพักผ่อนไป” เมื่อฝ่าาตรัสสั่งเช่นนี้แล้วเขาก็ไม่มีอะไรต้องให้ทำจึงถอยตัวออกไป
ขบวนเสด็จจึงไม่มีคนตามเสด็จมากนักมาถึงหน้าตำหนักฟู่ตงก็ไม่มีคนมีต้อนรับมีเพียงขันทีและองครักษ์เฝ้ายามที่เห็นจึงรีบทำความเคารพอย่างใ “กระหม่อมจะรีบไปแจ้งหลี่กุ้ยเหรินพ่ะย่ะค่ะ”
“ไม่ต้อง เราจะไปเอง” เขาเอ่ยห้ามขันทีหน้าประตูใหญ่ไว้ก่อนแล้วเดินเข้าไปอย่างไร้เสียงร้องป่าวประกาศเมื่อมาถึงในเรือนส่วนในที่หลี่กุ้ยเหรินอยู่ อิงหลานกับฟ่านหรูที่กำลังคิดจะเข้าไปปลุกผู้เป็นายกลับต้องมาเจอบุรุษเ้าแผ่นดินเสียก่อนนางกำนัลรีบคุกเข่าถวายความเคารพก้มหน้าชิดอกตัวสั่น
“นางอยู่ไหน?”
อิงหลานที่ยังคงก้มหน้าเป็ฝ่ายเอ่ยตอบ“หลี่กุ้ยเหรินไม่ทราบว่าพระองค์จะเสด็จมาพอหลังทานยาก็รู้สึกง่วงจึงไปงีบ กระหม่อมกำลังจะไปปลุกเพื่อเช็ดตัวอยู่พอดีเพคะ”
มิน่าทั้งตำหนักถึงได้เงียบเช่นนี้“พวกเ้าไปเตรียมน้ำมา เราจะไปปลุกนางเอง” โม่เหวินหานเดินตรงเข้าไปในห้องนอนปล่อยให้นางกำนัลทั้งสองที่คุกเข่ารีบพากันเดินไปเตรียมน้ำ
พอเข้ามาถึงด้านในบุรุษอาภรณ์สีขาวสะอาดสบายตาก็หยุดยืนที่กลางห้องเห็นเงารางๆของหญิงสาวชันตัวลุกขึ้นนั่งจากนั้นก็ยื่นมือออกมาจากเตียงแล้วไม่ขยับอีก ‘นี่นางตื่นแล้วหรือละเมออยู่’ ขณะที่กำลังนึกคิดเสียงงัวเงียแ่เบาก็ดังออกมา
“ดึงข้า”
โม่เหวินหานไม่พูดอะไรตอบนาง้าให้ดึงเขาก็ไม่ขัดฝ่ามือหนาก็กุมมือบางแน่นแต่ทันทีที่ัันางก็คงรู้ว่าคนผู้นี้ไม่ใช่นางกำนัลจึงเกิดอาการขัดขืนแต่มีหรือจะสู้แรงเขาได้ หญิงสาวตัวบางลอยตัวผ่านผ้าม่านกั้นฉากเตียงแต่นางยังไม่วายออกกระบวนท่าจะสกัดจุดเขาดีที่เขารู้ฤทธิ์นางอยู่บางจึงคว้าข้อมือเอาไว้ได้จังหวะนั้นเองคนที่พึ่งตื่นก็ตาเบิกโพลงผ่อนคลายจากอาการระวังภัย
“เ้า..อีกแล้ว” อาการขัดขืนเล็กน้อยเหมือนแมวดื้อไม่ยอมให้เ้าของกอดรัด“ปล่อยก่อน” ถึงยังไงเขาก็ยังตามใจอีกฝ่ายเลยยอมปล่อยตัวนางจากการโอบกอด
“มาได้อย่างไร เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” น้ำเสียงไถ่ถามพร้อมสายตาที่เป็ห่วงส่งมาให้เขาก่อนจะได้สังเกตสิ่งที่ต่างไปจากทุกทีนางมองขึ้นมองลงสำรวจทั่วร่างเขา ยิ่งมองสีหน้าก็ยิ่งประหลาดจนในที่สุดก็เอ่ยปากได้ “ชุด..นี้ เ้า..หรือเ้า?” รู้สักทีสินะว่าเขาเป็ใครโม่เหวินหานพยายามกลั้นยิ้มแต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรนางก็เริ่มลามปรามอีกครั้ง
“เ้าเอาฉลองพระองค์มาใส่ได้อย่างไรอันชื่อ!”ปากพูดไม่พอยังตรงเข้ามาตบไหล่เขาอีก“เ้าเป็ที่โปรดปรานก็จริงแต่ทำเช่นนี้ไม่ได้เื่นี้คอขาดบาดตาย รีบถอดเดี๋ยวนี้!”
สตรีผู้นี้ซื่อเกินไปหรือไม่เส้นประสาทเขาจะแตกอยู่แล้ว โม่เหวินหานขบกรามแน่นในเมื่อนางอยากถอดเขาก็ยืนนิ่งให้นางถอดเสียให้พอใจ
หลิวชิงเซียงผู้หมายจะปลดฉลองพระองค์ของฮ่องเต้ออกจากขันทีน้อยไม่ได้ทำอย่างขอไปทีนางปลดอย่างจริงจังเพราะกลัวว่ากลัวจะมีคนมาเห็นเข้าก่อนพอปลดเสื้อคลุมตัวนอกเสร็จดันติดสายคาดเอวอีก “ชุดนี้มันอะไรกัน ทำไมมีหลายชั้นนักชุดบุรุษไม่เห็นสะดวกเอาเสียเลย” ถึงเสียงบ่นอุบอิบไม่พอใจแต่ก็ไม่ละความพยายามแต่เพียงเท่านี้โม่เหวินหานก็แสนจะเพียงพอใจแล้วนางไม่เคยปลดชุดให้บุรุษใดย่อมไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงไหน “เ้าก็อย่ามัวแต่ยืนนิ่งอันซื่อข้าไม่ช่วยเ้านะถ้ามีใครมาพบเข้า”
ระหว่างที่ปลายนิ้วเรียวกำลังดึงสายคาดเอวออกมาได้สำเร็จเสียงเคาะหน้าประตูก็ดังเบาๆพร้อมเสียงฟ่านหรูว่าเตรียมน้ำมาเช็ดตัวเรียบร้อยจะขอเข้ามาด้านในสีหน้าสตรีไม่รู้ความก็ซีดเผือดไร้สีเื ในใจพร่ำว่าไม่ทันแล้วๆต้องซ่อนแต่อีกฝ่ายกลับไม่ให้ความร่วมมือสักนิด
“เข้ามา” เสียงบุรุษทุ้มกังวานหันไปตอบคนที่หน้าประตูหลิวชิงเซียงเบิกตาโต นางยังไม่ทันพาเขาไปซ่อนเขากลับเปิดเผยตัวเช่นนี้ได้อย่างไรฝ่ามือน้อยรีบตะครุบประกบแนบริมฝีปากคนสูงกว่าสายคาดเอวที่ถืออยู่จึงตกลงพื้นพร้อมกับเสื้อคลุมตัวนอกที่เมื่อครู่ไม่ยอมหลุดก็หล่นไปพร้อมกันบุรุษในชุดหลุดลุ่ยกับหญิงสาวท่าทางมีพิรุธยืนอยู่กลางห้องแนบชิดจึงเป็ภาพที่สองนางกำนัลเห็นเป็สิ่งแรก
“....หม่อม..หม่อมฉัน ไม่เห็นสิ่งใดเพคะ” อิงหลานกล่าวพร้อมรีบก้มหน้าหนีส่วนฟ่านหรูนิ่งไม่ขยับเหมือนไม่คนไร้ิญญา ดีที่อิงหลานพอมีสติรีบหันกลับทั้งดึงอีกคนออกไปด้วย“พวกหม่อมฉันกราบทูลลาเพคะ”
พอประตูปิดลงหลิวชิงเซียงหันกลับมามองใบหน้าที่ถูกนางตะครุบปิดปากเหลือเพียงส่วนบนที่เป็ดวงตาคมกริบจดจ้องมาที่นางด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้พลันฝ่ามือก็รู้สึกร้อนจัดจึงรีบปล่อยอีกฝ่ายแถมยังผลักร่างหนาให้ออกห่างแต่ดูจะไม่ค่อยได้ความคนหรือหินทำไมตัวหนักเช่นนี้
“เมื่อครู่เ้าเรียกพวกนางเข้ามาทำไมอยากหาเื่ตายนักหรือ”หลิวชิงเซียงทำท่าจะรีบไปตามทั้งสองกลับมาคุยให้รู้เื่ห้ามไม่ให้แพร่งพรายเื่นี้หากแต่ข้อมือกลับถูกรั้งไว้เสียก่อน
“ไม่ต้องไป”
หืม? มีอะไรแปลกไป ั้แ่เมื่อครู่แล้วแต่ก่อนหน้านางกำลังใเลยไม่ทันได้คิดให้ถี่ถ้วนมาครั้งนี้นางจึงคิดไปทันที “เสียงเ้า?..ทำไม” คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนแล้วเสียงแหบแปร่งก่อนหน้าไปไหน
“เสียงข้าทำไม?” ยังจะถามมาได้ว่าทำไม เสียงของเ้าไม่ใช่เสียงขันทีน้อยที่ตนรู้จักเสียงคนตรงหน้านุ่มทุ้มกังวานเนื้อเสียงนี้หากปรับให้ทรงพลังขึ้นอีกหน่อยก็พอจะนึกออกหลิวชิงเซียงเงยหน้ามองบุรุษผู้นี้อีกครั้งพลางถอยหลังห่างไปสามก้าวอย่างระมัดระวัง
“ท่านไม่ใช่ขันที?”
“ถ้าอยากรู้นักก็มาเปลี่ยนชุดให้ข้าดีหรือไม่” ระยะห่างสามก้าวเมื่อครู่ไม่เป็ผลแล้วร่างสูงก้าวตามมาประชิดตัวนางอีกครั้ง
“ท่าน..คือ” สำหรับหลิวชิงเซียงเขาจะคือใครก็ได้เวลานี้ถึงไม่ใช่ขันทีแต่เป็ใครก็ได้ที่ไม่ใช่เ้าของฉลองพระองค์ลายัตัวจริง
สีหน้าสตรีของเขาช่างดูไม่ได้เดี๋ยวอ้าปากเดี๋ยวเม้มปาก แต่ก็ดี! เขาชอบที่นางไม่ร้องไห้คุกเข่าร้องขอชีวิตไปเสียก่อนสมเป็แมวป่าเสียจริง โม่เหวินหานหัวเราะในลำคอสองสามทีแล้วชี้ไปที่เตียง “เรียกนางกำนัลมาเช็ดตัวเสียจะได้พักผ่อน”
หลิวชิงเซียงหรี่ตามองประเมินเขาไม่ได้โกรธขึ้งจะเอาชีวิตนางแต่อย่างไรที่เคยล่วงเกินให้คิดได้อยากเดียวคือเขาหาเื่สนุกหยอกล้อนางฆ่าเวลาเท่านั้นเช่นนั้นนางก็เป็ตามน้ำไปก่อน ไม่ย้อนเกล็ดัย่อมเป็ทางออกที่ดี
“ได้เพคะ”
“หลี่ต้ากงเรียกคนมาปรนนิบัติหลี่กุ้ยเหริน” โม่เหวินหานออกคำสั่งจบก็ย้ายตัวไปนั่งคอยที่ตั่งตัวยาวส่วนสองนางกำนัลที่พึ่งออกไปก็เดินกลับเข้ามาพร้อมถังน้ำทั้งสองรู้งานเป็อย่างดีรีบดึงฉากกั้นมาบังส่วนเตียงนอนหลี่ต้ากงที่เดินตามมาที่หลังเห็นฉลองพระองค์ที่กองอยู่ที่พื้นก็รีบเข้าไปเก็บขึ้นมาพับวางที่โต๊ะจากนั้นก็มากระซิบถามใกล้ผู้เป็นายใบหน้าคมจึงส่ายหน้าแทนคำตอบ
“กระหม่อมจะนำเครื่องทรงชุดใหม่มาพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อครู่ที่เขาส่ายหน้าหมายความว่าจะไม่ค้างคืนที่นี่คืนนี้เขามาเพียงเยี่ยมอาการอย่างเป็ทางการเท่านั้นแม้จากที่ดูแล้วอาการป่วยไม่ได้หนักหนา แต่ได้พักผ่อนอีกคงจะดีกว่าแล้วถ้าหากเขาค้างคืนด้วยนางคงไม่มีใจข่มตาหลับได้ลง คงระแวงเขาทั้งคืนเป็แน่
หลิวชิงเซียงได้พื้นที่หลบซ่อนหลังฉากกั้นเป็การช่วยคราวในขณะที่อิงหลานฟ่านหรูพากันช่วยเช็ดตัวคนป่วยด้วยมือสั่นเทาเมื่อครู่ไม่ใช่ว่าหลี่กุ้ยเหรินกำลังลอกคราบฝ่าาหรืออาการหน้าแดงขัดเขินสักนิดก็ไม่มี ผู้เป็นายของพวกมือไวใจกล้านักพวกนางได้แต่เร่งมือให้ไวที่สุดจะได้ไม่รบกวนผู้เป็นาย แต่จู่ๆมือของคนที่นางกำลังทำความสะอาดกายให้ก็คว้าฝ่ามือตนเองเอาไว้แน่นข้างขวาจับอิงหลานข้างซ้ายจับฟ่านหรูผู้น้อยจึงเงยหน้าขึ้นมองสบสายตาหลี่กุ้ยเหริน
ริมฝีปากบางค่อยๆขยับเป็ประโยคโดยไร้เสียง แต่ทั้งสองก็พออ่านปากเข้าใจได้สองนางกำนัลจึงพยักหน้าให้อย่างเข้าใจ ‘เช็ดตัวเสร็จแล้วให้ทูลฝ่าาว่าข้าต้องดื่มยา’
ความจริงนางไม่มียาต้องดื่มแล้วแต่ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีใดหลบเลี่ยงบุรุษผู้นั้น
อิงหลานฟ่านหรูย้ายฉากกั้นออกไปก่อนยกถังน้ำออกไปก็เข้าไปกราบทูลฝ่าาตามที่ได้รับคำสั่งมา
“อืม ไปนำมาเถอะ” โม่เหวินหานโบกมือไล่นางกำนัลที่กวนใจในห้องจึงกลับมาเงียบอีกครั้ง แม้เสียงลมหายใจยังแทบไม่ได้ยินคนหนึ่งนั่งที่เตียงอีกคนนั่งที่ตั่งทำตัวเป็น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง “มานี่”
“เพคะ” หลิวชิงเซียงย้ายตัวไปยืนข้างตั่งห่างออกไปสองสามก้าวพร้อมก้มหน้าชิดอกอย่างนอบน้อม
“มานั่งข้างๆ”
“หม่อมฉันไม่กล้า” ใบหน้าของคนที่กล่าวอย่างนอบน้อมกลับกำลังซุกซ่อนความไม่พอใจเอาไว้มุมปากคว่ำจนสุดห่างไกลกับท่าทางสิ้นเชิง
คนที่ทรงอำนาจแม้จะเห็นท่าทางถูกขนบของแมวป่าแต่ก็รู้ว่านางช่างแสร้งทำได้เก่งนะในใจคงอยากไล่เขาออกไปเสียเต็มประดา “ดีๆไม่กล้าหรือ อย่างเ้าหรือไม่กล้า ถ้าไม่นั่งตรงนี้เราจะพาเ้าไปที่เตียง”
ขู่กับแบบนี้นางยอมต้องยอมอีกฝ่ายสิ! สตรีในอาภรณ์บางเบาเหมาะกับอากาศที่เตรียมเข้าฤดูคิมหันต์สีเขียวอ่อนบ่นไหล่ที่ผ้าหลุมที่น้ำตาลทอผืนหนาเดินผ่านเขาไปนั่งจนสุดอีกฝั่งตั่งตัวยาว
“หลี่กุ้ยเหรินว่างตัวห่างเหินนักเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนยังสนทนากันอยู่เลย”
“ตอนนั้นหม่อมฉันไม่รู้ตัวจริงฝ่าาเวลานี้รู้แล้วพระองค์เป็ใคร หม่อมฉันจะกล้าล่วงเกินได้อย่างไร”
โม่เหวินหานคิ้วกระตุกเล็กน้อยคำพูดนางกล่าวโทษเขาชัดๆ แต่นับว่าพูดได้เหมาะสมกับเป็สตรีวังหลังถ้าเป็ผู้อื่นกล่าวเขาคงหน่ายใจที่มักคนเหล่านี้จะว่ากระทบกระเทียบผู้อื่นใต้รอยยิ้มเชือดเฉือนแต่พอเป็นางไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่านางปรับตัวเก่งเสียจริง “ท่าเ้าไม่ชิน เช่นนั้นถ้ายามเราอยู่กันสองคนเราอนุญาตให้ปฏิบัติเช่นเดิมล่ะ?”
“ฝ่าาประสงค์จะให้หม่อมฉันถูกลงทัณฑ์หรือเพคะ?”
“คิดมากแล้วสนมรัก” บุรุษมากแผนการผู้นี้ขยับเข้าหาอีกฝั่งของตั่งอย่างรวดเร็วหลิวชิงเซียงที่กำลังกระเด้งตัวหนีก็ไม่ทันถูกดึงกลับมาที่เดิม ฝ่ามือหนาคว้ามือนางออกมากุมไว้“ถ้าข้าจะลงทัณฑ์เ้าคงทำไปแล้ว” เขากล่าวพลางลูบฝ่ามือที่ไม่ได้นุ่มอย่างสตรีทั่วไปสตรีบางคนจะปลายนิ้วด้านเพราะดีดพิณแต่ของนางนั้นโคนนิ้วด้านจากการฝึกกระบี่มานานชัดจนไม่อาจจะปิดบังได้
แต่เพียงเท่านี้ก็ใช่ว่านางจะวางใจด้วยทันทีเพราะเหตุผลแท้จริงยังไม่เปิดเผย ทำไมผู้เป็เ้าแผ่นดินถึงต้องดีต่อนางด้วยนางไม่ได้มีผลประโยชน์ต่ออีกฝ่ายสักนิดหลิวชิงเซียงเหลือบตาขึ้นมองบุรุษที่รูปหล่อดั่งภาพวาดใต้แสงเทียนเทียบกับบุรุษในเผ่าซาเฟิงผิวของเขาขาวกว่ามากพอกระทบแสงสลัวยิ่งดูอ่อนโยน ทั้งยังไม่ทำท่าทางวางอำนาจใส่นางอีกด้วยเป็หลิวชิงเซียงเองที่ขมวดคิ้วใส่เขา ส่งสายตาที่มีแต่คำถามว่าทำไม
เขาเปลี่ยนมาพลิกฝ่ามือบางให้คว่ำลงแล้วตบเบาๆเพราะเขาเข้าใจดี เป็ใครก็คงไม่เชื่อใจแต่อย่างน้อยเขาก็อยากให้นางไม่วางตัวห่างเหินมากนัก ‘ยังมีเวลาให้ปรับตัวอีกมาก’
“เื่นี้แล้วแต่ใจเ้าเถอะเราไม่บังคับ”
“ขอบพระทัยเพคะ” หลิวชิงเซียงแสร้งยิ้มรับขณะที่พยายามดึงมือตัวเองกลับมา
ขณะที่ร่างบางก้มมองสองมือที่กุมกันอยู่พลางหาทางออกจากสถานการณ์นี้ส่วนคนสูงกว่าก็ก้มมองนางอีกที เหมือนว่านางจะผอมลงจากครั้งแรกที่เจอหรือไม่ “ไว้พรุ่งนี้เย็นเราให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารเพิ่มให้เราจะมาทานตำหนักฟู่ตงดีหรือไม่”
หลิวชิงเซียงได้ยินแบบนั้นก็เลิกสนใจมือหนาเ้าปัญหาทันทีรีบส่ายหน้าแทนคำตอบ“อย่าเลยเพคะ อาหารที่ตำหนักนี้ไม่อร่อยเพคะ”
“ซาลาเปาก็อร่อยดี ไว้เราจะมาทานด้วยเ้าอยากทานอะไรบอกหลี่ต้ากง ห้องเครื่องจะได้ส่งมาเพิ่ม”
มากเล่ห์นักนางเป็คนที่ยื่นซาลาเปาให้เขาเอง จะอร่อยไม่อร่อยเขาก็ต้องรู้อยู่แล้วแต่อร่อยของท่านกับข้าไม่เหมือนกันเสียหน่อย “..หม่อมฉันเพียงไม่คุ้นชินอาหารต้าเหว่ยเท่านั้น”
โม่เหวินหานพยักหน้าเข้าอกเข้าใจ“ได้ เราจัดการเองมิน่าเ้าถึงผอมลงจากวันแรกที่มาถึง ผอมไปไม่ดีเดี๋ยวไม่มีแรง” ว่าจบก็จุดยิ้มที่มุมปากใส่นางอย่างมีความนัยหลิวชิงเซียงที่ถูกสายตาทรงอำนาจสะกดไม่กล้าหลบสายตาแต่ยิ่งสบตานานเท่าไรนางก็ยิ่งรู้สึกไม่ปลอดภัยคนผู้นี้ไว้ใจไม่ได้ทุกอย่างดูมีเลศนัย คิดแล้วนางก็เป็สนมจะมีแรงเอาไว้อะไรกันเหล่า
“หม่อมฉันไม่ค่อยสบายคงต้องพักผ่อนอีกหลายวัน” แสร้งไอไปเพิ่มอีกสองที
“งั้นหรือ เราคิดว่าเผลอๆพรุ่งนี้เ้าก็ออกไปฝึกร่ายรำแล้วเสียอีก” โม่เหวินหานยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวที่ใบหน้าเริ่มขึ้นสีอย่างหยอกเย้าเขารู้นางต้องเริ่มคิดถึงเื่ชายหญิงทำร่วมกันเป็แน่แต่ความจริงเป็เขาที่ชี้ทางเองจะคิดก็ไม่แปลกแต่กลับเป็เขาเช่นกันที่แสร้งไม่รู้เื่รู้ราว
“ฝึก?”
“ใช่เราเลยอยากให้เ้าเก็บแรงไว้ฝึกซ้อม” เขาปล่อยมือนางเพราะตอนนี้ย้ายมาเชยปลายคางคนใบหน้าแดงอย่างขัดเขินแทน“หรือเ้าคิดเป็อื่น?”
ใบหน้าคมหล่อได้รูปโน้มเข้ามาใกล้ทุกทีส่วนอีกคนก็เอนตัวจนหลังชิดพนักไม่อาจจะเอนหนีไปได้มากกว่านี้แล้ว“..หม่อมฉัน”
“หืม?”
การขยับชิดใกล้อย่างเชื่องช้าโม่เหวินหานไม่อยากให้นางใเกินไปจึงไม่อยากรีบร้อน ใบหน้าทั้งสองห่างไปไม่ถึงสองชุ่นเขาจึงเหลือบสายตามองริมฝีปากบางอย่างหมายตาเป็การเตือนให้นางรู้ว่าเขาจะลงมือแล้วแต่หญิงสาวก็สู้สุดตัวไม่ยอมหลับตารับััแถมยังเบิกตาโพลงจดจ้องพยายามไล่เขาให้ออกห่าง
ยิ่งเห็นก็ยิ่งนึกชอบใจครั้งนี้เขาจะยกให้เป็การพิเศษแล้วกันเห็นว่ายังไม่สบายแถมยังขู่ฟ่อๆเสียตาแถบถลนออกมา โม่เหวินหานยอมตัดใจผละตัวกลับที่เดิม “ครั้งนี้ข้ายอมให้เ้า”