((ผมเอง))เสียงห้าวทุ่มต่ำดังมาตามสาย
“สวัสดีค่ะนายท่าน”
((เด็กนั่นกลับมาถึงบ้านหรือยัง))
“กลับมาแล้วค่ะเพิ่งทานข้าวเสร็จเมื่อครู่คะ ตอนนี้ขึ้นไปพักผ่อน้าแล้ว”
((อืมถ้าอย่างนั้น.............))
“นายท่านทานอะไรหรือยังค่ะ”เธอรีบถามขัดขึ้นเมื่อเห็นว่าอีฝ่ายกำลังจะวางสายโทรมาก็ถามเพียงแค่นี้เหมือนทุกวัน
((...............มีอะไรหรือเปล่า))ปลายสายถามขึ้นหลังจากที่เงียบอยู่นาน
“ไม่มีอะไรค่ะ”
((คุณแปลกๆทุกวันคุณไม่เคยถามผมเกี่ยวกับเื่พวกนี้))
“ดิฉันแค่ถามไถ่ในฐานะแม่นมที่เลี้ยงคุณหนูมาั้แ่เล็กค่ะถ้าทำให้นายท่านรู้สึกว่าทำอะไรที่ไม่เป็การสมควรก็ขอโทษด้วยค่ะ”
((เปล่าครับ ผมทานแล้ว คาเร็นล่ะ ทานหรือยัง))
“ทานแล้วคะ ขอบคุณที่ถามคะเอ่อสักครู่นะคะ” ฝ่ามือยกขึ้นปิดหูโทรสัพท์ไว้เมื่อเห็นว่าคนที่เธอถ่วงเวลารอมาถึงแล้ว
“นี่ค่ะ”เธอยื่นมันให้ฟีบี
“ครับ?ใครโทรมาเหรอครับ” เธอถามอย่างแปลกใจเพราะปกติไม่เคยมีใครโทรหาเธอ
“ช่วยคุยแทนดิฉันหน่อยนะคะ” พูดจบก็ยัดโทรศัพทใส่มือเธอแล้วเดินออกไปพร้อมกับเมดอีกคนพีปีได้แต่มองตามอย่างข้องใจในพฤติกรรมแปลกๆของคาเร็นเพราะปกติแม่บ้านใหญ่จะเป็คนที่เร่งครัดเื่มารยาทมากๆแต่สุดท้ายเธอก็ยอมยกหูโทรศัทพ์ขึ้นพูด
“ฮัลโลสวัสดีครับ ใครครับ”
“.............................” ปลายสายพอได้ยินเสียงตอบกลับมาถึงกับเงียบคราวน์เพิ่งจะรู้ว่าแม่นมที่เลี้ยงเขามาแต่เล็กก็เ้าเล่ห์เหมือนกัน
((....ยุ่งจริงๆ))คราวน์เผลอบ่นออกมา
“ครับ?”ฟีบีถามกลับอย่างมึนงง แต่เสียงปลายสายนี่สิ เธอกลับคุ้นแปลกๆ
((ฉันเอง))
“คราวน์?เอ่อ นายท่านเหรอครับ มีธุระอะไรจะเรียกใช้ผมหรือเปล่า”
((....................))เพราะรู้ว่าเธอจะพูดแบบนี้ไงถึงได้ไม่อยากโทรไป รู้ว่าโทรไปแล้วต้องโดนถามว่าโทรมาทำไมมีธุระอะไรหรือเปล่า แล้วจะให้เขาตอบว่าอะไร โทรหาเฉยๆ คิดถึง เป็ห่วง อะไรเทือกนั้นเหรอ
((ไม่มีอะไรแล้วนายไปพักผ่อนเถอะ ฉันจะวางสายแล้ว)) คราวน์ตอบออกมาในที่สุด เขาแค่อยากรู้ความเป็ไปแต่ไม่อยากคุย
“อ่อครับ........เอ่อ.....”
((อะไร มีอะไรจะพูดก็พูดมา)) ใช่ รีบๆเปิดประเด็นมาสักทีสิไม่อย่างนั้นคงได้วางสายกันไปทั้งแบบนี้แน่
“ทะ ทานข้าวหรือยังครับ” สุดท้ายก็พูดออกไปจนได้ฟีบียกมือขึ้นทาบอก เหมือนข้างในนั้นมันเต้นแรงอย่างเหลือชื่อ แค่ประโยคง่ายๆแต่ไม่รู้ทำไมถึงพูดยากนัก ตาหวานเหลือมองซ้ายทีขวาทีเหมือนกำลังพูดเื่สลักสำคัญที่กลัวคนอื่นมาได้ยิน
((อืมกินแล้ว นายล่ะ))
“กินแล้วครับวันนี้คาเร็นทำเสต็กปลาแซลมอนกับซุปเห็ดให้กิน”ไม่รู้ทำไมแต่แค่อยากบอกให้อีกฝ่ายได้รู้ นานๆทีจะได้คุยกัน แต่ไม่รู้จะคุยเื่อะไร นึกอะไรได้ตอนนี้ก็พูดไปก่อน
((อืม ที่นั่นฝนตกหรือเปล่า))อยู่กันคนละซีกโลกถามเื่ลมฟ้าอากาศน่าจะเข้าท่าที่สุดแล้ว
“เปล่าครับแต่ลมแรงเป็บางวัน”
((ใส่เสื้อหนาๆ เดี๋ยวจะเป็หวัด อีกหนึ่งอาทิตย์ฉันจะกลับ ดูแลตัวเองดีๆอย่าให้คาเร็นเป็ห่วง))
“ครับนายท่านก็ดูแลตัวเองดีๆครับ”
((...............................................))
“...............................................”
((................อยากได้อะไรเป็ของฝากหรือเปล่า))อยู่ไกลกันก็ต้องถามถึงของฝากสินะ
“อืมอยากได้หนังสือครับ เกี่ยวกับแพทย์”
((อืม รู้แล้ว แค่นี้แหละ รีบไปนอนเถอะพรุ่งนี้ไปเรียนแต่เช้าไม่ใช่เหรอ)) เด็กสาวยกมือจับหน้าอกตัวเองแน่นหัวใจมันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา เขารู้ เขาใส่ใจเธอ
“ครับฝันดีครับ” คราวน์วางสายไปแล้ว เขาจะได้ยินคำพูดสุดท้ายของเธอหรือเปล่านะ
ถึงแม้จะเป็่เปิดเรียนใหม่แต่เพราะเนื้อหาที่เยอะและเข้าใจยากนั่นทำให้เด็กนักเรียนแพทย์ต้องยุ่งจนแทบไม่มีเวลากระดิกตัวไปไหนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติคือสิ่งที่พวกเขาต้องเรียนรู้ ตารางเรียนของพวกเขาเต็มทุกวันบางครั้งก็มีเรียนั้แ่แปดโมงจนถึงสองทุ่ม ทุกวันผ่านไปอย่างเหนื่อยล้าแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อน ฟีบีเองก็เหมือนกัน ทุกวันหลังเลิกเรียนเธอยังต้องฝึกการต่อสู้อีกบางวันก็ฝึกกับครูฝึก บางวันก็ฝึกกับลูเซีย แต่ใน่สามวันมานี้เพราะเธอกลับบ้านเกือบสามทุ่มลูเซียที่คอยรับส่งเธอเข้าใจเื่นี้ดีก็เลยอนุโลมให้ไม่ต้องฝึกเป็บางวันที่เห็นว่าเธอไม่ไหวจริงๆคาเร็นเป็ห่วงเธอมาก พยายามทำอาหารเพื่อบำรุงเธอแม่บ้านบอกเพียรบอกเธอทุกวันว่าถ้าไม่ไหวก็เปลี่ยนสาขาที่เรียนซะแต่ฟีบีก็ไม่คล้อยตาม
อีกสองวันนายใหญ่ของบ้านก็จะกลับมาแล้วเธอเองก็บอกไม่ถูกว่าดีใจไหมที่จะได้เจอพี่ชายที่ไม่ได้เห็นหน้ากันครึ่งเดือนแล้วบางครั้งก็ไม่รู้สึกอะไรเพราะเคยชิน คราวน์ต้องไปต่างประเทศบ่อยๆตอนเช้านั่งกินข้าวด้วย กลับบ้านมาตอนเย็นถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายไปโผล่อีกซีกโลกหนึ่งแล้วบางครั้งก็ไม่ได้เจอหน้ากับเป็เดือนหรือต่อให้อยู่บ้านเดียวกันทั้งวันก็ไม่ได้เจอกันเลยมันเป็แบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรจนเธอชินชาไปซะแล้ว แรกๆก็เหงาบ้างแต่ตอนนี้มันกลายเป็เื่ปกติสำหรับเธอแล้ว....ชินชากับความเหงา
“นี่ ฟีบีเย็นนี้เราไปเที่ยวกันไหม”โลเวลยังคงสดใสเสมอ
“ไม่ว่าง”
“อะไรล่ะ เพื่อขอร้องแค่นี้ไปด้วยกันไม่ได้หรือไงฉันจะไปซื้อหนังสือเล่มนั้นด้วย เธอซื้อหรือยัง เดี๋ยวไม่มีอ่านสอบนะอาทิตย์หน้าก็จะสอบแล้ว เอาเหอะนะ ถือว่าไปซื้อหนังสือไม่ได้ไปเที่ยวเล่นสักหน่อย”ฟีบีเพิ่งรู้ว่านอกจากโลเวลจะเป็พวกร่าเริงเกินเหตุแล้วเ้าตัวยังโน้มน้าวใจคนเก่งอีกด้วย เธอเองก็คล้อยตามเขาบ่อยๆ
“นะๆๆไปเถอะ ถ้านายไปฉันจะเลี้ยงไอติมนายด้วยเลย” เขาพยายามเอาของมาล่อ
“อืมเอาอย่างนั้นก็ได้”
“อะไรกันที่แท้เธอก็พวกเห็นแก่กินเหมือนกันนี่นา” ฟีบีเหลือบมองคนปากเสียอีกฝ่ายเพียงแค่ส่งยิ้มแกนๆมาให้
“อะไร”โลเวลาถามเมื่อเห็นจิ้มหน้าจอโทรศัพท์ ฟีบีไม่ตอบเพียงแค่ยกหูรอสาย
ตืดๆๆ
((ครับ นายน้อย))
“ลูเซียวันนี้ผมต้องแวะไปซื้อหนังสือกับเพื่อน ถ้ายังไงผมจะโทรให้คุณมารับอีกที” ปลายสายนิ่งไปนิด
((ผมขับรถไปส่งไหมครับ))
“ผมไปเองดีกว่า เป็ร้านหนังสือหน้ามหาวิทยาลัยเดินไปไม่ไกลก็ถึง คุณไม่ต้องเป็ห่วงผมดูแลตัวเองได้”
((ครับ ถ้าอย่างนั้สามทุ่มผมจะไปรับนายน้อยช่วยจัดการธุระให้เสร็จด้วยนะครับ) )
ติ๊ด
ลูเซียมองโทรศัพท์ในมือก่อนจะถอนหายในออกมาเบาๆเขารู้ดีว่าการทำแบบนี้ถ้านายท่านรู้เข้า คงไม่พ้นกลายเป็เื่ใหญ่ยิ่งสถานการณ์ในตอนนี้ด้วยแล้ว เขาไม่สมควรที่จะอนุญาตอีกฝ่าย แต่ว่าเกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเห็นนายน้อยเคร่งเครียดกับการเรียนและการฝึกเลยอยากให้เธอได้พักผ่อนบ้างอีกอย่างคนในเงามืดตอนนี้เขาก็จับตาดูอย่างดี อีกฝ่ายยังไม่ได้ลงมือทำอะไรตอนนี้คงพอจะวางใจได้
ก็อกๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นลูเซียละมือจากเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้าแล้วเดินไปเปิดประตูแม่บ้านคาเร็นกำลังยืนอยูที่หน้าประตูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอะไรทำให้คาเร็นที่เคยยิ้มตลอดเวลามีสีหน้าแบบนี้ได้
“มีอไรรึเปล่าครับ”
“ท่านคราวน์ กลับมาแล้วค่ะ”
“อะไรนะครับ”
“นายท่านกลับมาแล้วคะตอนนี้กำลังอยู่ที่ห้องทำงาน ท่านเรียกคุณไปพบ”
“ครับ ผมจะรีบไป”
“เดี๋ยวคะ” คาเร็นคว้าแขนเขาไว้ มองเขาด้วยสีหน้าลำบากใจปัญหาใหญ่ตอนนี้คือนายน้อยยังไม่กลับมาและลูเซียก็ปล่อยให้เธอไปข้างนอกโดยไม่มีคนดูแล
“ครับ ผมทราบดีว่าต้องจัดการยังไง ในระหว่างนี้รบกวนคุณแม่บ้านโทรหาคุณหนูให้เตรียมตัวด้วยอีกเดี๋ยวผมจะไปรับ”
“คะ ขอบคุณมากคะ”
“ไม่เป็ไรครับ มันเป็หน้าที่ของผม”