"สวัสดีครับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านผมพัฒน์ครับในวันนี้ที่ผมจัดงานนี้ขึ้นมาเพราะเรามีเรื่องดีๆเข้ามาถึงสามเรื่อง"พัฒน์พูดขึ้นก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆ
"เรื่องแรกทางเรากำลังจะมีงานใหญ่ซึ่งงานนี้เราได้รับการสนับสนุนจากธนาคารฟินิกส์ซึ่งเป็นธนาคารระดับโลกแถมวันนี้เราได้มีแขกสุดพิเศษที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงาน คุณหนูจูนลูกสาวท่านประธานปิยะครับ"พอพูดจบพัฒน์ก็ผายมือไปทางจูน
เธอยืนขึ้นอย่างสง่างามท่ามกลางเสียงปรบมือต้อนรับก่อนจะค่อยๆนั่งกลับลงไปที่เดิม
"น่ารักดีนี่แต่ยังดูเด็กอยู่เลยไม่อยากเชื่อว่าอายุเท่าลูกเรา"
"เหอะให้นั่งโต๊ะเดียวกันกับลูกตัวเองแบบนั้นคงจะไม่ทิ้งลูกเราไปเอายัยลูกคุณหนูนั่นนะ"
"อย่าพูดมั่วๆนะเดี๋ยวก็ซวยหรอกเธอเป็นลูกสาวของคนที่มีอำนาจมากที่สุดคนนึงในประเทศไม่มาสนใจชาวบ้านแบบเราหรอกต่อให้เป็นพงษ์ก็คงไม่ต่างจากชาวบ้านที่มีตังมากกว่าคนอื่นหน่อยเท่านั้นแหละ"พ่อของแพรรีบปรามเมียตัวเองทันที เพราะกลัวว่าถ้าได้ยินไปถึงหูจูนพวกเขาอาจจะเดือดร้อนได้
ออสที่ได้ยินสองสามีภรรยาพูดก็ยิ้มเล็กน้อยเมื่อไม่กี่ชัวโมงที่ผ่านมาจูนที่พวกเขาพูดถึงยังนอนให้เขาลูบโน่นคลำนี่อยู่เลย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นลูกคุณหนูผู้สูงส่งไปแล้ว แต่จูนตอนนี้ก็ดูดีมากจริงๆ
สาวน้อยตัวเล็กหน้าตาน่ารักในชุดเสื้อขาวกระโปรงฟ้าที่ดูเรียบๆแต่กลับทำให้รูปลักษณ์แล้วก็หน้าตาของจูนเด่นยิ่งกว่าเดิม ผมสีแดงถูกปล่อยยาวตรงสวยทำเอาสาวๆหลายคนต้องอิจฉา
ไม่ใช่แค่ทั้งสองคนตอนนี้ผู้คนในงานต่างก็พูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนต่างก็รู้ว่าจูนนั้นเป็นลูกของคนที่มีอำนาจมากขนาดไหน ต้องเข้าใจก่อนว่าธนาคารฟินิกส์นั้นคือธุรกิจที่มีกำไรต่อปีมากที่สุดในประเทศนี้ แถมตัวธนาคารเองก็มีเส้นสายอยู่มากมายไม่ว่าจะบริษัทชั้นนำในประเทศ นักการเมือง ตำรวจทหารชั้นผู้ใหญ่ เพราะงั้นพ่อของจูนที่เป็นประธานฝ่ายบริหารจึงเป็นคนที่มีอำนาจในมือมากมายมหาศาล
"ต่อไปนะครับเรื่องที่สอง"
"วันนี้ยังเป็นเกิดของลูกชายผมอีกด้วย"พัฒน์พูดจบก็หันไปมองลูกชายตัวเองที่ยืนขึ้นมาโบกมือทักทายทุกคนอย่างภาคภูมิใจ
หลังจากที่เสียงปรบมือเงียบลงพงษ์ที่โบกมือทักทายทุกคนกลับไม่ได้นั่งลงตามที่ควรจะเป็นแต่กลับยืนอยู่อย่างนั้นแล้วหันไปมองพ่อตัวเอง
โดยที่ไม่มีใครสังเกตุแพรที่นั่งอยู่ข้างออสตอนนี้กำมือแน่นจ้องไปทางพ่อแม่ตนที่กำลังยิ้มด้วยสายตาเย็นชา เหมือนรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น
"เรื่องสุดท้ายบางทีสำหรับผมแล้วอาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดก็ได้เพราะว่า..."พัฒน์พูดไม่จบประโยคแต่ทิ้งท้ายไว้แบบนั้นก่อนจะหันไปมองลูกชายตนเองก่อนจะพยักหน้า
พงษ์พยักหน้ารับก่อนจะหยิบกล่องใส่แหวนสีแดงขึ้นมาก่อนจะค่อยๆเดินช้าๆมาทางแพรที่นั่งอยู่ข้างออส พอเดินมาถึงเขาก็คุกเข่าลงเหมือนในละคร
"แพรเธอน่าจะรู้ว่าฉันชอบเธอมานานแล้วเพราะงั้นแต่งงานกันนะ"พงษ์ที่คุกเข่าอยู่พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่ดูอวดดีสุด
ออสที่อยู่นั้งอยู่ข้างๆแพรได้แต่ลอบกำหมัดอย่างหงุดหงิดแต่ถ้าแพรไม่ปฏิเสธเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ ในหัวออสตอนนี้เต็มไปด้วยคำด่ามากมาย
ตอนนี้ทั้งห้องเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้อง
"แต่งเลย แต่งเลย แต่งเลย"เสียงเชียร์ดังขึ้นแทบทั้งห้องจัดเลี้ยง
จูนที่นั่งอยู่มองมาที่โต๊ะแพรเองก็แปลกใจเพราะไม่คิดว่าสาวบ้านนอกจะมีคนที่สวยขนาดนี้ และก็ต้องแปลกใจมากกว่าเดิมพอมองเห็นออสที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน
"ไหนบอกไม่มาไงแล้วทำไมไปนั่งอยู่นั่น"เธอพูดขึ้นเบาๆด้วยรอยยิ้มทำให้หลายๆคนที่นั่งโต๊ะเดียวกันต้องแปลกใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาจูนที่นั่งอยู่มีสีหน้าที่แสดงออกชัดเจนมากว่ากำลังเบื่อ
"พี่"เสียงสาวน้อยอีกคนบนโต๊ะพูดขึ้น
"ไม่เป็นไรพิงค์"
น้องสาวของแพร เธอมีหน้าตาที่คล้ายแพรมากแต่มีส่วนสูงที่น้อยกว่าและมีรูปร่างที่มีน้ำมีนวลมากกว่า พิงค์นั้นดูด้อยกว่าแพรเล็กน้อยเท่านั้นแต่ก็ยังถือว่าสวยมากอยู่ดี
และพิงค์นี่เองที่ทำให้แพรต้องยอมรับการหมั้นครั้งนี้เพราะพ่อแม่เธอขู่ว่าถ้าเธอไม่ยอมพวกเขาจะบังคับให้พิงค์รับแทน ทำให้เธอไม่มีทางเลือกเพราะไม่อยากให้น้องสาวต้องเจอแบบเดียวกับที่เธอกำลังเจอ
แพรไม่ตอบอะไรแต่เธอยืนขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะยื่นมือออกไป ถึงจะไม่แสดงสีหน้าและอารมณ์แต่ความรู้สึกของแพรตอนนี้มีแต่ความรังเกียจ
ใจเย็นไว้ก่อน ก็แค่หมั้นยังไงฉันก็ไม่ยอมแต่งกับมันเด็ดขาด
พ่อกับแม่แพรเห็นฉากนี้ก็ยิ้มออกมาด้วยความดีใจทั้งสองคนลุ้นมานานมากเพราะกลัวแพรจะเปลี่ยนใจเอานาทีสุดท้าย
แพรที่ยืนขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีสีหน้าที่เย็นชาแต่ด้วยรูปร่างหน้าตาที่งดงามราวเทพธิดานั้นสามารถกลบใบหน้าเย็นชาของเธอได้ไม่ยาก ทำให้ชายหลายๆคนที่เห็นใจเต้นไม่เป็นจังหวะก่อนจะมองไปที่พงษ์ด้วยความอิจฉา
"สมกันจริงๆคนหนึ่งก็สวยส่วนอีกคนก็ทั้งหล่อทั้งรวย"เสียงพูดขึ้นจากหญิงชราคนหนึ่งในงาน
"ในเมืองก็คงมีแต่พงษ์เท่านั้นแหละถึงจะเหมาะสมกับผู้หญิงคนนี้"อีกเสียงดังขึ้น
ตอนนี้เสียงพูดคุยดังขึ้นทุกทิศทางหลังจากที่แพรยืนขึ้นแล้วทำให้ทุกคนได้เห็นหน้าตาของว่าที่คู่หมั้นคนสวยของพงษ์ ความอิจฉาเกิดขึ้นในใจของชายหลายๆคนที่พึ่งเคยเห็นแพรครั้งแรก
พงษ์พอเห็นแบบนั้นก็ยิ้มแก้มแทบปริเขาลุกขึ้นก่อนจะหยิบแหวนออกมาแล้วใช้มือข้างหนึ่งจับมือของแพรไว้ส่วนอีกข้างก็ค่อยๆสวมไปที่นิ้วนางซ้ายของแพรช้าๆเหมือนพยายามจะถ่วงเวลาให้ได้จับมือเธอนานๆ
หลังจากที่สวมแหวนเสร็จพงษ์ก็ทำท่าจะดึงแพรเข้ามากอดแต่เหมือนเธอจะรู้ตัวเลยรีบสะบัดมือพงษ์ก่อนจะนั่งลงทันที
"หึหึ"
เสียงหัวเราะเบาๆดังขึ้นทำให้พงษ์หันไปมองออสที่กำลังยิ้มเยาะตน จริงๆที่พงษ์ยอมให้ออสเข้ามาในงานไม่ใช่เพราะอารมณ์ดีอย่างที่บอก แต่เขาต้องการให้ออสเห็นว่าตัวเองนั้นอยู่สูงกว่าออสขนาดไหน ทั้งงานวันเกิดที่หรูหรา ทั้งธุรกิจของพ่อที่กำลังไปได้สวย แถมกำลังจะได้แฟนสาวที่งดงาม
หยิ่งเข้าไปเถอะเดี๋ยวแต่งเมื่อไหร่โดนไปสักน้ำสองน้ำดูสิว่ามันจะยังหยิ่งไหม ส่วนแกไอ้ออสไว้จบงานนี้เมื่อไหร่แกเจ็บหนักแน่ ถึงจะไม่พอใจแต่พงษ์รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาจึงได้แต่ฝากความแค้นไว่้ในใจ
"แหม่ว่าที่เจ้าสาวของเราคงเขินนะครับพอสวมแหวนเสร็จก็รีบนั่งทันทีทำเอาว่าที่เจ้าบ่าวไปไม่เป็นเลย"เสียงดังขึ้นจากหน้าเวที พัฒน์ที่เห็นลูกชายตนเสียหน้าก็ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่เลยตั้งใจจะเปิดโอกาสให้พงษ์อีกครั้ง
"แต่แบบนี้มันก็ดูจะหน้าเบื่อไปหน่อย งั้นเรามาให้โอกาสทั้งสองคนอีกครั้งดีกว่านะครับ"
"เอาทุกคนช่วยผมเชียร์หน่อย จูบเลย จูบเลย"
จูบเลย จูบเลย